เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 454 สละชีพเพื่อคุณธรรม

บทที่ 454 สละชีพเพื่อคุณธรรม

บทที่ 454 สละชีพเพื่อคุณธรรม


ทุกครั้งที่จิ่วโถวฉง (งูเก้าหัว) พยายามจะโจมตีแลกชีวิต อีกฝ่ายจะถอยฉากทันที ยอมทิ้งความได้เปรียบ เพื่อรักษาความปลอดภัย ไม่ยอมเสี่ยงโดยเด็ดขาด

ไม่มีใครกล้าดูแคลนยอดฝีมือที่เฝ้าเหมืองโยวหมิง (ยมโลก) มากว่าห้าร้อยปี ต่อให้ฆ่าได้ ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป

จิ่วโถวฉงก็สังเกตเห็นกลยุทธ์ของสองจอมมารนี้เช่นกัน ชัดเจนว่าต้องการยื้อเวลา อาศัยจำนวนคนที่มากกว่า ดึงจังหวะการต่อสู้ไปเรื่อยๆ เพื่อให้เขาหมดแรงตายไปเอง

ด้วยวิธีนี้ ฝ่ายตนจะสูญเสียน้อยที่สุด แม้จะต้องใช้เวลามากหน่อยก็ตาม

และในระหว่างการต่อสู้ จอมมารนักกลืนกินยังคอยเยาะเย้ยถากถาง ใช้คำพูดโจมตีจิตใจอยู่ตลอดเวลา

"จิ่วโถวฉง เจ้าหมดทางสู้แล้ว จะดิ้นรนไปทำไม? แค่เจ้ายอมแพ้ ข้ารับรองว่าจะไม่ทำร้ายลูกหลานเจ้า" จอมมารนักกลืนกินแสยะยิ้ม

"ลูกหลานข้า ไม่ต้องการความเมตตาจากเจ้า!"

จิ่วโถวฉงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมเปลี่ยนท่ามือ ตะโกนก้อง

"เก้าขั้วแยกร่าง!"

ทันใดนั้น ร่างกายของจิ่วโถวฉงก็แยกออกจากกัน กลายเป็นเก้าร่างที่เหมือนกันทุกประการ แต่ละร่างมีเพียงหัวเดียว

เท่ากับว่า เขากลายเป็นงูเก้าตัว!

จอมมารนักกลืนกินหรี่ตาลง อุทานด้วยความแปลกใจ "เจ้าถึงกับใช้วิชาเก้าขั้วแยกร่าง อยากตายนักรึไง?"

วิชาเก้าขั้วแยกร่าง แม้จะแยกออกเป็นเก้าร่างได้ แต่พละกำลังก็จะถูกหารเก้าเช่นกัน

แม้จะได้เปรียบเรื่องจำนวน แต่พลังลดลง เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับเดียวกัน การทำแบบนี้ก็เท่ากับรนหาที่ตาย จะถูกจัดการไปทีละตัว!

จิ่วโถวฉงไม่มีทางทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้แน่

"เล่นลูกไม้อะไร? คิดจะทุบหม้อข้าวตัวเอง? หรือว่าจงใจเปิดช่องโหว่ ล่อให้ศัตรูเข้าไปติดกับ เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง?"

จอมมารนักกลืนกินครุ่นคิดในใจ

เพื่อความปลอดภัย แม้อีกฝ่ายจะแยกเป็นเก้าและพลังลดฮวบ แต่จอมมารนักกลืนกินก็ยังไม่ผลีผลามบุกเข้าไป แต่กลับขยายขอบเขตการปิดกั้นประสาทสัมผัส ใช้เขตแดนกลืนกินเข้ากดดัน

ท่ามกลางความมืดมิด สวี่ชิ่งจือเคลื่อนไหววูบวาบต่อเนื่อง

ดาบพิฆาตมังกรในมือเขาส่องประกายเย็นเยียบ ฟันเข้าใส่งูตัวหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขายังเกรงๆ อยู่บ้าง แต่พออีกฝ่ายแยกพลังเป็นเก้าส่วน เขาจะกลัวอะไรอีก?

"ฉับ!!"

เลือดพุ่งกระฉูด ร่างแยกที่ถูกฟันหัวขาดกระเด็น ร่างกายปลิวไปกระแทกผนังหิน

รอยยิ้มมุมปากของสวี่ชิ่งจือกว้างขึ้น ความมั่นใจพุ่งสูง

"จัดการได้หนึ่ง ต่อไปตัวที่สอง!"

สวี่ชิ่งจือเคลื่อนไหวอีกครั้ง เล็งเป้าไปที่งูตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด เงื้อดาบฟันลงไป

"เคร้ง!!"

ทว่า ดาบที่ฟันลงไป กลับไม่มีหัวงูหลุดกระเด็น เหมือนฟันถูกวัตถุแข็งเป๊ก เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

สวี่ชิ่งจือไม่ตื่นตระหนก จะดึงดาบกลับมาฟันซ้ำ แต่กลับพบว่า ดาบของเขาดึงไม่กลับเสียแล้ว

สวี่ชิ่งจือเพ่งมอง

เห็นงูตรงหน้า ตัวสีดำทมิฬ เกล็ดมังกรเปล่งประกายสีม่วงทอง มีสองเขาบนหัว กรงเล็บที่หน้าท้องจับดาบพิฆาตมังกรของเขาไว้แน่น ไม่ขยับเขยื้อน

"เจ้าคือ..." สวี่ชิ่งจือรูม่านตาหดเกร็ง

ในความมืด เขาไม่ทันสังเกตความผิดปกติ แต่ตอนนี้พอกวาดตามอง ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ร่างแยกของอีกฝ่าย ไม่ได้มีเก้าตัว

แต่มี... สิบตัว!

"ถอยเร็ว!"

จอมมารนักกลืนกินตะโกนลั่น สวี่ชิ่งจือรีบปล่อยมือ ดีดตัวถอยหลังทันที

ทันใดนั้น ความมืดมิดก็เข้าครอบงำ พรากประสาทสัมผัสทั้งห้าของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดไป จิตสัมผัสใช้งานไม่ได้ การรับรู้ทั้งหมดหายไป

แม้แต่จิตสำนึกแห่งตัวตนก็เลือนหาย กลายเป็นขอนไม้ไร้ชีวิต

เผชิญหน้ากับเขตแดนที่แข็งแกร่งที่สุดของจอมมารนักกลืนกิน

สวี่เฮยสีหน้าสงบนิ่ง เพียงหยิบผ้าสีดำผืนหนึ่งออกมา ผูกปิดตาไว้

ผ้าผืนนี้ คือของวิเศษที่อวี้เจี้ยนชิวทิ้งไว้ให้

การรับรู้ของสวี่เฮยมารวมอยู่ที่หว่างคิ้ว ไม่ต้องใช้จิตสัมผัส ไม่ต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า สวี่ชิ่งจือก็โดดเด่นราวกับกองไฟในยามค่ำคืน อยู่ตรงหน้าเขานี่เอง! ห่างไปแค่ร้อยจั้ง!

"คิดจะหนีตอนนี้ สายไปแล้ว!"

การรับรู้ของสวี่เฮยถูกปิดกั้น แต่ภายใต้ผ้าปิดตานั้น สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่สวี่ชิ่งจือ

สวี่เฮยพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนู กรงเล็บมังกรตะปบเข้าที่หน้าอก กรงเล็บฉีกนภา!

"ฉววะ!"

หน้าอกของสวี่ชิ่งจือถูกฉีกกระชาก ไม่มีโอกาสแม้แต่จะต่อต้าน ล้มลงกับพื้น แผลฉีกขาดขยายกว้างขึ้น จนร่างแยกออกเป็นสี่ส่วน กลายเป็นกองเลือด

กระบวนท่าเดียว จัดการผู้พิทักษ์ได้เลยเหรอ?

ไม่! ยังไม่จบ!

"ระวัง! เจ้านี่ฆ่าไม่ตาย!" จิ่วโถวฉงส่งกระแสจิตเตือน

"ข้ารู้!" สวี่เฮยหน้าเครียด

กองเลือดบนพื้นยังคงขยับเขยื้อน ในพริบตาก็กำลังจะรวมตัวกันเป็นร่างคน

ในหัวสวี่เฮย นึกย้อนไปถึงวิชาเซียนมังกรคราม กระบวนท่าที่สาม

กระบวนท่านี้ เขาเคยเห็นแค่ครั้งเดียว ชื่อว่า 'เรียกไฟ' (เจาหั่ว) เป็นวิชาอิทธิฤทธิ์ระดับสี่ขั้นสูง ก่อนที่จะทะลวงระดับ สวี่เฮยไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะทำความเข้าใจ

แต่ตอนนี้ เขาเพียงแค่สูดหายใจลึก พลังลมปราณไหลเวียนอย่างรวดเร็วในชีพจรมังกร มารวมตัวกันที่อุ้งมือกรงเล็บมังกร กลายเป็นลูกไฟ

"วิชาเซียนมังกรคราม เรียกไฟ!"

เขาสะบัดมือ เปลวไฟลุกโชนปกคลุมพื้นที่ เผาผลาญกองเลือดบนพื้น

"อ๊าก!!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากกองเลือด สวี่ชิ่งจือร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

ชีวิตของเขากำลังสูญเสีย แม้แต่วิญญาณก็ถูกเผาไหม้

"ครั้งก่อนเจ้าหนีไปได้ ครั้งนี้ ข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้าอีก!"

สวี่เฮยหน้าตาเหี้ยมเกรียม ไฟยิ่งลุกโชน เสียงกรีดร้องของสวี่ชิ่งจือยิ่งแหลมสูง

แต่จอมมารนักกลืนกินกลับไม่มีท่าทีจะเข้ามาช่วย

สวี่เฮยลองสัมผัสดูดวงไฟวิญญาณของสวี่ชิ่งจือ พบว่าไฟวิญญาณไม่มีทีท่าว่าจะมอดลงเลย เจ้านี่ฆ่าไม่ตายจริงๆ หรือเรียกได้ว่าไม่บาดเจ็บด้วยซ้ำ

"สวี่เฮยเจ้ารู้ฉายาข้าไหม?"

เสียงเยาะเย้ยของสวี่ชิ่งจือดังมาจากกองเลือด "ข้าชื่อ จอมมารอมตะ! เจ้าไม่มีวันฆ่าข้าได้หรอก... อ๊าก!!"

พูดไม่ทันจบ สวี่เฮยก็เร่งไฟแรงขึ้น สวี่ชิ่งจือทรมานแสนสาหัส เลือดบิดเบี้ยวในกองเพลิง ค่อยๆ แห้งเหือด เล็กลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงก้อนสุดท้าย

เพียงครู่เดียว เลือดเนื้อของสวี่ชิ่งจือก็ถูกเผาจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่ซาก

แต่เหมือนครั้งก่อน ไฟวิญญาณของสวี่ชิ่งจือยังไม่ดับ

เลือดเนื้อทั้งหมดเป็นแค่ของปลอม ไม่ใช่จุดตายของเขา!

จอมมารนักกลืนกินตระหนักว่า ลำพังตัวคนเดียวคงยากจะฆ่าจิ่วโถวฉงได้ จึงเริ่มคิดถอย ภารกิจครั้งนี้ถือว่าล้มเหลว

แต่พวกเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร อยากมาก็มา อยากไปก็ไป อย่างมากก็แค่เสียลูกน้องไปกลุ่มหนึ่ง

"หึ! ถือว่าเจ้าโชคดีไป!"

จอมมารนักกลืนกินลอยตัวถอยหลัง เตรียมจะออกจากหอเซียน

ทันใดนั้น ร่างที่ลอยขึ้นก็หยุดชะงักกลางอากาศ เหมือนติดใยแมงมุม เห็นเพียงร่างแยกทั้งแปดที่เหลือของจิ่วโถวฉง ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้จัดกระบวนทัพเป็นค่ายกลใยแมงมุมกลางอากาศ ครอบคลุมพื้นที่ ล็อคห้วงมิติไว้อย่างแน่นหนา

"อะไรนะ?" จอมมารนักกลืนกินหน้าเปลี่ยนสี "ใช้กายเนื้อเป็นค่ายกล เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ?"

เจตจำนงแห่งการกลืนกินระเบิดออก พลังชีวิตถูกสูบออกจากร่างแยกของจิ่วโถวฉง เข้าสู่ร่างจอมมารนักกลืนกิน

แม้พลังชีวิตจะหายไป แต่ค่ายกลที่จิ่วโถวฉงวางไว้ก็ยังนิ่งสนิท ตรึงอีกฝ่ายไว้แน่น ขยับไม่ได้

แม้แต่เขตแดนปิดกั้นประสาทสัมผัสที่จอมมารนักกลืนกินกางไว้ ก็ค่อยๆ ถูกเปิดออก

สวี่เฮยเงยหน้าขึ้น สายตาล็อคเป้าไปที่ร่างจอมมารนักกลืนกินที่ถูกตรึงอยู่กลางอากาศ

เพียงพริบตา เขาก็เข้าใจเจตนาของจิ่วโถวฉง นี่คือการใช้ร่างแยกถ่วงเวลาคู่ต่อสู้ ไม่ให้หนี!

สวี่เฮยไม่พูดอะไร ในมือปรากฏกระบี่เล่มหนึ่ง กระบี่มังกรแท้จริง!

"ฟัน!"

สวี่เฮยฟันกระบี่ออกไป ทะลุมิติ ดุจกระบี่ทะลวงดารา แทงเข้าที่หน้าอกของจอมมารนักกลืนกิน ทะลุหัวใจ

"อั๊ก!"

เลือดของจอมมารนักกลืนกินพุ่งกระฉูด กลายเป็นหลุมดำขนาดเล็กหลายลูก พุ่งใส่สวี่เฮย แต่ถูกใยแมงมุมดูดกลับไประหว่างทาง

กายเนื้อ ลมปราณ ทุกสิ่งทุกอย่างของเขา ถูกค่ายกลที่จิ่วโถวฉงวางไว้ กักขังจนหมดสิ้น

จอมมารนักกลืนกินในตอนนี้ คือเป้านิ่ง นอกจากระบายโทสะใส่จิ่วโถวฉงแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้เลย

"ไอ้แก่ ไสหัวไป!"

จอมมารนักกลืนกินคำรามลั่น หลุมดำด้านหลังรวมตัวกันเป็นหอกสีดำ แทงทะลุร่างจิ่วโถวฉงจนเป็นรูพรุน

และภายใต้การกลืนกินอย่างบ้าคลั่ง เนื้อตัวของจิ่วโถวฉงแห้งเหี่ยว จนเกือบจะกลายเป็นฟืน

ในจังหวะนั้นเอง กระบี่ที่สองของสวี่เฮยก็มาถึง!

"ฉับ!"

หัวของจอมมารนักกลืนกินถูกตัดกระเด็น หัวนั้นกลายสภาพเป็นวังวนน้ำวนกลางอากาศ แต่ถูกสวี่เฮยใช้คาถาเรียกไฟเผาจนเกลี้ยง

ในตอนนี้ เนื้อหนังของจิ่วโถวฉงถูกดูดจนแห้ง ร่างแยกทั้งหมดเหลือเพียงกระดูก เหมือนโครงกระดูกงูพันกันอยู่บนท้องฟ้า ตรึงจอมมารนักกลืนกินไว้

จอมมารนักกลืนกินยังไม่ตาย ยังคงยื้อชีวิตตัวเองไว้

สวี่เฮยสีหน้าไม่เปลี่ยน กระบี่มังกรแท้จริงในมือฟันซ้ำอีกครั้ง!

กระบี่ที่สาม!

"ฉึก!!"

หยวนอิงของจอมมารนักกลืนกิน ถูกสวี่เฮยแทงทะลุ แยกเป็นสอง แยกเป็นสี่ จากนั้นถูกแสงกระบี่อันคมกริบสับจนละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กลายเป็นความว่างเปล่า สลายไปจนหมดสิ้น

"จบกันที" สวี่เฮยกล่าวเรียบๆ

เขตแดนแห่งความมืดมิดหายไป

สวี่เฮยปลดผ้าปิดตาออก แสงแดดจากภายนอกส่องลอดเข้ามาในหอเซียน กระทบใบหน้าสวี่เฮย และโครงกระดูกของจิ่วโถวฉง

ซากร่างที่เหลือของจิ่วโถวฉง กลายเป็นโครงกระดูกงูเรียงราย แขวนอยู่กลางอากาศ เป็นรูปใยแมงมุม นิ่งสนิท

สวี่เฮยไม่พูดอะไร โค้งคำนับโครงกระดูกกลางอากาศอย่างสุดซึ้ง

ถ้าจิ่วโถวฉงไม่เสียสละตัวเอง ยอมแลกชีวิตเพื่อตรึงจอมมารนักกลืนกินไว้ สวี่เฮยไม่มีทางฆ่าอีกฝ่ายได้ง่ายๆ แน่

นี่คือยอดฝีมือระดับหยวนอิงขั้นปลาย แถมยังเป็นผู้พิทักษ์ลัทธิเทพสมุทร ไม่ใช่หมูในอวยที่จะฆ่าได้ง่ายๆ!

จิ่วโถวฉงมีชีวิตอยู่มานานพอแล้ว รู้ตัวว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน จึงยอมแยกเป็นเก้าร่าง ยอมเป็นผู้ปิดทองหลังพระ สร้างโอกาสให้สวี่เฮยสังหารศัตรู ทันทีที่สวี่เฮยมาถึง โดยไม่ต้องนัดหมาย เขาก็วางแผนไว้หมดแล้ว

ความเด็ดขาดและจิตใจเช่นนี้ ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญ!

"บุญคุณอันยิ่งใหญ่ของท่านผู้อาวุโส ผู้น้อยจะจดจำไว้ชั่วชีวิต!" สวี่เฮยประสานมือคารวะ

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเก็บศพ ยังเหลือจอมมารอมตะอีกคนที่ยังไม่ถูกจัดการ ศพของจิ่วโถวฉงขวางอยู่ที่นี่ ก็เพื่อปิดตายสถานที่แห่งนี้ ไม่ให้ใครมีโอกาสหนีรอด

สวี่เฮยแผ่จิตสัมผัส ตรวจสอบอย่างละเอียด ทันใดนั้น เขาก็หรี่ตาลง

"ไม่ถูก!"

สวี่เฮยฉุกคิดขึ้นมาได้

จำได้ว่าตอนที่จอมมารฝันร้ายตาย ร่างกายถูกทำลาย แต่ยังมีสสารสีดำหนีเข้าไปในร่างเจียงหยิง

ผู้พิทักษ์สองคนนี้ จะมีความสามารถคล้ายๆ กันหรือเปล่า?

จบบทที่ บทที่ 454 สละชีพเพื่อคุณธรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว