เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 835 แผนการพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 835 แผนการพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 835 แผนการพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 835 แผนการพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

หมอผีกินกระดูกที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่สองจำนวนหกคนมองหน้ากันและหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ท้ายที่สุดพวกเขาก็มาจากคนละเผ่า

แตกต่างจากหมอผีกินกระดูกทั่วไป รูปร่างหน้าตาของพวกเขาคล้ายมนุษย์มากกว่า พวกเขาสามารถควบคุมพลังในร่างกายของตนและรวมไว้ในกะโหลกศีรษะซึ่งถูกเรียกว่าแก่นสมอง มันคล้ายกับแก่นปีศาจและแก่นทองคำของผู้ฝึกตนมนุษย์ หากพวกเขากินแก่นสมองและร่างกายของกันและกัน ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะพุ่งสูงขึ้น ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานสิ่งล่อใจนี้ได้

อย่างไรก็ตามทางตันนี้กินเวลาเพียงเสี้ยววินาที แม้พวกเขาจะเคยเห็นการสังหารหมู่มามากในชีวิต แต่ภาพเบื้องหน้ายังทำให้พวกเขาตกใจมาก

ภายใต้วังวนแสงสีแดงเลือด หมอผีกินกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนต่อสู้และเข่นฆ่ากันเอง ศพกลายเป็นพรมหนาปูพื้น เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามดังสนั่น

“ที่นี่ที่ใด? ข้ารู้สึกอยากฆ่าคน! ชายผู้นั้น!” หมอผีแก่นสมองผู้หนึ่งนึกถึงดวงตาสีแดงที่น่าสะพรึงกลัวคู่นั้นก่อนจะรู้สึกสั่นสะท้านอยู่ภายในและยิ่งโกรธมากขึ้น

“ข้าไม่รู้ เราถูกจับมาเช่นกัน ที่นี่มีกลิ่นอายของพิภพอสูร เราต้องควบคุมจิตใจของเรา มิเช่นนั้นเราจะลงเอยด้วยการเข่นฆ่ากันเองเหมือนพวกเขา”

หมอผีแก่นสมองอีกคนกล่าว เขาดูเหมือนชายชราหลังค่อมที่ถือไม้เท้า มันยากมากที่จะเชื่อมโยงเขากับหมอผีกินกระดูกที่กินเนื้อมนุษย์

“ข้าไม่เคยเห็นหมอผีกินกระดูกมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ดูเหมือนเผ่าหมอผีกินกระดูกทั้งหมดของมณฑลกู้โจวจะถูกรวบรวมมาที่นี่”

“เขาจับพวกเรามาเพื่อให้พวกเราฆ่ากันเองงั้นหรือ?”

“ข้าไม่รู้ เขาไม่ได้ฆ่าเรา ดังนั้นเขาย่อมมีเหตุผลของเขาในการทำเช่นนี้ บางทีอาจเป็นเพียงการล้อเล่นกับพวกเรา เราต้องหนีออกจากที่นี่!”

“นั่นคือสิ่งใด?”

พวกเขาทั้งหกพูดคุยกัน แต่ทันใดนั้นจิตสังหารที่เข้มข้มก็แผ่พุ่งเข้ามา พวกเขามองไปยังจุดศูนย์กลางของสนามรบและเห็นแสงสีแดงเลือดพุ่งผ่านหมอผีกินกระดูกที่กีดขวางเส้นทางของมันเข้ามา มันคือผู้บัญชาการอสูรที่ใช้กระบองหนาม

ผู้บัญชาการอสูรบังเอิญก่อเหตุฆาตกรรมหมู่อยู่ในทะเลมนุษย์ เว้นเพียงเขารู้สึกว่ามันน่าเบื่อ การสังหารเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ทำให้เขาได้รับประโยชน์ เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังจากหมอผีแก่นสมองทั้งหก เขาก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะและพุ่งเข้าหาพวกเขาทันที

“ระวัง นั่นดูเหมือนจะเป็นอสูร!”

“เราไม่มีความคับข้องใจ ดังนั้นข้าจะลองคุยกับเขาก่อน!”

“เขาอาจเป็นลูกน้องของชายผู้นั้นที่ถูกส่งมาเพื่อฆ่าพวกเราโดยเฉพาะ!”

“หากการพูดคุยไม่ได้ผลก็ไม่จำเป็นต้องกลัว ตราบเท่าที่พวกเราร่วมมือกัน ทุกคนที่ต่อต้านจะต้องตาย!”

“สหาย เจ้าเป็นอสูรใช่หรือไม่? เหตุใดไม่มานั่งคุยกับเรา? อย่าตกเป็นเครื่องมือของคนอื่น!”

ชายชราหลังค่อมกล่าวเสียงดังด้วยทักษะบางอย่างที่สามารถส่งอิทธิพลต่อจิตใจของผู้ฟัง เขาต้องการสร้างตัวตนของเขาในฐานะผู้นำกลุ่มเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับตัวเขาเอง

ผู้บัญชาการอสูรมาถึงในที่สุด เขาเหวี่ยงกระบองหนามลงทันทีพร้อมเย้ยหยัน

การโจมตีของเขาสามารถทำลายภูเขา ขณะเดียวกันมันก็ยืดหยุ่นมากซึ่งปิดผนึกเส้นทางการล่าถอยชองหมอผีแก่นสมองทั้งหก หากหลี่ฉิงซานไม่ได้เห็นสิ่งนี้ด้วยตนเอง เขาคงไม่เชื่อว่ากระบองหนามจะสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่ชาญฉลาดเช่นนี้

ชายชรายกไม้เท้าขึ้นด้วยความตกใจ ร่างกายของเขากระตุกเป็นจังหวะด้วยพลังที่มองไม่เห็น ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง ขณะที่ไม้เท้าของเขาค่อยๆลดลง เขาเร่งตะโกนออกมาว่า “ช่วยข้าด้วย!”

อีกห้าคนที่เหลือไม่ได้เพิกเฉยต่อคำร้องขอความช่วยเหลือของเขา พวกเขาโจมตีพร้อมกัน

ผู้บัญชาการอสูรโกรธมาก เขาระเบิดเสียงคำรามและทำให้กระบองหนามปะทุขึ้นด้วยแสงสีแดงเลือด เขาขดขยี้ชายชราจนกลายเป็นเนื้อบดในครั้งเดียวก่อนจะยกกระบองหนามขึ้นรับการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามด้วยรอยยิ้ม

นอกทุ่งอสูรกาย หลี่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้ม หมอผีแก่นสมองพยายามเปลี่ยนความคิดของผู้บัญชาการอสูรในทุ่งอสูรกายจริงๆ นี่เป็นเรื่องที่น่าขันที่สุด

ในความเป็นจริงหมอผีกินกระดูกทั้งหมดสามารถใช้ทักษะหมอผีที่ทรงพลังและแปลกประหลาดซึ่งแม้แต่ผู้ฝึกตนมนุษย์ก็ยังหวาดกลัวพวกเขา อย่างไรก็ตามพวกเขามักฝึกฝนทักษะด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้นซึ่งทำให้จิตใจและร่างกายของพวกเขาค่อนข้างอ่อนแอ เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับนักรบชั้นยอดเช่นผู้บัญชาการอสูร ชะตากรรมของพวกเขาก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้า

ผู้บัญชาการอสูรอดทนต่อการโจมตีผสานของฝ่ายตรงข้าม ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล แต่โดยพื้นฐานแล้วนั่นไม่ใช่สิ่งใดสำหรับผู้บัญชาการอสูรที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด อาการบาดเจ็บของเขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากถูกโจมตี

ทันทีที่เขาตกกระแทกพื้น เขาก็กระโจนขึ้นจากกลุ่มฝุ่นควันและบินขึ้นสู่อากาศ เขาจ้องมองหมอผีแก่นสมองทั้งห้าจากด้านบนด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชนขึ้น จิตสังหารของเขากลายเป็นยิ่งเข้มข้น

การตอบสนองของหมอผีแก่นสมองทั้งห้าหลังจากผู้บัญชาการอสูรบินขึ้นไปไม่ใช่การไล่ล่าแต่เป็นการแย่งชิงเศษเนื้อของหมอผีแก่นสมองชราที่ถูกฆ่าตายไปก่อนหน้านี้ พวกเขายัดมันเข้าปากที่ขยายใหญ่ขึ้นจนไม่น่าเชื่อและกลืนซากศพโดยไม่แม้แต่จะเคี้ยว

ข้อตกลงเล็กๆที่พวกเขาพึ่งทำสำเร็จถูกทำลายในช่วงเวลานี้ เมื่อถึงเวลาที่ผู้บัญชาการอสูรวิ่งกลับมา หมอผีแก่นสมองทั้งห้าก็กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง

ดวงตาของผู้บัญชาการอสูรจับจ้องไปยังนักบวชหมอผีแก่นสมองที่อยู่ด้านหลังสุด สัญชาตญาณของเขาบอกว่าควรฆ่าคนผู้นี้ก่อน แต่หมอผีแก่นสมองอีกสี่คนจะต้องหยุดเขาอย่างแน่นอน แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะอ่อนแอและทักษะของพวกเขาจะไม่ใกล้เคียงกับเขา แต่การโจมตีผสานก็ยังสามารถสร้างปัญหาให้กับเขา

‘ผู้ใดคือเจ้าของทุ่งอสูรกายนี้? ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะฆ่าพวกมันทั้งหมด!’

นักบวชหมอผีแก่นสมองโบกไม้เท้าของเขาและปลุกพลังที่มองไม่เห็น แต่มันไม่ใช่เพื่อต่อสู้กับผู้บัญชาการอสูร ตรงข้าม เขากลับหลังหันและออกวิ่งโดยไม่ลังเล เขาเคลื่อนไหวเร็วมาก

เขาเชี่ยวชาญการโจมตีระยะไกล และร่างกายของเขาก็อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถปล่อยให้ผู้บัญชาการอสูรเข้าใกล้ มิเช่นนั้นเขาอาจเดินตามรองเท้าชายชราที่กลายเป็นเนื้อบดก่อนหน้านี้

แน่นอนว่าอีกสี่คนไม่ต้องการแบกรับปัญหา พวกเขาหันหลังและวิ่งหนีไปในทิศทางที่แตกต่างกัน

‘เกิดสิ่งใดขึ้น?’

หลี่ฉิงซานประหลาดใจ เดิมทีเขากังวลว่าผู้บัญชาการอสูรจะพบปัญหาหากหมอผีแก่นสมองหกคนร่วมมือกันโจมตีโดยตรง แต่หลี่ฉิงซานก็ต้องยอมรับว่าเขาคิดผิด!

หยินชิงที่ซ่อนอยู่ในห้วงมิติตกตะลึง เดิมทีนางวางแผนที่จะรอจนกว่าพวกเขาอ่อนแอลงก่อนจะหาโอกาสลอบสังหารพวกเขา แต่นางไม่เคยคิดว่าผู้ฝึกตนที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์มาแล้วสองครั้งจะหลบหนีทันทีหลังจากการปะทะเพียงครั้งเดียว

ผู้บัญชาการอสูรกระบองหนามลงเอยด้วยการไม่ได้ต่อสู้กับผู้ใดเลยซึ่งทำให้เขาโกรธจัด เขาถ่มน้ำลายลงบนพื้นอย่างชั่วร้ายก่อนจะเลือกไล่ล่าคนที่วิ่งช้าที่สุด

แต่เห็นได้ชัดว่าความเร็วไม่ใช่จุดแข็งของเขา แม้แต่หมอผีแก่นสมองที่วิ่งช้าที่สุดก็ยังเร็วกว่าเขาเล็กน้อย เขาต้องแบกกระบองที่ดุร้ายและหนักไปด้วยซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่มีประโยชน์ต่อการวิ่ง มันคงเป็นเรื่องยากจริงๆหากเขาต้องการจับหนึ่งในนั้นภายในระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรนี้

แผนการพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด!

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 835 แผนการพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว