เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 140 สวรรค์ในนรก

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 140 สวรรค์ในนรก

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 140 สวรรค์ในนรก


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 140 สวรรค์ในนรก

แปลโดย iPAT  

เสียงกรีดร้องดังขึ้นขณะที่เฉียนหรงจื่อมองเข้าไปในห้องโถงและพบว่าหลี่ฉิงซานยังสามารถรักษาสถานการณ์ นั่นทำให้นางมีเวลามากพอที่จะทำในสิ่งที่นางต้องการ ณ จุดนี้นางรู้สึกขอบคุณเขาอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามความคิดของนางยังไม่เปลี่ยน ในสายตาของนาง ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการต่อสู้คือหลี่ฉิงซานและเฉียนเยี่ยนเหนิงตายไปพร้อมกัน

“ท่านพี่ นั่นท่านงั้นหรือ?” หญิงวัยกลางคนระบุตัวตนของคนที่นอนคร่ำครวญอยู่บนพื้นด้วยเสียงที่แหบแห้งของเขา นางหลั่งน้ำตาและตะโกน “เฉียนหรงจื่อ นังโสเภณีสารเลว! ท่านพี่ของข้าดีต่อเจ้ามากเพียงใดแต่เจ้ากลับตอบแทนเขาเช่นนี้?”

“เขาดีต่อข้างั้นหรือ?” เฉียนหรงจื่อเลียเลือดที่มุมปาก “เขาเป็นคนบอกว่าต้องการถลกหนังข้าออกมาทั้งเป็น ท่านรู้หรือไม่?” นางเตะคนที่นอนจมกองเลือดกลิ้งลงบันได

ผู้คนแยกย้ายกันไปราวกับหลีกเลี่ยงโรคระบาด ขณะเดียวกันลูกศรวารีก็พุ่งเข้าหาฝูงชน

หญิงวัยกลางคนที่พูดสาปแช่งก่อนหน้านี้ถูกศรวารีเจาะลำคอจนทะลุออกไปด้านหลัง นางก้มศีรษะลงอย่างยากลำบากด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ‘นางกล้าโจมตีข้าจริงๆ?’ นี่คือความคิดสุดท้ายของนางก่อนที่นางจะกรุดตัวลงบนพื้น

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่รู้” เฉียนหรงจื่อพึมพำ

เมฆสีดำลอยเข้ามาปกคลุมดวงจันทร์ทำให้โลกดูมืดลง

สมาชิกตระกูลเฉียนกว่าพันคนรวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้าง คบไฟส่องสว่างใบหน้าที่งดงามและเปื้อนเลือดของเฉียนหรงจื่อทำให้มันบิดเบี้ยวและน่ากลัว

ชายหนุ่มในชุดคลุมหรูหราคร่ำครวญ “ท่านพ่อ! ท่านแม่!” หลังจากนั้นเขาก็มองเฉียนหรงจื่อด้วยความเกลียดชัง “ทุกคน ไปจัดการนางกันเถอะ! ฆ่าหญิงบ้าผู้นี้และช่วยท่านปู่ ตระกูลเฉียนของเราต้องรอดพ้นจากภัยคุกคามครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน!”

เมื่อมีคนปลุกระดม คนอื่นๆก็ทำตาม แม้แต่ยุงก็สามารถฆ่าช้างได้หากมีจำนวนมากพอ ยิ่งไปกว่านั้นท่ามกลางพวกเขายังมีจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งอยู่มากกว่าสิบคน

เฉียนหรงจื่อกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้าย

อย่างไรก็ตามใบหน้าของนางกลับไม่มีความหวาดกลัวอยู่แม้แต่น้อย ตรงข้าม มันเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข นางขยับริมฝีปากสีกุหลาบของนางเบาๆและกล่าวชื่อมากมายออกมาอย่างไม่เป็นทางการ “เฉียนหรงฮุ่ย เฮียนหรงเฉิง...”

คนที่นางกล่าวถึงมีทั้งเด็ก สตรี และคนชรา แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือพวกเขาล้วนเป็นจอมยุทธ์พลังปราณและนามสกุลเดิมของพวกเขาก็ไม่ใช่เฉียน พวกเขาถูกตระกูลเฉียนรับเลี้ยงเนื่องจากพรสวรรค์ในการบ่มเพาะพลังปราณ หลังจากถูกกล่าวถึง พวกเขาก็หยุดเคลื่อนไหว

“พวกเจ้ายังถูกคนตระกูลเฉียนทารุณไม่พองั้นหรือ? พวกเขามองพวกเราเป็นเพียงปศุสัตว์หรือทาส แต่พวกเจ้ายังต้องการตายเพื่อพวกเขางั้นหรือ? ตระกูลเฉียนกำลังจะถูกทำลาย สมาชิกตระกูลเฉียนทั้งหมดจะถูกผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์สังหาร”

ลูกชายของเฉียนซิงเว่ยตะโกน “อย่าไปฟังนางพล่าม! ท่านปู่จะจัดการทุกสิ่งในไม่ช้า สำหรับคนทรยศ มีเพียงชะตากรรมที่น่าสยดสยองรออยู่!”

คนที่มีสายเลือดตระกูลเฉียนโห่ร้องตอบรับคำกล่าวของเขาและเคลื่อนที่เข้าหาเฉียนหรงจื่อต่อไป แต่พวกเขายังกลัวความแข็งแกร่งของนางและไม่กล้าเคลื่อนไหวเร็วนัก

คนที่เฉียนหรงจื่อกล่าวถึงถูกคนอื่นๆหลีกเลี่ยงและมองด้วยความหวาดระแวง

เฉียนหรงจื่อกล่าว “ตาแก่เฉียนเยี่ยนเหนิงอยู่ในห้องโถง หากเขาสามารถออกจากที่นั่น เขาคงออกมานานแล้ว หากพวกเจ้าไม่คิดให้ดี มันอาจสายเกินไป”

เสียงต่อสู้ดังออกมาจากห้องโถงใหญ่อย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด ชัดเจนว่าเฉียนเยี่ยนเหนิงที่ปกครองเมืองวายุบรรพกาลมาเกือบทั้งศตวรรษกำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่ทรงพลัง

หากเฉียนเยี่ยนเหนิงออกมา ทุกคนจะไม่รู้สึกลังเลใจ อย่างไรก็ตามเฉียนเยี่ยนเหนิงกลับไม่อยู่ที่นี่ ดังนั้นหลายคนจึงรู้สึกไม่สบายใจและคิดว่าบางทีตระกูลเฉียนอาจถึงคราวจบสิ้นแล้วจริงๆ

เฉียนหรงฮุ้ยที่ถูกเฉียนหรงจื่อกล่าวถึงยอมจำนนเป็นคนแรก “เจ้าต้องการสิ่งใด?”

เฉียนหรงจื่อกล่าว “มันยังไม่สายเกินไปที่เจ้าจะออกจากตระกูลเฉียนตอนนี้ มิฉะนั้นจะไม่มีผู้ใดรอดชีวิตไปได้หลังจากตระกูลเฉียนพังพินาศ!”

เฉียนหรงฮุ้ยลังเล คนอื่นๆก็เช่นกัน

ทันใดนั้นชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ตะโกน “เฉียนหรงฮุ้ย เจ้าจะทรยศตระกูลเฉียนด้วยงั้นหรือ?”

เฉียนหรงจื่อกล่าวต่อ “เจ้าเห็นหรือยัง? นี่คือวิธีที่ตระกูลเฉียนปฏิบัติต่อเจ้า เจ้าต้องการตายภายใต้ดาบวายุของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์งั้นหรือ?”

เฉียนหรงฮุ้ยชำเลืองมองเข้าไปในห้องโถงใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะคำรามออกมาว่า “เอาล่ะ ข้าจะออกจากตระกูลเฉียน จากนี้ไปข้าไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเฉียนอีกต่อไป!” จากนั้นเขาก็หันหลังและเดินลงจากภูเขา เมื่อคนแรกถูกล่อลวง คนอื่นๆก็พร้อมที่จะจากไปเช่นกัน

สมาชิกตระกูลเฉียนตะโกนสาปแข่ง พวกเขาชี้อาวุธจำนวนมากไปที่เฉียนหรงฮุ้ย เฉียนหรงฮุ้ยตะโกน “หลีกไป!”

“ข้าบอกให้เจ้าไปได้แล้วงั้นหรือ?” เสียงเย็นเยียบของเฉียนหรงจื่อทำให้เฉียนหรงฮุ้ยชะงัก เขาหันกลับมาด้วยความฉุนเฉียว “เจ้าต้องการสิ่งใดอีก?”

เฉียนหรงจื่อกล่าว “หากเจ้าออกไปตอนนี้ โลกจะต่อต้านและไล่ล่าเจ้า” หลังจากนั้นนางก็กล่าวกับทุกคนว่า “ข้ารู้จักทุกคน พวกเขาย่อมไม่ยอมให้เจ้าออกจากที่นี่ในวันนี้ ตราบเท่าที่พวกเจ้าไม่ใช่ทายาทสายตรงของตระกูลเฉียน พวกเจ้าสามารถล้างชื่อของตนเองได้ด้วยศีรษะของคนตระกูลเฉียนเท่านั้น หากไม่แล้ว มันจะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอพวกเจ้าอยู่”

นางอยู่ท่ามกลางอันตราย แต่ไม่เพียงนางจะไม่ร้องขอชีวิตด้วยความหวาดกลัว นางยังข่มขู่ทุกคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างโหดเหี้ยม

ทุกคนรู้สึกลังเล มีทายาทสายตรงของตระกูลเฉียนไม่มากนักและกระทั่งพวกเขาก็ไม่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าที่จะตายเพื่อตระกูลเฉียน

แรงกดดันบรรลุถึงขีดสุด อากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ในคืนฤดูร้อนที่แผดเผา เหงื่อไหลลงมาจากหน้าผากของผู้คน ทุกคนระแวงกันเองขณะที่พวกเขาพยายามแยกแยะว่าผู้ใดคือทายาทสายตรงและผู้ใดคือคนที่ต้องการลบล้างชื่อของพวกเขา

ท่ามกลางความมืด ไม่มีใครรู้ว่าดาบเล่มแรกสัมผัสร่างของผู้ใดและเสียงกรีดร้องแรกดังขึ้นจากไหน เลือดที่สาดกระเซ็นเหมือนประกายไฟเล็กๆที่ตกลงบนพื้นหญ้าแห้งและลุกลามราวกับไฟป่า

บางคนตะโกน “ฆ่าคนทรยศ!”

เสียงกรีดร้องและเสียงคร่ำครวญดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พวกเขาไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ข้างๆคือครอบครัวหรือศัตรู พวกเขาทำได้เพียงเหวี่ยงดาบใส่ทุกคนที่เข้าใกล้

เสียงหอกที่ทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อและคมดาบที่ตัดผ่านกระดูกประสานกันทำให้ตระกูลเฉียนดูราวกับขุมนรก

เฉียนหรงจื่อหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขณะกระทำการสังหารหมู่ ความสุขที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจของนางทำให้นางลืมภัยคุกคามจากเฉียนเยี่ยนเหนิงไปอย่างสิ้นเชิง นางลืมแม้แต่ชีวิตและความตายของตนเอง นางรู้สึกเหมือนนางกำลังอยู่บนสวรรค์ สวรรค์ในขุมนรก แม้นางจะเสียชีวิตในวินาทีต่อไป มันก็ไม่สำคัญกับนางอีก

หลายคนต้องการฆ่าคนทรยศของตระกูลเฉียน แต่ผู้ใดจะสามารถสังหารจอมยุทธ์ขั้นสอง พวกเขาตายและทิ้งซากศพไว้รอบตัวเฉียนหรงจื่อ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนก็ไม่กล้าเข้าใกล้นางอีก

ไม่มีแม้แต่ผู้เดียวในเมืองวายุบรรพกาลที่สามารถลืมคืนนี้ พวกเขาเฝ้ามองตระกูลที่ปกครองเมืองวายุบรรพกาลมานับศตวรรษพังทลายลงและเกิดความรู้สึกที่หลากหลายทั้งหวาดกลัว ประหลาดใจ และดีใจ

จอมยุทธ์ที่หลบหนีออกจากห้องโถงส่วนใหญ่ไม่ได้จากไปทันที พวกเขายังเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ในมุมมืด พวกเขาเห็นภาพที่น่าสยดสยองภายใต้แสงไฟและรู้สึกตกตะลึง หลังจากทั้งหมดไม่มีใครคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น

เดิมทีพวกเขาคิดว่าคำประกาศของหลี่ฉิงซานเป็นเรื่องตลกซึ่งอาจทำให้เขาเสียชีวิต เฉียนเยี่ยนเหนิงจะฆ่าผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ทั้งสามอย่างรวดเร็วก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับสมาชิกตระกูลเฉียน

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้พัฒนาไปไกลเกินความคาดหมายของพวกเขา ตระกูลเฉียนกำลังถูกทำลาย เฉียนเยี่ยนเหนิงยังอยู่ในห้องโถง เขาไม่ได้ออกมายุติเรื่องทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าบางคนหยุดเขาเอาไว้

แต่นั่นเป็นไปไม่ได้ แม้พวกเขาจะร่วมมือกัน เฉียนเยี่ยนเหนิงก็สามารถกวาดล้างพวกเขาด้วยมือเพียงข้างเดียว เว้นเพียงจะมีผู้บัญชาการหมาป่าอินทรีย์บางคนซ่อนตัวอยู่หรือจ้าวจื่อป๋ออาจมาถึงแล้ว

นี่เป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลมากที่สุด หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ หลี่ฉิงซานจะกล้ายโสได้อย่างไร

ในช่วงเวลาสั้นๆ มีคนตายหรือได้รับบาดเจ็บนับพัน เลือดไหลลงไปตามขั้นบันไดขณะที่ศพจำนวนมากนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น

บนยอดไม้ที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น เปลวไฟสีแดงเลือดของเสี่ยวอันกำลังเฝ้ามองนรกขุมนี้อยู่อย่างลับๆ

คืนนี้หลี่ฉิงซานตัดสินใจจู่โจม เขาไม่ได้พาเสี่ยวอันมาด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่เด็กน้อยสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ จากมุมมองของเขา หลี่ฉิงซานแข็งแกร่งมาก เขาไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใด

ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็ลอยออกมาจากใจกลางของห้องโถงและร่วงลงที่ขอบประตูอย่างแรง เขาสวมชุดเครื่องแบบของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ที่ตอนนี้ขาดรุ่งริ่ง แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ผู้ใดนอกจากหลี่ฉิงซาน

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 140 สวรรค์ในนรก

คัดลอกลิงก์แล้ว