เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 85 ทำให้ดอกบัวขาวอับอาย

บทที่ 85 ทำให้ดอกบัวขาวอับอาย

บทที่ 85 ทำให้ดอกบัวขาวอับอาย


บทที่ 85 ทำให้ดอกบัวขาวอับอาย

“เอาล่ะ แบ่งเสบียงเสร็จแล้ว”

จางอี้ให้โจวเข่อเอ๋อเก็บเสบียงที่เหลือใส่กระเป๋า

แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนอย่างร้อนรนดังขึ้นจากฝูงชน

“พี่จางอี้ ฉันยังไม่ได้เลย ฉันยังไม่ได้!”

คนที่ส่งเสียงคือฟางหวี่ฉิง

เธอคิดมาตลอดว่าจางอี้ต้องดูแลเธอเป็นพิเศษ และให้เธอเยอะที่สุด

แต่รอนานแค่ไหนเธอก็ไม่ได้!

หลินไฉ่หนิงที่อยู่ข้างๆ ฟางหวี่ฉิงก็พูดอย่างร้อนรนว่า “พี่จางอี้ ทำไมพี่ถึงลืมฉันล่ะ?”

จางอี้มองทั้งสองคนด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

“ไม่ได้ลืมพวกเธอ!”

ทั้งสองคนมีสีหน้าดีใจ คิดว่าจางอี้จงใจดูแลพวกเธอเป็นพิเศษ เลยเก็บไว้ทีหลัง

แต่คำพูดต่อไปของจางอี้ ทำให้พวกเธอตกอยู่ในหุบเหว

“พวกเธอสองคนไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว”

ฟางหวี่ฉิงกับหลินไฉ่หนิงตาค้าง เบิกตากว้าง เหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

หลินไฉ่หนิงพูดโพล่งออกมาว่า “ทำไม! คนอื่นได้ ทำไมฉันถึงไม่ได้!”

ฟางหวี่ฉิงยิ่งรับไม่ได้ เธอวิ่งฝ่าฝูงชนมาหาจางอี้ ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแอทั้งน้ำตา “พี่จางอี้ พี่ล้อเล่นกับฉิงเอ๋อใช่ไหม? ใช่ไหม? มันไม่จริง พี่จะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้”

“พี่… พี่เคยบอกว่าชอบฉิงเอ๋อไม่ใช่เหรอ?”

จางอี้กอดอก เลิกคิ้วขึ้น “ฉันเคยบอกว่าชอบเธอ แต่เธอคงไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”

“ฉันก็พูดแบบนี้กับผู้หญิงหลายคน พวกเราก็แค่มาสนุกกัน เข้าใจตรงกันนะ”

“ตอนนี้ฉันเบื่อเธอแล้ว ต่อไปนี้ก็อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันมีแฟนแล้ว!”

พูดจบ จางอี้ก็จงใจดึงโจวเข่อเอ๋อเข้ามากอด

โจวเข่อเอ๋อยืนอยู่ข้างๆ ฟางหวี่ฉิง เป็นภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

คนหนึ่งจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา หรือออร่า ล้วนไม่มีที่ติ

อีกคนเป็นพนักงานบริษัทเล็กๆ คุยกับผู้ชายหลายคนทุกวัน เป็นผู้หญิงหากินที่เที่ยวผับบาร์

ควรจะเลือกใคร ทุกคนย่อมรู้ดี!

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ฟางหวี่ฉิงดูโทรมมาก

ส่วนโจวเข่อเอ๋อกลับแต่งหน้าสวย แต่งตัวดี

พอเทียบกันแล้ว ก็เหมือนนางฟ้ากับขอทาน!

ฟางหวี่ฉิงรับมือกับการโจมตีแบบนี้ไม่ได้

หน้าตาและเสน่ห์ที่เธอภาคภูมิใจที่สุด ถูกจางอี้เหยียบย่ำ

เธอชี้ไปที่จางอี้ทั้งน้ำตา “ไม่ มันไม่จริง! เมื่อไม่นานมานี้ พี่ยังให้ฉันไปอยู่ที่บ้านพี่เลย ทำไมตอนนี้พี่ถึงเป็นแบบนี้?”

จางอี้ยิ้มมุมปาก

“เธอถามเรื่องนั้นเหรอ?”

“ฉันแค่เล่นกับเธอ! ดูสิ ตอนนี้เธอดูโง่แค่ไหน?”

จากนั้นเขาก็มองหวังหมินกับหลินไฉ่หนิง “นี่ เธอชอบพูดกับพวกเธอว่าฉันชอบเธอใช่ไหม? บอกว่าฉันจะให้เธอเข้าบ้าน?”

หวังหมินกับหลินไฉ่หนิงรีบพยักหน้า

“ใช่ ผู้หญิงคนนี้หน้าด้านมาก ชอบฝันกลางวัน!”

“ยัยสารเลวนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แถมยังทำให้ลูกพี่ลูกน้องฉันตายอีก เธอมันน่าตาย!”

จางอี้ประจานฟางหวี่ฉิงต่อหน้าทุกคน เปิดโปงเธอจนหมดเปลือก

ทุกคนมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม

ฟางหวี่ฉิงหน้าซีด เอาสองมือปิดหู “ไม่ พอแล้ว! ขอร้องล่ะ พอแล้ว!”

จางอี้ไม่สนใจเธอ พูดต่อ “ผู้หญิงแบบเธอ คิดว่าตัวเองเป็นนางฟ้า คิดจะจับผู้ชายรวยๆ”

“แต่เธอไม่รู้เหรอว่า เธอโด่งดังมากในกลุ่มลูกเศรษฐีที่เมืองเทียนไห่ ใครๆ ก็รู้ว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงหากิน”

จางอี้มองสวี่ฮ่าว “สวี่ฮ่าว บอกมาสิ ฉายาของเธอคืออะไร?”

สวี่ฮ่าวนั่งขดตัวอยู่บนพื้น พูดด้วยออกมาด้วยความเจ็บปวด “ดอกบัวขาวผู้สูงส่ง ผู้หญิงที่หวังรวยทางลัด!”

ทุกคนหัวเราะลั่น

“ฮ่าๆๆๆๆ!”

“ไม่คิดเลยว่าตึกของพวกเราจะมีคนแบบนี้อยู่ด้วย”

“เสียดายจริงๆ ที่ฉันเคยแอบชอบเธอ เชี่ยเอ๊ย! ดูท่าว่าแค่ไม่กี่ร้อยหยวนก็จัดการได้ เสียดายที่ฉันเสียแรงเปล่าๆ”

“ผู้หญิงหน้าด้าน!”

เสียงเยาะเย้ยและด่าทอของทุกคนล้อมรอบฟางหวี่ฉิง แม้ว่าเธอจะพยายามปิดหู แต่ก็ไม่สามารถปิดกั้นเสียงพวกนั้นได้

“อ๊า!!!”

เธอตะโกนเหมือนคนบ้า แล้ววิ่งหนีออกไป

จางอี้หยิบบิสกิตซองเล็กๆ โยนไปให้สวี่ฮ่าว

“รู้จักทำตัว นี่คือรางวัลของนาย”

ฝึกหมาก็เหมือนกัน ตอนที่มันเชื่อฟัง เราก็ต้องให้รางวัล

ดวงตาของสวี่ฮ่าวเต็มไปด้วยความดีใจ เขาไม่คิดว่าจะได้อาหารคืน!

แม้ว่าเขาจะเพิ่งโดนซ้อม แต่ความเกลียดชังที่เขามีต่อจางอี้ก็ลดลง

เขากลับรู้สึกว่าจางอี้เป็นคนยุติธรรม

เมื่อกี้เขาก็ผิดเอง ไม่น่าขัดขืนจางอี้เลย

“ขอบคุณพี่จางอี้ ต่อไปนี้ผมจะเชื่อฟังพี่!”

ในตอนนั้นเอง หลินไฉ่หนิงก็เดินออกมา

“จางอี้ เมื่อก่อนฟางหวี่ฉิงเคยทำให้ฉันโกรธ แต่ฉันไม่ได้มีปัญหากับนายใช่ไหม? เมื่อกี้ฉันยังช่วยนายพูดเลย นายน่าจะแบ่งอาหารให้ฉันเยอะหน่อยนะ?”

จางอี้มองเธอ “ไม่ได้”

หลินไฉ่หนิงโกรธทันที ตะโกนว่า “ทำไม! คนที่นายจีบคือเธอ ไม่ใช่ฉัน!”

จางอี้มองเธอ พูดอย่างจริงจัง “ฉันรำคาญเธอ ไม่อยากให้เธอ ไม่ได้เหรอ?”

หลินไฉ่หนิงพูดไม่ออก

“นาย…”

จางอี้พูดว่า “ของพวกนี้ฉันเอากลับมา ฉันอยากจะให้ใครก็เป็นสิทธิ์ของฉัน มีความเห็นก็เก็บเอาไว้!”

“ไม่ยุติธรรม!”

หลินไฉ่หนิงร้องไห้โฮ

“คนโง่เท่านั้นที่พูดเรื่องยุติธรรม”

จางอี้ขี้เกียจสนใจเธอ คนอื่นๆ มองหลินไฉ่หนิงด้วยความสะใจ

หลี่เฉิงปินกับเจียงเหล่ยรู้จักทำตัว ไล่หลินไฉ่หนิงออกไป ไม่อยากให้เธออยู่ที่นี่ให้รกหูรกตา

หลังจากที่แบ่งเสบียงเสร็จ จางอี้ก็พูดว่า “ต่อไป พวกเรามาคุยกันเรื่องการป้องกัน”

เซี่ยลี่เหมยที่อยู่ข้างๆ ลุงโหยวขมวดคิ้ว พูดข้างหูเขาว่า “ทำไมบ้านเราถึงไม่มี? คุณฆ่าไปตั้งสองคน น่าจะได้สิบเอ็ดส่วนนะ!”

ลุงโหยวพูดเบาๆ ว่า “จางอี้คงไม่ลืมพวกเราหรอก เธออย่าเพิ่งพูดสิ”

เซี่ยลี่เหมยมองเขาอย่างไม่พอใจ มองจางอี้ พลางบ่นพึมพำเบาๆ

จางอี้พูดว่า “ในตึกของพวกเรา ไม่รวมเด็กที่เดินไม่ได้ มีอยู่ 47 คน”

“ฉัน โจวเข่อเอ๋อ ลุงโหยวกับเซี่ยลี่เหมยไม่รวม คนที่เหลืออีก 43 คน แบ่งเป็นหกกลุ่ม กลุ่มละเจ็ดแปดคน”

“ผลัดกันเฝ้ายาม 24 ชั่วโมง ป้องกันไม่ให้คนจากตึกอื่นบุกเข้ามา”

“ถ้าเจอใครเข้ามา ก็ให้เคาะราวบันไดหรือโลหะอื่นๆ เพื่อแจ้งทุกคน”

“คนที่อยู่ชั้นอื่นๆ พอตื่นขึ้นมา ให้ใช้วิธีนี้ แจ้งคนที่อยู่ชั้นบน”

จางอี้ยืนกอดอก พูดอย่างจริงจัง “รางวัลที่ฉันบอกไปยังคงมีผล ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับรางวัลเป็นอาหารสำหรับห้าคน!”

“ถ้าไม่มีผลงาน แค่เฝ้ายามทุกวันก็จะได้อาหารสำหรับหนึ่งคน แต่ต้องให้คนอื่นเลือกก่อน แถมปริมาณก็ไม่แน่นอน”

พูดจบ จางอี้ก็พูดกับลุงโหยวว่า “ลุงโหยว เรื่องนี้ก็ให้ลุงจัดการแล้วกัน”

ลุงโหยวพยักหน้า “โอเค ไม่มีปัญหา!”

จบบทที่ บทที่ 85 ทำให้ดอกบัวขาวอับอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว