- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1491 ความน่าสะพรึงกลัวของสงคราม (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1491 ความน่าสะพรึงกลัวของสงคราม (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1491 ความน่าสะพรึงกลัวของสงคราม (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1491 ความน่าสะพรึงกลัวของสงคราม (อ่านฟรี)
แปลโดย iPAT
แสงไฟส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า เปลวเพลิงพลุ่งพล่านขึ้นสู่อากาศขณะที่เทพนักรบแห่งเปลวเพลิงปรากฏตัวอย่างสง่างาม
กองทัพทหารม้าหลายพันนายพุ่งเข้าสู่สนามรบและทำให้เผ่าปีศาจตกตะลึงเล็กน้อย
ธนูและหน้าไม้นับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลวเพลิงปะทุขึ้นกลางอากาศก่อนจะตกลงสู่กองทัพปีศาจซึ่งให้เสียงโหยหวนดังขึ้น
ในไม่ช้ากองทัพทหารม้าก็มาถึง พวกเขาบุกทะลวงสิ่งกีดขวางทั้งหมดด้วยหอกเพลิงยาว เหล่าปีศาจถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน แม้แต่จักรพรรดิปีศาจที่นำทัพก็ยังกลายเป็นผงธุลี
เหล่าศิษย์สายตรงเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง หากเทพเจ้าของสองกองทัพร่วมมือกันต่อต้านเทพปีศาจถาวอู้ บางทีพวกเขาอาจยังมีโอกาส
อย่างไรก็ตามหลี่หลายฮัวไม่มีเจตนาที่จะไปที่นั่นเลย กองทัพทหารม้าบุกเข้าสู่ค่ายทหารของฝ่ายปีศาจ เทพนักรบแห่งเปลวเพลิงพุ่งไปยังค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสองโดยตรง
หลี่ฉิงซานพยักหน้าเห็นด้วย นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและเป็นทางเลือกเดียว
เทพนักรบแห่งเปลวเพลิงไม่สามารถออกห่างจากกองทัพได้มากนัก แม้ดูเหมือนเทพนักรบแห่งเปลวเพลิงจะสามารถข้ามผ่านระยะทางหลายสิบกิโลเมตรได้อย่างง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงมันยากมากเนื่องจากกองทัพปีศาจจำนวนมากกีดขวางเส้นทางของกองทัพเพลิงเอาไว้
แม้เทพกองทัพทั้งสองจะร่วมมือกัน แต่พวกเขาก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเทพปีศาจถาวอู้ มีเพียงการทำลายค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสองเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะ
นั่นคือสิ่งเหตุผลที่ทำให้หลี่หลายฮัวตัดสินใจบุกโจมตี
ถูหว่านเฉิงหัวเราะเย้ยหยัน “แค่นี้งั้นหรือ?”
เทพปีศาจถาวอู้บดขยี้ศีรษะของเทพสงครามซวนอู่อย่างกะทันหัน ปราณกองทัพกระจัดกระจายออกจากช่องว่างระหว่างนิ้วของมัน
เทพสงครามซวนอู่คำรามอย่างบ้าคลั่ง แม้จะสูญเสียศีรษะไป แต่มันก็ยังเดินไปข้างหน้าและแทงดาบไปจนมิดด้าม มันบิดดาบอย่างแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้ปราณกองทัพในท้องของเทพปีศาจถาวอู้ปั่นป่วน
บริเวณโดยรอบมืดสลัว ราวกับพวกเขากลับไปสู่สนามรบในยุคแรกกำเนิดที่สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติต่อสู้หลั่งเลือด
ไต้หมิงฟานสั่งให้ศิษย์สายตรงโจมตีต่อไป แต่ศิษย์สายตรงส่วนใหญ่กลับใช้ทักษะป้องกันตัวเองอย่างเร่งร้อน มีศิษย์สายตรงเพียงไม่กี่คนที่ฟังนางและโจมตีเทพปีศาจถาวอู้ต่อไป แต่นั่นก็ไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามใดๆต่อมันเลย
ในค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสอง อิงเจ๋อเผยรอยยิ้ม “ผู้ฝึกตนมนุษย์เป็นเพียงคนขี้ขลาด พวกเขาไม่คู่ควรแม้แต่การถูกเรียกว่ามนุษย์!”
ราชันจักรพรรดิปีศาจตนหนึ่งกล่าวอย่างจริงจังว่า “หากพวกเขาทั้งหมดสิ้นหวังและตัดสินใจฆ่าตัวตายเหมือนมนุษย์พวกนั้น มันคงยุ่งยากไม่น้อย”
เทพสงครามซวนอู่ยังเดินหน้าต่อไปอย่างเงียบๆ ไม่มีสิ่งใดสามารถกีดขวางกองทัพซวนอู่ที่ไม่เกรงกลัวต่อความตาย
แสงไฟจากระยะไกลค่อยๆเคลื่อนใกล้เข้ามา นั่นคือกองทัพเพลิง
จิตสังหาร ความเกลียดชัง ความโกรธเกรี้ยว และความบ้าคลั่งพลุ่งพล่านขึ้นซึ่งทำให้ท้องฟ้าราวกับถูกย้อมไปด้วยสีแดงเลือด
อิงเจ๋อออกคำสั่ง “ถูหว่านเฉิง อย่าเสียเวลาอีก รีบจบการต่อสู้โดยเร็ว!”
“หุบปากของเจ้า!”
เทพปีศาจถาวอู้หันกลับมาและกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาออกคำสั่งข้า!”
อิงเจ๋อลอบกัดฟันอยู่ภายใน ‘ฮืม เจ้าสารเลวที่ยืมพลังของผู้อื่นมาโอ้อวด เพียงรอก่อน!’
เทพปีศาจถาวอู้หันกลับไปมองเทพสงครามซวนอู่ที่ไร้หัว สายตาของมันมองทะลุปราณกองทัพไปยังหลี่ฉิงซานที่อยู่ภายในและกล่าวว่า “ตาย!”
มันไม่โง่พอที่จะพยายามเอาชนะเทพสงครามซวนอู่ด้วยปริมาณปราณกองทัพ มันรวบรวมปราณสีดำไว้ในกรงเล็บขนาดใหญ่และชกไปที่หน้าอกของเทพสงครามซวนอู่โดยตรง
ชุดเกราะสีทองของเทพสงครามซวนอู่แตกเป็นเสี่ยงๆ คลื่นพลังสีดำพุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซานราวกับเงาของความตาย
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แม้เขาจะรู้ว่าการโจมตีจะมาจากที่ใด แต่เขาก็ยังไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องกล่าวถึงการหลบหมัด ภายใต้แรงกดดันของเทพปีศาจถาวอู้ แม้แต่ความคิดของเขาก็ยังช้าลง
ความแข็งแกร่ง ความเร็ว และจิตสังหารอันเข้มข้น เมื่อสามสิ่งนี้รวมกัน ทุกอย่างจะพินาศสิ้น
หลี่ฉิงซานทำได้เพียงรวบรวมปราณกองทัพเพื่อปิดกั้นหมัด ขณะเดียวกันเขาก็ใช้ความสามารถโดยกำเนิดผิวหนังปีศาจวัวทำให้ผิวของเขาคล้ำขึ้น
ในเวลาต่อมา ความเจ็บปวดก็แล่นผ่านร่างกายของเขา กระดูกของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ เขารู้สึกเหมือนถูกภูเขาตกทับ
ด้วยเสียงระเบิด หลี่ฉิงซานบินออกจากแผ่นหลังของเทพสงครามซวนอู่ไปทางเมืองเมฆดำ
เขาพุ่งทะลุหอคอยหินสามหลังติตด่อกันและตกลงบนพื้นโดยสร้างหลุมขนาดใหญ่ที่นำไปสู่ถ้ำเบื้องล่างโดยตรง หลี่ฉิงซานหายตัวไปที่นั่นโดยไม่ทราบชะตากรรม
อาคารต่างๆพังทลายลงด้วยเสียงดังสนั่น
“ฉิงซาน!” หยวนเหยาจูกรีดร้อง แต่นางไม่สามารถดึงตัวเองกลับมาเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของหลี่ฉิงซาน
หลังจากศีรษะถูกบดขยี้ เทพสงครามซวนอู่ก็ถูกแทงที่หน้าอกส่งผลให้หลี่ฉิงซานถูกผลักออกจากภายใน ปราณกองทัพกระจัดกระจายไปอย่างรวดเร็ว ศิษย์สายตรงถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับเทพปีศาจถาวอู้ที่น่าสะพรึ่งกลัวเพียงลำพัง
ไต้หมิงฟานกัดฟันด้วยความเจ็บปวด มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้ นางยังสงสัยว่าจะมีศิษย์สายตรงกี่คนที่สามารถหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตามทหารหนึ่งล้านนายจะพินาศอยู่ที่นี่ทั้งหมด
“นี่คือชะตากรรมของเจ้าในการต่อต้านเทพเจ้า!”
ถูหว่านเฉิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เทพปีศาจถาวอู้เปิดปากกว้างและหัวเราะอย่างหนักเช่นกัน มันเชื่อมั่นในพลังที่อยู่เบื้องหลังหมัดนั้นเป็นอย่างมาก มันเพียงพอที่จะทำลายแก่นวิญญาณหยางของเขาโดยไม่ต้องกล่าวถึงการหลบหนี
สำหรับกองทัพซวนอู่ที่เหลืออยู่ เพียงการเยียบย่ำก็สามารถบดขยี้พวกเขาทั้งหมดแล้ว
อย่างไรก็ตามมดปลวกพวกนี้ไร้ค่า ตอนนี้ผู้บัญชาการของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว พวกเขาจะล้มลงในไม่ช้า มันสามารถปล่อยให้ทหารปีศาจสังหารพวกเขาทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้เทพปีศาจถาวอู้จึงหันไปมองเหล่าศิษย์สายตรง มันเหมือนสายตาของหมาป่าที่มองฝูงแกะ
หลี่หลายฮัวเฝ้ามองเทพสงครามซวนอู่พ่ายแพ้และลอบสั่นสะท้านอยู่ภายใน อย่างไรก็ตามเขายังอยู่ห่างจากค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสองพอสมควร ก่อนที่เขาจะไปถึงที่นั่น ศิษย์สายตรงทั้งหมดคงถูกฆ่าไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่สามารถใส่ใจสิ่งใดอีก เทพนักรบแห่งเปลวเพลิงดึงบังเหียนม้าศึกของตนอย่างกะทันหัน ม้าศึกสีแดงยกกีบเท้าหน้าขึ้น หอกเพลิงในมือของเทพนักรบแห่งเปลวเพลิงส่องประกายเจิดจ้าก่อนที่เทพนักรบแห่งเปลวเพลิงจะขว้างมันไปทางค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสองสุดแรง
แสงสีแดงพุ่งทะลุทะลวงอากาศ
เป้าหมายของมันคืออิงเจ๋อ!
จากราชันจักรพรรดิปีศาจทั้งสิบเอ็ดตน มีเพียงสี่ตนที่สามารถเป็นเป้าหมาย อย่างไรก็ตามเขาสังเกตเห็นการโต้เถีียงกันระหว่างอิงเจ๋อกับถูหว่านเฉิง ดังนั้นนี่อาจเป็นโอกาส
ตราบเท่าที่เขาสังหารราชันจักรพรรดิปีศาจได้แม้แต่ตนเดียว ค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสองจะหยุดทำงาน เทพปีศาจถาวอู้จะสลายไป และฝ่ายปีศาจก็จะไม่สามารถรวบรวมปราณกองทัพ
อิงเจ๋อหรี่ตามองแสงสีแดงเข้ม พลังทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสองถูกใช้ไปเพื่อสนับสนุนการปรากฏตัวของเทพปีศาจถาวอู้ ดังนั้นพวกมันจึงไม่มีพลังในการป้องกันตนเอง
และกระทั่งมันจะสังเกตเห็นเทพนักรบแห่งเปลวเพลิงมานานแล้ว แต่มันก็ไม่สามารถทำสิ่งใด สิ่งเดียวที่มันทำได้คือเฝ้ามองความตายที่ใกล้เข้ามา
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของสงคราม