- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- เทพอสูรทลายดาราจักร บทที่ 23 ฆ่าให้คุ้ม
เทพอสูรทลายดาราจักร บทที่ 23 ฆ่าให้คุ้ม
เทพอสูรทลายดาราจักร บทที่ 23 ฆ่าให้คุ้ม
เทพอสูรทลายดาราจักร บทที่ 23 ฆ่าให้คุ้ม
iP
เสียงคำรามดังสนั่นราวกับสายฟ้าพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน
มันโจมตีจิตใจของผู้คน กระทั่งทำให้ขาหมูตุ๋นในมือของเด็กสาวหล่นลงบนพื้น
สายตาของทุกคนเพ่งมองไปยังต้นกำเนิดเสียง เมื่อพวกเขาเห็นรถม้าหรูหราแตกเป็นเสี่ยงๆ และเห็นร่างหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีอันซื่อฉี พวกเขาก็ตกตะลึงไปอย่างสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้ทุกคนยังรู้สึกผิดหวัง และเตรียมตัวแยกย้าย แต่ในพริบตา เจียงหานกลับมอบความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้กับพวกเขา
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เป้าหมายของเจียงหานเป็นอันซื่อฉี ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้
มุกวิญญาณลี้ลับขั้นที่ห้า!
นั่นคือผู้อาวุโสหอภารกิจภายในของสำนักเมฆาฝัน แม้อันซื่อฉีจะไม่ใช่ผู้อาวุโสหอฝึกยุทธที่มีพลังการต่อสู้สูงที่สุด แม้ความแข็งแกร่งของอันซื่อฉีจะด้อยที่สุดในกลุ่มผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักเมฆาฝัน และแม้ว่าอันซื่อฉีจะดื่มสุราไปไม่น้อยในงานเลี้ยง แต่เขาก็ยังเป็นผู้ฝึกตนมุกวิญญาณลี้ลับขั้นที่ห้า
การที่ผู้ฝึกตนตำหนักม่วงขั้นเจ็ดกล้าชักดาบเข้าใส่ผู้ฝึกตนมุกวิญญาณลี้ลับขั้นห้าถือเป็นความกล้าหาญอย่างมาก โดยไม่ต้องกล่าวถึงการโจมตีผู้ฝึกตนมุกวิญญาณลี้ลับขั้นห้าที่มีชื่อเสียงมานานหลายปี
ลูกวัวแรกเกิดไม่กลัวเสือ!
อันซื่อฉีดื่มสุราไปพอสมควรซึ่งทำให้การตอบสนองของเขาช้าลงเล็กน้อย มิเช่นนั้นเขาจะสามารถตอบสนองได้ทันทีตั้งแต่เจียงหานพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน
สถานะสูงส่งทำให้เขาไม่ได้ต่อสู้มานานหลายปี แต่พื้นฐานของเขายังคงอยู่ เมื่อเจียงหานใช้ดาบฟันรถม้า แสงเย็นก็พุ่งผ่านดวงตาของเขา เขาทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที แหวนมิติส่องประกาย และกระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
ใบหน้าของเขามืดครึ้ม เจตนาสังหารพวยพุ่ง กระบี่ยาวเรืองสะท้อนแสงเย็นเยียบ ขณะที่เขาพุ่งลงมาจากเบื้องบน
“วันนี้เป็นวันมงคล เหตุใดต้องบังคับให้ท่านปู่ผู้นี้สังหารผู้คน!”
เขาคำรามเสียงดัง กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวกลืนกินเจียงหานที่อยู่ด่านล่าง
เขาใช้ทักษะดึงดูดกระแสลมรอบข้างเข้ามาปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของเป้าหมาย ด้วยวิธีนี้เหยื่อจะถูกบังคับให้รับการโจมตีของเขา
“นี่...”
“จบแล้ว เจียงหานตายแน่!”
“แมงเม่าบินเข้ากองไฟ เจียงหานกล้าโจมตีท่านอัน นี่คือการรนหาที่ตายชัดๆ!”
“เจียงหานโง่เขลาเกินไป เขาควรโจมตีรถม้าคันที่สอง และพาเจียงหลี่หนีลงใต้ดิน...”
ผู้ชมรอบข้างต่างส่ายศีรษะและถอนหายใจเมื่อเห็นเจียงหานถูกแสงกระบี่กลืนกิน
อันซื่อฉีแข็งแกร่งเกินไป ยังไม่ต้องกล่าวถึงเจียงหาน แม้แต่เจียงเสี่ยวเทียนก็คงต้านทานได้ไม่กี่กระบวนท่า
“ไม่ถูก...”
อันซื่อฉีพึมพำออกมาอย่างกะทันหัน ในจังหวะที่กระบี่ของเขากำลังจะสัมผัสร่างของเจียงหาน เขาค้นพบว่าร่างของเจียงหานหยุดนิ่งกลางอากาศ
แน่นอนว่ากระบี่ของเขาแทงทะลุเงาของเจียงหานโดยปราศจากสิ่งกีดขวาง และเงาของเจียงหานก็ค่อยๆ สลายไปอย่างช้าๆ
เงาสลับร่าง!
เจียงหานไม่คิดที่จะมาตายอยู่แล้ว เขาฟันรถม้าจนแตก เมื่อเห็นอันซื่อฉีลงมือ เขาก็ใช้ทักษะเงาสลับร่างทันที
ร่างจริงของเขาปรากฏขึ้นทางซ้ายของรถม้าที่แตกกระจาย บนพื้นด้านข้างมีคนผู้หนึ่งกำลังดิ้นรนลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลซึ่งก็คือ อันเหรินเฟิง ศิษย์ของอันซื่อฉี
อันเหรินเฟิงเพิ่งทะลวงเข้าสู่อาณาจักรมุกวิญญาณลี้ลับด้วยความช่วยเหลือของอันซื่อฉี เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นชายบำเรอของอันซื่อฉีมาตั้งแต่อายุสิบสามปี เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ถูกตามใจมาตลอด แม้เขาจะกลายเป็นผู้ฝึกตนมุกวิญญาณลี้ลับไปแล้ว แต่พลังการต่อสู้ของเขาก็ต่ำมากจนน่าเวทนา
เมื่อรถม้าถูกฟันจนแตก ม้ามังกรสะดุ้งตกใจ เขาจึงถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปทันที
เขาตกใจมากและรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่กลับเห็นแสงดาบพุ่งลงมาซึ่งทำให้เขาสะดุ้งตกใจกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง เขาตะโกนลั่น “ท่านอาจารย์ ช่วยข้าด้วย!”
“ปัง!”
ร่างของเขาถูกฟันด้วยดาบ มันกระเด็นออกไปราวกับว่าวสายป่านขาด และกระแทกพื้นในจุดที่ห่างออกไปสิบเมตรอย่างแรง
“รนหาที่ตาย!”
อันซื่อฉีตวัดตามองด้วยความโกรธ เขาบิดตัวกลางอากาศ และพุ่งเข้าหาเจียงหานราวกับลูกศร กระบี่ยาวแทงไปที่แผ่นหลังของเจียงหานอย่างรวดเร็ว
แต่...
กระบี่ของเขาพลาดเป้าอีกครั้ง เงาของเจียงหานค่อยๆ สลายไป เสี้ยวพริบตาต่อมา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอันเหรินเฟิงที่อยู่ห่างออกไป
เจียงหานใช้ดาบจ่อคออันเหรินเฟิง เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนหน้าอก ขณะที่เขาจ้องมองอันซื่อฉีด้วยสายตาเย็นชา “ไอ้แก่ชั่ว อย่าขยับ! มิฉะนั้นข้าจะให้มันตาย!”
“ท่านอาจารย์ ช่วยข้าด้วย! ช่วยข้าด้วย!”
อันเหรินเฟิงได้รับบาดเจ็บจากการฟันก่อนหน้า กระดูกซี่โครงหักไปสองซี่ เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่าง แต่เห็นได้ชัดว่าเจียงหานยั้งมือเพื่อไม่ให้เขาตายทันที มิฉะนั้นการฟันเมื่อครู่ก็เพียงพอที่จะสังหารชายผู้นี้แล้ว
เขาเจ็บปวดจนใบหน้าบิดเบี้ยว เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้น เขาก็ตัวสั่นไม่หยุด เขาไม่กล้าขยับเขยื้อน และทำได้เพียงหันหน้าไปทางอันซื่อฉีพร้อมกรีดร้องอย่างต่อเนื่องว่า “ท่านอาจารย์ ขาไม่อยากตาย โปรดช่วยข้าด้วย...”
อันซื่อฉีชะงัก ทุกคนในที่นี้ราวกับถูกชกจนมึนงงไปหมด ขณะที่สภาพแวดล้อมเงียบเหมือนป่าช้า
ผู้คนมองเจียงหานที่เหยียบหน้าอกของอันเหรินเฟิงด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง และรู้สึกตกใจอยู่ภายใน หลายคนถึงกับกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงขึ้น เลือดในกายสูบฉีด
เมื่อครู่ หลายคนยังคิดว่าเจียงหานบ้าไปแล้วที่โจมตีอันซื่อฉี แต่ตอนนี้พวกเขาเพิ่งเข้าใจว่า เป้าหมายของเจียงหานตั้งแต่ต้นจนจบไม่ใช่อันซื่อฉี แต่เป็นอันเหรินเฟิง!
เขาฟันรถม้าจนแตก และโจมตีอันซื่อฉีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือจับตัวอันเหรินเฟิง
หลายคนเคยได้ยินเกี่ยวกับทักษะเงาสลับร่างของเจียงหานมาแล้ว มันเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงตลอดช่วงหลายวันนี้ และในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นกับตาตัวเอง นี่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าการเดินทางมาครั้งนี้คุ้มค่าแล้ว
บางคนกระทั่งรู้สึกอิจฉา ทักษะนี้ยอดเยี่ยมเกินไป มันสามารถหลอกแม้แต่สายตาของอันซื่อฉี
“ยอดเยี่ยม ดื่ม!”
เด็กสาวผมมวยเผยรอยยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวสองซี่เล็กๆ จากนั้นนางก็ดื่มสุราคำโต
สีหน้าของอันซื่อฉีดูไม่ได้เลย เขามองอันเหรินเฟิงที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด เขากัดฟัน และเงยหน้ามองเจียงหาน “ปล่อยเขาไป แล้วข้าจะถือว่าวันนี้ไม่เคยเกิดเรื่องใดขึ้น!”
“ปล่อยได้!”
เจียงหานเฝ้าระวังอย่างสูง เขาโคจรพลังปราณในร่างอย่างบ้าคลั่ง และพร้อมที่จะสังหารอันเหรินเฟิงได้ทุกเมื่อ
เขามองอันซื่อฉีด้วยสีหน้าเรียบเฉย และกล่าวว่า “แต่ท่านต้องจัดหารถม้าให้ข้าหนี่งคันเพื่อให้ข้ากับน้องสาวของข้าจากไป เมื่อเราไปถึงสถานที่ปลอดภัย ข้าจะปล่อยศิษย์รักของท่านทันที!”
“ฮืม!”
อันซื่อฉีโกรธมาก เจียงหานสามารถจากไป แต่เจียงหลี่ไม่ได้!
วันนี้เขามาเพื่อสิ่งใด เขามาเพื่อรับตัวเจียงหลี่ในฐานะเจ้าสาว
หากเจียงหลี่ถูกพาตัวไป เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด เขาจะกลายเป็นตัวตลกของเมืองและหมู่บ้านรอบๆ ที่มีประชากรหลายหมื่นคน
เขาส่ายศีรษะ และกล่าวอย่างแน่วแน่ว่า “ท่านปู่ผู้นี้จะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ปล่อยเขาไป แล้วเจ้าก็ไปซะ เงื่อนไขอื่นๆ...ไม่ต้องพูดถึง!”
“ไม่ต้องพูดถึงงั้นหรือ? เช่นนั้นก็...ไม่ต้องคุยกันแล้ว!”
เจียงหานออกแรง ดาบยาวกรีดผ่านลำคอของอันเหรินเฟิง และศีรษะของหนุ่มรูปงามก็กลิ้งไปตามพื้นพร้อมเลือดที่พุ่งกระฉูดออกจากลำคอที่ไร้ศีรษะ
เจียงหานเตะศีรษะเปื้อนเลือดเข้าไปหาอันซื่อฉี
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ถือดาบพุ่งเข้าหาอันซื่อฉีพร้อมกัน
เขาคำรามอีกครั้ง “ไอ้แก่ชั่ว! ข้าไม่สนว่าวันนี้จะมีชีวิตรอดหรือไม่ แต่หากข้าต้องตาย ข้าก็จะฆ่าให้คุ้ม!”