- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 450 เกาะแฝด ศึกปะทะจอมมารฝันร้าย
บทที่ 450 เกาะแฝด ศึกปะทะจอมมารฝันร้าย
บทที่ 450 เกาะแฝด ศึกปะทะจอมมารฝันร้าย
วิชามารฟ้า (เทียนม่อกง) ถ้ามันเทพอย่างที่ไอ้หมาแก่โม้จริงๆ ว่าเป็นหนึ่งในวิชาที่แกร่งที่สุดในโลก สวี่เฮยจะไม่อยากได้ได้ยังไง? ต่อให้ไม่ฝึกเอง เอามาศึกษาอ้างอิงก็ยังดี
"วิชามารฟ้าดีจริง แต่ไม่เหมือนนิสัยเจ้าเลยนะ โดนสิงร่างมารึเปล่า?" สวี่เฮยถามอย่างครุ่นคิด
"สิงพ่องดิ!"
เฮยหวงด่าสวนทันควัน "อะไร ให้ฟรีๆ ไม่เอา จะเอาแบบเสียเงินซื้อใช่ไหม งั้นเอากระบี่นั่นมาแลก ข้าจะยอมแลกวิชามารฟ้าให้"
"เอ่อ... ถือว่าข้าไม่ได้พูดละกัน" สวี่เฮยพึมพำ
เฮยหวงไม่ลีลา พ่นกลุ่มแสงสีดำทมิฬออกมาจากปาก รวมตัวกันเป็นหยกสีดำชิ้นหนึ่ง บนหยกนั้นมีลวดลายซับซ้อนมากมาย ไม่เหมือนค่ายกลใดๆ ที่สวี่เฮยเคยเห็นมาก่อน
"วิชามารฟ้า ไม่ใช่ใครนึกอยากฝึกก็ฝึกได้ ที่ข้าถ่ายทอดให้สวี่ไป๋ไปก่อนหน้านี้เป็นแค่ฉบับย่อขั้นพื้นฐานที่สุด มีแค่ขั้นแรก แต่ในหยกดำชิ้นนี้ คือวิชามารฟ้าฉบับสมบูรณ์" เฮยหวงถือหยกดำไว้ในมือ
สวี่เฮยรับหยกดำมา ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงพลังลึกลับที่ยากจะบรรยายซึมออกมาจากหยกดำ
พลังนี้เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันปั่นป่วน บิดเบี้ยว ไร้ระเบียบ คล้ายกับวิชามารนอกรีตในข่าวลือ แต่สัญชาตญาณของสวี่เฮยกลับไม่ได้ต่อต้านมัน
"เจ้ากำลังสั่งเสียรึเปล่าเนี่ย?" สวี่เฮยจ้องหน้าเขา
"สั่งเสียบ้านป้าแกสิ!" เฮยหวงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ด่ากราด "ข้าแค่เห็นว่าเจ้าพรสวรรค์พอใช้ได้ มีคุณสมบัติพอจะฝึกวิชานี้ได้ ก็เลยถ่ายทอดให้ ดันมาแช่งข้าซะงั้น!"
สวี่เฮยหดคอ เก็บหยกดำเข้าที่
"หมาแก่ ข้าไม่เอาเปรียบเจ้าฟรีๆ หรอก งั้นข้าจะมอบวิชาวชิระกดทับหยวนอิงให้เป็นการแลกเปลี่ยน" สวี่เฮยเสนอ
"คัมภีร์จักรพรรดิขาว (ไป๋ตี้จิง) คิดว่าข้าไม่มีรึไง?" เฮยหวงตาโต
"......" สวี่เฮยพูดไม่ออก
"หึ! คัมภีร์จักรพรรดิขาวก็ไม่เลวหรอก แต่เป็นประเภทเพดานสูง พื้นฐานต่ำ ถ้าไม่ทุ่มเทศึกษาจริงๆ ก็ไม่ต่างจากวิชาทั่วไป แต่วิชามารฟ้าไม่เหมือนกัน"
"วิชามารฟ้าขอแค่ฝึกสำเร็จ ร่างกายจะวิวัฒนาการทันที ทีละขั้น ทีละตอน จนกระทั่งเป็นอมตะ"
"ที่ก่อนหน้านี้ไม่ถ่ายทอดให้ เพราะเจ้ายังไม่มีคุณสมบัติ ร่างกายรับไม่ไหว แต่ตอนนี้ พอจะลองดูได้แล้ว"
จากนั้น เฮยหวงก็โม้วิชามารฟ้าซะวิเศษวิโส ย้ำนักย้ำหนาว่าวิชานี้ข่มพวกมารร้ายได้
สวี่เฮยพยักหน้า ไม่คิดมาก แปะหยกดำลงที่กลางหน้าผาก
หยกดำหลอมรวมเข้าสู่ร่างสวี่เฮยทันที กลายเป็นพลังลึกลับ ไหลเวียนไปตามชีพจรมังกรทั้งเก้า เข้าสู่หยวนอิง ท้ายที่สุด เมล็ดพันธุ์สีดำทมิฬเม็ดหนึ่ง ก็งอกเงยขึ้นที่หยวนอิงของเขา
"หยกดำเมื่อกี้ เรียกว่า 'เมล็ดพันธุ์มาร' เป็นเงื่อนไขแรกในการฝึกวิชามารฟ้า ถ้าไม่มีเมล็ดพันธุ์มาร ต่อให้รู้วิธีฝึก ก็ไม่มีทางฝึกสำเร็จ"
"ดังนั้นวิชามารฟ้านี้ เจ้าถ่ายทอดต่อไม่ได้ ต้องฝึกเองเท่านั้น" เฮยหวงอธิบาย
สวี่เฮยตรวจสอบภายในร่างกาย เมล็ดพันธุ์สีดำทมิฬนั้นยังอยู่ในระยะเริ่มแรก แต่กลับมีพลังลึกลับซึมออกมา ปั่นป่วนและไร้ระเบียบ
นี่เป็นพลังที่คล้ายกับเจตจำนง แต่เหนือกว่าเจตจำนง ยากจะบรรยายด้วยคำพูด
ถ้าสวี่เฮยไม่มีชีพจรมังกร เขาคงรับการหยั่งรากของเมล็ดพันธุ์มารไม่ได้แน่นอน
"เมล็ดพันธุ์มารนี่แพงน่าดูสินะ?" สวี่เฮยถาม
"ให้เจ้าเอาเงินมากองเท่าภูเขาก็ซื้อไม่ได้หรอก ในโลกนี้มีแค่สองเม็ดเท่านั้น!" เฮยหวงเชิดหน้าอย่างภูมิใจ
สวี่เฮยเงียบ
พลังที่ชั่วร้าย ปั่นป่วน ไร้กฎเกณฑ์แบบนี้ มาฝังรากอยู่ในร่างกาย ถ้าเป็นคนอื่นคงรับไม่ได้ แต่สวี่เฮยเลือกที่จะเชื่อใจอย่างไม่มีเงื่อนไข
"จริงสิ แล้วคนอื่นล่ะ?" สวี่เฮยอดถามไม่ได้
"ไปช่วยทะเลตงไห่กันหมดแล้ว ลัทธิเทพสมุทรจะกลืนกินทะเลตงไห่ทั้งหมด เริ่มลงมือแล้ว" เฮยหวงตอบเรียบๆ
แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่สำหรับสวี่เฮย มันเหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
"เจ้าว่าอะไรนะ?"
"ข้าไม่ได้ล้อเล่น นี่คือภาพจำลองเหตุการณ์" เฮยหวงยื่นแผ่นหยกบันทึกภาพให้
สวี่เฮยรับแผ่นหยกมา หลังจากรับรู้ข้อมูลข้างใน ใจก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
สามเกาะใหญ่แห่งทะเลตงไห่ รวมถึงน่านน้ำเกาะเผิงไหล ล้วนถูกโจมตี ยังมีน้ำสีดำทมิฬไร้ที่สิ้นสุดกำลังกัดกินมหาสมุทร ทำให้ทุกอย่างแปดเปื้อน
สวี่เฮยไม่พูดพร่ำทำเพลง เตรียมจะพุ่งตัวไปช่วยทันที
เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า ระหว่างที่เขาเก็บตัว เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นได้ยังไง
แต่ไปตอนนี้ จะทันไหมนะ?
"ตื่นตูมอะไร? ข้าอยู่ตรงหน้าเจ้าทั้งคน ยังจะต้องรีบร้อนเดินทางเองอีกเหรอ?" เฮยหวงแค่นหัวเราะ
สวี่เฮยชะงัก จ้องมองเฮยหวงเขม็ง
เฮยหวงสะบัดอุ้งเท้าสุนัข ค่ายกลขนาดมหึมาและซับซ้อนปรากฏขึ้นใต้เท้าเขา
ค่ายกลเคลื่อนย้าย!
ไม่ใช่ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะสั้น (ต้าหนัวอี๋) แต่เป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ข้ามผ่านภูเขาลำเนาไพร ไปถึงอีกฟากฝั่งได้ในพริบตา
วิชาสร้างค่ายกลเคลื่อนย้าย ว่ากันว่าสาบสูญไปนานแล้ว และเงื่อนไขในการสร้างก็โหดหินมาก ยุคปัจจุบันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างสำเร็จ สวี่เฮยเคยเห็นแค่ที่ลัทธิเทพสมุทรเท่านั้น
"ไปเลยไหม?" เฮยหวงยิ้ม
สวี่เฮยพยักหน้าหนักแน่น "แน่นอน!"
…………
ทะเลตงไห่ เกาะร้างแห่งหนึ่ง
นี่คือเกาะแรกที่สวี่เฮยเคยมาเยือน จุดหมายปลายทางของค่ายกลเคลื่อนย้ายตั้งอยู่บนเกาะนี้
"วิ้ง!!"
แสงสว่างวาบ ห้วงมิติกระเพื่อมอย่างรุนแรง ผ่านไปสิบกว่าลมหายใจ สองร่างก็ปรากฏขึ้นบนเกาะ
สวี่เฮยและเฮยหวงนั่นเอง
สวี่เฮยแผ่จิตสัมผัส ตรวจสอบภูมิประเทศรอบๆ แล้วกล่าวว่า "ที่นี่ใกล้เกาะแฝด (ซวงจื่อเต่า) ที่สุด ไปที่นั่นก่อน!"
เขาลอยตัวขึ้น ดุจมังกรทะยานฟ้า หางม้วนเมฆ เร่งความเร็วสูงสุดมุ่งหน้าสู่เกาะแฝดด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ
ความเร็วนี้ เร็วกว่าก่อนที่เขาจะทะลวงระดับถึงสามเท่า!
…………
เกาะแฝด
หน้ากากผี (กุ่ยเมี่ยน) ผู้บำเพ็ญระดับหยวนอิงขั้นปลาย เพราะเขามีเจตจำนงแห่งความกลัวโดยกำเนิด จึงมีภูมิคุ้มกันต่อวิชาของจอมมารฝันร้ายในระดับหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถูกจ้างมาจัดการกับจอมมารฝันร้าย
การต่อสู้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หน้ากากผีจากที่เคยได้เปรียบ เริ่มตกเป็นรอง
เพราะจอมมารฝันร้าย ฆ่าไม่ตาย
ไม่ว่าจะถูกฟันจนร่างเละกี่ครั้ง ก็สามารถสร้างร่างใหม่ได้ และทุกครั้งที่ถูกฆ่า เจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น จนสุดท้าย แม้แต่หน้ากากผีก็เริ่มรับมือไม่ไหว
"ในฐานะนักล่าค่าหัว ควรรู้จักดูตาม้าตาเรือ งานบางอย่าง ไม่ใช่แค่อยากทำก็ทำได้!"
เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกของจอมมารฝันร้ายดังขึ้น ใบหน้าที่บิดเบี้ยวฉายขึ้นบนท้องฟ้า เงยหน้ามองไป ทั่วฟ้าเต็มไปด้วยลูกตา หนวดระยาง และสิ่งบิดเบี้ยวมากมาย
เจตจำนงของเขา ปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะแฝด
เพียงครึ่งชั่วยาม ชาวบ้านนับไม่ถ้วนกลายเป็นบ้า สติแตกเพราะความกลัว หรือแม้กระทั่งตกใจตาย ความกลัวของคนเหล่านี้เอง ที่ทำให้จอมมารฝันร้ายแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เขากินความกลัวเป็นอาหาร ดูดซับพลังแห่งความกลัว เพื่อเสริมสร้างพลังให้ตัวเอง
ชาวบ้านทั้งเกาะ คือเหยื่อของเขา
"หน้ากากผี เจ้ากับข้าต่างก็เป็นพวกนอกรีต มาร่วมมือกันล้างบางโลกโสโครกนี้ดีกว่าไหม?"
จอมมารฝันร้ายพูดจาหว่านล้อม เสียงดั่งมารกระซิบ กระบวนท่าของหน้ากากผียังคงดุดัน แต่การเคลื่อนไหวกลับเชื่องช้าลงเรื่อยๆ
"หน้ากากผี ตอนเด็กบ้านเจ้าไฟไหม้ รอดตายมาได้แต่หน้าตาอัปลักษณ์ เพราะหน้าตาน่าเกลียด คนในหมู่บ้านเลยมองเจ้าเป็นตัวประหลาด"
"เพื่อนสมัยเด็กของเจ้า เป็นบ้าเพราะเห็นหน้าเจ้าตอนกลางคืน สำนักของเจ้า ขับไล่เจ้าเพราะความอัปลักษณ์!"
"แม้แต่คนที่เจ้าช่วยชีวิตตอนจมน้ำ ก็ยังใส่ร้ายว่าเจ้าเป็นคนทำให้จมน้ำเพราะหน้าตาของเจ้า ครอบครัวนางยังจะฆ่าเจ้าทิ้ง!"
"ส่วนเจ้า หน้ากากผี! เจ้ากลับเลือกที่จะยอมจำนน สวมหน้ากาก!"
"คนวางเพลิงลอยนวล ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่เจ้ากลับต้องหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนหนู สวมหน้ากากปิดบังตัวตน ช่างน่าสมเพชจริงๆ! หน้ากากผี!"
เสียงของจอมมารฝันร้าย ราวกับภูตผี ไหลเข้าสู่สมองของหน้ากากผีอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการปะทะกัน ทำให้จิตใจที่เคยแน่วแน่เริ่มสั่นคลอน
"คนผิดไม่ใช่เจ้า คนที่วางเพลิงเผาเจ้า คนที่ใส่ร้ายเจ้าต่างหาก!"
ขณะที่จอมมารฝันร้ายกำลังพูด กระบี่คมกริบก็แทงทะลุลำคอของเขาอีกครั้ง คมกระบี่ตวัด หัวของจอมมารฝันร้ายกระเด็นหลุด
หน้ากากผีกล่าวเสียงเย็น "ไม่มีใครผิด โลกใบนี้มันก็เป็นแบบนี้เอง!"
หัวของจอมมารฝันร้ายที่กระเด็นออกไป จู่ๆ ก็มีหนวดระยางพุ่งออกมา คว้าคอที่ขาด แล้วดึงกลับมาต่อกันใหม่อย่างรวดเร็ว
"หึๆ นึกว่าเจ้าไม่มีความรู้สึกซะอีก ที่แท้ เจ้าก็มีอารมณ์เหมือนกันนี่!" จอมมารฝันร้ายยิ้มอย่างผู้ชนะ
หน้ากากผีรู้ตัวว่าพลาดท่า
"ปัง!!"
หน้ากากของเขาแตกกระจาย เลือดพุ่งกระฉูด เผยให้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวน่ากลัว ร่างกายของเขาลุกเป็นไฟ เผาผลาญทั้งร่าง
ร่างกายของหน้ากากผี คือเชื้อเพลิงชั้นดี ไฟยิ่งลุกโชน เหมือนไฟไหม้ในวัยเด็ก เหมือนฝันร้ายชั่วชีวิตที่ตามหลอกหลอน ล้อมเขาไว้ หนีไปไหนไม่พ้น!
เขาเพิ่งตระหนักว่า สิ่งที่จอมมารฝันร้ายกลืนกิน ไม่ใช่แค่ความกลัว แต่รวมถึงอารมณ์อื่นๆ ด้วย
ขอแค่อารมณ์รุนแรง ก็สามารถถูกกลืนกินได้หมด
เจตจำนงของจอมมารฝันร้าย วิวัฒนาการแล้ว!
"ข้า... แพ้แล้วหรือ?"
ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นมาตรงหน้าหน้ากากผี ราวกับภาพย้อนอดีต
การต่อสู้ของยอดฝีมือ ผลแพ้ชนะวัดกันที่ชั่ววูบเดียว
ตั้งแต่วินาทีที่เขาถูกกระตุ้นความทรงจำ ผลลัพธ์ก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
หลังจากกลายเป็นนักล่าค่าหัวที่แข็งแกร่งที่สุด นิสัยของเขาก็เย็นชาดุจน้ำแข็ง ไม่มีอะไรทำให้เขากลัวได้ ฝันร้ายเดียวของเขา คือไฟไหม้ครั้งใหญ่ในวัยเด็กที่ทำลายชีวิตเขา
คนไม่ใช่ต้นไม้ใบหญ้า ไม่มีใครรักษาความเยือกเย็นได้ตลอดกาล รวมถึงเขาที่เป็นนักล่าค่าหัวที่แข็งแกร่งที่สุด ก็มีจุดอ่อน จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียว
"จบกัน!"
ปากขนาดมหึมาอันน่าสยดสยองพุ่งเข้ามา กลืนกินหน้ากากผีเข้าไป เขาได้ยินเสียงเคี้ยวร่างกาย เสียงกระดูกแตกละเอียด
แต่ทันใดนั้น ทุกอย่างก็เงียบลง
ร่างกายของจอมมารฝันร้ายหยุดนิ่งกะทันหัน
เบื้องหน้าเขา ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ปรากฏมังกรเจียวสีดำทมิฬตัวหนึ่ง บนเกล็ดมังกรสีดำนั้น มีประกายสีม่วงทองแวววาว แฝงพลังสายฟ้า
บนหัวมีเขายาวสองข้าง ใต้ท้องมีสองกรงเล็บ ดวงตาดุจเทพเจ้ามองลงมา จ้องมองจอมมารฝันร้ายที่กำลังกลืนกินหน้ากากผี นิ่งสนิทไม่ไหวติง
แม้แต่จอมมารฝันร้าย ก็ไม่ไหวติงเช่นกัน
ไม่ใช่เขาไม่อยากขยับ แต่เขา... สูญเสียการควบคุมร่างกายไปแล้ว!