- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1603 คว้าตะวัน (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1603 คว้าตะวัน (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1603 คว้าตะวัน (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1603 คว้าตะวัน (อ่านฟรี)
แปลโดย iPAT
อสูรกลืนห้วงมิติ เสี่ยวหลันเซ่อ เคลื่อนที่ผ่านห้วงอวกาศ และกลืนกินดวงเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ตอนนี้มันมีขนาดใหญ่โตจนไม่อาจคิดคำนวณ เมื่อมันปรากฏตัวเหนือดาวเคราะห์ดวงใด ร่างสีน้ำเงินกึ่งโปร่งแสงของมันจะเติมเต็มท้องฟ้า แม้จะไม่เงยหน้าขึ้นมอง สิ่งมีชีวิตทั้งหมดก็ยังเห็นมัน แต่ไม่มีใครเห็นร่างกายทั้งหมดของมัน
ในแง่ของพลังงานที่มันครอบครอง แม้แต่เทพเจ้าก็ไม่สามารถเปรียบเทียบ เพราะมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต มันเดินทางผ่านห้วงอวกาศตามกฎธรรมชาติ กินซากดาวเคราะห์ และสร้างอสูรกลืนห้วงมิติเพิ่มขึ้น
หลังจากสะสมสารอาหารมาถึงระดับหนึ่ง อสูรกลืนห้วงมิติจะหยุด และกลายเป็นดาวเคราะห์ มันจะทำซ้ำกระบวนการนี้ตามวัฏจักรแห่งชีวิตและความตาย
ตอนที่เสี่ยวหลันเซ่อยังอยู่ในครรภ์มารดา มีสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมชื่อหลี่ฉิงซานบุกเข้าไป และบังคับให้มันกินแม่ของตัวเองซึ่งนำไปสู่ปัญหาเล็กน้อย อย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่มีจิตสำนึกของตัวเอง มีเพียงสัญชาตญาณเท่านั้น
เทพปีศาจฮุ่นตุ้นก็ไม่ต่างจากอสูรกลืนห้วงมิติเสี่ยวหลันเซ่อ มันรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพิภพปีศาจ ขณะที่กฎแห่งความโกลาหลสามารถบิดเบือนและทำให้กฎอื่นพังทลายลง
หากเทพเจ้าองค์ใดกล้าปะทะกับมันโดยตรง พวกเขาจะพบว่ากฎที่พวกเขาควบคุมจะกลายเป็นไร้ประโยชน์ก่อนจะถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวกลืนกิน
ในกระบวนการนี้ ทักษะทั้งหมดจะล้มเหลว แม้แต่การหลบหนีก็เป็นไปไม่ได้
บางทีเหล่าเทพปีศาจอาจไม่เข้าใจเรื่องนี้ดีเท่าหลี่ฉิงซาน หลังจากทั้งหมดจะมีเทพปีศาจตนใดที่มีโอกาสเข้าไปในร่างของอสูรกลืนห้วงมิติ และผ่านประสบการณ์เหมือนหลี่ฉิงซาน
อายุของหลี่ฉิงซานไม่แม้แต่จะถึงหนึ่งในสิบส่วนของเทพปีศาจเหล่านั้น แต่เขามีประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่
ดังนั้นเขาจึงสามารถตัดการเชื่อมต่อทั้งหมดกับเทพปีศาจฮุ่นตุ้น และทำให้มันกลับลงไปจำศีลอีกครั้ง
พยัคฆ์เหินตะโกนสรรเสริญ “ราชาผู้ยิ่งใหญ่! ราชาผู้กล้าหาญและชาญฉลาด ผลงานที่สร้างสรรค์ที่สุดของสวรรค์พิภพ ตั้งแต่วินาทีที่ท่านถือกำเนิด พิภพปีศาจทั้งหมดก็เรียกชื่อของท่านอย่างเงียบๆ หลี! ฉิง! ซาน! เพราะหากสวรรค์ไม่ให้กำเนิดหลี่ฉิงซาน ค่ำคืนนิรันดร์จะไม่มาถึง! ท่านเป็นความภาคภูมิใจของเหล่าปีศาจ! ฮูเล! ท่านคือผู้กอบกู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเรา!”
เทพปีศาจตนอื่นเงียบ และรู้สึกอายมาก
หลี่ฉิงซานกลอกตา “หุบปาก!”
โดยไม่ต้องกล่าวถึงเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่ผู้ฝึกตนที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์สองหรือสามครั้งก็คงไม่ไร้ยางอายพอจะกล่าวถ้อยคำเช่นนั้น
ส่วนที่แย่ที่สุดคือ เมื่อพยัคฆ์เหินยกยอเขา มันมักแฝงการล้อเลียนเอาไว้เสมอซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์
พยัคฆ์เหินอ้อนวอน “ราชาผู้มีเมตตาของข้า ข้าแก่แล้ว ร่างกายของข้าอ่อนแอมาก ข้าไม่สามารถแบกรับภูเขาฉงฉีได้จริงๆ หลังจากถูกกดทับเพียงครู่เดียว ข้าก็เจ็บปวดจนแทบขาดใจ เอวของข้าใกล้จะหักแล้ว แค่ก แค่ก ข้าทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว...”
ขณะที่มันพูด มันก็ไอติดๆ กัน เสียงของมันฟังดูแก่ชรามาก มันทำเหมือนตัวเองไม่เคยต่อต้านและพยายามฆ่าหลี่ฉิงซาน แต่เป็นข้าราชบริพารแก่ๆ ที่ภักดีต่อราชามานานหลายปีและถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
แม้แต่หลี่ฉิงซานก็เกือบยอมแพ้ความไร้ยางงอายของมัน หากเขายังกดขี่พยัคฆ์เหินต่อไป มันก็คงเป็นเพียงการระบายอารมณ์เท่านั้น
ด้วยการรวมพิภพปีศาจเป็นหนึ่ง พร้อมกับกฎของเทพปีศาจสิบเอ็ดตน พลังและอำนาจของเขาเหนือกว่าพยัคฆ์เหินไปไกลแล้ว มันไม่สามารถคุกคามเขาได้อีกต่อไป และด้วยบุคลิกที่ผิดปกติของมัน มันจะไม่ทรยศเขาในเวลานี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะยกมือขึ้น พยัคฆ์เหินก็ยื่นใบหน้าของมันออกมา “โปรดตบข้าแรงๆ” มันดูเหมือนจะเข้าใจเขา และร้องขอการลงโทษด้วยตนเอง
ความอัปยศอดสูไม่มีความหมายสำหรับมัน แทนที่จะทำเช่นนั้น มันเลือกสิ่งที่น่าสนใจ และทำให้มันมีความสุขมากกว่า มันไม่ใช่คนที่ชอบกลั่นแกล้งคนอ่อนแอ แต่เป็นนักล่าความแปลกใหม่
หลี่ฉิงซานส่ายศีรษะ และโบกมือจากระยะไกล ป้ายประกาศของพระพุทธเจ้าหลุดออกจากภูเขา และลอยเข้าไปหาเขาอย่างอ่อนโยน
จากนั้นภูเขาก็ระเบิด
พยัคฆ์เหินคลานออกมาจากใต้ภูเขา โค้งคำนับไปทางหลี่ฉิงซาน “ขอบคุณราชาที่เมตตา ขอให้ราชาอายุยืนหมื่นๆ ปี หมื่นๆ ปี!”
หลี่ฉิงซานไม่สนใจมันอีกต่อไป เขายืนอยู่บนยอดเขาที่ยกตัวสูงขึ้นจนทะลุชั้นเมฆบนท้องฟ้า เขามองไปในระยะไกล และรู้สึกเหมือนพิภพปีศาจทั้งหมดอยู่ใต้เท้าของเขา
โครงสร้างของพิภพปีศาจกับแดนสุขาวดีซับซ้อนมาก มันไม่สามารถบรรยายได้ด้วยคำง่ายๆ เช่น พิภพปีศาจอยู่ล่าง แดนสุขาวดีอยู่บน การเปรียบเทียบว่าพวกมันเป็นเหรียญสองด้านก็เป็นเพียงการเปรียบเปรยเท่านั้น
พิภพปีศาจและแดนสุขาวดียังคงเป็นหนึ่งเดียวกันโดยธรรมชาติ
เนื่องจากพวกมันเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ความคิดชั่วร้ายของแดนสุขาวดีจึงถูกผลักไปยังพิภพปีศาจ ขณะเดียวกันมันก็ดูดพลังชีวิตไปจากพิภพปีศาจจนหมดและกลายเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ
นั่นเป็นเหตุผลที่สัตว์ปีศาจออกอาละวาดในแดนสุขาวดีผ่านอุโมงค์ที่เชื่อมต่อดินแดนทั้งสองทุกเที่ยงคืนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หยินเข้มข้นที่สุด
สิ่งที่หลี่ฉิงซานต้องการคือ ขยายอุโมงค์ที่เชื่อมต่อระหว่างสองโลก และทำลายขอบเขตนี้ทิ้งไปเพื่อรวมพวกมันให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ และไม่มีความแตกต่างระหว่างพิภพปีศาจกับแดนสุขาวดีอีกต่อไป
นี่ไม่ใช่เพื่อการแก้แค้นหรือเพราะความเกลียดชังใดๆ แต่เพื่อดำเนินตามวิถีแห่งธรรมชาติ และกู้คืนกิเลนบรรพกาล
เมื่อวันนั้นมาถึง ผู้แข็งแกร่งยังจะกลืนกินผู้อ่อนแอ ความโหดร้ายของธรรมชาติจะคัดสรรผู้ที่เหมาะสมที่สุดให้อยู่รอด แต่จะไม่มีเผ่าปีศาจที่เกิดมาผิดปกติอีกต่อไป ทุกคนสามารถเลือกชะตากรรมของตนเองได้อีกครั้ง
การรวมพิภพปีศาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการรวมสองโลกเข้าด้วยกัน
ในเวลานี้ เมื่อเผ่าปีศาจเงยหน้าขึ้น พวกมันจะค้นพบประกายแสงสีทองที่แทบมองไม่เห็นอยู่ที่ขอบของดวงอาทิตย์สีดำ
หลี่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปราวกับต้องการคว้ามันเอาไว้
วันหนึ่ง เขาจะมอบแสงอาทิตย์ที่แท้จริงให้กับดินแดนแห่งนี้!