เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 156 กรงขังปีศาจแห่งไป่อัน

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 156 กรงขังปีศาจแห่งไป่อัน

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 156 กรงขังปีศาจแห่งไป่อัน


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 156 กรงขังปีศาจแห่งไป่อัน

แปลโดย iPAT  

เฉินซื่อฮัวยิ้ม “ทุกท่านโปรดนั่งลงก่อน ข้าหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับที่พักอันต่ำต้อยของข้าขณะที่ข้าไปหยิบเม็ดยา” เขากลับเข้าไปในห้องด้านหลังพร้อมกับรอยยิ้มที่เลือนหายไป

“นายท่าน ท่านเจ้าเกาะเชิญท่านไปที่ด้านหลังห้องโถง” คนรับใช้กล่าวกับหลี่ฉิงซานอย่างสุภาพ

ขณะที่หลี่ฉิงซานกำลังเดินทาง ชายฉกรรย์สองคนกระโจนออกมาจากพุ่มไม้และปิดกั้นเส้นทางของเขา “เจ้าคือผู้ใด?”

คนรับใช้เร่งกล่าว “พวกท่านเป็นแขกของท่านเจ้าเกาะของเราเช่นนั้นหรือ?”

ชายทั้งสองตรวจสอบหลี่ฉิงซาน “เหตุใดเราไม่เคยเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับเจ้ามาก่อน?”

หลี่ฉิงซานกล่าว “ไม่ใช่ทุกคนที่เจ้าสามารถเห็นหรือได้ยิน”

“เจ้ากล่าวสิ่งใด!?” ทั้งสองเริ่มโกรธและต้องการชักดาบออกมา

เสียงดังขึ้นสองครั้ง ทั้งสองถอยกลับเข้าไปในพุ่มไม้และทิ้งไว้เพียงซากศพ

“พวกเจ้าควรลงนรกจริงๆ!” จากนั้นหลี่ฉิงซานก็กล่าวกับคนรับใช้ “ไปกันเถอะ”

คนรับใช้ตัวสั่นและรีบเดินทาง

เฉินซื่อฮัวถูมือด้วยความกังวลอยู่ในห้องทำงานของเขา เมื่อหลี่ฉิงซานมาถึง เขารีบเชิญให้เด็กหนุ่มนั่งลงและรินชาให้อย่างอ่อนน้อม

หลี่ฉิงซานกล่าว “เจ้าเกาะเฉิน เจ้าต้องการกล่าวสิ่งใดกับข้า เข้าประเด็นเถอะ ข้าไม่สามารถรออีกต่อไป” ด้วยหูของเขา เขาได้ยินเสียงอึกทึกจากห้องโถงใหญ่ นั่นทำให้เลือดของเขาเริ่มเดือดอย่างช้าๆ

เฉินซื่อฮัวยกเสื้อคลุมของเขาขึ้นและคุกเข่าลงต่อหน้าหลี่ฉิงซาน “ข้าทำตามคำสั่งของนายท่านแล้ว โปรดละเว้นข้าด้วย!” ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลี่ฉิงซานไม่เคยสัญญาว่าจะไว้ชีวิตเขา นั่นทำให้เขากังวลจนถึงจุดที่รู้สึกว่าอาหารรสชาติจืดชืดและไม่สามารถข่มตาหลับ

หลี่ฉิงซานกล่าว “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะฆ่าเจ้า”

“นายท่านไม่มีแผนการที่จะไว้ชีวิตผู้ใดจริงๆงั้นหรือ?” เฉินซื่อฮัวเงยหน้าขึ้นด้วยความสิ้นหวัง

หลี่ฉิงซานกล่าว “ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้ชีวิตเจ้าแต่เจ้าไม่ไว้ชีวิตตัวเอง”

เฉินซื่อฮัวกัดฟันกล่าว “แต่ข้ากลับเนื้อกลับตัวอย่างสมบูรณ์แล้ว!”

หลี่ฉิงซานกล่าว “กลับเนื้อกลับตัวอย่างสมบูรณ์? หกเดือนก่อนเจ้าทำสิ่งใด? เจ้าคิดว่าผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์จะไม่รู้จริงๆงั้นหรือ?” แม้สมาชิกหลักของกองกำลังผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์จะมีน้อยแต่พวกเขามีสายสืบมากมายอยู่ในเมืองต่างๆ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่มีผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์คนใดสนใจภารกิจสังหารเฉินซื่อฮัวแต่ข้อมูลก็ยังหลั่งไหลเข้าไปไม่เคยหยุด นี่เป็นการรับประกันว่าหากวันหนึ่งผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ต้องการจัดการเขา พวกเขาจะมีข้อมูลทั้งหมด

เฉินซื่อฮัวนึกถึงบางสิ่ง เมื่อครึ่งปีก่อน หลังจากดื่มไปเล็กน้อยและเห็นหญิงงามในเมืองริมทะเลสาบ เขาบังคับพานางมาที่เกาะบุปผา

เขาโต้เถียง “แต่ข้ารับนางเป็นสนมแล้ว”

“เจ้าวางแผนที่จะรับนางบำเรออีกกี่คน? เหตุใดเจ้าไม่บอกข้า?” น้ำเสียงของหลี่ฉิงซานสงบมาก ความโกรธของเขาเหมือนลาวาร้อนที่ไหลอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งและสามารถปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

การแสดงออกของเฉินซื่อฮัวเปลี่ยนไปหลายครั้ง สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจกดมือลงบนกระเบื้อง เสียงกลไกดังขึ้นจากใต้ดินขณะที่กรงโลหะขนาดใหญ่เด้งออกมากักขังหลี่ฉิงซานเอาไว้

สถานที่ที่เฉินซื่อฮัวเชิญหลี่ฉิงซานให้นั่งลงเป็นกับดัก มันมีกลไลซ่อนอยู่

เฉินซื่อฮัวตะโกน “หลี่ฉิงซาน เจ้าทำมากเกินไปแล้ว! ในเมื่อเจ้าไม่ไว้ชีวิตข้า เช่นนั้นก็มาตายพร้อมกัน!”

เหล็กแต่ละเส้นหนาเท่าแขนของผู้ใหญ่ พวกมันยังถูกจารึกด้วยอาคมจำนวนมาก เมื่อนิ้วของหลี่ฉิงซานสัมผัสลูกกรง เขารู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง ด้านบนสุดยังมีภาพสัตว์ประหลาดที่ดูเหมือนเสือแต่ไม่ใช่เสือ

เฉินซื่อฮัวกล่าว “สิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้านค่ายกล มันถูกเรียกว่ากรงขังปีศาจแห่งไป่อัน กระทั่งสัตว์ปีศาจที่ทรงพลังก็ไม่สามารถหลบหนี ดังนั้นท่านควรเลิกคิดเรื่องนั้นซะ ให้ข้าถามท่านอีกครั้ง ท่านจะไว้ชีวิตข้าหรือไม่? หากท่านตกลง ข้าจะปล่อยท่าน ข้ายังจะช่วยท่านฆ่าคนเหล่านั้น”

“หากข้าบอกว่าข้าจะไว้ชีวิตเจ้า เจ้าจะเชื่องั้นหรือ?”

เฉินซื่อฮัวรู้สึกขัดแย้ง “ข้าเต็มใจที่จะเดิมพันกับมัน ข้าเชื่อว่าท่านเป็นลูกผู้ชายพอ”

หลี่ฉิงซานส่ายศีรษะอย่างเงียบๆและช้าๆ

เฉินซื่อฮัวกรีดร้อง “ตอนนี้ท่านอยู่ในมือของข้าแล้ว สิ่งที่ท่านต้องทำก็แค่พยักหน้า จากนั้นเราจะนั่งคุยกัน การบ่มเพาะของท่านอาจสูงแต่บางครั้งท่านก็ยังต้องการผู้ช่วยเช่นข้า”

หลี่ฉิงซานระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทำให้เกิดสายลมกรรโชกแรงพัดหนังสือ ภาพวาด และแจกันตกลงบนพื้น

เฉินซื่อฮัวปิดหูของตนพร้อมกับพยายามต่อต้านพลังปราณที่แผ่พุ่งเข้ามาและคิดว่าคนผู้นี้เป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นสองจริงๆงั้นหรือ?

คนนอกรีตในห้องโถงมองถ้วยชาสั่นพร้อมกับอาคารที่สั่นไหว นั่นทำให้พวกเขาเริ่มตื่นตระหนก

“เกิดสิ่งใดขึ้น?”

“บางคนกำลังหัวเราะงั้นหรือ?”

“พลังภายในช่างแข็งแกร่งนัก!”

“มันดังมาจากห้องที่เฉินซื่อฮัวเข้าไปหยิบยามิใช่หรือ?”

“บางคนพยายามขโมยยางั้นหรือ?”

ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงรู้สึกกระสับกระส่าย “ไปดูกันเถอะ!”

“ผู้ใดกันที่โง่เขลาถึงขั้นพยายามขโมยสมบัติจากปากเสือ!”

หลี่ฉิงซานหยุดหัวเราะและกล่าวกับเฉินซื่อฮัว “เจ้าคิดว่าตนเองที่ไม่ต่างจากสัตว์มีค่าพอที่จะเป็นสหายของข้างั้นหรือ?”

แม้แต่คนเลวก็มีความภูมิใจในตัวเอง เฉินซื่อฮัวตะโกน “มากเกินไปแล้ว!”

คนนอกรีตกลุ่มหนึ่งรีบเข้ามาและถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้าเกาะเฉิน เกิดสิ่งใดขึ้น?”

“คนผู้นี้คือ?”

ทุกคนที่เข้ามาล้วนเป็นนักสู้ชั้นหนึ่ง คนที่อ่อนแอกว่าทำได้เพียงรวมตัวกันอยู่ด้านนอกและเฝ้ามองเท่านั้น

“เจ้าบังคับให้ข้าทำเช่นนี้” ใบหน้าของเฉินซื่อฮัวกลายเป็นบิดเบี้ยวขณะที่เขากล่าวกับทุกคน “ทุกท่าน ข้ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกท่านจะบอก”

ทุกคนเงียบลง เฉินซื่อฮัวกล่าว “นี่คือผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ที่ถูกส่งมาเพื่อฆ่าพวกเรา!”

เมื่อได้ยินคำว่าผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ ใบหน้าของทุกคนก็กลายหน้าซีดเผือด เดิมทีพวกเขาแสดงตัวราวกับภาคภูมิใจที่ชื่อของพวกเขาได้ขึ้นบัญชีดำและปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเย่อหยิ่งจนถึงขั้นที่อ้างว่าผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ไม่สามารถทำสิ่งใดพวกเขา อย่างไรก็ตามแท้จริงแล้วพวกเขาหวาดกลัวผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์มากที่สุด

“กล่าวอีกอย่างคือไม่มีเม็ดยางั้นหรือ?”

“บัดซบ! เฉินซื่อฮัว เจ้าร่วมมือกับผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์!”

ทุกคนเริ่มคิดถึงการล่าถอยขณะมองหลี่ฉิงซานที่ดูเหมือนสัตว์ร้าย ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยเส้นผมปรกหน้าและปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้ แม้แต่ตอนนที่เขาถูกขังอยู่ในกรง เขาก็ยังดูน่าสะพรึงกลัวมาก

เฉินซื่อฮัวโยนกระดาษกองหนึ่งออกไป “ดู นี่คือเอกสารอย่างเป็นทางการของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ ครั้งนี้เขามาเพื่อฆ่าพวกเราทุกคน ทุกท่านทราบดีว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับบ่อนมงคลในเมืองภูเขาเงิน เด็กคนนี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด พวกท่านต้องการเป็นรายต่อไปงั้นหรือ?”

พวกเขาหยิบเอกสารขึ้นมาและพบชื่อของตนเอง หลังจากนั้นพวกเขาก็ตัวสั่นด้วยความตกใจสุดขีด ความรุ่งโรจน์ของพวกเขาที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีดำกลายเป็นโทษประหารไปแล้ว

“เจ้าเกาะเฉิน เจ้าต้องการให้เราทำสิ่งใด?”

“พวกเรามาร่วมมือกันจัดการเขา!”

“ฆ่าผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์? เจ้าเสียสติไปแล้วงั้นหรือ?”

“หากเราไม่ฆ่าเขา เขาจะฆ่าเรา!”

ทุกคนถกเถียงด้วยความขมขื่น

หลี่ฉิงซานกระแอมเบาๆและดึงดูดความสนใจของทุกคน “ทุกคนที่ควรอยู่ก็อยู่ที่นี่แล้ว”

“เทียนจงห่าว”

ชายวัยกลางคนที่ดูหยาบช้าตัวสั่น “เจ้าต้องการสิ่งใด?”

“ในอดีต เจ้าต้องการเรียนทักษะการต่อสู้กับปรมาจารย์หวังของเมืองไผ่หลิว แต่เขาพบว่าเจ้าขาดความจริงใจ เขาจึงปฏิเสธที่จะสอนเจ้า ผลคือเจ้าวางยาเขาจนตาย ขโมยคัมภีร์ของเขา และยกระดับตัวเอง หลายปีที่ผ่านมา เจ้าดักปล้นนักเดินทาง ฆ่าพวกเขา และขโมยสินค้า เจ้าถึงกับกินหัวใจและตับของคนที่มีชีวิตใช่หรือไม่?”

เขาถูกทุกคนจ้องมอง แต่เขาไม่เต็มใจทำให้ตนเองอับอาย ดังนั้นเขาจึงตะโกนออกไปอย่างแข็งกร้าว “แล้วอย่างไร!?”

หลี่ฉิงซานไม่สนใจเขาอีกต่อไป เขากล่าวต่อ “เยว่รุ่ย เจ้าชอบลักพาตัวบุตรหลานของครอบครัวที่ร่ำรวยไปเรียกค่าไถ่ หากพวกเขากล้าพอที่จะรายงานเรื่องนี้ต่อทางการหรือปฏิเสธที่จะจ่ายค่าไถ่ เจ้าจะตัดหูหรือนิ้วของเด็กก่อนจะส่งคืนให้ครอบครัวของพวกเขา ข้าพูดถูกหรือไม่?”

เย่วรุ่ยมีดวงตาที่ดุร้าย เขาหัวเราะเย้ยหยันด้วยท่าทางเย็นชา “เด็กพวกนั้นเกิดมาโชคดีกว่าคนอื่นๆ แน่นอนว่าพวกเขาควรพบกับความทุกข์ทรมานเล็กๆน้อยๆ”

หลี่ฉิงซานไม่สนใจเขาเช่นกัน  เขาเอ่ยชื่อคนเหล่านี้ทีละคนจนหมด “สำหรับคนที่ไม่ถูกกล่าวถึง ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นหัวขโมยหรือก่อนอาชญากรรมใดๆมาก่อน พวกเจ้าก็ไม่ได้รับการให้อภัยจากอาชญากรรมที่พวกเจ้าก่อ พวกเจ้าจะถูกประหารชีวิตทันทีตามกฎหมายของจักรวรรดิต้าเซี่ย”

“และเจ้า เฉินซื่อฮัว เจ้าต้องชดใช้สิ่งที่เจ้าทำลงไป!”

ทุกคนหัวเราะเสียงดัง “เพียงเจ้างั้นหรือ?”

“เขาเสียสติไปแล้ว”

“เราต้องฆ่าเขา!”

อย่างไรก็ตามเสียงหัวเราะกลับค่อยๆเงียบลง

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือหลี่ฉิงซานยืนขึ้นจากเก้าอี้และจับลูกกรง มัดกล้ามเนื้อของเขาปูดโปนขึ้นพร้อมกับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น

แสงสีน้ำเงินที่ดูเหมือนกระแสไฟฟ้าไหลผ่านลูกกรงและมารวมตัวกันอยู่ที่มือของหลี่ฉิงซาน เขารู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยทิ่มแทง แต่มันไม่มีนัยสำคัญกับเขา อย่างไรก็ตามแม้เขาจะออกแรงเท่าใด ลูกกรงก็ไม่ขยับ

หลังจากตกตะลึง เฉินซื่อฮัวก็ผ่อนคลายลง “ไร้ประโยชน์ กรงขังปีศาจแห่งไป่อันของข้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะทำลายได้”

คนอื่นๆเย้ยหยันเช่นกัน พวกเขามองหลี่ฉิงซานเหมือนเขาเป็นสัตว์ป่าที่โง่เขลา

เส้นผมของหลี่ฉิงซานตกลงมาปิดบังใบหน้า อย่างไรก็ตามมุมปากของเขายังโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มและกระทั่งดูบิดเบี้ยวเล็กน้อย

“นี่มันเรื่องใดกัน!?” เฉินซื่อฮัวสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนแปลงไปของหลี่ฉิงซาน นี่เป็นสิ่งที่มีเพียงจอมยุทธ์เท่านั้นที่สามารถสัมผัสถึง

หลังจากไม่นานทุกคนก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของหลี่ฉิงซาน เขาสูงและแข็งแกร่งขึ้น เส้นผมของเขาเรืองแสงเป็นสีแดงเข้ม ผิวของเขาค่อยๆกลายเป็นสีดำ

“เอี๊ยด...” กรงเหล็กส่งเสียง กระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินแลบลั่นอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สามารถหยุดความจริงที่แท่งเหล็กหนาเท่าท่อนแขนมนุษย์ค่อยๆแยกออกจากกัน

เฉินซื่อฮัวก้าวถอยหลัง “ปะ...เป็นไปไม่ได้! เจ้าเป็น...” หลังจากนั้นเขาก็ตะโกน “ทุกคน ร่วมมือกันฆ่าเขา!”

ทุกคนตระหนักว่าตนเองไม่สามารถลังเลอีกต่อไป พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกันและเหวี่ยงอาวุธออกไปทันที พวกเขากลัวว่าหลี่ฉิงซานจะสามารถหลบหนีออกจากกรงได้จริงๆ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องจัดการเขาในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตามเฉินซื่อฮัวกลับล่าถอยออกไปอย่างเงียบๆ

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 156 กรงขังปีศาจแห่งไป่อัน

คัดลอกลิงก์แล้ว