เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 9

ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 9

ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 9


ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 9

ซูชิงจู้เดินนำเย่เฟยไปทางประตู

เย่เฟยไม่ได้ปฏิเสธ เขารู้ว่าซูชิงจู้มีเรื่องอยากจะคุยกับเขา เขาเองก็อยากรู้ว่าเรื่องอะไรเช่นกัน

'โฮสต์ ใช้โอกาสนี้ล่ะ โอกาสที่คุณจะได้อยู่กันสองต่อสองกับซูชิงจู้ไม่ได้มีมาบ่อยๆนะ' ทันใดนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้น

เย่เฟยเพียงยิ้มบาง

ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันออกจาห้องรับแขก

ท่าทางของซูชิงจู้ยังคงดูเย็นชาเหมือนแต่ก่อน

ขณะที่ซูชิงจู้นำเย่เฟยเดินผ่านสระน้ำของวิลล่า จู่ๆซูชิงกู้ก็เปิดปากพูดขึ้นว่า "คุณชายเย่ วันนี้ต้องขอบคุณคุณที่ช่วยปู่ของฉันเอาไว้ ฉันรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ"

"คุณหนูซูสุภาพไปแล้ว" เย่เฟยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เมื่อเขาตอบกลับมาแค่นี้ บรรยากาศรหว่างทั้งสองก็กลายเป็นอึดอัดทันที

ซูชิงจู้เม้มริมฝีปากก่อนจะพูดว่า "ปู่ของฉันยังไม่หายดี ไม่รู้ว่าคุณพอจะมีเวลามารักษาท่านด้วยการฝังเข็มอีกหรือเปล่า? ฉันเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของท่าน"

"ครับ คุณปู่ซูเองก็เป็นผู้อาวุโสของผมเช่นกัน นี่เป็นสิ่งที่ผมสมควรทำอยู่แล้ว" เย่เฟยตอบ

นับแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด เย่เฟยไม่ได้เอ่ยถึงซูชิงจู้แม้แต่น้อย

ซูชิงจู้เม้มปาก จากนั้นจึงพูดขึ้นเบาๆ "ขอบคุณ"

พูดจบ เธอก็นิ่งเงียบไป

เธอเป็นคนไม่ค่อยพูด ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าจะชวนเย่เฟยคุยเรื่องอะไรดี

เย่เฟยก็ไม่ได้พูดอะไร ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าอยากจะคุยกับซุชิงจู้

อย่างไรก็ตาม เพียงเงียบได้ครู่หนึ่ง ระบบก็ส่งเสียงออกมาด้วยความกังวล 'โฮสต์ นี่เป็นโอกาสดีที่จะสานสัมพันธ์กับซูชิงจู้เชียวนะ คุณต้องคว้าโอกาสนี้ไว้สิ เร็วเข้า ชวนเธอคุยเร็ว!'

'เงียบน่า' เย่เฟยบอกระบบให้เงียบ

เย่เฟยมีแผนการในใจอยู่แล้ว

ได้ยินคำตอบของเย่เฟย ระบบก็ไม่พอใจพลางส่งเสียงฮึ่มๆออกมา กระนั้นก็ยังเงียบแต่โดยดี

เย่เฟยและซูชิงจู้ไม่มีใครพูดอะไรอีกตลอดทางจนกระทั่งมาถึงประตูทางเข้าของวิลล่า

ขณะที่เย่เฟยกำลังจะเดินออกจากประตู ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงของซูชิงจู้อีกครั้ง

ซูชิงจู้มองเย่เฟยด้วยดวงตาสดใสขณะที่เปิดปากขึ้นว่า "เย่เฟย คุณไปเรียนรู้วิธีการฝังเข็มมาจากที่ไหนเหรอ? ทักษะการฝังเข็มของคุณยอดเยี่ยมมาก"

นี่เป็นข้อสงสัยที่ติดอยู่ในใจซูชิงจู้ตั้งแต่ที่ได้เห็นเขาแสดงฝีมือ

เย่เฟยไปร่ำเรียนทักษะการฝังเข็มมาตอนไหนกัน?

ทำไมฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน?

เย่เฟยจึงตอบกลับว่า "คุณหนูซู ก็คุณไม่เคยถามผมนี่ว่าผมฝังเข็มได้รึเปล่า"

ซูชิงจู้พลันชะงักกึกจนทำให้กระโปรงของเธอแนบเนื้อจนเผยเอวอ้อนแอ้นและส่วนโค้งเว้าออกมา

เย่เฟยเหลืองมองดู โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกและก้นอันกลมกลึงนั้น จากประสบการณ์ของเขาแล้วก็บอกได้เลยว่า นี่เป็นลักษณะของผู้หญิงที่เหมาะจะอยู่บ้านเป็นภรรยาที่สุด

เย่เฟยเบือนหน้าหลบก่อนจะพูดขึ้นเบาๆว่า "คุณหนูซู ก่อนหน้านี้ผมเคยตามจีบคุณ หลงใหลได้ปลื้มคุณสุดๆ ผมรู้ว่าคุณชื่นชอบการขี่ม้าและจัดดอกไม้ แต่คุณล่ะ รู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้าง?"

ซูชิงจู้ตกตะลึงเล็กน้อย บนใบหน้าอันเย็นชานั้นปรากฏสีหน้าที่ดูซับซ้อนขึ้นมา

เย่เฟยยักไหล่ก่อนจะพูดอย่างไม่ใส่ใจอะไรว่า "ดูเหมือนคุณจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลย รู้เรื่องของผมก็แค่ตอนที่อยู่ด้วยกันเท่านั้น ดูเหมือนว่าคุณจะมองว่าผมเป็นพวกไร้แก่นสารน่ารำคาญสินะ คุณรู้ไหมว่านั่นทำให้ผมรู้สึกเจ็บอยู่ในใจ"

คำพูดของเย่เฟยนั้นทั้งตรงไปตรงมาและออกจะแรงอยู่บ้าง

ในนิยายนั้น คุณชายเย่หลงใหลและทุ่มเทความรักให้ซูชิงจู้หมดใจ

แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ไม่อาจตำหนิซูชิงจู้ไปซะทั้งหมด

สุดท้าย คุณชายเย่ก็จะได้รู้ว่าซูชิงจู้นั้นเป็นโรคกลัวผู้ชาย ดังนั้นจึงปฏิเสธการเข้าหาจากเพศตรงข้าม

ตามเนื้อเรื่องในนิยายนั้น แม้แต่พระเอกอย่างเฉินหลัวก็ยังต้องชนกับกำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากนั้นเย่เฟยตอนนี้ยังสงสัยว่า ท่าทีที่เปลี่ยนไปของซูชิงจู้นั้นอาจจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากรัศมีของตัวเอกที่เขาแย่งชิงมา

"ฉัน...." ซูชิงจู้เปิดปากจะพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน

เพราะสิ่งที่เย่เฟยนั้นล้วนแต่เป็นความจริง

เธอไม่เคยสนใจเย่เฟยเลย แม้ว่าเย่เฟยจะกระตือรือร้นที่จะเอาใจใส่เธอ แต่เธอกลับไม่เคยจะเรียนรู้เรื่องราวอะไรของเขาเลยแม้แต่น้อย

นั่นก็เพราะว่าเธอเป็นโรคกลัวผู้ชาย ดังนั้นซูชิงจู้จึงปิดใจ และไม่อยากจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชายคนใด

พอได้ฟังคำพูดของเย่เฟยแล้ว เธอก็รู้สึกผิดขึ้นมา

บางที นี่อาจจะเป็นความผิดของเธอจริงๆ?

"คุณหนูซู คุณป่วย เป็นอาการป่วยทางด้านจิตใจ" จู่ๆเย่เฟยก็พูดขึ้น

ซูชิงจู้ขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไง?"

คำพูดไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของเย่เฟยที่อยู่ๆก็บอกว่าเธอป่วยทำให้ซูชิงจู้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ในใจลังเลว่าจะพูดความจริงออกมาดีไหม

เย่เฟยจ้องดวงตาที่ใสกระจ่างราวกับสายน้ำนั้นก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ "คุณไม่ทราบปัญหาของตัวคุณเองงั้นเหรอ? คุณหนูซู ดูเหมือนว่าคุณจะมีปัญหากับการปฏิสัมพันธ์กับผู้ชาย"

"ฉัน....." ซูชิงจู้พลันลนลาน จู่ๆเย่เฟยก็พูดโพล่งความลับที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้ออกมา เธอจะไม่ตกใจได้ยังไง?

เห็นท่าทางของเธอแล้ว เย่เฟยก็พูดต่อ "คุณหนูซู สถานการณ์ของคุณตอนนี้นั้นอันตรายมาก หากคุณยังเอาแต่หลบเลี่ยงต่อไป คุณจะไม่เพียงแค่ไม่อยากจะพูดคุยกับผู้ชายเท่านั้น แต่มันอาจทำให้คุณกระทั่งไม่อยากจะปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก กลายเป็นคนเก็บตัวและซึมเศร้า"

สีหน้าของซูชิงจู้ซีดลงเล็กน้อย เธอส่ายหน้าและยังคงไม่พูดอะไร

เห็นซูชิงจู้เงียบไป เย่เฟยก็พูดปลุกเร้าให้เธอลุกขึ้นสู้ต่อ

เย่เฟยพูดว่า "คุณหนูซู หากผมเดาไม่ผิด เรื่องนี้คงเกิดขึ้นก็เพราะคุณเคยเห็นพ่อของคุณใช้ความรุนแรงในครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เกิดเงามืดขึ้นภายในใจ คุณเลยรู้สึกปฏิเสธการเข้าหาจากผู้ชายทุกคนใช่มั้ย?"

"ด้วยความเคารพเลยนะ ความคิดของคุณออกจะสุดโต่งไปสักหน่อย ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนในโลกนี้หรอกนะที่จะทำร้ายผู้หญิงเหมือนกับที่พ่อของคุณเคยทำ"

"ถ้าคุณยังคงปิดใจตัวเองแบบนี้ต่อไป สุดท้ายมันก็จะทำร้ายทั้งครอบครัวของคุณและตัวคุณเอง"

"คุณปู่ของคุณจะต้องรู้สึกเสียใจเพราะไม่อาจช่วยอะไรคุณได้ และคุณอาจจะต้องจากโลกนี้ไปด้วยความโดดเดี่ยว"

คำพูดของเย่เฟยนั้นทั้งเฉียบคมและตรงไปตรงมา

ซูชิงจู้พลันเงยหน้าขึ้น ใบหน้าอันงดงามนั้นซีดขาวอยู่บ้าง

เย่เฟยรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?

เขารู้ความลับของเธอได้ยังไง?

เงามืดในวัยเด็กของเธอนั้น ควรจะมีแต่เธอและปู่ของเธอเท่านั้นที่รู้สิ

คำพูดอันแหลมคมของเย่เฟยได้ทำลายปราการในจิตใจของซูชิงจู้!

จบบทที่ ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 9

คัดลอกลิงก์แล้ว