- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1455 เสี่ยงภัย (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1455 เสี่ยงภัย (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1455 เสี่ยงภัย (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1455 เสี่ยงภัย (อ่านฟรี)
แปลโดย iPAT
หลี่ฉิงซานกลับไปยังหอคอยหิน เสี่ยวอันยังปิดประตูบ่มเพาะ ท่ามกลางเพลิงสมาธิสีขาวที่เบ่งเบานและเหี่ยวเฉาเหมือนดอกบัว ร่างของนางสลับสับเปลี่ยนระหว่างผู้หญิงที่งดงามและโครงกระดูกสีขาวที่น่าขนลุก
สายตาของเขาที่มองนางทั้งอ่อนโยนและไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งที่เห็น หลังจากมองนางอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เดินลงบันไดไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะนั่งลง และทิ้งร่างกายของตนไว้เบื้องหลัง
แก่นวิญญาณหยินล่องลอยออกไปและกลับไปรวมตัวกับเฉาเทียนเจียวที่ห้องโถงซวนอู่อีกครั้ง
“มา!” เฉาเทียนเจียวกางแขนและเปิดใจ ด้วยการพุ่งเข้าใส่ แก่นวิญญาณหยินของหลี่ฉิงซานรวมเข้ากับนาง
“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?” เฉาเทียนเจียวขยับแขนไปมา นางรู้สึกเหมือนตนเองกำลังสวมชุดเกราะแปลกๆ
“รูปร่างดีมาก” หลี่ฉิงซานพูดติดตลก
การแสดงออกของเฉาเทียนเจียวเปลี่ยนไป แก่นวิญญาณหยางของนางส่องประกายสว่างไสวและแหลมคมซึ่งทำให้แก่นวิญญาณหยินของหลี่ฉิงซานรู้สึกเหมือนถูกกรีดเฉือนด้วยใบมีด
“มันแค่เรื่องตลก ใจเย็น ใจเย็น”
เขาฝังแก่นวิญญาณหยินของเขาไว้ในร่างของนาง แต่มันเหมือนกับเสื้อผ้าชั้นนอกของนางเท่านั้น เขาไม่ได้สัมผัสร่างกายของนางจริงๆ และร่างของนางในเวลานี้ก็เป็นเพียงแก่นวิญญาณหยางเช่นกัน อย่างไรก็ตามเสื้อผ้าชั้นในและเสื้อผ้าชั้นนอกของนางเป็นชุดรัดรูปซึ่งทำให้เขาสามารถระบุสัดส่วนของนางได้อย่างแม่นยำ คำชมนั้นก็มาจากก้นบึ้งของหัวใจของเขาเช่นกัน มันเป็นเพียงแค่นางอาจจะไม่ชื่นชอบเท่านั้น
“ข้าทนเจ้าได้ในเวลาปกติ แต่ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าเล่นตลกในสนามรบ มิเช่นนั้นเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับกฎทหารที่เข้มงวด!”
เฉาเทียนเจียวเป็นคนจริงจัง และนางก็รู้มานานแล้วว่าเขาเป็นคนเช่นไร ดังนั้นนางจึงไม่ได้โกรธจริงๆ นางทำเช่นนี้เพื่อบอกให้เขาอยู่ในจุดที่เขาควรอยู่และเพื่อทดสอบเขาเล็กน้อยสำหรับการเตรียมตัวเดินทางไปยังพิภพปีศาจที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น
นางบ่มเพาะคัมภีร์สวรรค์ซวนอู่ นี่คือเส้นทางของเทพสงครามเจิ้นอู่ผู้กวาดล้างปีศาจแห่งสวรรค์ทั้งเก้า
แก่นวิญญาณหยางของนางควบแน่นมาจากพลังงานอันความเย็นยะเยือกของกลุ่มดาวเหนือทั้งเจ็ด กลิ่นอายของนางดุร้ายและเย็นชามาก โดยปกติแล้วแก่นวิญญาณหยินจะได้รับบาดเจ็บทันทีที่เข้าใกล้นาง โดยไม่ต้องกล่าวถึงการฝังตัวอยู่ในแก่นวิญญาณหยางของนาง
เขาสามารถทนต่อสิ่งนี้ซึ่งหมายความว่านางจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใด นางสามารถใช้ทักษะบางอย่างได้โดยตรงซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี
“ตกลง ท่านเป็นคนควบคุม ข้าก็แค่เสื้อคลุมล่องหน” หลี่ฉิงซานถอนหายใจและเพิ่มรายการแก้แค้นเอาไว้ในใจ แน่นอนว่าฉากร้อนแรงบางฉากพุ่งผ่านความคิดของเขาทันที
“ตราบเท่าที่เจ้าเข้าใจ!” เฉาเทียนเจียวเผยรอยยิ้มสดใสก่อนจะกระโดดลงจากหน้าผาที่อยู่ข้างหลังนางและหายไปในโหดหินที่ยื่นออกมาจากกำแพงหน้าผา
นางเพิกเฉยต่อคำบ่นของหลี่ฉิงซานโดยสิ้นเชิงและค่อยๆปลดปล่อยพลังที่เหมือนแสงดาวของนางออกมา
“กลุ่มดาวเหนือ!”
ดวงดาวทั้งเจ็ดดวงในแก่นวิญญาณหยางของนางส่องประกายสว่างไสว และมีดวงหนึ่งสว่างไสวเป็นพิเศษ
จุดแสงควบแน่นเป็นปีกและหางที่เหมือนกรรไกรซึ่งทำให้แก่นวิญญาณหยางของนางดูเหมือนนกนางแอ่นสีเงินที่พุ่งทะยานไปบนท้องฟ้าก่อนรุ่งสางและบินเข้าสู่พิภพปีศาจ
หลี่ฉิงซานเข้าใจพลังของนางมากขึ้นเล็กน้อย ‘นี่คือคัมภีร์สวรรค์ซวนอู่ หากต้องเผชิญหน้ากับนางโดยตรง ข้าไม่มีทางสู้นางได้ ข้าไม่สามารถป้องกันการโจมตีของนางได้เลย ข้าทำได้เพียงอดทนกับมันอย่างสิ้นหวังเท่านั้น’
แม้เขาจะมีแผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้าก็ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าหมัดของเขาจะทรงพลังเพียงใด มันก็ไร้ความหมายหากเขาไม่สามารถโจมตีศัตรู บางทีเขาอาจทำได้หากเขาลอบโจมตีนางด้วยความช่วยเหลือจากเสี่ยวอันแต่ไม่ใช่การต่อสู้เผชิญหน้าโดยตรง
ความทะเยอทะยานของเขาสูงเกินไป เขาพึ่งก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่สี่เมื่อไม่นานมานี้แต่เขากลับเปรียบเทียบตัวเองกับผู้ฝึกตนที่อยู่บนจุดสูงสุดของภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่ห้า และนางก็เป็นผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้อีกด้วย แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของเขายังไม่เพียงพอ
‘อย่างไรก็ตามข้าจะสังเกตนางอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ในอนาคต’
เฉาเทียนเจียวสามารถคาดเดาความคิดของเขา ดังนั้นนางจึงจงใจทำให้เขาตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างพวกเขาเพื่อลดความมั่นใจของเขาลง
ทันใดนั้นศิษย์พี่หญิงใหญ่และศิษย์น้องเล็กที่เป็นศัตรูก็รวมตัวกันและบินเข้าสู่เขตแดนระหว่างสองพิภพ
นางหยุดใช้ทักษะและลงมาจากด้านบนโดยปกปิดกลิ่นอายของตนเอาไว้ นางกล่าว “รีบหน่อย เจ้าหนู อย่าถ่วงเท้าข้า!”
‘ข้าถ่วงเท้าข้างไหนของเจ้า ฮืม เจ้าเป็นหมางั้นหรือ?’ หลี่ฉิงซานโกรธ เขาปลดปล่อยทักษะปีศาจมายาและมันก็ค่อยๆปกปิดร่างกายของนาง
“หากท่านยังใช้ทักษะอื่นโดยไม่บอกกล่าว ข้าอาจไม่สามารถซ่อนท่านได้”
“หุบปาก!”
เฉาเทียนเจียวเตะเท้าเบาๆและพุ่งทะยานอออไปทันที
“หือ เหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกถึงการปฏิเสธจากพิภพปีศาจเลย?”
นั่นเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ฝึกตนมนุษย์มาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับหายไปอย่างกะทันหัน
นางตรวจสอบอย่างละเอียดและค้นพบว่าพลังที่กดขี่ของพิภพปีศาจยังอยู่ และมันก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อนางก้าวลึกเข้าไปในพิภพปีศาจ อย่างไรก็ตามมันเพียงไหลผ่านนางไปราวกับสายน้ำ
หลี่ฉิงซานไม่กล่าวสิ่งใดและยังทำหน้าที่เป็นเสื้อคลุมล่องหนให้นางเท่านั้น เขาคิด ‘ฮืม ไม่ใช่แค่ไม่รังเกียจ แต่เจ้าไม่รู้เลยว่าพิภพปีศาจเป็นมิตรมากเพียงใดเมื่อข้ามาเยี่ยมมัน หากไม่ใช่เพราะข้ามีหัวใจแห่งความเมตตากรุณา ข้าคงยึดเมืองเมฆดำและข่มขืนเจ้าร้อยครั้งไปแล้ว!’
“เฮ้ เจ้าหนู อย่าบอกว่าเจ้าเป็นสายลับพิภพปีศาจจริงๆ!”
เฉาเทียนเจียวดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความเป็นอริศัตรูจากเขา ดังนั้นนางเกิดความสงสัย
“ฮิฮิ พยัคฆ์เหินบอกข้าให้บอกท่านว่าตราบเท่าที่ท่านยอมสยบให้พิภพปีศาจ...”
เฉาเทียนเจียวหัวเราะ “พยัคฆ์เหิน! เจ้ากล้าพูดชื่อนั้นออกมาจริงๆ” พยัคฆ์เหินเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง ในแง่ของพลังการต่อสู้ มันอาจเหนือกว่าแม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายหมื่นลี้ที่อยู่ในสวรรค์ทั้งเก้า มันเป็นตัวตนที่อยู่ห่างไกลจากนางมากเกินไไป โดยไม่ต้องกล่าวถึงผู้ฝึกตนแก่นวิญญาณหยินเช่นเขา
นางเย้ยหยันและกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าเป็นสิ่งใดสำหรับพยัคฆ์เหิน?”
“พยัคฆ์เหินคือพาหนะของข้า” หลี่ฉิงซานโอ้อวด หากเขาชนะเดิมพัน เขาก็จะปราบพยัคฆ์เหินได้ด้วยคำสาบานเลือดแห่งแม่น้ำดำ
“เด็กน้อย เจ้ารู้วิธีล้อเล่นจริงๆ” ริมฝีปากของเฉาเทียนเจียวโค้งงอ นางไม่สงสัยอีกต่อไป ไม่มีปีศาจตนใดกล้าพูดจาไม่ดีถึงเทพปีศาจเช่นนี้
“ตราบเท่าที่ท่านยอมจำนนต่อพิภพปีศาจ ข้ารับรองว่าท่านจะมีชีวิตที่มั่งคั่งและรุ่งเรือง...”
“เจ้าจะหุบปากได้หรือยัง!?” เฉาเทียนเจียวเริ่มหมดความอดทน
“ข้าทำไม่ได้!”
หลี่ฉิงซานไม่กลัวเลย โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาอยู่ในพิภพปีศาจ
เฉาเทียนเจียวสำรวจสภาพแวดล้อมอีกครั้งและพบว่านางไม่ถูกสะกดข่มโดยกฎของพิภพปีศาจ ด้วยวิธีนี้ โอกาสที่นางจะถูกค้นพบก็จะลดน้อยลงอีกมาก ดังนั้นนางจึงเพิกเฉยต่อการเล่นตลกของเขา
“เฮ้ เจ้าหนู เจ้ามีความสามารถจริงๆ”
หลี่ฉิงซานเริ่มเบื่อและหยุดเล่นตลก “ท่านควรระวังตัวให้มาก มันไม่เป็นไรหากท่านตาย แต่ข้าไม่อยากให้แก่นวิญญาณหยินของข้าถูกฝังไปพร้อมกับท่าน”
“ไม่อย่างแน่นอน!” เฉาเทียนเจียวตอบรับ นางก้าวเท้าด้วยความระมัดระวังและมั่นคงมากขึ้นขณะเคลื่อนที่เข้าใกล้ช่องเขาเลือดเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ธงหักปลิวไสวอยู่ในแสงอาทิตย์สีดำซึ่งทำให้บรรยากาศดูหดหู่มากขึ้น
ทั้งหลี่ฉิงซานและเฉาเทียนเจียวต่างเคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน คนหนึ่งเห็นด้วยตาของตัวเอง อีกคนเห็นผ่านภาพลวงตา
ช่องเขาเลือดเย็นไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตแม้แต่น้อย กระทั่งกลิ่นเลือดก็หายไปจดหมดและทิ้งไว้เพียงความหนาวเย็นเท่านั้น
“จะเข้าไปดูหรือไม่?”
ในที่สุดเฉาเทียนเจียวก็ขอความคิดเห็นจากหลี่ฉิงซาน พวกเขากำลังเข้าสู่พื้นที่อันตราย ดังนั้นหากพวกเขาไม่มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน มันจะอันตรายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามหลี่ฉิงซานรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ร่างหลักของเขาที่อยู่ในหอคอยหินเริ่มทำนายผลที่ตามมาผ่านเต่าจิตวิญญาณทันที
“จะดีที่สุดหากเราไม่เข้าไป ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ มีเรื่องใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้น แล้วพิภพปีศาจจะไม่ตอบสนองได้อย่างไร พวกมันทิ้งป้อมปราการที่ว่างเปล่าไว้ที่นี่ บางทีมันอาจเป็นกับดัก...”
“อันใด เจ้ากลัวงั้นหรือ?”
เฉาเทียนเจียวยิ้ม นางเคยผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน นางคือคนที่แทรกซึมเข้าไปในกองทัพปีศาจเพียงลำพังเพื่อลอบสังหารราชันจักรพรรดิปีศาจ
หลังจากผ่านการต่อสู้เผชิญหน้ากับปีศาจสองสามแสนตน เรื่องนี้ก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่โตมากนัก หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์ที่น่าสงสัย นางคงไม่สนใจที่จะออกมาสืบสวนด้วยตนเอง
“ข้ายังไม่อยากให้ท่านตายด้วยน้ำมือของคนอื่น”
ผลของการทำนายคลุมเครือและจำกัดมาก แน่นอนว่ามีหลายเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่เขาไม่กลัวเลย แม้แก่นวิญญาณหยินของเขาจะถูกทำลาย มันก็แค่ทำให้พลังของเขาลดลงเท่านั้น เขาจะไม่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตามเต่าจิตวิญญาณกลับไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งนี้เป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของเขาหรือไม่
ส่วนการฆ่าด้วยดาบที่ยืมมา เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น นี่เป็นความคล้ายคลึงกันระหว่างเขา หลี่หลายฮัว และเฉาเทียนเจียว
“เด็กเลว! เจ้าทำให้ข้าดูเหมือนคนบอบบางมาก!”
เฉาเทียนเจียวตระหนักถึงบางสิ่ง นางรู้ว่าเขาไม่ใช่คนขี้กลัวหรือขี้ขลาด นางยิ้ม “ข้าเข้าใจแล้ว”
“ด้วยความยินดี...”
“แต่เมื่อเรามาถึงที่นี่แล้ว เราจะกลับง่ายๆได้อย่างไร เราต้องเข้าไปดูไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นก็ตาม แม้จะเป็นกับดัก มันก็คงมีราชันจักรพรรดิปีศาจสามหรือห้าตนเท่านั้น อย่ากังวล ข้ารับรองว่าเจ้าจะไม่ตาย”
หลี่ฉิงซานกลายเป็นยิ่งกังวลมากขึ้น
“ข้าคิดว่าข้าควรจะ...”
“นี่เป็นคำสั่งทหาร!”
“รับบัญชา ท่านหญิง!”