เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 181 ไม่ต่างกัน

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 181 ไม่ต่างกัน

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 181 ไม่ต่างกัน


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 181 ไม่ต่างกัน

แปลโดย iPAT  

ห่าวปิงหยางตะโกน “เรามาถึงทางออกแล้ว!” ใบหน้าของทุกคนสว่างขึ้นทันที

แสงสว่างขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดมันก็กลืนเรือเข้าไปทั้งหมด

ทันใดนั้นพวกเขาก็มองเห็นพื้นที่เปิดโล่ง เมฆสีแดงลอยอยู่ที่ขอบฟ้า พวกเขาเข้าไปในถ้ำไม่ถึงครึ่งวันแต่พวกเขากลับรู้สึกยาวนานนับเดือนนับปี

ภาพนี้ทำให้พวกเขารู้สึกมีความสุขมาก

ทันใดนั้นเหล่าซีซานก็โผล่ออกมาจากมุมหนึ่งและกวาดตามองทุกคนก่อนจะหยุดสายตาที่หลี่ฉิงซาน “เจ้าคือหลี่ฉิงซานใช่หรือไม่?” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบกับบุคคลที่ทำให้หน่วยผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์แห่งเมืองเจียเผิงสั่นสะเทือน เมื่อตระหนักว่าหลี่ฉิงซานเป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นสอง เขาก็เริ่มดูแคลน เด็กคนนี้กล้าต่อต้านจ้าวจื่อป๋อด้วยความสามารถอันต่ำต้อย มันอาจเป็นความบังเอิญที่เขาสามารถฆ่าเฉียนเยี่ยนเหนิงและมันก็เป็นเพราะความโชคดีที่เขายังสามารถยืนอยู่ที่นี่อย่างมีชีวิต

หลี่ฉิงซานกล่าวอย่างสุภาพ “ข้า หลี่ฉิงซาน คารวะผู้บัญชาการ ข้าขอทราบชื่ออันทรงเกียรติของท่านได้หรือไม่?”

“ข้าคือเหล่าซีซาน เจ้าสามารถเรียกข้าว่าผู้บัญชาการเหล่า” เหล่าซีซานพยักหน้าก่อนจะขมวดคิ้ว “เจ้าเห็นจ้าวจื่อ...ผู้บัญชาการจ้าวหรือไม่?”

หลี่ฉิงซานกล่าว “ข้าพบเขาเพียงครั้งเดียวในห้องเก็บศพนอกเมือง ข้าไม่ได้เข้าไปในถ้ำกับเขา ข้าเข้าไปพร้อมกับสหายนิกายม่อจื้อ หลังจากนั้นข้าก็ไม่พบเขาอีกเลย”

เหล่าซีซานจมลงสู่ห้วงแห่งความคิด เขารู้ว่าจ้าวจื่อป๋อมาหาหลี่ฉิงซาน แต่เขาไม่สงสัยว่าหลี่ฉิงซานฆ่าจ้าวจื่อป๋อ แม้ศิษย์นิกายม่อจื้อจะช่วยเขาแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะสามารถกวาดล้างกลุ่มของจ้าวจื่อป๋อ ในฐานะคนที่อดทนกับจ้าวจื่อป๋อมานานหลายปี เขาเข้าใจความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายดีที่สุด

เขาทำได้เพียงกล่าวโทษปีศาจเท่านั้น เขาเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับปีศาจที่ทรงพลังซ่อนอยู่ตัวใต้ดินมามาก จ้าวจื่อป๋ออาจโชคร้ายที่บังเอิญเจอหนึ่งในนั้น

หลี่ฉิงซานกล่าว “ผู้บัญชาการเหล่า เหตุใดท่านจึงมาที่นี่?”

“แน่นอนว่าข้ามาหานักพรตผีดิบ ข้ากำลังเตรียมที่จะเข้าไปในถ้ำเพื่อค้นหาเขา” เหล่าซีซานพยายามหลีกเลี่ยงข้อสงสัยเกี่ยวกับการตายของจ้าวจื่อป๋อ

หลี่ฉิงซานกล่าว “เช่นนั้น ท่านก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปแล้ว ผู้บัญชาการ เราฆ่านักพรตผีดิบไปแล้ว ศพของเขาอยู่ในกระเป๋าร้อยสมบัติของข้า ข้ากำลังจะกลับไปรายงานความสำเร็จของภารกิจ”

เหล่าซีซานสงสัย “อันใด!? เจ้าสามารถสังหารนักพรตผีดิบด้วยตัวเจ้าเองจริงๆงั้นหรือ?”

ห่าวปิงหยางกำลังอารมณ์ไม่ดีและถ้อยคำของเหล่าซีซานก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง เขาป้องหมัดขึ้น “ฉิงซาน เราจะรีบกลับไปรายงานผล เราคงต้องจากกันตรงนี้!”

หลี่ฉิงซานเพิกเฉยต่อเหล่าซีซานและป้องหมัดขึ้น “ตกลง พี่ห่าว ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ เราจะพบกันอีกในอนาคต เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะดื่มกับท่านอย่างเต็มที่!”

ห่าวปิงหยางยิ้ม “แน่นอน เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะเชิญเจ้าไปดื่มสุราที่ดีที่สุดของสำนัก!”

จางหลานฉิงกล่าว “นับข้าด้วย เราจะพบกันอีกอย่างแน่นอน สำนักศึกษาร้อยจอมยุทธ์จะรับสมัครศิษย์ใหม่ในช่วงเดือนสามของปีหน้า เจ้าไม่ควรพลาด ฉิงซาน!”

ห่าวปิงหยางกล่าว “หากจอมยุทธ์ไม่เข้าร่วมนิกายหรือสำนัก พวกเขาต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จ เจ้าอายุยังน้อยและมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม มันเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้าร่วมสำนัก บางทีเราอาจกลายเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน” เขาชำเลืองมองเหล่าซีซานก่อนกล่าวต่อ “หากเจ้ารู้สึกว่ามันไม่น่าพอใจ เพียงลาออกจากผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์และมาที่เมืองชิงเหอให้เร็วขึ้นเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบ”

หลี่ฉิงซานรู้สึกประทับใจมาก “หากข้าสามารถเป็นศิษย์น้องของพี่ห่าว มันจะเป็นเกียรติของข้า ข้าจะไปที่นั่นในปีหน้าอย่างแน่นอน!”

เหล่าซีซานรู้สึกว่าไม่มีผู้ใดสนใจเขาแม้เขาจะเป็นจอมยุทธ์ขั้นหกและเป็นผู้บัญชาการหมาป่าทมิฬ ดังนั้นการแสดงออกของเขาจึงเริ่มเย็นชา “ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ไม่ใช่ตำแหน่งทั่วไป มันไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าต้องการไปก็ไปต้องการมาก็มา แม้เจ้าจะเข้าสำนักศึกษาร้อยจอมยุทธ์ แต่เจ้าก็ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับนิกายม่อจื้อ”

หลี่ฉิงซานและห่าวปิงหยางชำเลืองมองเหล่าซีซานแต่ไม่มีผู้ใดสนใจเขา ทั้งคู่เพียงบอกให้อีกฝ่ายดูแลตัวเองให้ดี

จางหลานฉิงจับมือหลี่ฉิงซาน “ฉิงซาน เจ้าต้องมาให้ได้!” ในทางกลับกัน เหออี้ซื่อก้มหน้าลงตลอดเวลาโดยไม่กล่าวสิ่งใดแม้แต่คำเดียว

เมื่อคนทั้งสามจากไป เหล่าซีซานก็ออกคำสั่ง “หลี่ฉิงซาน บอกข้าว่าเกิดสิ่งใดขึ้น? เจ้าฆ่านักพรตผีดิบจริงๆงั้นหรือ? เจ้าไม่ได้ถูกร่างปลอมของเขาหลอกใช่หรือไม่? ศพอยู่ที่ใด? ให้ข้าตรวจสอบเร็วเข้า!”

หากมันเป็นเรื่องจริงทั้งหมด เขาอาจได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากแต้มผลงาน ภารกิจสังหารนักพรตผีดิบมีแต้มผลงานหนึ่งหมื่นสองพันแต้ม มันจะดีที่สุดหากหลี่ฉิงซานเสนอแต้มผลงานทั้งหมดให้เขา หลังจากนั้นเขาจะยอมรับหลี่ฉิงซานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท

หลี่ฉิงซานเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเหล่าซีซานต้องการสิ่งใด เขากล่าวอย่างเฉยชาว่า “ท่านจะเห็นมันเมื่อเรากลับไปถึงเมืองเจียเผิง”

“เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้างั้นหรือ? ช่างหยาบคายนัก!” เหล่าซีซานกล่าวด้วยความโกรธ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของเขา ไม่เพียงเขาจะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นหก แต่กระทั่งจ้าวจื่อป๋อก็ตายไปแล้ว

หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด เขาจะเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการหมาป่าทมิฬแห่งเมืองเจียเผิงเร็วๆนี้ แน่นอนว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำตัวเย่อหยิ่งกับเขา

“นั่นเป็นวิธีเดียวกับที่ผู้บัญชาการจ้าวปฏิบัติต่อข้า ข้าขอแนะนำท่านเล็กน้อย อย่าเย่อหยิ่งเพียงเพราะความสำเร็จบางอย่างของท่าน มิฉะนั้นมันอาจนำท่านไปสู่ความทุกข์ทรมาน” หลี่ฉิงซานขมวดคิ้ว คนผู้นี้กลายเป็นคนตาบอดและทำตัวแย่ๆไม่ต่างจากจ้าวจื่อป๋อเพียงเพราะเขาพึ่งทะลวงขอบเขต

“กล้าดีอย่างไรมาสั่งสอนข้า!” เหล่าซีซานโกรธมาก เจตนาสังหารของเขาปะทุขึ้นทันที อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะทันได้ชักดาบ ร่างสูงใหญ่ในชุดฟางก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา ภายใต้ร่มเงาของหมวกไม้ไผ่มีใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ นั่นทำให้เหล่าซีซานกรีดร้อง “ผีดิบ!”

หลี่ฉิงซานกล่าว “นั่นคือผีดิบเหล็กไหลที่ข้าได้รับมาจากนักพรตผีดิบ มันทรงพลังมาก ท่านอยากลองดูหรือไม่ ผู้บัญชาการเหล่า?”

เหล่าซีซานมีความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับแต่งซากศพอยู่บ้าง เขาตระหนักถึงความแข็งแกร่งของผีดิบเหล็กไหล ดังนั้นเขาจึงต้องลดมือลงอย่างไม่เต็มใจและตัดสินใจทำข้อตกลงกับหลี่ฉิงซาน

“หลี่ฉิงซาน ดูเหมือนเจ้าจะมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการหายตัวไปของผู้บัญชาการจ้าวและผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์คนอื่นๆ หากเจ้ามีสติปัญญาอยู่บ้าง เจ้าก็ควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร มันจะดีที่สุดหากการเสียชีวิตของนักพรตผีดิบเป็นความร่วมมือของเราสองคน เมื่อเรากลับเมืองเจียเผิง เราจะดูแลกันและกัน มิฉะนั้นแต้มผลงานของเจ้าจะเป็นเพียงตัวเลขที่ไร้ประโยชน์”

หลี่ฉิงซานกล่าว “ท่านต้องการส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งงั้นหรือ? เหตุใดจึงหิวโหยนัก?”

เหล่าซีซานกล่าว “ยิ่งไปกว่านั้น ผีดิบเหล็กไหลของเจ้าก็เป็นสิ่งชั่วร้าย  ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์จะจัดการมัน เจ้าต้องส่งมอบวิธีการควบคุมให้กับพวกเรา!”

หลี่ฉิงซานถาม “ไม่มีพื้นที่ให้ต่อรองเลยงั้นหรือ?”

เหล่าซีซานกล่าว “ไม่มีพื้นที่ให้ต่อรอง! ตั้งแต่เจ้าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของข้า เจ้าก็ต้องทำตามคำสั่งของข้า มิฉะนั้นข้าจะทำให้เจ้าตกนรก อย่าแม้แต่จะคิดที่จะวิ่งไปที่สำนักศึกษาร้อยจอมยุทธ์ ข้ามีสหายมากมายอยู่ที่นั่น!”

หลี่ฉิงซานเงียบราวกับเขากำลังครุ่นคิด หลังจากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น “งั้นก็ไปตายซะ!”

“เจ้ากล่าวสิ่งใด!?” เหล่าซีซานยกมือขึ้นป้องกันแต่หลี่ฉิงซานกลับไม่ขยับเขยื้อน เขาไม่ได้แสดงเจตนาสังหารใดๆออกมา สิ่งที่เขาทำคือมองไปที่เหล่าซีซานราวกับมองสหายที่ตายไปแล้ว

อย่างไรก็ตามลูกประคำสีขาวกลับลอยขึ้นมาจากมือของเด็กตัวเล็กที่อยู่ข้างกายหลี่ฉิงซาน

เด็กคนนี้เป็นจอมยุทธ์ขั้นหก!

ตอนนี้เหล่าซีซานเข้าใจแล้วว่าไม่เพียงหลี่ฉิงซานจะต้องการฆ่าเขาแต่เด็กหนุ่มมีอำนาจที่จะทำเช่นนั้นจริงๆ

“หลี่ฉิงซาน เจ้ากำลังโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูง! เจ้าไม่กลัวถูกลงโทษงั้นหรือ?” ดาบบินแบบเดียวกับจ้าวจื่อป๋อบินออกไป ดูเหมือนมันจะเป็นอาวุธมาตรฐานสำหรับผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์

หลี่ฉิงซานกล่าว “ข้าฆ่าจ้าวจื่อป๋ออย่างยากลำบาก แต่เจ้ากลับไม่พอใจกับสิ่งที่ตกลงบนหน้าตักของเจ้า ตอนนี้เจ้าต้องการใส่ร้ายข้า คิดว่าข้าเป็นคนที่เจ้าสามารถเดินข้ามได้ง่ายถึงเพียงนั้นเลยงั้นหรือ? ช่างหัวตำแหน่งงี่เง่านั่น พวกเจ้าสองคนก็ไม่ต่างกัน ตายไปด้วยกันซะ!”

ดาบบินถูกลูกประคำหัวกะโหลกชนกลางอากาศและกระเด็นออกไป ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเสี่ยวอันเหนือกว่าจอมยุทธ์ขั้นหก ด้วยความสามารถของเหล่าซีซานที่พึ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นหก แน่นอนว่าเขาไม่มีโอกาสชนะ

“เจ้าฆ่าจ้าวจื่อป๋อ?” ดวงตาของเหล่าซีซานเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้นหลี่ฉิงซานก็พร้อมที่จะฆ่าเขาเช่นกัน

หลี่ฉิงซานกล่าว “เหตุใดเมื่อใดก็ตามที่ข้าพยายามไว้ชีวิตบางคน ในที่สุดพวกเขาก็จะกลายเป็นคนที่น่ารำคาญ?”

เหล่าซีซานยกมือขึ้นบังคับดาบบินและส่งมันเข้าปะทะลูกประคำหัวกะโหลก อย่างไรก็ตามลูกประคำหัวกะโหลกอีกลูกกลับบินเข้ามาหาเขา

เด็กคนนี้สามารถควบคุมสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณสองชิ้น!

เหล่าซีซานประหลาดใจแต่เขายังไม่สะทกสะท้าน เขารู้ว่าตนเองไม่สามารถเอาชนะนาง ดังนั้นเขาจึงริเริ่มความคิดที่จะหลบหนี ตราบเท่าที่เขาสามารถหลับเมืองเจียเผิงและรายงานเรื่องนี้ หลี่ฉิงซานจะถูกไล่ล่า

อย่าแม้แต่จะคิดฆ่าข้าหากเจ้ามีสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณเพียงสองชิ้น! เขาหยิบยันต์ออกมาและส่งพลังปราณเข้าไปแต่มันกลับไม่ตอบสนอง นอกจากนั้นเขายังสูญเสียความรู้สึกทั้งหมดของมือ

เขาก้มหน้าลงและพบว่ามือข้างที่ถือยันต์ของเขาหายไปแล้ว!

แขนของเขาเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว!

เสี่ยวอันถือดาบไว้ในมือข้างหนึ่งและถือมือที่ลุกไหม้ของเหล่าซีซานไว้ในมืออีกข้าง

หลี่ฉิงซานรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน การเคลื่อนไหวของเสี่ยวอันรวดเร็วกว่าลูกประคำหัวกะโหลกและยังไม่ปลดปล่อยกลิ่นอายหรือเจตนาฆ่าฟันใดๆออกมา

มันนานมาแล้วตั้งแต่เสี่ยวอันต่อสู้ระยะประชิดกับบางคนเป็นครั้งสุดท้าย หลี่ฉิงซานไม่เคยคิดมาก่อนว่านางจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ เขาไม่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของนางได้อีกต่อไป เว้นเพียงเขาจะกลายร่างเป็นปีศาจ

หลังจากไตร่ตรอง เขาก็ตระหนักว่าเสี่ยวอันกลืนกินผู้คนไปหลายพันคนตั้งแต่ช่วงเวลาที่พวกเขาไปยังตระกูลเฉียน นางใช้โครงกระดูกของคนจำนวนมากหลอมสร้างร่างกายของนาง นั่นอาจทำให้ความแข็งแกร่งและความเร็วของนางเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยไม่รู้ตัว

ลูกประคำหัวกะโหลกถูกหลอมขึ้นจากเคล็ดวิชากระดูกขาวและความงามอันเป็นนิรันดร์ แต่มันก็เป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ รากฐานสำคัญของนางยังเป็นตัวของนางเอง

เด็กผู้หญิงผู้นี้นิ่งเงียบและไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใดๆ แต่นางกลับร้ายกาจเมื่อนางเคลื่อนไหว กล่าวได้ว่านางรับสืบทอดนิสัยของหลี่ฉิงซานมาอย่างเต็มที่

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 181 ไม่ต่างกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว