- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1550 มารมรณะ (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1550 มารมรณะ (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1550 มารมรณะ (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1550 มารมรณะ (อ่านฟรี)
แปลโดย iPAT
หลังจากถามเสี่ยวอัน หลี่ฉิงซานก็ได้เรียนรู้ว่าแก่นวิญญาณอมตะของเขาวิ่งไปยังพิภพอสูรซึ่งทำให้เขาถอนหายใจ
“ตัวบัดซบนั่นกำลังสนุกอยู่ในพิภพอสูร มันคงไม่กลับมาเร็วๆนี้”
เขาไม่กังวลเลยว่าจะถูกฆ่าโดยตัวเขาอีกคนแต่กลับรู้สึกโศกเศร้า ส่วนหนึ่งของช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ในพิภพอสูรควรเป็นของเขาเช่นกัน ขณะที่ส่วนหนึ่งของช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ที่เขาใช้ในการทำลายผีอมตะก็ควรเป็นของอีกตัวตนของเขาด้วย เมื่อช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ทั้งสองรวมกัน มันจะยิ่งยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก
‘หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเมื่อเรารวมกันในอนาคต ของๆข้าจะเป็นของๆเขา และของๆเขาจะเป็นของๆข้า เหตุใดต้องแบ่งแยก’
ในเวลานี้เสี่ยวอันรวบรวมชิ้นส่วนแก่นวิญญาณอมตะของผีอมตะอู๋ฮวาเรียบร้อยแล้ว นางยังได้รับสมบัติอีกมากมาย
จากนั้นทั้งสองก็ไปเยี่ยมบ้านของผีอมตะอู๋ฮวาด้วยกัน หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด พวกเขาก็เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
“ดังนั้นเส้นโลหิตปฐพีก็เคลื่อนตัวเล็กน้อยซึ่งเป็นสาเหตุที่ผีแก่ตัวนั้นตื่นขึ้นอย่างกะทันหัน”
“เจตจำนงสวรรค์!” หลี่ฉิงซานถอนหายใจด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนพวกเขาจะเอาชนะโชคชะตาได้อีกครั้ง
“แต่ที่นี่ก็ดี มันปลอดภัยกว่าเมืองอู๋ฮวา” ไม่มีผู้ใดกล้าบุกบ้านของผีอมตะโดยไร้เหตุผล
พรมักมาพร้อมกับคำสาป และคำสาปก็มักมาพร้อมกับพร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวบุคคล หากพวกเขาไม่เข้มแข็งพอ แม้แต่ข่าวดีก็กลายเป็นข่าวร้ายได้ หากพวกเขากล้าเผชิญกับบททดสอบ ข่าวร้ายก็อาจกลายเป็นข่าวดีเช่นกัน
เมื่อความพยายามครั้งนี้ล้มเหลว เจตจำนงสวรรค์ของพิภพวิญญาณก็ไม่สามารถสะสมความบังเอิญได้อีกภายในเวลาอันสั้น
ช่วงเวลาเช่นนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ
ตอนนี้หลี่ฉิงซานกลับมาแล้ว เสี่ยวอันไม่ถูกผูกมัดด้วยปัญหาทางใจอีกต่อไป และนางก็ได้รับทรัพยากรชั้นยอด หากไม่มีอุบัติเหตุใดๆ นางจะก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่หกเร็วๆนี้
เมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีผู้ใดในพิภพวิญญาณที่สามารถคุกคามนางได้อีกต่อไป แม้เจตจำนงสวรรค์จะส่งผีอมตะและผีดิบอมตะมามากขึ้นก็ไร้คประโยชน์
นางเม้มริมฝีปาก บางทีนางอาจใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้และรอให้พวกมันมาหานาง จากนั้นนางก็จะกินพวกมันทั้งหมด
ตามคำศัพท์ของหลี่ฉิงซาน มันเหมือนกับการส่งอาหารเดลิเวอรี่
เวลากำลังเร่งรีบ หลี่ฉิงซานลาเสี่ยวอันและกลับพิภพมนุษย์ ในบ้านซวนหมิง เขาเริ่มปิดประตูบ่มเพาะรอบใหม่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับยิงลูกศร ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เสียงกรีดร้องของวิหคเพลิงอมตะก็พุ่งจากเหวลึกขึ้นสู่ท้องฟ้า มันดังก้องไปทั่วราวกับสามารถฉีกท้องฟ้าออกจากกัน
วิหคเพลิงอมตะยกระดับขึ้นแล้ว!
โลกใบเล็กในร่างของเขาขยายตัวและสร้างสมดุลใหม่
หลี่ฉิงซานยืนอยู่บนผิวน้ำ ผิวน้ำสีดำสนิทสะท้อนแสงจากปีกอันงดงามของเขา เขากางปีกอย่างสง่างามและรอคอยภัยพิบัติสวรรค์อย่างเงียบๆ
ท้องฟ้ามืดลงอย่างกะทันหัน
ลมแรงพัด คลื่นซัดสาด เมฆดำลอยเข้ามาปกคลุมมหาสมุทร เหวลึกส่งเสียงหวีดหวิว
คลื่นยักษ์ทำให้มหาสมุทรดูโคลงเคลงไปมา คลื่นขนาดเท่าภูเขาพุ่งเข้ากระแทกหน้าผาซ้ำแล้วซ้ำอีก
“บึม!”
หินแตกและถล่มลงมา
หลี่ฉิงซานเงยหน้าขึ้นมองและเข้าใจทันทีว่าผีอมตะอู๋ฮวารู้สึกอย่างไรเมื่อมันถูกภูเขาบดขยี้จนตาย
เมฆดำหนาขึ้นเรื่อยๆ มันเหมือนผ้าห่มคลุมท้องฟ้า
บ้านซวนหมิงเหมือนเรือในพายุที่โยกเยกไปตามสายลม
รอยแตกร้าวปกคลุมหน้าผาทั้งหมด หินก้อนใหญ่ตกลงสู่มหาสมุทรทำให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากยิ่งขึ้น
ค่ายกลซวนหมิงยังทำงานต่อไป มันคอยค้ำจุนบ้านซวนหมิงทั้งหมด แต่ต่อหน้าพลังอันยิ่งใหญ่ของสวรรค์ มันดูเปราะบางมาก
แกนกลางของค่ายกลกะพริบสองสามครั้งก่อนจะมืดลง
เสียงลมพัด เสียงฝนสาดเท เสียงคลื่นซัดสาด เสียงภูเขาถล่มดังเข้ามาจากทุกทิศทาง
สิ่งเดียวที่ขาดไปคือเสียงฟ้าร้อง
แต่นั่นกลับทำให้โลกที่กำลังสั่นสะเทือนนี้ดูเงียบจนน่าขนลุก
นี่ต้องไม่ใช่ภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่หกธรรมดาอย่างแน่นอน
‘ข้าจะทำได้หรือไม่?’ หลี่ฉิงซานตั้งคำถามกับตัวเอง
หากเขาใช้กระบวนการคิดของเต่าจิตวิญญาณ การบ่มเพาะของเขายังห่างไกลจากคำว่ามั่นคงเนื่องจากความก้าวหน้าที่รวดเร็วเกินไป
และมันก็เป็นเรื่องง่ายมากที่จะดึงดูดความโกรธของสวรรค์
“ครืน...”
หินก้อนใหญ่ตกลงมาทางหลี่ฉิงซาน
คลื่นน้ำระเบิด คลื่นยักษ์สาดซัด แต่หลี่ฉิงซานกลับหายตัวไป
“เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป!” หลี่ฉิงซานกล่าวอย่างภาคภูมิใจขณะขี่อยู่บนยอดคลื่น “โลกหมุนไปขณะที่เวลากระชั้นเข้ามา”
ปราณปีศาจพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับกำลังท้าทายสวรรค์
“หมื่นปียาวนานเกินไป สิ่งเดียวที่ข้าทำได้คือคว้าทุกช่วงเวลาเอาไว้!”
แสงฟ้าแลบเปลี่ยนบริเวณโดยรอบให้เหมือนเวลากลางวัน มันส่องสว่างไปทั่วทั้งหุบเหว
“เปรี้ยง!”
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องราวกับเสียงกลองสงครามในสนามรบ
สายฟ้าเปรียบดั่งไม้ สวรรค์เปรียบดั่งกลอง และมันก็ตีอย่างต่อเนื่อง
ภูเขาถล่มลงมา มันกลืนหลี่ฉิงซานเข้าไปและทำให้เขาตกลงไปในเหว
อวัยวะภายในของเขากรีดร้อง กระดูกของเขาแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ เลือดพุ่งขึ้นสู่ลำคอ ริมฝีปากของเขาแดงก่ำ
เขาไม่เคยเห็นภัยพิบัติสวรรค์ที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน มันเหมือนสวรรค์กำลังตบแมลงวัน และสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดก็คือแมลงวันที่น่าสงสารตัวนั้นก็คือเขา
เมื่อได้ยินเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์ เขาเลียริมฝีปาก เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่าน
ปีกของเขาขยายออกไปถึงขีดสุด เขากำหมัดแน่นและต่อยขึ้นไป
คนผู้หนึ่งพุ่งออกจากซากปรักหักพังไปยังทะเลขณะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
คลื่นยักษ์รวมตัวกันเหมือนภูเขา ราวกับมือยักษ์ที่ต้องการลากเขาลงไปในส่วนลึกของมหาสมุทร ขณะเดียวกันมันก็พยายามยกเขาขึ้นสู่อากาศเช่นกัน
“ทะเลทั้งสี่ซัดสาด พายุฝนโหมกระหน่ำ ทวีปทั้งห้าสั่นสะเทือน สายฟ้าแลบลั่นคำราม!”
เขาหัวเราะเสียงดังและกางแขนขึ้นสู่ท้องฟ้า
“เข้ามา!”
‘หากข้าเป็นแมลงวัน แล้วอย่างไร หากข้าเป็นมด แล้วอย่างไร นี่คือชีวิตที่ข้าต้องการ นี่คือข้า หลี่ฉิงซาน!’
สายฟ้าควบแน่นเป็นขวานสายฟ้ายักษ์ มันฟาดลงมาที่เขาโดยตรง
ไม่มีสายฟ้าธรรมดาแม้แต่เส้นเดียว ตั้งแต่เริ่มต้น มันก็เป็นอาวุธสายฟ้าสวรรค์ทันที
พลังอันน่าสะพรึงกลัวและกฎที่มองไม่เห็นกักขังเขาไว้จากทุกทิศทาง มันสร้างกำแพงอากาสที่แน่นหนาราวกับต้องการให้เขาหายใจไม่ออก
เขาปล่อยหมัดออกไปโดยไม่ใส่ใจสิ่งใด
“ปัง!” ห้วงมิติสั่นสะเทือนจนเกิดรอยร้าวนับไม่ถ้วน ขวานสายฟ้าหายไป
ในจังหวะนั้นเองร่างสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในห้วงลึกของมหาสมุทรและปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าขยะแขยงออกมา
หลี่ฉิงซานหรี่ตามอง มันเป็นศพมนุษย์ที่จมน้ำตาย มันทั้งบวมและเน่าเปื่อย ผิวซีดของมันปูดโปนด้วยเส้นเลือดสีเขียว ท้องของมันราวกับกำลังจะแตก
หากมองดูใกล้ๆจะเห็นว่าศพมีหน้าตาคล้ายหลี่ฉิงซาน
เขาลอบสั่นสะท้านอยู่ภายใน นั่นคือสภาพของเขาหลังจากความตาย
บนท้องฟ้า อาวุธสายฟ้าสวรรค์ควบแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นดาบ กระบี่ หอก ง้าว ขวาน อาวุธทั้งหมดเท่าที่คนผู้หนึ่งสามารถจินตนาการได้ปรากฏขึ้นและลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา
ในเวลาเดียวกันเขารู้สึกเหมือนติดอยู่ในฝันร้ายและมองศพด้วยความว่างเปล่า
ทันใดนั้นศพก็ลุกขึ้นพร้อมเสียงคำราม มันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วจนน่าเหลือเชื่อและกระโจนเข้าไปในร่างของเขา
ร่างกายของเขาเริ่มบวมขึ้น พลังชีวิตของเขาลดลงอย่างรวดเร็วและส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา เขาเริ่มเดินโซเซและรู้สึกเหมือนโลกหมุน
เขาใช้ความสามารถโดยกำเนิดเต่าจิตวิญญาณปราบปรามมหาสมุทรอย่างเต็มที่เพื่อระงับความคิดในแง่ลบทั้งหมด ในเวลาเดียวกันเขาก็ตระหนักได้ว่านี่คือมารมรณะ!
มารมรณะเป็นมารที่น่ากลัวที่สุดรองจากเทพมาร โดยปกติแล้วภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่หกจะมาพร้อมกับมารกิเลสเท่านั้น แล้วมารมรณะมาได้อย่างไร
มันไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง หลังจากทั้งหมดมารมรณะคือสิ่งที่หยุดยั้งไม่ให้มนุษย์อมตะกลายเป็นผู้อมตะที่แท้จริง!