เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 832 พลังใหม่ (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 832 พลังใหม่ (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 832 พลังใหม่ (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 832 พลังใหม่ (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

“นี่จะเป็นที่แรก!”

หลี่ฉิงซานชี้ไปยังจุดแสงที่ส่องสว่างอยู่บนแผนที่จิต

ภายใต้แสงเจิดจ้า ทะเลต้นไม้สีเขียวเข้มพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า

ไบไม้ที่หนาและใหญ่ถัดทอกันเป็นเมฆสีเขียวอันไร้ขอบเขต มันป้องกันไม่ให้แสงตะวันอันเจิดจ้าลอดผ่านลงไปด้านล่าง

ต้นไม้สูงประมาณหกร้อยเมตรต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในป่า มันถูกปกคลุมไปด้วยรูพรุนเหมือนรังมด หมอผีกินกระดูกร่างกายใหญ่โตและมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียดน่ากลัวเคลื่อนที่อยู่รอบๆ

พวกเขาดูเหมือนสัตว์ร้ายแต่ก็มีระเบียบแบบแผนและแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เมื่อหมอผีกินกระดูกทั่วไปพบนักบวชหมอผีผู้สูงศักดิ์ พวกเขาจะก้มศีรษะลงเพื่อแสดงความเคารพ นอกจากนี้ยังมียามลาดตระเวนที่มองไปรอบๆตลอดเวลา

แน่นอนว่ามีนักล่าที่รับผิดชอบการล่าสัตว์อยู่ด้วย

ทันใดนั้นนักล่ากลุ่มหนึ่งก็กลับมาถึงหมู่บ้านต้นไม้ แต่สิ่งที่พวกเขาล่าไม่ใช่สัตว์ป่าแต่เป็นมนุษย์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง บางคนหมดสติซึ่งถือว่าโชคดีกว่าบางคนที่ยังมีสติและถูกบังคับให้เห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับพวกนางตกลงสู่ก้นเหวที่ลึกที่สุด ความกลัวและความสิ้นหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกนาง

หมอผีกินกระดูกที่อยู่ด้านหน้าสุดของกลุ่มนักล่ามีร่างกายใหญ่โตที่สุด แม้เขาจะหลังค่อมแต่เขาก็ยังยืนสูงเท่ากับมนุษย์สองคน งาที่มีลักษณะคล้ายหมูป่าคู่หนึ่งยื่นออกมาจากมุมปากของเขาซึ่งดูโดดเด่นมาก

เสียงคำรามที่แปลกประหลาดดังขึ้นจากปากใหญ่โตของเขา จากนั้นเสียงคำรามจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังขึ้นจากหมู่บ้านต้นไม้ราวกับเป็นการต้อนรับการกลับมาของกลุ่มนักล่าและอาหาร

ผู้หญิงที่ถูกแบกอยู่บนไหล่ของมนุษย์หมูป่าไม่สามารถอดทนต่อแรงกดดันและส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

กลิ่นเลือดที่พุ่งออกมาจากปากของมนุษย์หมูป่าทำให้ผู้หญิงคนนั้นเสียสติไปอย่างสมบูรณ์

มนุษย์หมูป่าหมดความอดทน เขากัดศีรษะของผู้หญิงคนดังกล่าวและเคี้ยวอย่างดุเดือด เลือดพุ่งออกมาจากปากของเขาก่อนที่เขาจะโยนร่างไร้หัวของผู้หญิงบนลงพื้น จากนั้นคนอื่นๆก็พุ่งเข้ามาฉีกกระชากศพออกเป็นชิ้นๆเพื่อเติมเต็มตัวเอง

มนุษย์หมูป่าหัวเราะเสียงดัง หมอผีกินกระดูกคนอื่นๆก็หัวเราะเช่นกัน

นักบวชหมอผีกินกระดูกดุมนุษย์หมูป่า เนื่องจากผู้หญิงเหล่านี้ถูกนำกลับมาเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์และให้กำเนิดทายาท แต่มนุษย์หมูป่ากลับไม่สามารถอดทนและกินนาง นั่นทำให้เขาต้องก้มศีรษะลงและยอมรับความผิด ด้วยเหตุนี้เสียงหัวเราะรอบข้างจึงยิ่งดังขึ้น

นักบวชหมอผีกินกระดูกไม่ได้ลงโทษมนุษย์หมูป่า เขาสั่งให้กลุ่มนักล่านำเหยื่อเข้าไป อย่างไรก็ตามเสียงหัวเราะยังดังก้องไปทั่วพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ฟุ้งกระจายไปรอบๆ

นักบวชหมอผีกินกระดูกมองสิ่งนี้และถอนหายใจจากก้นบึ้งของหัวใจ “มันเงียบและสงบเกินไป!”

.....

ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร หลี่ฉิงซานได้ยินเสียงหัวเราะแปลกๆที่คล้ายกับเสียงคำรามของสัตว์ป่า เขาพูดกับเสี่ยวอันว่า “พวกเขาควรจะอยู่ข้างหน้า มาดูกันเถอะ!”

แสงสะท้อนส่องสว่างทุกสิ่ง!

ด้วยการโบกมือ กระจกที่สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของกระดองเต่าจิตวิญญาณก็แสดงภาพหมู่บ้านของเผ่าหมอผีกินกระดูก หลี่ฉิงซานสังเกตเห็นต้นไม้ที่ถูกวาดด้วยสัญลักษณ์สีดำและสีแดง มันรวมตัวเป็นชิ้นเดียวกันและห่อหุ้มต้นไม้ทั้งต้นเอาไว้

“มันดูไม่เหมือนค่ายกลทั่วไป และไม่มีการป้องกันอื่น เป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่ามันทำสิ่งใดได้บ้าง มีทักษะลับโบราณมากมายที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นในมณฑลกู้โจว” เสี่ยวอันกล่าว

“เหตุใดเราไม่ไปทดสอบมัน?”

นี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของหลี่ฉิงซาน ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างระวังตัว พิจารณาจากจุดแสงบนแผนที่จิต เขาอนุมานว่าหมอผีกินกระดูเผ่านี้มีสมาชิกหลายร้อยคนและผู้นำเผ่าก็ผ่านภัยพิบัติสวรรค์ครั้งแรกมาแล้ว ความแข็งแกร่งของแท่นบูชาพยัคฆ์เหินยากที่จะคาดเดา แต่มันไม่ควรแข็งแกร่งไปกว่าผู้บัญชาการปีศาจ

นี่เป็นการต่อสู้ที่เขามีความได้เปรียบอย่างชัดเจน แท้จริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องวางแผนใดๆเลย เขาสามารถบดขยี้พวกเขาได้อย่างเปิดเผย

ในชั่วพริบตา เขาก็บินข้ามระยะทางหลายสิบกิโลเมตรมาแล้ว ขณะที่เขาเข้าใกล้ต้นไม้ของเผ่าหมอผีกินกระดูก เขาสัมผัสได้ถึงจุดประสงค์ของค่ายกล ‘ดูเหมือนมันจะมีไว้สำหรับศัตรูที่อ่อนแอ’

ลวดลายอาคมทั้งหมดสว่างขึ้น กลิ่นเลือดเข้มข้นขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายทรงพลังที่ปะทุออกมา เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน แม้แต่ปราณจิตวิญญาณธรรมชาติก็ถูกแทรกแซง

อย่างไรก็ตามหลี่ฉิงซานไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลย

หมอผีกินกระดูกสังเกตเห็นหลี่ฉิงซานเช่นกัน พวกเขาพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงคำรามราวกับสัตว์ร้าย

แต่กระนั้นหลี่ฉิงซานก็มีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาทุกรายละเอียด ‘ดูเหมือนค่ายกลจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาได้ไม่น้อย!’

ปัญหาที่เขากำลังพูดถึงเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เกี่ยวกับหมอผีกินกระดูกที่อยู่ตรงหน้าเขาแต่เป็นราชาหมอผีกินกระดูกที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร

หากเมืองกินกระดูกมีค่ายกลลักษณะนี้ มันอาจทำให้ศัตรูแข็งแกร่งขึ้นสิบหรือร้อยเท่า เมื่อประกอบกับแท่นบูชาพยัคฆ์เหินที่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับราชาปีศาจ แม้เขาจะแข็งแกร่งขึ้น มันก็ยังลำบาก

ราชาหมอผีกินกระดูกแตกต่างจากบรรพชนหมื่นพิษ เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งและมีทักษะการต่อสู้ระยะประชิด ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะลอบโจมตี แม้มันจะประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีสิ่งใดสามารถรับประกันผลลัพธ์

‘ข้าไม่สามารถต่อสู้กับราชาหมอผีกินกระดูกที่นั่น ข้าไม่มีโอกาสชนะแม้แต่สิบส่วน!’

หลี่ฉิงซานถอนหายใจและส่งสายลมกรรโชกแรงพุ่งออกไป มันกลายเป็นพายุใหญ่ที่กวาดหมอผีกินกระดูกทั้งหมดตรงหน้าเขาเข้าไปในทุ่งอสูรกายโดยตรง

หลี่ฉิงซานไม่ได้เข้าไปในโพรงไม้ เขาเพียงยืนอยู่ที่ทางเข้าและเป่าลมผ่านโครงสร้างภายในทั้งหมดเพื่อบังคับให้หมอผีกินกระดูกออกมาและส่งพวกเขาเข้าไปในทุ่งอสูรกาย

เขาเหมือนตัวกินมดที่ยื่นลิ้นยาวเข้าไปในรังมดและดูดมด

เสียงคำรามอันโกรธเกรี้ยวดังออกมาจากโพรงไม้ด้านบนซึ่งทำให้ต้นไม้ทั้งหมดสั่นสะเทือน จากนั้นหมอผีกินกระดูกที่ดุร้ายก็วิ่งออกมา เขาคือผู้นำเผ่าที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์ครั้งแรกมาแล้ว

หลี่ฉิงซานชำเลืองมองผู้นำเผ่าหมอผีกินกระดูกผู้นี้ หากไม่ใช่เพื่อการปรับแต่งทุ่งอสูรกาย ลมหายใจของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะทำลายต้นไม้ทั้งต้นในครั้งเดียว แต่เพื่อให้แน่ใจว่าหมอผีกินกระดูกเหล่านี้จะมีพลังพอที่จะต่อสู้ในทุ่งอสูรกาย เขาจึงต้องอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขาต้องทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บ

ผู้นำเผ่าตัวแข็งทื่อ ขณะที่ความโกรธของเขาถูกเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว เขารู้สึกเหมือนถูกพยัคฆ์ที่ดุร้ายที่สุดจ้องมอง ดวงตาของมันลุกโชนราวกับเปลวเพลิงสีแดงเลือด ใบหน้าของเขาว่างเปล่าราวกับเขาติดอยู่ในฝันร้าย จากนั้นเขาก็ถูกดึงเข้าสู่ทุ่งอสูรกายด้วยลมหายใจเดียวของหลี่ฉิงซาน

‘มันได้ผล! ดังนั้นการเปลี่ยนดวงวิญญาณให้กลายเป็นทาสผีก็เป็นผลกระทบผิวเผินของความสามารถโดยกำเนินก้มกราบปีศาจพยัคฆ์เท่านั้น ผลลัพธ์ที่ลึกกว่านั้นคือการทำให้จิตวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นมึนงง ข้าต้องตรวจสอบว่ามันสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตยอมจำนนต่อข้าหรือไม่ในภายหลัง หากข้าทำได้ ไม่ว่าศัตรูจะมีความคับข้องใจมากมายเพียงใด ตราบเท่าที่การบ่มเพาะของพวกเขาต่ำกว่าข้า ข้าก็สามารถเปลี่ยนพวกเขาทั้งหมดให้กลายเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์และภักดีต่อข้า! ช่างร้ายกาจนัก! เป็นความสามารถที่โคตรชั่ว!’

หลี่ฉิงซานเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นขณะที่ความคิดของเขาล่องลอยออกไป

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 832 พลังใหม่ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว