เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1509 เมืองอู๋ฮวา (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1509 เมืองอู๋ฮวา (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1509 เมืองอู๋ฮวา (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1509 เมืองอู๋ฮวา (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

หลี่ฉิงซานเคยถามคำถามเดียวกันนี้กับผู้อาวุโสจิตวิญญาณมหาสมุทร แต่เต่าแก่ตัวนั้นปฏิเสธที่จะตอบคำถามไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

หลังจากใช้เวลาร่วมกันหลายปี พวกเขาก็มีความเป็นมิตรอยู่บ้าง ดังนั้นหลี่ฉิงซานจึงไม่สามารถขู่ทำลายหอคัมภีร์สวรรค์ได้อีก

แน่นอนว่าเหตุผลหลักคือแม้แต่การขู่ก็ไร้ประโยชน์ เขาต้องหาคำตอบสำหรับคำถามเหล่านั้นด้วยตัวเอง

“เมื่อใดเจ้าจะก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่หก?”

“เร็วๆนี้”

หลังจากทำลายพันธนาการทางจิตใจ เทพราหูเสี่ยวหมิงก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ เขากวาดตามองพิภพอสูรซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นดินแดนของเขาและบ้านเกิดของเขาก่อนจะยกมือขึ้นด้วยนิ้วที่กางออกและคว้าจับเอาไว้ “ข้าจะนำสิ่งที่ข้าสูญเสียไปกลับคืนมาอย่างแน่นอน!”

“สู้ต่อไป เสี่ยวหมิง!” หลี่ฉิงซานโบกมือและตะโกน

เทพราหูเสี่ยวหมิงถอนหายใจ “เจ้าเรียกข้าว่าหมิงเฉยๆได้หรือไม่?”

“หมิง? คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะคิดเรื่องเช่นนี้ออกมาได้ นี่เป็นนิยายรักสามเศร้างั้นหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า” หลี่ฉิงซานหัวเราะ

เทพราหูเสี่ยวหมิงกัดฟัน “เช่นนั้นก็เรียกข้าว่าราหูหมิง!”

“ได้ ได้ เสี่ยวหมิง แล้วพบกัน เสี่ยวหมิง!”

เทพราหูเสี่ยวหมิงไม่กล่าวสิ่งใดอีกแต่โบกมือไปที่เขาโดยตรง

แผ่นดินแยกออกเป็นร่องลึกแต่มันพลาดเป้า

ร่างของหลี่ฉิงซานเลือนหายไปเหมือนระลอกคลื่นในบนผิวน้ำ เขาโบกมือและยิ้ม “ข้าไม่มีเวลาเล่นกับเจ้า ข้ามีสงครามต้องจัดการ”

“แจ้งให้ข้าทราบหากต้องการความช่วยเหลือ”

“ไม่จำเป็น มันเป็นเพียงสงครามเล็กๆที่น่าเบื่อเท่านั้น เจ้าอาจพบว่ามันน่าเบื่อเช่นกัน”

หลี่ฉิงซานปิดเปลือกตาลงก่อนจะเปิดขึ้นอีกครั้ง

ภูเขาสูงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางจันทร์เสี้ยวสีขาวซีด เมืองโดดเดี่ยวตั้งตระหง่านราวกับดาบที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

สงครามดำเนินมาเกือบทั้งคืนแล้วแต่ศัตรูยังต่อต้านอย่างดื้อรั้น

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่การต่อสู้กับพิภพปีศาจ

นับตั้งแต่การต่อสู้กับเทพปีศาจถาวอู้ เมืองเมฆดำก็สงบสุขอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เหล่านักบวชของสำนักสงฆ์แดนพิสุทธิ์ชำระล้างปราณปีศาจไปจนถึงป้อมปราการเลือดเย็นและไม่พบทหารปีศาจแม้แต่ตนเดียว

หากพวกเขายังเดินหน้าต่อไป พวกเขาสามารถอ้างสิทธิ์ในป้อมปราการเลือดเย็นและใช้มันแทนเมืองเมฆดำ อย่างไรก็ตามหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน พวกเขาตัดสินใจปฏิเสธความคิดนี้

พิภพมนุษย์มักเป็นฝ่ายป้องกันการรุกรานจากพิภพปีศาจเสมอ ภายใต้แนวคิดนี้การสละเมืองเมฆดำและรุกคืบเข้าไปในพิภพปีศาจจึงไม่ได้รับความเห็นชอบ

ด้วยเหตุนี้เขาจึงสั่งให้ทหารทำลายป้อมเลือดเย็นและหุบเขาทั้งหมดจนราบเป็นหน้ากลอง และพิภพปีศาจก็มอบสิ่งที่เขาต้องการให้เช่นกัน หลายปีที่ผ่านมาพวกมันละทิ้งสมรภูมินี้ไปโดยสิ้นเชิง

เขาสงสัยว่าเทพปีศาจถาวอู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และบางทีอาจรวมถึงเทพปีศาจพยัคฆ์เหินด้วย ก่อนที่เขาจะรู้ตัว เขาก็สร้างความบาดหมางกับเทพเจ้าสององค์ไปแล้ว แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่

เมื่อไม่นานมานี้เขามักฝันถึงแม่น้ำดำที่ไหลคดเคี้ยวอยู่บ่อยครั้ง มันดูเหมือนไหลผ่านกาลเวลามาจากอดีต

กล่าวกันว่าแม่น้ำดำเป็นสิ่งกำหนดกาลเวลาและชะตากรรม แม้แต่เทพเจ้าก็ยังไม่สามารถหันหลังให้กับคำสาบานที่ให้ไว้กับแม่น้ำสายนี้

เมื่อใดก็ตามที่เขาฝันถึงมัน เขาจะเข้าใกล้มันมากขึ้นเล็กน้อย ใกล้จนสามารถมองเห็นคลื่นซัดสาด

ด้วยเหตุนี้เขาจึงตระหนักว่าวันเวลาที่เขาต้องเผชิญหน้ากับพยัคฆ์เหินกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

การเยี่ยมชมพิภพปีศาจจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

หลายคนอิจฉาความสงบสุขที่เขาได้รับในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าสงครามไม่เคยจบลงอย่างแท้จริง

กลิ่นอายแห่งความตายฟุ้งกระจายไปทั่วแผ่นดิน ความหิวโหยเหมือนหลุมลึกที่ไม่สามารถเติมเต็มแต่ก็เหมือนไฟลุกโชนเช่นกัน มันทำให้เขาเลียริมฝีปากด้วยความอยากอาหาร

เสี่ยวอันยื่นแขนเรียบเนียนของนางออกมา “อยากชิมหรือไม่?”

“ข้าพึ่งถูกถามเมื่อไม่นานมานี้ว่าร่างแยกของข้าต้องกินหรือไม่ เสี่ยวอันของข้าเป็นคนที่เอาใจใส่ข้าที่สุด เห้อ ที่นี่ทำให้ผู้คนรู้สึกหิวโหยตลอดเวลา สมกับเป็นพิภพวิญญาณจริงๆ”

ลมพัดผ่านหูของเขาขณะที่มังกรยักษ์บินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า มันคือศพมังกรที่ถูกทิ้งไว้โดยหลินซวน ศิษย์พี่ใหญ่คนก่อนหน้าของนิกายหมื่นลี้ หลังจากถูกเสี่ยวอันปรับแต่ง มันก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เกล็ดสีทองของมันกลายเป็นสีขาวเงินส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงจันทร์

หลี่ฉิงซานอุ้มเสี่ยวอันไว้ในอ้อมแขนและยืนอยู่บนศีรษะมังกร

เบื้องล่างมีทหารผีดิบนับล้านตน มันเหมือนภูเขาและคลื่นสมุทรที่พุ่งเข้าโจมตีเมืองแห่งหนึ่ง

ราชันจักรพรรดิผีและราชันจักรพรรดิผีดิบรวมตัวกันในเมืองที่ใกล้ล่มสลาย พวกมันหารือกันอย่างจริงจังเพื่อหาทางโต้กลับ เดิมทีพวกมันเป็นผู้ปกครองภูมิภาคนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด พวกมันจึงอยู่ในดินแดนของตนเท่านั้น

แต่ตอนนี้พวกมันถูกบังคับให้มารวมตัวกันเพื่อต่อต้านศัตรูที่ทรงพลัง

นั่นเป็นเพราะราชันจักรพรรดิผีและราชันจักรพรรดิผีดิบของภูมิภาคอื่นที่ไม่ได้ทำเช่นนี้ล้วนตกตายหรือยอมจำนนต่อศัตรูไปแล้ว

ทว่าตอนนี้พวกมันกลับพบว่าการรวมตัวกันก็ยังไร้ประโยชน์ กองทัพของพวกมันยิ่งใหญ่กว่าศัตรูมาก แต่พวกมันกลับไม่มีโอกาสเอาชนะและกำลังจะล่มสลาย

ราชันจักรพรรดิผีดิบตนหนึ่งตะโกน “พวกผีดิบระดับล่างเหล่านั้นมีทักษะการต่อสู้ได้อย่างไร?”

เว้นเพียงพวกมันจะรุกรานพิภพอื่น มิฉะนั้นพิภพวิญญาณก็แทบไม่มีสงครามขนาดใหญ่เกิดขึ้น

ผีดิบแตกต่างจากสิ่งมีชีวิต พวกมันไม่เหมาะกับการต่อสู้

ศพเคลื่อนไหวช้าและมีสติปัญญาต่ำ ผีไร้ร่างกายที่มั่นคง พวกมันเป็นตัวตนที่พิการทางใจหรือไร้ร่างกาย พวกมันมีเพียงความหิวโหยเท่านั้น

ราชันจักรพรรดิผีและราชันจักรพรรดิผีดิบสามารถใช้ทักษะควบคุมผีและศพเพื่อเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นปืนใหญ่หรือเหยื่อสังเวย แต่พวกมันไม่สามารถจัดขบวนรบที่แท้จริงได้

อย่างไรก็ตามกองทัพผีดิบที่โจมตีเมืองอยู่ในขณะนี้ต่างปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดและแสดงให้เห็นถึงวินัยระดับสูง สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือพวกมันสามารถสร้างปราณกองทัพ

กองทัพผีดิบทั่วไปสามารถรวบรวมพลังปราณเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้นำ นั่นคล้ายกับปราณกองทัพ แต่แท้จริงแล้วมันคือปราณหยิน การระงับความปรารถนาที่จะกลืนกินกันเองของผีดิบยากมากอยู่แล้ว สำหรับการรวบรวมปราณกองทัพเป็นได้เพียงความฝันเท่านั้น

แต่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับเกิดขึ้นต่อหน้าพวกมัน

ภูเขาศพและคลื่นผีเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

หลี่ฉิงซานส่ายศีรษะ “พวกนี้ไม่รู้จักศิลปะการต่อสู้เลย!”

ดวงตาสีแดงของเขาส่งประกายท่ามกลางความมืด มันดูน่ากลัวแต่ก็น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน

นี่คือความสามารถโดยกำเนิดของปีศาจพยัคฆ์ มันสามารถทำให้ศัตรูมึนงงได้ชั่วขณะแต่แทบไร้ประโยชน์หากเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตามความสามารถโดยกำเนิดที่ค่อนข้างไร้ประโยชน์นี้กลับมีบทบาทสำคัญในการทำสงครามในพิภพวิญญาณ

นั่นเป็นเพราะมันสามารถครอบงำสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ บิดเบือนและทำให้พวกมันกลายเป็นทาส

ผีดิบระดับต่ำมีสติปัญญาต่ำ พวกมันจึงตกอยู่ในมนต์สะกดของความสามารถโดยกำเนิดนี้อย่างง่ายดาย

นี่แตกต่างจากทักษะควบคุมศพและผีทั่วไป เขาไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามใดๆในการควบคุม แต่พวกมันจะรับใช้ปีศาจพยัคฆ์อย่างสุดหัวใจ

พวกมันจะกลายเป็นทหารที่ภักดีที่สุดทันที พวกมันจะไม่พิการทางกายหรือจิตใจอีกต่อไป พวกมันจะเสียสละตนเองเพื่อรับใช้ปีศาจพยัคฆ์จากหัวใจที่แท้จริง

หลี่ฉิงซานบิดคอ “ถึงเวลาโจมตีครั้งสุดท้ายแล้ว!”

ราชันจักรพรรดิผีตนหนึ่งตะโกน “เจ้าไม่รู้งั้นหรือว่าพวกเราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ใด?”

“พวกเจ้าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผีอมตะอู๋ฮวาซึ่งเป็นเหตุผลที่เมืองนี้ถูกเรียกว่าเมืองอู๋ฮวา!”

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1509 เมืองอู๋ฮวา (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว