- หน้าแรก
- เยวี่ยนอิ้น ครูสาวสุดโหดในโหมดไลฟ์สดสอนภูตผี
- บทที่ 10 กลุ่มแฟนคลับเก๊
บทที่ 10 กลุ่มแฟนคลับเก๊
บทที่ 10 กลุ่มแฟนคลับเก๊
เยวี่ยนอิ้นรู้สึกเหมือนมองเห็นมุมปากที่ไร้รูปตนของมันกำลังยกยิ้ม และค่อยๆ นับถอยหลังให้เธออย่างช้าๆ
“สาม... สอง... หนึ่ง!”
วินาทีต่อมา เบ้าตาที่ว่างเปล่าของโครงกระดูกเจินก็ขยายกว้างขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมกับพุ่งพรวดมาหยุดกะทันหันตรงหน้าเยวี่ยนอิ้น!
ปากที่อ้ากว้างราวกับหลุมโลกันตร์นั้นดูเหมือนจะสูบเธอเข้าไปข้างใน!
หัวของเยวี่ยนอิ้นปวดบวมขึ้นมาทันที ความเจ็บปวดพุ่งพล่านไปทั่วร่างจนเธออยากจะทุบหัวตัวเองให้แตกเพื่อระบายความทรมาน...
ไม่สนแล้ว! เยวี่ยนอิ้นหลับตาปี๋แล้วตะโกนสุดเสียง
“ฉันเลือกข้อสาม!”
ความเจ็บปวดในสมองสลายตัวไปทันที ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เธอลืมตาขึ้น
ทุกอย่างในห้องเรียนกลับสู่สภาวะปกติ
ไม่มีเบ้าตาที่ว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง ไม่มีลมที่มืดมัว และไม่มีโครงกระดูกเจินท่าทางประหลาด
นอกจากเยวี่ยนอิ้นที่ชูสามนิ้วแล้ว คนอื่นต่างก็ชูหนึ่งนิ้วกันหมด
“อาจารย์ครับ พวกเรามาอยู่ในห้องเดียวกันขนาดนี้แล้ว อาจารย์ยังจะเชื่อว่ามันเคยสอบได้...”
คำพูดของหลวี่ร่วนถูกเบรกด้วยสายตาของโครงกระดูก
โครงกระดูกเจินน่ะไม่มีลูกตาแท้ๆ แต่หลวี่ร่วนกลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
หลวี่ร่วนลอบกลืนน้ำลาย เบนสายตาหนี แล้วค่อยๆ แอบเปลี่ยนนิ้วจากเลขหนึ่งมาเป็นเลขสามตาม
“นักเรียนโครงกระดูก ประกาศคำตอบเถอะจ้ะ”
โครงกระดูกมองไปที่นิ้วทั้งสามของเยวี่ยนอิ้น กระดูกที่บิดเบี้ยวตามร่างกายเคลื่อนกลับเข้าที่เดิม แรงกดดันในสายตาค่อยๆ จางหายไป
“ข้อสามเป็นเรื่องโกหก”
[อ๊ากกกกกกก!!!!]
[ไอ้คนข้างบนที่บอกว่าข้อ 1 คือแฟนคลับปลอมเปลือกนั่นไปไหนแล้ว?]
[พี่เจินเคยสอบได้ที่หนึ่งจริงๆ เหรอ?]
[ที่หนึ่งจากท้ายตารางก็ถือว่าเป็นที่หนึ่งนะ]
[มีความเป็นไปได้จริงๆ ด้วย]
หลวี่ร่วนไม่อยากจะเชื่อสายตา
“นายเคยสอบได้ที่หนึ่ง? ห้องเราเคยมีคนได้ที่หนึ่งด้วยเหรอ???”
โครงกระดูกเจินกอดอก มองตรงไปข้างหน้าด้วยท่าทางหยิ่งยโส ไม่สนใจจะเสวนากับอีกฝ่าย
“อาจารย์ครับ ผมก็ยังไม่เชื่อนะ ถ้าเกิดแค่พูดว่าอันไหนจริงอันไหนปลอมด้วยตัวเองแล้วมันจะเป็นจริงขึ้นมา แบบนี้ใครจะพูดอะไรส่งเดชก็ได้น่ะสิ?”
“ใช่ครับ แล้วแบบนี้จะเล่นเกมไปเพื่ออะไร?”
โครงกระดูกเจินดูเหมือนจะหมดความอดทน มันหันไปมองหลวี่ร่วนแล้วชี้หน้า ราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าไปหาในวินาทีถัดไป!
“จะเชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของแก! ถ้าไม่เชื่อแล้วยังจะเที่ยวปล่อยข่าวลืออีก คอยดูเถอะว่าฉันจะจัดการแกยังไง!”
จากปีศาจที่เพิ่งจะจ้องสังหารคนด้วยพลังลึกลับเมื่อกี้ กลายมาเป็นเด็กประถมทะเลาะกันในวินาทีนี้
เยวี่ยนอิ้นมองภาพที่แสนคุ้นเคยนี้ แล้วในใจก็เริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นมาบ้าง
ด่านนี้คงผ่านแล้วใช่ไหม?
“ในเมื่อเพื่อนเขาบอกว่าใช่ เราก็ควรจะมีความเชื่อใจพื้นฐานให้กันนะ อีกอย่างครูก็คิดว่าสิ่งที่เขาพูดน่ะถูกแล้วล่ะ”
【ตรวจพบค่าความเชื่อมั่น: +20】
ได้เยอะขนาดนี้เลย?
มิน่าล่ะเขาถึงบอกว่า "ความร่ำรวยต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง"!
“เพราะถ้าเขาอัดเพื่อนสามคนภายในวันเดียวจริงๆ ข่าวลือนี้ต้องแพร่ไปทั่วแน่ๆ อยู่โรงเรียนเดียวกัน พวกเธอก็ไม่น่าจะไม่รู้นะจริงไหม?”
[จริงด้วยแฮะ พี่เจินดูเหมือนจะไม่เคยทำแบบนั้นนะ]
[พวกแฟนคลับเก๊เอ๊ย]
“อีกอย่าง เขาไม่ได้บอกว่าต้องเป็นที่หนึ่งด้านผลการเรียนนี่นา อาจจะเป็นด้านที่เขาถนัดก็ได้ ไม่ใช่เหรอ?”
[พี่เจินในใจช่างขมขื่นนัก]
“เพราะฉะนั้นครูเชื่อเขา นักเรียนคนอื่นไม่ต้องสงสัยแล้วล่ะ เพราะพวกเราต่างก็รู้ดีว่าเขานั่นแหละคือคนที่อยากชนะที่สุด”
【ตรวจพบค่าความเชื่อมั่น: -20】
ดีมาก... เธอไม่น่าพูดประโยคหลังทิ้งท้ายเลยจริงๆ
คนต่อไปคือดวงวิญญาณสีจาง เจิ้งฉุนไจ
【ติ๊ง! คำเตือนการมีปฏิสัมพันธ์ในเกม!】
หลังจากเสียงจักรกลออกคำเตือน เจิ้งฉุนไจก็เปลี่ยนไป
อีกแล้วเหรอ?!
หรือว่าการชวนสิ่งมีชีวิตที่นี่เล่นเกมมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนั้นเลย?
แต่การเปลี่ยนแปลงของเขามันไม่ได้รุนแรงทางสายตาเหมือนโครงกระดูกเจิน
จู่ๆ ก็มีกลีบดอกไม้ที่อ่อนนุ่มมาจากที่ไหนไม่รู้ ปลิวว่อนหมุนวนตกลงมาอย่างช้าๆ
แสงสว่างในตอนนั้นก็พลันนุ่มนวลขึ้นมา ราวกับถูกคลุมด้วยผ้าโปร่งสีทองอบอุ่น
(จบตอน)