เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 337 อนาคตของแต่ละคน (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 337 อนาคตของแต่ละคน (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 337 อนาคตของแต่ละคน (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 337 อนาคตของแต่ละคน (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

หลี่ฉิงซานรู้สึกประหลาดใจ แม้เขาจะเป็นศิษย์สำนักวรรณกรรมแต่เส้นทางหลักของเขาคือการบ่มเพาะพลังปราณร่วมกับการบ่มเพาะร่างกายซึ่งเป็นจุดเด่นของสำนักการทหาร ไม่มีอาจารย์คนใดดีไปกว่าอันเอิ้นเกาอีกแล้ว

ผลของการมีอาจารย์ที่ดีชัดเจนเหมือนเวลากลางวัน ตัวอย่างเช่นเขาอาจได้รับเคล็ดวิชามหาสมุทรไร้ขอบเขตครึ่งหลังจากอาจารย์ผู้นั้น

จากมุมมองนี้ กู่เยี่ยนหยินอาจดีกว่า ในฐานะลูกสาวเทพอินทรีย์ นางมีอนาคตที่ไร้ขีดจำกัดรออยู่ข้างหน้า แต่หลี่ฉิงซานไม่โง่พอที่จะพูดถึงผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าอันฉงจื่อ

แม้อันฉงจื่อจะกล่าวราวกับไม่ใส่ใจแต่นางก็มีความตั้งใจ ดูเหมือนนางพยายามบอกใบ้ว่าหากเขากลายเป็นลูกเขยตระกูลอัน เขาจะสามารถหยิบยืมอิทธิพลของตระกูลอัน

เขาต้องยอมรับว่าสิ่งนี้ดึงดูดความสนใจเล็กน้อย และเขาก็ค่อนข้างมีความสุขกับมัน ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น เมื่อได้รับการอนุมัติจากผู้หญิง มันก็เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยินดีเสมอ

“ขอบคุณ”

“เหตุใดต้องขอบคุณ? ข้าแค่พูด ข้าจะไม่แนะนำเจ้าให้เขารู้จัก หากเจ้าต้องการเดินไปบนเส้นทางนี้ เจ้าควรไปขอร้องท่านพ่อของข้าด้วยตนเอง” ใบหน้าของอันฉงจื่อกลายเป็นสีแดงภายใต้โคมไฟ นางคิด ‘ข้า อันฉงจื่อ ยังไม่ถึงจุดที่ต้องใช้ครอบครัวเพื่อทำให้ผู้ชายสนใจ แล้วเหตุใดข้าต้องพยายามทำให้เขาสนใจ? เขามีสิ่งใดน่าประทับใจ!’

เขามีความกล้าหาญที่จะทำสิ่งที่เขาต้องการ เขามีความมุ่งมั่นและมีวินัยยิ่งกว่าศิษย์สำนักการทหาร เขาไม่ได้ตำหนิความดื้อรั้นของนาง และเมื่อถึงเวลาสำคัญ เขายังยืนหยัดเพื่อนาง เผชิญหน้ากับความตายโดยไม่เกรงกลัว

ชั่วขณะหนึ่ง นางเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย สูญเสียความสงบ อย่างไรก็ตามเขายังนิ่งเงียบซึ่งทำให้นางอยากหักคอเขาและอยากรู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใด

หลี่ฉิงซานไม่ใช่ปราชญ์แห่งความรัก แต่เขาก็ยังรู้ว่าการใช้เวลาร่วมกันและพูดคุยกันในเวลากลางคืนไม่ใช่เรื่องง่าย

ความงามภายใต้แสงประทีปมีเสน่ห์มาก ดังนั้นเขาจึงจับมือของอันฉงจื่อและกล่าวเบาๆว่า “ศิษย์พี่อัน”

อันฉงจื่อตัวสั่น แต่นางไม่ได้ชักมือกลับ นางถามขณะพยายามทำเหมือนทุกอย่างปกติดี “ว่าอย่างไร?”

หลี่ฉิงซานคิด ‘ข้าคิดว่าข้าจะก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยแม้ข้าจะยังไม่บรรลุขั้นเก้า’

ทั้งคู่ถือว่าสิ่งที่พวกเขาพูดในอดีตเป็นเพียงเรื่องตลก แต่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีช่วงเวลาที่มันจะเป็นจริง

อันฉงจื่อกัดริมฝีปากและมองเขา นางรู้สึกมีความสุขอยู่ภายใน แต่นางไม่เคยปกปิดความคิดของนางได้ ดังนั้นความยินดีจึงแสดงออกมาโดยธรรมชาติ

หลี่ฉิงซานโอบแขนรอบเอวของนางขณะที่เงาของทั้งสองพาดผ่านผนังและผสานเป็นหนึ่งเดียว

เช่นเดียวกับครั้งก่อน อันฉงจื่อดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของเขาและตะโกน “หากเจ้ามีสิ่งใดก็พูดมา จะแตะตัวข้าเพื่อสิ่งใด?” อย่างไรก็ตามนางไม่รู้สึกหงุดหงิด ในความเป็นจริงใบหน้าของนางกลายเป็นสีแดงไปหมดแล้ว

“ข้า...ข้าขอตัวก่อน!” อันฉงจื่อรีบร้อนหนีไปอย่างรวดเร็ว

หลี่ฉิงซานนอนลงบนพื้นไม่ไผ่และเผยรอยยิ้มพร้อมส่ายศีรษะ “น่าสนใจ” บางทีอีกไม่นานอาจมีผู้หญิงมาช่วยอุ่นเตียงให้เขาในที่พำนักอันต่ำต้อยนี้

หิมะโปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีดำ เขาก็นึกถึงพี่วัวอีกครั้ง เขาไม่มีวันลืมผู้มีพระคุณของเขา หากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือจากพี่วัว เขาจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

กว่าจะรู้ตัวมันก็ผ่านมาเกือบปีแล้ว อีกไม่กี่วันเขาจะอายุครบสิบแปด เขาจะเปลี่ยนจากเด็กผู้ชายเป็นผู้ชายที่แท้จริง

อนาคตเป็นสิ่งที่เขาต้องพิจารณา การเลือกอาจารย์หมายความว่าจะมีช่วงเวลาที่เขาจะต้องแยกจากเสี่ยวอันหรือไม่ ท้ายที่สุดมันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะบวชเป็นพระ แต่เขาก็ไม่ต้องการขัดขวางการพัฒนาของเสี่ยวอันเช่นกัน

บ่อยครั้งที่สาเหตุของการแยกทางไม่ได้มาจากแรงกดดันหรืออุปสรรคมากมาย มันเกิดขึ้นเพราะเป้าหมายที่แตกต่างกัน เขามีความลับที่ต้องปกปิด ทุกเรื่องเพียงพอที่จะทำให้คนๆหนึ่งเป็นลมหมดสติซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาต้องคิดเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาต้องทำคือทำตามหัวใจและก้าวไปข้างหน้า!

กลางดึก งานประชุมธรรมยังดำเนินต่อไป

นักบวชเหล่านี้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกเขาจริงจังกับทุกสิ่งที่พวกเขาพูด ขณะเดียวกันสายตาของพวกเขาก็สอดส่องไปรอบๆราวกับคนอื่นเป็นศัตรูของพวกเขา ตอนนี้พวกเขาไม่เพียงต่อสู้ในการปาฐกถาธรรมแต่ยังต่อสู้เพื่ออัจฉริยะที่จะปรากฏขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรอบหลายร้อยปีอีกด้วย

พวกเขาเชื่อว่าการมีอยู่ของเสี่ยวอันจะสามารถกำหนดชะตากรรมของวัดหรือนิกาย

การสนทนาธรรมของพวกเขายังดำเนินต่อไปแม้บรรยากาศจะค่อนข้างแปลกประหลาดก็ตาม

เป็นเพียงเวลานี้ที่ชายชราผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นหน้าห้องโถง เส้นผมและเคราสีเทาของเขายาวลงมาปกคลุมใบหน้า ดวงตาของเขาหมองคล้ำ ใบหน้าดูมึนงง หากไม่ใช่เพราะชุดนักบวช คงไม่มีมีผู้ใดคิดว่าคนผู้นี้เป็นพระ

นักบวชรวมจิตเผยรอยยิ้มและก้มศีรษะลง “ท่านอาจารย์!” จดหมายเร่งด่วนที่เขียนไม่ได้สูญเปล่า แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรแต่อาจารย์ของเขาก็รีบมาที่นี่จริงๆ

นักบวชทั้งหมดรีบทำความเคารพ อาจารย์ของนักบวชรวมจิตคือปรมาจารย์แสงธรรม เขาเก็บตัวอยู่ในวัดมาหลายสิบปี เหตุใดเขาจึงมาที่นี่?

อย่างไรก็ตามชายชราที่นักบวชรวมจิตเรียกว่าอาจารย์กลับเพิกเฉยต่อเขาอย่างสิ้นเชิง เขาเดินเข้าไปหาเสี่ยวอันโดยตรง

เสี่ยวอันเงยหน้าขึ้น ดวงตาของทั้งสองประสานกัน ทันใดนั้นดวงตาของนักบวชชราก็ส่องแสงขึ้นจนกลบแสงตะเกียงในห้องโถงทั้งหมด พวกมันเหมือนเป็นดวงอาทิตย์สองดวง

นักบวชชรากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เจ้ายินดีไปวัดเทวนาคากับข้าหรือไม่?”

ความหวังของนักบวชคนอื่นๆพังทลายลงทันที วัดเทวนาคาเป็นนิกายทางพุทธศาสนาขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลชิงโจว ในฐานะเจ้าอาวาท ไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้งหรือปฏิเสธคำเชิญของตัวตนเช่นนี้

พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่านักบวชรวมจิตจะลงมืออย่างหนักเมื่อเขาโจมตี

ในความเป็นจริงกระทั่งนักบวชรวมจิตก็ไม่เคยคาดคิดว่าอาจารย์ของเขาจะออกจากวัดเทวนาคามาด้วยเหตุนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกัน เดิมทีเขาวางแผนที่จะพานางไปวัดเทวนาคาเพื่อพบอาจารย์ของเขาหลังจากนางก้าวเข้าสู่ขอบเขตผู้ฝึกตนก่อกำเนิด

นอกจากนี้เขาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าอาจารย์ของเขาจะไม่ทำการทดสอบใดๆกับเสี่ยวอันและเชิญนางไปที่วัดเทวนาคาเพื่อฝึกฝนทันที

ห้องโถงหรืออาจทั้งเกาะกลายเป็นเงียบสงัดขณะเฝ้ารอคำตอบจากนาง

ไม่มีข้อสงสัยในคำตอบของนาง วัดเทวนาคาจะได้รับอัจฉริยะระดับสูงสุดอีกคน และอีกไม่นานอิทธิพลและอำนาจของวัดเทวนาคาก็จะยิ่งแข็งแกร่งจนไม่สามารถสั่นคลอน

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 337 อนาคตของแต่ละคน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว