เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 260 การพบกันอีกครั้งของคนทั้งสาม (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 260 การพบกันอีกครั้งของคนทั้งสาม (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 260 การพบกันอีกครั้งของคนทั้งสาม (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 260 การพบกันอีกครั้งของคนทั้งสาม (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

ด้วยสัญชาตญาณที่พัฒนาขึ้นหลังจากการปล้นฆ่ามานานหลายปี เขารู้สึกได้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นคนที่ไม่สามารถยั่วยุ เมื่อเห็นรุ่นพี่รุ่นน้องของเขายังแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว บางคนกระทั่งถูกำปั้นและต้องการลงมือ เขาจึงคำราม “พวกเจ้าทุกคน หุบปาก!” เขาถามอย่างระมัดระวัง “ข้าขอทราบนามอันทรงเกียรติของท่านได้หรือไม่?”

“ไปกันเถอะ!” หลี่ฉอิงซานกล่าวกับเฉียนหรงจื่อก่อนจะเดินจากไปทันทีราวกับอีกฝ่ายไร้ตัวตน ท่าทางของชายอัปลักษณ์เปลี่ยนไปสองสามครั้ง เมื่อหลี่ฉิงซานเดินเข้ามาใกล้เขา เขาก็หลบออกไปด้านข้างและมองเฉียนหรงจื่อกับหลี่ฉิงซานเดินจากไปโดยที่เขาลอบกลืนน้ำลายอยู่อย่างเงียบๆ

“พี่ใหญ่!”

“อย่ายั่วยุเขา คนผู้นี้อันตรายมาก!” ชายอัปลักษณ์มองไปที่แผ่นหลังของหลี่ฉิงซาน หากเด็กหนุ่มเป็นผู้บัญชาการ เขาจะไม่พยายามท้าทายอำนาจของคนผู้นี้ เมื่อผู้บัญชาการหญิงมีผู้ช่วยเช่นเขา นางก็กลายเป็นคนที่รับมือได้ยากไปแล้ว

…..

ในห้องโถงหลัก ฟางเอิ้นฉางจัดโต๊ะและเตรียมน้ำสำหรับฝนหมึก เขากำลังจะทำงาน เขายังเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นต่องานนี้ เมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็เงยหน้าขึ้น “โอ้ หรงจื่อ เป็นเจ้า คนผู้นี้คือ?”

นี่เป็นครั้งที่สองที่หลี่ฉิงซานพบฟางเอิ้นฉาง ย้อนกลับไปที่หุบเขาแห่งความสงบ มันจะกลายเป็นการเข่นฆ่าหากไม่ใช่เพราะการไกล่เกลี่ยของฟางเอิ้นฉาง นี่ทำให้หลี่ฉิงซานมีความประทับใจที่ดีต่อเขาเล็กน้อย

เฉียนหรงจื่อแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน หลี่ฉิงซานป้องหมัดขึ้น “ผู้ใต้บังคับบัญชา หลี่ฉิงซาน คารวะผู้บังคับบัญชา!”

“เจ้าคือหลี่ฉิงซาน” ฟางเอิ้นฉางมองพิจารณาเด็กหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับเขาไม่เชื่อว่าเด็กคนนี้คือเสือร้ายที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน เขาอดไม่ได้ที่จะถามในสิ่งที่เขาสงสัย “ที่ผ่านมาเจ้าไปอยู่ที่ใด?”

หลี่ฉิงซานเตรียมข้อแก้ตัวไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริงแต่ก็มีบางส่วนที่โกหก เขายอมรับความจริงที่จ้าวจื่อป๋อวางแผนร้ายต่อเขาซึ่งทำให้เขาต้องหนีไปอยู่ใต้ดินเพื่อเอาชีวิตรอด เขาปลุกปีศาจให้ตื่นขึ้นและทำให้กลุ่มของจ้าวจื่อป๋อถูกกวาดล้าง มีเพียงเขาที่สามารถหลบหนี

นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่เขาเป็นปีศาจ เขาก็ไม่ได้โกหก

เฉียนหรงจื่อช่วยพูดในเวลาที่เหมาะสม ด้วยไหวพริบของนางและความสนิทสนมระหว่างนางกับฟางเอิ้นฉาง นางจึงเข้าใจตัวตนของคนผู้นี้และสามารถควบคุมความคิดของเขา

ดังคาด ฟางเอิ้นฉางเดือดดาลต่อความอยุติธรรม “ผู้ใดจะคิดว่าผู้บัญชาการหมาป่าอินทรีย์จะร่วมมือกับอาชญากรเพื่อจัดการลูกน้องของตนเอง! เขาสมควรตายจริงๆ! แล้วผู้บัญชาการอีกคน เหล่าซีซาน?”

หลี่ฉิงซานกล่าว “ข้าแยกทางกับรองผู้บัญชาการหลังจากนั้น เขาอาจไม่เชื่อข้าและลงไปใต้ดินเช่นกัน”

“แล้วเหตุใดเจ้าพึ่งกลับมา?”

เฉียนหรงจื่อกล่าว “นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ เนื่องจากเด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขา หลี่ฉิงซานทำให้นิกายเมฆาพิรุณขุ่นเคือง มันทำให้รองผู้นำและยายทั้งสี่ของนิกายเมฆาพิรุณเดินทางมายังเมืองเจียเผิงด้วยตนเอง หากข้าติดต่อเขาไม่ทันเพื่อบอกให้เขาหนี เขาคงตายไปแล้ว”

ฟางเอิ้นฉางทุบโต๊ะ “พวกมันกล้าดีอย่างไร!”

หลี่ฉิงซานกล่าว “ข้ารู้ว่านิกายเมฆาพิรุณทรงพลังมาก ข้ากลับมาครั้งนี้เพราะข้าต้องการปิดประตูบ่มเพาะอย่างเงียบสงบอยู่บนภูเขาสักระยะ นอกจากนั้นข้ายังต้องขอบคุณท่านเจ้าเมืองโจว เขารับปากว่าจะแนะนำข้ากับสำนักศึกษาร้อยจอมยุทธ์ ตราบเท่าที่ข้าไปที่นั่น แม้แต่นิกายเมฆาพิรุณก็ต้องคิดให้รอบคอบหากต้องการแตะต้องข้า!”

ฟางเอิ้นฉางตบไหล่หลี่ฉิงซาน “อย่ากังวล ตราบเท่าที่เจ้ายังอยู่บนภูเขาลูกนี้ ไม่มีผู้ใดสามารถแตะต้องเจ้า เมื่อเจ้าไปถึงสำนักศึกษาร้อยจอมยุทธ์ มันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่นิกายเหล่านี้จะทำตามใจตัวเอง หน่วยผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเขาสามารถเดินเล่นไปทั่ว!”

เขาจริงใจมากจนทำให้หลี่ฉิงซานรู้สึกค่อนข้างลำบากใจที่ต้องโกหก ในตอนท้ายหลี่ฉิงซานยังส่งมอบศีรษะของนักพรตผีดิบเพื่อจบภารกิจและรับแต้มผลงานมากกว่าหนึ่งหมื่นแต้ม

เม็ดยารวบรวมพลังปราณหรือหินวิญญาณที่สามารถแลกเปลี่ยนโดยแต้มผลงานไม่ได้อยู่ในความสนใจของหลี่ฉิงซานอีกต่อไป อย่างไรก็ตามการใช้สถานที่เพื่อปิดประตูบ่มเพาะยังมีค่าใช้จ่ายและมันก็ไม่ถูก หนึ่งวันมีราคาถึงห้าสิบแต้มผลงาน

เฉียนหรงจื่อนำหลี่ฉิงซานไปยังสถานที่สำหรับการปิดประตูบ่มเพาะซึ่งเป็นถ้ำหินขนาดใหญ่บนภูเขา

หลี่ฉิงซานสัมผัสได้ถึงปราณจิตวิญญาณธรรมชาติที่หนาแน่นกว่าภายนอก ดังคาด มันเป็นค่ายกลบางอย่าง

เฉียนหรงจื่อกล่าว “นี่คือค่ายกลรวบรวมพลังปราณ แต่การเปิดใช้งานต้องพึ่งพาหินวิญญาณ”

หลี่ฉิงซานมองค่ายกลและพยักหน้าด้วยความชื่นชม

เฉียนหรงจื่อวางมือของนางบนแผ่นหินทรงกลมบนผนัง ด้วยการใช้พลังปราณหมุนมันอย่างนุ่มนวล หินก้อนใหญ่ก็เลื่อนลงมาและส่งเสียงดัง

“เมื่อประตูหินปิดลงแล้ว เจ้าจะเปิดมันได้จากภายในเท่านั้น หากเจ้าต้องการเปิดจากภายนอก เจ้าต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ข้าคิดว่ากระทั่งผู้นำนิกายเมฆาพิรุณก็ยังไม่กล้าพอที่จะทำเช่นนั้น”

หลี่ฉิงซานพยักหน้า ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้น เขาหยิบเม็ดยาออกมาจากกระเป๋าร้อยสมบัติและส่งให้เฉียนหรงจื่อ “หากมีบางสิ่งเกิดขึ้นด้านนอกขณะที่ข้าอยู่ภายใน ข้าต้องรบกวนเจ้าจัดการด้วย หากมีอันตรายใดๆ ข้ารบกวนเจ้าช่วยแจ้งเตือนข้าด้วย”

แม้คำโกหกเหล่านั้นจะเพียงพอที่จะหลอกฟางเอิ้นฉาง แต่ฟางเอิ้นฉางไม่ใช่ผู้ตัดสินคดีที่เกี่ยวกับการเสียชีวิตของสองผู้บัญชาการและกลุ่มผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ชั้นยอด เขาต้องรายงานเรื่องนี้ต่อคนระดับสูง แม้เฉียนหรงจื่อจะวิเคราะห์ว่ามันจะไม่มีปัญหา แต่เขาก็ต้องระวังตัวเอาไว้

“เม็ดยาทะเลปราณ!” ดวงตาของเฉียนหรงจื่อส่องประกายสว่างไสว

เม็ดยาทะเลปราณเป็นเม็ดยาสำคัญสำหรับจอมยุทธ์ที่ต้องการทะลวงเข้าสู่ขั้นหก มันจะช่วยพวกเขาควบรวมทะเลปราณขึ้นในร่าง มันล้ำค่ามากจริงๆ อย่างไรก็ตามหลี่ฉิงซานได้รับกระเป๋าร้อยสมบัติจำนวนมากและครอบครองสมบัติมากมาย มันไม่สำคัญสำหรับเขาหากเขาจะใช้หนึ่งในนั้น

“แม้ข้าจะเตรียมตัวไว้แล้ว แต่ด้วยยาเม็ดนี้ มันจะเพิ่มโอกาสให้ข้าอีกสามสิบส่วน” เฉียนหรงจื่อยอมรับยาแต่นางไม่ได้กล่าวคำขอบคุณใดๆ

นี่คือความสัมพันธ์ของพวกเขา มันชัดเจนโดยที่ทั้งคู่ไม่ต้องกล่าวสิ่งใดและไม่ติดหนี้ซึ่งกันและกัน พวกเขาต่างใช้ประโยชน์จากกันและกันโดยไม่ต้องพยายามซ่อนความตั้งใจ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ที่ไร้ความหมาย พวกเขาไม่จำเป็นต้องพูดมากในเรื่องนี้

ประตูหินปิดลงอย่างช้าๆทำให้ถ้ำจมสู่ความมืด

เฉียนหรงจื่อผ่อนคลายมาก ในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก สีหน้าและท่าทางของนางเปลี่ยนไปอีกครั้ง ความอ่อนโยนและความใจดีของนางหายไปขณะที่มันถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา

นางเหมือนงูที่กำลังจะกินคน นางเม้มริมฝีปากและเผยรอยยิ้ม “ตอนนี้ข้าสามารถใช้ตัวช่วยที่ข้าเก็บไว้แล้ว”

ชายอัปลักษณ์และสหายของเขาคือยาเสริมประสิทธิภาพที่นางเตรียมไว้สำหรับการก้าวเข้าสู่ขั้นหก

หลี่ฉิงซานขมวดคิ้ว เขาหมุนกลไกและทำให้ประตูหินเปิดออกอีกครั้ง แสงแดดตกกระทบลงบนใบหน้าของนาง มันเหมือนเวทมนตร์ ไม่ว่าแสงจะส่องไปถึงส่วนใด สีหน้าของนางจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในที่สุดเมื่อแสงกลืนกินนางเข้าไปทั้งหมด นางก็กู้คืนภาพลักษณ์ของนางในฐานะพี่สาวคนโตที่อ่อนโยนและใจดีเรียบร้อยแล้ว

หลี่ฉิงซานรู้สึกว่าเมื่อเทียบกันแล้ว นางเหมือนปีศาจยิ่งกว่าเขา

แสงสร้างเงาทอดตัวยาวเข้ามาในถ้ำ หลี่ฉิงซานมองไปที่เจ้าของเงา “เตียวเฟย?”

เตียวเฟยลังเลใจเล็กน้อยก่อนกล่าว “ข้าได้ยินว่าเจ้ากลับมาแล้ว” การบ่มเพาะของเขามาถึงขั้นสี่แล้ว แม้ความก้าวหน้าของเขาจะไม่รวดเร็วเท่าหลี่ฉิงซานหรือเฉียนหรงจื่อ แต่หลังจากเขากลายเป็นผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ เขาก็ไม่ได้ใช้เวลาอย่างสูญเปล่า

คนสามคนที่ก้าวเข้าสู่กองกำลังผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์พร้อมกันกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 260 การพบกันอีกครั้งของคนทั้งสาม (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว