เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ไม่ขัดสนเรื่องเงิน

บทที่ 4 ไม่ขัดสนเรื่องเงิน

บทที่ 4 ไม่ขัดสนเรื่องเงิน


เมื่อเห็นเจียงเนี่ยน เจียงมิ่งก็ยิ่งหงุดหงิด!

เธออุตส่าห์กล่อมให้พ่อแม่ยอมให้เงินมาสองแสนหยวน ตั้งใจจะไปกว้านซื้อของกักตุน แต่กลับถูกพวกเขาดึงตัวไว้ชวนคุยจนไม่ได้ออกจากบ้านทั้งวัน

โง่เง่าที่สุด วันสิ้นโลกกำลังจะมาแล้วแท้ๆ ดันมาขัดขวางการกักตุนของเธอ ถ้าถึงเวลาต้องอดตายก็เพราะพวกเขานั่นแหละ!

เจียงมิ่งกัดฟันถลนตาใส่เจียงเนี่ยน ก่อนจะเริ่มดำเนินตามแผนการของเธอ

“พ่อคะ แม่คะ เมื่อก่อนตอนหนูยังไม่กลับมา เจียงเนี่ยนจะครองตำแหน่งลูกสาวแทนหนูก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้หนูกลับมาแล้ว ก็ควรให้เธอกลับบ้านของเธอไปได้แล้วค่ะ!”

เธอต้องการให้เจียงเนี่ยนรู้ว่า หากปราศจากตระกูลเจียงแล้ว เจียงเนี่ยนก็ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง!

เจียงกั๋วชิงกำลังจะอ้าปากพูด เจียงมิ่งก็เริ่มอาละวาดทันที

“หนูไม่สน! หนูต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ๆ ของพ่อกับแม่ อย่ามาพูดนะว่าเธอก็เป็นลูกสาวตระกูลเจียงเหมือนกัน!”

“ถ้าพ่อกับแม่ตัดใจให้เธอไปไม่ได้ งั้นหนูไปเองก็ได้!”

พูดจบเจียงมิ่งก็ทำท่าจะเดินออกจากบ้านไป พ่อแม่ตระกูลเจียงรีบเข้าไปขวางไว้ทันที

“อย่าพูดจาเหลวไหล พ่อกับแม่ต้องเอาลูกสาวอย่างหนูอยู่แล้ว!”

“หนูเพิ่งกลับมา จะทิ้งพวกเราไปอีกได้ยังไง?”

เจียงเนี่ยนยืนอยู่ด้านข้าง ราวกับเป็นคนนอก

เธอมองดูพ่อแม่ตระกูลเจียงคอยปลอบประโลมเจียงมิ่งเงียบๆ สุดท้ายเธอก็หลุดยิ้มออกมาอย่างไร้เสียง

เธอหยิบบัตรธนาคารที่พ่อแม่ตระกูลเจียงเคยให้ไว้ออกมาจากกระเป๋า

“พ่อคะ แม่คะ บัตรใบนี้คืนให้ค่ะ เงินข้างในหนูยังไม่ได้แตะต้องเลย”

“หนูขอบคุณพ่อกับแม่มากที่เลี้ยงดูหนูมาหลายปี ในเมื่อน้องสาวพูดแบบนี้ งั้นหนูจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”

สีหน้าของพ่อแม่ตระกูลเจียงเปลี่ยนไป หลี่จิ้งอู๋ผลักบัตรคืนใส่ไม้มือเจียงเนี่ยน

“เนี่ยนเนี่ยน มิ่งมิ่งเขายังเด็กไม่ประสีประสา คำพูดพวกนั้นลูกอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ”

พวกเขารู้ดีว่าเจียงกั๋วซวินและภรรยาไม่ขัดสนเรื่องเงิน ส่วนเจียงถิงผู้เป็นหลานชายก็ยิ่งหาเงินเก่ง เจียงเนี่ยนคือแก้วตาดวงใจของทั้งสามคน เธอไม่เคยขาดแคลนเงินทองเลย

ในทางกลับกัน หลายปีมานี้เพราะมีเจียงเนี่ยนอยู่ พวกเขาจึงได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวเจียงกั๋วซวินจนธุรกิจขยายใหญ่โตขึ้นมาก

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่จิ้งอู๋ก็กุมมือเจียงเนี่ยนพลางโอ๋ว่า:

“เด็กดี ลูกอยู่ที่บ้านนี้ต่อไปอย่างสบายใจเถอะนะ”

แต่เจียงมิ่งกลับทนไม่ได้ เธอแย่งบัตรธนาคารไปทันที “ถ้าเจียงเนี่ยนไม่ไป หนูไปเอง!”

พ่อแม่ตระกูลเจียงต้องขวางและปลอบกันยกใหญ่อีกรอบ จนสุดท้ายเมื่อถูกบีบจนไม่มีทางเลือก จึงได้แต่พูดกับเจียงเนี่ยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“เนี่ยนเนี่ยน มิ่งมิ่งเพิ่งกลับมา อารมณ์เขายังแปรปรวน เอาเป็นว่าช่วงไม่กี่วันนี้ลูกช่วยลำบากหน่อย...”

“หนูเข้าใจแล้วค่ะ” เจียงเนี่ยนพูดตัดบทเจียงกั๋วชิงแล้วหันหลังเดินออกไปทันที

เมื่อขึ้นรถ ลุงหลี่ก็รู้สึกประหลาดใจ “คุณหนู นี่มัน...?”

“ไปที่ไห่ซูค่ะ”

ลุงหลี่ตกใจมาก “ดึกขนาดนี้แล้ว พวกเขาไล่คุณหนูออกมาเหรอครับ?!”

“หนูเลือกจะไปเองค่ะ” เจียงเนี่ยนตอบเรียบๆ

อย่างไรเสียเธอก็ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ตระกูลเจียงมาสิบปี จะบอกว่าไม่มีความผูกพันเลยก็คงโกหก

แม้เดิมทีจะมีแผนจะย้ายออกมาอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นพวกเขาทำเช่นนี้เพื่อเจียงมิ่งเข้าจริงๆ ในใจของเจียงเนี่ยนก็รู้สึกเย็นเยียบขึ้นมา

ก็ดีเหมือนกัน เช่นนี้เธอจะได้ไม่ต้องขอให้พี่ชายและคนของพ่อแม่คอยคุ้มครองเหมือนในชาติก่อนอีกต่อไป

เช้าตรู่วันต่อมา เจียงเนี่ยนนึกถึงของในมิติขึ้นมา

เธอมุ่งตรงไปยังห้องครัว นำของที่ใส่ไว้เมื่อวานออกมาจากมิติ

ผักและผลไม้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังดูสดกว่าผักในตู้เย็นเสียอีก

ยิ่งพวกเนื้อสัตว์แช่แข็ง น้ำแข็งไม่มีการละลายเลยสักนิด!

เยี่ยมมาก!

เวลาในมิติของเธอหยุดนิ่ง! เท่ากับว่ามันมีฟังก์ชันรักษาความสดในตัว

เธอสามารถกักตุนของสดได้แล้ว

นับถอยหลังวันสิ้นโลก: อีก 2 วัน

เจียงเนี่ยนรีบไปซื้อเครื่องกรองน้ำ แผงโซลาร์เซลล์ เครื่องปั่นไฟ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จดไว้เมื่อวานทันที และสั่งให้ไปส่งที่โรงงานตามระเบียบ

จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังตลาดของสด

อาหารสดที่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าซื้อ ตอนนี้ซื้อได้แล้ว!

แต่พื้นที่มิติมีจำกัด ซื้อมากเกินไปไม่ได้

เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เธอซื้ออย่างละหลายพันชั่งในทุกสายพันธุ์ และสั่งให้มาส่งที่โรงงานตอนหกโมงเย็น

ถึงเวลานั้นเธอจะไปเก็บเข้ามิติในขณะที่วัตถุดิบยังสดอยู่

หลังจากซื้อของพวกนี้เสร็จ เจียงเนี่ยนก็ไม่หยุดพัก เธอใช้ชื่อบริษัทหัวทิงกรุ๊ปของเจียงถิง จัดซื้อยาสามัญและยาเวชภัณฑ์ชุดสุดท้ายที่มีในสต็อกพร้อมส่งของเมืองไห่ซื่อ

ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของศูนย์กลางย่านธุรกิจเมืองไห่ซื่อ

“พี่เสิ่นครับ อีกฝ่ายบอกว่ายาชุดนั้นเพิ่งถูกขายออกไป ถ้าเราจะสั่งต้องรอของอีกหนึ่งสัปดาห์ครับ”

หลวี่สือวางสายโทรศัพท์แล้วรายงานต่อเสิ่นอี้

เสิ่นอี้ยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่

“คนซื้อคือใคร?”

หลวี่สือตอบว่า “บริษัทหัวทิงกรุ๊ปครับ”

“หัวทิง?” เสิ่นอี้เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ “ฝีมือเจียงถิงเหรอ? ไม่สิ ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ที่เมืองไห่ซื่อ”

เครือข่ายข้อมูลของตระกูลเสิ่นกว้างขวางมาก พวกเขาให้ความสนใจบริษัทชั้นนำในเมืองไห่ซื่ออยู่เสมอ

หลวี่สือ: “คนที่ออกหน้าประสานงานคือคุณหนูวัยรุ่นคนหนึ่งครับ เธอมีอำนาจตัดสินใจสูงมาก ทั้งเซ็นชื่อและรูดบัตรจ่ายเงินเธอตัดสินใจคนเดียวได้เลย”

เสิ่นอี้ครุ่นคิด “นัดเธอซะ”

“มีคนต้องการพบฉัน?”

เจียงเนี่ยนพบว่าประสิทธิภาพในการไปไล่ซื้อของด้วยตัวเองนั้นต่ำเกินไป เธอจึงไปที่บริษัทของเจียงถิง จัดแจงพนักงานที่ไว้ใจได้ให้ไปดำเนินการจัดซื้อในนามบริษัทแยกย้ายกันไป รวมถึงไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับวิลล่าและโรงงานด้วย

“ใครกัน? มาทำอะไร?” เจียงเนี่ยนถามเลขานุการ

“ผู้สืบทอดของตระกูลเสิ่นจากเมืองจิงซื่อค่ะ ไม่ได้บอกว่ามาทำอะไร”

ราวกับกลัวเจียงเนี่ยนจะไม่รู้ฐานะของอีกฝ่าย เลขานุการจึงเสริมว่า:

“ตระกูลเสิ่นในเมืองจิงซื่อเป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในจิงซื่อ หรืออาจจะในประเทศเลยก็ว่าได้ เป็นระดับจุดสูงสุดของพีระมิดค่ะ”

“ผู้สืบทอดของตระกูล เสิ่นอี้ ไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะมาก่อน มีข่าวลือว่าเขาทำงานเฉียบขาดและมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมากค่ะ”

เจียงเนี่ยนฟังเลขาร่ายยาวก็รู้ว่าต้องการจะสื่อความหมายเดียว คือไม่สามารถปฏิเสธฝ่ายตรงข้ามได้

“รับทราบแล้ว จัดการนัดมาได้เลย”

ไม่ถึงสิบนาที เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น

“คุณหนูเจียง คุณเสิ่นมาถึงแล้วค่ะ”

“เชิญเข้ามา”

เจียงเนี่ยนวางตารางแผนการกักตุนของลง สายตาเลื่อนไปที่ประตู

เธออยากจะเห็นนักว่า ผู้สืบทอดตระกูลเสิ่นที่ร่ำลือกันว่าลึกลับและทรงอำนาจจะมีกี่ตากี่จมูก ถึงขนาดทำให้เลขาคนเก่งของพี่ชายกลัวว่าเธอจะปฏิเสธไม่ยอมเจอเขาขนาดนี้

ประตูถูกเปิดออก เลขานำทางคนเข้ามา

“เชิญค่ะประธานเสิ่น”

ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามา กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่าน รองเท้าหนังแกะทำมือสีดำเหยียบลงบนพรมอย่างไร้เสียง แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับเหยียบลงไปในหัวใจของผู้คน

สูทสั่งตัดพิเศษสีเข้มขับให้รูปร่างดูสง่างามยิ่งขึ้น กลิ่นอายดูสูงศักดิ์และห่างเหิน

ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบและหล่อเหลายิ่งกว่าดาราชายระดับท็อป ดึงดูดให้พนักงานหญิงหลายคนแอบเบียดเสียดกันแอบดูอยู่ด้านนอก

เจียงเนี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจ

เป็นเขานี่เองเหรอ?

ผู้ชายที่จะแย่งโรงงานเธอเมื่อวาน? ที่แท้คือผู้สืบทอดตระกูลเสิ่นแห่งจิงซื่อ? เสิ่นอี้?!

สายตาของเสิ่นอี้ก็ตกลงบนร่างของเจียงเนี่ยนที่อยู่หลังโต๊ะทำงานเช่นกัน

แววตาของเขาฉายความประหลาดใจออกมาอย่างชัดเจน

ชื่อเสียงเรื่องการตามใจน้องสาวของเจียงถิงเลื่องลือไปไกล ที่แท้เธอก็คือเจียงเนี่ยน น้องสาวของเจียงถิงงั้นหรือ?

เสิ่นอี้เก็บซ่อนอารมณ์ มุมปากยกยิ้มอย่างพอเหมาะพอเจาะ

“คุณหนูเจียง ไม่นึกเลยว่าจะได้พบกันเร็วขนาดนี้”

น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งระลอกคลื่น ราวกับว่าการกระทบกระทั่งกันเมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้น

“คุณเสิ่น มีธุระอะไรจะคุยคะ?” เจียงเนี่ยนเข้าประเด็นทันที ไม่อยากอ้อมค้อม

เสิ่นอี้โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ประสานมือวางไว้บนโต๊ะ

“ยาสามัญชุดที่คุณหนูเจียงซื้อไปในวันนี้ พอจะแบ่งขายให้ผมบ้างได้ไหมครับ? ผมยินดีจ่ายให้ยี่สิบเท่าของราคาเดิม”

เมื่อเป็นเรื่องของยา เจียงเนี่ยนส่งสายตาให้เลขานุการ

เลขานุการถอยออกไปเงียบๆ ปิดประตู และไล่พนักงานที่มามุงดูออกไป

ในห้องทำงานเหลือเพียงเจียงเนี่ยน เสิ่นอี้ และหลวี่สือ

“ไม่ขายค่ะ” พอเลขาลับตาไป เจียงเนี่ยนก็ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“หรือว่าคุณเสิ่นยังไม่เข้าใจจากคราวที่แล้ว ว่าฉันไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน?”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 4 ไม่ขัดสนเรื่องเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว