- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1498 ผู้สังเกตการณ์ (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1498 ผู้สังเกตการณ์ (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1498 ผู้สังเกตการณ์ (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1498 ผู้สังเกตการณ์ (อ่านฟรี)
แปลโดย iPAT
เทพปีศาจถาวอู้หยุดนิ่งอย่างกะทันหัน หลี่ฉิงซานฉวยโอกาสแทงดาบเข้าไปในร่างของมัน
“พินาศ!”
ใบมีดขนาดใหญ่ทะลวงปราณกองทัพตรงไปยังถูหว่านเฉิง
ดวงตาของถูหว่านเฉิงกลอกไปมา ร่างกายของมันสั่นเทิ้ม ดาบตัดมันแยกร่างมันออกเป็นสองส่วน อย่างไรก็ตามร่างกายสองซีก ดวงตาสองดวง และปากสองปากพูดประโยคเดียวว่า “ขยะ...”
เสียงนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนมีเศษไม้ทิ่มแทงเข้าไปในรูหู กระทั่งราชันจักรพรรดิปีศาจทั้งสิบเอ็ดตนก็รู้สึกปวดศีรษะ สีหน้าของพวกมันเปลี่ยนไปอย่างมากขณะที่พวกมันเร่งก้มศีรษะลง
ริมฝีปากของอิงเจ๋อโค้งขึ้น การอัญเชิญเทพประสบความสำเร็จ!
หลี่ฉิงซานแทงทะลุร่างเทพปีศาจถาวอู้ แต่เขาไม่มีความสุขเลย เมื่อเขาพยายามดึงดาบออกมา พลังประหลาดกลับจับดาบจุดจบบุปผาคลั่งไว้แน่น
จิตวิญญาณดาบจุดจบบุปผาคลัั่งเตือน “ฉิงซาน มีบางอย่างผิดปกติ!”
ร่างกายของเทพปีศาจถาวอู้หดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ปราณกองทัพกลับไม่สลายไป ตรงข้าม มันควบแน่นยิ่งกว่าเดิม
พื้นดินสั่นสะเทือน กองทัพปีศาจนับล้านล้มลงบนพื้นขณะที่ร่างกายของพวกมันเหี่ยวเฉาลงราวกับพวกมันถูกดูดเลือดเนื้อและพลังชีวิตจนเหือดแห้ง จากนั้นปราณปีศาจก็พุ่งเข้าไปรวมกันที่เทพปีศาจถาวอู้
มันไม่ได้เป็นเพียงปราณกองทัพอีกต่อไปแต่เป็นพลังชีวิตทั้งหมดของพวกมัน พวกมันกลายเป็นเครื่องบูชาโดยทิ้งไว้เพียงจักรพรรดิปีศาจและราชาปีศาจจำนวนหนึ่งเท่านั้น
เสียงโห่ร้องที่เคยดังสนั่นหยุดลง สนามรบเงียบลงอย่างกะทันหัน
เค่อซินหน้าซีดด้วยความตกใจ นางยกมือขึ้นปิดปาก ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าที่น่ารักของนาง
ศิษย์สายตรงที่ผ่อนคลายลงก่อนหน้านี้กลายเป็นหน้าซีดเผือกอีกครั้ง ดูเหมือนพวกเขาจะรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น พวกเขาใกล้ชิดกับเทพเจ้ามากกว่ามนุษย์ธรรมดา ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจความน่ากลัวของเทพเจ้าได้ดีกว่า
เล่อเทียนรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปได้อย่างไร การต่อสู้เล็กๆจะทำให้เทพปีศาจส่งจิตสำนึกลงมาได้อย่างไร?”
มันเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ราชันจักรพรรดิมนุษย์อาจเห็นคุณค่าของเมืองนี้ แต่พวกเขาก็สามารถละทิ้งมันได้เมื่อถึงคราวจำเป็น พวกเขาไม่เคยคิดที่จะขอความช่วยเหลือจากมนุษย์อมตะโดยไม่ต้องกล่าวถึงผู้อมตะที่แท้จริง
เมื่อมองในภาพใหญ่ นี่เป็นเพียงการต่อสู้เล็กๆ ผลลัพธ์ของมันจะไม่ส่งอิทธิพลต่อสถานการณ์โดยรวม
แม้ราชันจักรพรรดิมนุษย์จะเสียชีวิตไปบ้าง มันก็ไม่ถือเป็นสิ่งใด หลังจากทั้งหมดโลกไม่เคยขาดแคลนอัจฉริยะ
สำหรับสวรรค์ทั้งเก้า มันอาจเป็นชั่วเวลาเล่นหมากรุกเท่านั้นขณะที่ชีวิตนับไม่ถ้วนถือกำเนิดและตายในวัฎสงสารทั้งหก
เหตุใดผู้เล่นหมากรุกต้องโยนตัวเองขึ้นไปบนกระดานหมากรุกเพื่อช่วยตัวหมากเบี้ยเพียงตัวเดียว พวกเขาไม่ได้เย็นชาและไร้หัวใจ แต่มันไม่คู่ควรกับความใส่ใจของพวกเขา
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้เล่นหมากรุกกระโดดขึ้นเวทีด้วยตนเอง แม้จะเป็นเพียงนิ้วมือนิ้วเดียว สถานการณ์ทั้งหมดก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้เล่นหมากยังสามารถคว้าราชาของฝ่ายตรงข้ามได้โดยตรงอีกด้วย
ร่างของเทพปีศาจถาวอู้ที่เคยพร่ามัวพลันกระจ่างชัดขึ้นทันที ผิวหนังของมันเหมือนเปลือกไม้แห้ง ขณะที่ลำตัวของมันสูงและตรง มันทำให้หลี่ฉิงซานนึกถึงมนุษย์พฤกษาจากโลกของเก้ามณฑล
ดวงตาขนาดใหญ่ดวงเดียวของมันเต็มไปด้วยสีสัน มันหมุนไปมาอยู่ในเบ้าตาเพื่อตรวจสอบทุกสิ่งก่อนจะมองไปที่หลี่ฉิงซาน “เจ้าเป็นใคร?”
หลี่ฉิงซานตกตะลึง เขารู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ตอบ “ข้า...”
ตอนนี้ร่างกายของเทพปีศาจถาวอู้หดเล็กลงจนอยู่ในระดับเดียวกับเขาแล้ว แต่แรงกดดันของมันกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาของมันราวกับจ้องมองลงมาจากท้องฟ้าและมองสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยอย่างเย็นชา
จิตวิญญาณดาบจุดจบบุปผาคลั่งตะโกน “ฉิงซาน ถอยไป!” กระทั่งอาวุธอสูรที่กล้าหาญและภาคภูมิใจในตนเองก็ยังรู้สึกหวาดกลัว
นี่ไม่ใช่ภาพฉายที่เกิดจากค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสองอีกต่อไปแต่เป็นเทพเจ้าที่แท้จริง มันแตกต่างจากสัตว์ประหลาดก่อนหน้ามาก แม้เทพปีศาจจะส่งเพียงเศษเสี้ยวจิตสำนึกลงมา แต่ธรรมชาติของมันก็เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่่นทั้งหมดในสถานที่แห่งนี้
“ข้าคือ...ปู่ของเจ้า!” หลี่ฉิงซานถีบหน้าอกของเทพปีศาจถาวอู้เพื่อดึงดาบจุดจบบุปผาคลั่งออกมา
“ฮืม!” เทพปีศาจถาวอู้คว้าดาบด้วยมือใหญ่
รอยแตกร้าวเริ่มแพร่กระจายไปบนตัวดาบ อาวุธที่ไม่อาจทำลายกลับเปราะบางเหมือนน้ำแข็งในมือของมัน
“เคร้ง!”
ใบมีดถูกทำลาย!
มืออีกข้างของมันยื่นไปหาหลี่ฉิงซาน นิ้วของมันงอกออกมาเหมือนกิ่งไม้และทิ่มแทงเข้าไปในร่างของหลี่ฉิงซาน
หลี่ฉิงซานเบิกตากว้างและไอออกมาเป็นเลือด มันสาดกระเซ็นไปที่หน้าอกของเทพปีศาจถาวอู้ เขาไม่สามารถฟื้นฟูตัวเอง!
เทพปีศาจถาวอู้ลากร่างที่พังพินาศของเขาเข้าไปและหัวเราะเย้ยหยัน “ร่างอมตะของอสูรงั้นหรือ?”
ความเสียหายที่หลี่ฉิงซานได้รับเกินกว่าบาดแผลทั้งหมดที่เขาได้รับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มขึ้น
ร่างอมตะของอสูรก็มีขีดจำกัดเช่นกัน และเทพปีศาจถาวอู้ก็สามารถทะลวงขีดจำกัดนี้ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อการต่อสู้บนพื้นดินสิ้นสุดลง วังวนแสงสีแดงเลือดบนท้องฟ้าก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว
รอยยิ้มของอิงเจ๋อยิ่งบิดเบี้ยว “นี่คือเทพปีศาจ!” มันไม่ใช่ความแตกต่างของความแข็งแกร่งอีกต่อไปแต่เป็นความแตกต่างของการบ่มเพาะ
เทพปีศาจถาวอู้ถามอีกครั้ง “เจ้าเป็นใคร?” ดูเหมือนมันจะใส่ใจกับคำตอบของคำถามนี้มาก
มันไม่ได้ลงมาเพื่อเอาชนะการต่อสู้ แต่มาเพื่อหัวใจปีศาจตะวันดำ อย่างไรก็ตามมันไม่ได้มาเพื่อรับหัวใจปีศาจตะวันดำเช่นกัน มันมาเพียงสังเกตการณ์กระดานหมากรุกด้วยตัวเอง
นี่เป็นโอกาสที่เทพปีศาจตนอื่นๆไม่ได้รับ และสถานการณ์ก็ไม่ได้ทำให้มันผิดหวังเช่นกัน การปรากฎตัวของผู้สืบทอดของพระโพธิสัตว์กระดูกขาวถือเป็นข่าวที่น่าตกใจ แต่เมื่อเทียบกับชายที่อยู่ในมือของมัน นั่นไม่ถือเป็นสิ่งใดเลย
โชคชะตาถักทออย่างซับซ้อนจนมันไม่สามารถมองเห็นอนาคตอีกต่อไป และความเชื่อมโยงที่คลุมเครือก็ทำให้มันรู้สึกหวาดกลัว
มันถามซ้ำ “เจ้าเป็นใคร?”
ริมฝีปากของหลี่ฉิงซานขยับ เทพปีศาจถาวอู้เข้าไปใกล้มากขึ้น “เจ้ากล่าวสิ่งใด?”
“เจ็บปวดมาก...”
“เช่นนั้นก็รีบตอบมา” เทพปีศาจถาวอู้เริ่มหมดความอดทน
“...ช่างน่าพอใจนัก!” หลี่ฉิงซานแทงดาบหักเข้าไปในดวงตาของเทพปีศาจถาวอู้อย่างกะทันหัน
เทพปีศาจถาวอู้หรี่ตา และกิ่งไม้สีดำนับร้อยก็พุ่งออกมาจากแขนของหลี่ฉิงซาน มันปิดกั้นการเคลื่อนไหวทั้งหมดของเขา
ราวกับมันมองเห็นร่องรอยแห่งโชคชะตา มันกล่าว “เจ้าคือบุคคลในตำนานงั้นหรือ? ไม่ ไม่จำเป็นต้องบอกข้า ข้าจะตรวจสอบเอง บุคคลในตำนานจะไม่ตายโดยง่าย”
หากเป็นเทพปีศาจตนอื่น บางทีพวกมันอาจตรวจสอบต่อไปโดยไม่พยายามฆ่าเขา แต่เทพปีศาจถาวอู้ไม่ใช่คนขี้ขลาดเช่นนั้น
มันข้าใจทันทีว่าเหตุใดเทพปีศาจเหล่านั้นจึงอนุญาตให้มันลงมาสังเกตการณ์ รวมถึงรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าของพยัคฆ์เหินด้วย
‘ตัวสารเลวที่น่ารังเกียจเหล่านั้นช่างขี้ขลาดนัก พวกมันละทิ้งศักดิ์ศรีหลังจากปกครองพิภพปีศาจมานาน! ฮืม แม้เจ้าจะเป็นบุคคลในตำนาน ข้าก็ยังจะฆ่าเจ้า ตายซะ!’
---------
พรุ่งนี้หยุด