เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1232 ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1232 ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1232 ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1232 ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

“ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว!”

หลี่ฉิงซานเป่าปาก แต่เขารู้สึกกังวลทันที ตอนนี้ไม่มีภูเขาอยู่ใกล้ๆที่จะทำหน้าที่เป็นโล่ปกป้องพวกเขา หากพวกเขาออกห่างอีกนิด แรงดึงดูดก็จะอ่อนแอลง แต่ขั้วแม่เหล็กโลกย่อมไม่ง่ายที่จะจัดการ แม้จะอยู่ในระยะไกล ปราณปีศาจของเขาก็ยังสลายไปเล็กน้อย หากเขาเข้าใกล้มันมากกว่านี้ อิทธิพลของมันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น

“เห้อ ดูเหมือนเราจะต้องค่อยเป็นค่อยไป”

แม้จะเพื่อแผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้า กู่เยี่ยนหยินก็ยังไม่ยอมแพ้

เทพราหูเสี่ยวหมิงกล่าว “เจ้าจะใช้เวลานานเท่าใด เจ้าจะรอจนกว่าอสูรกลืนห้วงมิติจะมากลืนกินพวกเราทั้งหมดจริงๆงั้นหรือ?”

“แล้วเจ้าคิดว่าเราควรทำอย่างไร เราจะยอมแพ้เช่นนี้งั้นหรือ?”

หลี่ฉิงซานสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าแผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้ากำลังเรียกหาเขา บางทีมันอาจจะเป็นเพียงการคิดไปเองของเขา แต่ก็มีบางอย่างที่เขามั่นใจ แผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะของปีศาจวัว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถยอมแพ้เช่นนี้

“นี่!” เทพราหูเสี่ยวหมิงส่งกระเป๋าสี่มิติให้กับหลี่ฉิงซาน

หลี่ฉิงซานรับกระเป๋าสี่มิติและกล่าวด้วยความประหลาดใจ “ให้ข้างั้นหรือ?”

“สารเลว! ข้าแค่ให้ยืม!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ช่างขี้งกนัก!”

หลี่ฉิงซานส่งปราณปีศาจเข้าไปในกระเป๋าสี่มิติและสามารถควบคุมมันได้ทันที แน่นอนว่ามันเป็นเพราะเขาได้รับอนุญาตจากเทพราหูเสี่ยวหมิง เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดแต่รู้สึกซาบซึ้งเล็กน้อย ด้วยความไว้วางใจนี้ พวกเขาจะสามารถเดินทางร่วมกันบนเรือลำเดียวกันได้อย่างแท้จริง

“ข้าจะสอนวิธีใช้งานมันให้เจ้า...”

เทพราหูเสี่ยวหมิงอธิบายอย่างช้าๆ และหลี่ฉิงซานก็พยักหน้า กระเป๋าสี่มิติซึ่งเป็นผลงานของเทพเจ้าไม่ง่ายเหมือนแหวนมิติที่ถูกอัพเกรด มันเหมือนโลกจำลองขนาดเล็ก

เขาโยนกระเป๋าสี่มิติขึ้นสูง และมันก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มันกว้างขึ้นหลายร้อยกิโลเมตรซึ่งอยู่ภายใต้ขีดจำกัดของหลี่ฉิงซาน ท้ายที่สุดขนาดที่แท้จริงของกระเป๋าสี่มิติก็ยังคงเป็นปริศนา

“เปิด!” หลี่ฉิงซานตะโกน

กระเป๋าสี่มิติเปิดออกราวกับปากขนาดใหญ่ มันดูดแก่นแท้ลมบรรยากาศในบริเวณนั้นเข้าไปทันที

อย่างไรก็ตามขั้วแม่เหล็กโลกกลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ พวกมันยังเคลื่อนที่อย่างอิสระและไร้รูปแบบเช่นเดิม ธรรมชาติของพวกมันแตกต่างอย่างมากจากแก่นแท้ลมบรรยากาศ พวกมันสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและจับต้องได้ แต่ลมบรรยากาศไม่ส่งผลกระทบต่อพวกมัน ในทางกลับกัน พวกมันดูเหมือนบอลสายฟ้าที่ส่องประกายระยิบระยับ

เทพราหูเสี่ยวหมิงกล่าว “ใช้การดึงของเจ้า!”

“เข้าใจแล้ว!”

หลี่ฉิงซานกางแขนออกและปลดปล่อยสนามแม่เหล็กโลก มันโจมตีขั้วแม่เหล็กโลกทีละชิ้น แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังไม่ราบรื่นเช่นที่เขาจินตนาการไว้

แรงดึงดูดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อขั้วแม่เหล็กโลก แต่เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่เต็มใจที่จะออกห่างจากภูเขาเล็กๆลูกนั้น สถานการณ์กลายเป็นชะงักงัน ผู้ใดจะรู้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใดก่อนที่เขาจะสามารถดึงพวกมันเข้ามาได้

หลี่ฉิงซานปิดเปลือกตาลงและสัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของภูเขาลูกเล็กๆ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นของมารดาท่ามกลางห้วงอวกาศที่ว่างเปล่าและหนาวเย็น เขากล่าวเบาๆว่า “โปรดให้ข้ายืมพลังของท่าน!”

แรงดึงดูดมหาศาลจากภูเขาเล็กๆลูกนั้นอ่อนลงอย่างกะทันหัน ขณะที่สนามแม่เหล็กโลกของหลี่ฉิงซานแข็งแกร่งขึ้นทันที ขั้วแม่เหล็กโลกพุ่งเข้าหาเขาเหมือนลูกศร ทั้งหมดจบลงในกระเป๋าสี่มิติในพริบตา

เมื่อดึงเชือกสีแดง ปากถุงก็ปิดตัวลง จากนั้นมันก็ตกลงมาอยู่ในมือของหลี่ฉิงซานอีกครั้ง ถุงดูอ้วนกลมราวกับถูกลมพัดจากภายใน  เขาส่งกระเป๋าสี่มิติคืนให้เทพราหูเสี่ยวหมิงอย่างไม่ใส่ใจราวกับมันเป็นถุงเงินธรรมดาที่มีเหรียญเงินอยู่ไม่กี่เหรียญ

เทพราหูเสี่ยวหมิงยื่นมือออกไปรับมันไว้ก่อนจะแขวนกลับไปที่เอวของเขาโดยทำเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด

แม้ทะเลลมบรรยากาศจะถูกกวาดออกไปแต่ยังมีอุกกาบาตจำนวนมากลอยอยู่รอบๆ พวกมันรวมตัวกันอย่างหนาแน่นมากกว่าที่ใด แม้คุนเผิงจะหดตัวเล็กลงไปอีก มันก็ยังยากที่จะเข้าไปใกล้ภูเขาลูกนั้น

แต่สิ่งที่ดีที่สุดมักถูกเก็บไว้สุดท้ายเสมอ

“แผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้า ข้ามาแล้ว!”

หลี่ฉิงซานกางปีกวิหคเพลิงอมตะและกล่าวกับเทพราหูเสี่ยวหมิงว่า “ขอลมให้ข้าหน่อย!”

เทพราหูเสี่ยวหมิงเปิดกระเป๋าสี่มิติเล็กน้อยและปล่อยลมบรรยากาศออกไป ปีกสายลมของหลี่ฉิงซานขยายออกไปถึงสามพันเมตรก่อนจะที่เขาจะทะยานออกไป เขาไม่พบแรงต้านทานใดๆในอวกาศซึ่งทำให้ความเร็วของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จากนั้นเขาก็ใช้สนามแม่เหล็กโลกเพื่อเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกหลายเท่า ในเวลาเดียวกันเขาก็ปรับท่าทางของเขาอย่างต่อเนื่องเพื่อหลบเลี่ยงหินอุกกาบาต

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาบินด้วยความเร็วระดับนี้ด้วยพลังของตัวเอง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่การโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า และเขาก็เกลียดความเงียบของอวกาศยิ่งกว่า เมื่อสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกของแผ่นดินงอก เขาก็บินเข้าไปหาภูเขาลูกเล็กราวกับเด็กน้อยที่โยนตัวเองเข้าสู่อ้อมกอดของมารดา

เทพราหูเสี่ยวหมิงกล่าว “เขาจะไม่พุ่งชนภูเขาตายใช่หรือไม่?”

กู่เยี่ยนหยินกล่าว “แน่นอนว่าไม่!”

จากมุมมองของพวกเขา หลี่ฉิงซานกำลังพุ่งชนภูเขาลูกนั้นจริงๆ แต่เมื่อเขาไปถึงระยะห้าสิบกิโลเมตรจากภูเขา เขาก็หุบปีกและพลิกกลับสนามแม่เหล็กโลก แต่เขายังเคลื่อนที่เร็วมาก เมื่อเขากำลังจะชนภูเขาเล็กๆลูกนั้น เขาก็ส่งหมัดออกไป

ภูเขาเกิดรอยแตกร้าว และหลี่ฉิงซานก็พุ่งเข้าไปในรอยแยกของภูเขากระทั่งไปถึงใจกลางของมัน เมื่อไปถึงที่นั่น ในที่สุดเขาก็เห็นแผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้าในตำนาน

ดังที่เทพราหูเสี่ยวหมิงอธิบายไว้ รูปลักษณ์ของมันดูไม่พิเศษเลย มันเหมือนก้อนดินสีน้ำตาลเหลืองทั่วไป มันไม่ปลดปล่อยพลังทางจิตวิญญาณใดๆออกมา โดยไม่ต้องกล่าวถึงการเรืองแสง และมันก็มีขนาดเท่ากับกำปั้นมนุษย์เท่านั้น

อย่างไรก็ตามสำหรับหลี่ฉิงซาน ก้อนดินเล็กๆก้อนนี้กลับหนักและกว้างใหญ่ยิ่งกว่าภูเขาทุกลูกที่อยู่ที่นี่

ภูเขาเกิดจากการรวมตัวของดิน ดินเพียงก้อนเดียวไม่ถือว่าเป็นโลก

อย่างไรก็ตามก้อนดินก้อนเล็กนี้กลับเหมือนโลกทั้งใบ สิ่งนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตรรกะทั่วไป

หลี่ฉิงซานเอื้อมมือออกไปอย่างช้าๆ ร่างของพี่วัวปรากฏขึ้นในใจของเขาอย่างกะทันหัน ภาพต่างๆพุ่งผ่านจิตใจของเขา ตั้งแต่การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ในหมู่บ้านกระทิงหมอบไปจนถึงการบ่มเพาะและบททดสอบมากมายที่เขาเผชิญมาตลอดชีวิต ปีศาจวัวขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง ไปจนถึงขั้นที่ห้า ความสามารถโดยกำเนิดทุกอย่างของปีศาจวัวฉายผ่านจิตใจของเขาในชั่วขณะนั้น

เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวอย่างจริงจังว่า “ปีศาจวัวมีพละกำลังมหาศาลจมอยู่ในโคลนตม!”

ไม่มีอุปสรรคใดๆระหว่างเขากับปีศาจวัวขั้นที่หกอีกต่อไป ในความเป็นจริงเขากระทั่งสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นที่หกของปีศาจวัวและรับพลังใหม่ได้ทันที

เขาสูดหายใจลึกและควบคุมอารมณ์ของตน เขาไม่เคยคาดคิดว่าเพียงการได้เห็นแผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้าก็ทำให้เขาได้รับประโยชน์มากมายถึงเพียงนี้แล้ว มันคล้ายกับตอนที่เต่าจิตวิญญาณได้รับพลังจากนรกพิภพวารี

พลังของนรกพิภพวารียิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต แต่นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆของแผ่นดินงอกเท่านั้น แม้แต่โลกที่ไม่เล็กไปกว่าโลกของเก้ามณฑลก็มีแผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้าเพียงก้อนเล็กๆ ขณะที่ไม่มีสิ่งใดสามารถรับประกันได้ว่าโลกของเก้ามณฑลจะมีแผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้าหรือไม่ ชัดเจนว่าสิ่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่าและหายากมากจริงๆ

เมื่อปลายนิ้วของเขาสัมผัสแผ่นดินงอกของสวรรค์ทั้งเก้า หลี่ฉิงซานก็รู้สึกถึงพลังที่พลุ่งพล่านไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่รู้สิ้นสุด

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1232 ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว