เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 138 ลงมือก่อน

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 138 ลงมือก่อน

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 138 ลงมือก่อน


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 138 ลงมือก่อน

แปลโดย iPAT  

ตระกูลเฉียนมีจอมยุทธ์ขั้นสามสองคน พวกเขาไม่ใช่เป้าหมายง่ายๆ เป็นไปไม่ได้ที่เตียวเฟยจะฆ่าจอมยุทธ์ขั้นสามสองคนด้วยการเผชิญหน้าโดยตรง

อย่างไรก็ตามจอมยุทธ์ขั้นสามทั้งสองไม่เคยคิดว่าบางคนจะโจมตีพวกเขาในงานเลี้ยงภายใต้สายตาของสาธารณชน ดังนั้นพวกเขาจึงเสียชีวิตทันทีโดยไม่ได้ตั้งตัว

ตระกูลเฉียนไม่เหลือจอมยุทธ์ขั้นสามอีกต่อไป

เตียวเฟยเคลื่อนที่เข้าไปหาหลี่ฉิงซานด้วยความประหม่าภายใต้การปิดล้อมของจอมยุทธ์หลายสิบคน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบว่าการอยู่ใกล้คนๆหนึ่งทำให้เขารู้สึกปลอดภัย

เมื่อคืนหลี่ฉิงซานบอกเขาเพียงสามสิ่ง “อย่าบอกเฉียนหรงจื่อ เราจะลงมือในงานเลี้ยง ปล่อยเฉียนเยี่ยนเหนิงให้เป็นหน้าที่ของข้า”

เรื่องนี้ทำให้เตียวเฟยต้องครุ่นคิดทั้งคืน สุดท้ายเขาตัดสินใจเอาชีวิตเข้าแลก

หลี่ฉิงซานเพิกเฉยต่อจอมยุทธ์หลายสิบคนโดยสิ้นเชิง เขาหยิบเอกสารของหน่วยผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ออกมาและอ่านเสียงดัง “เนื่องจากรายงานของเฉียนหรงจื่อ ตระกูลเฉียนกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหลายข้อตามรายการด้านล่าง หนึ่ง สังหารผู้บริสุทธิ์ สอง วางแผนสังหารเจ้าหน้าที่ของทางการ...”

เสียงของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังปราณ ดังนั้นมันจึงดังไปถึงตีนเขา ทุกคนหยุดกินดื่มและตั้งใจฟัง

“เฉียนหรงจื่อ? เป็นไปไม่ได้!” เฉียนเยี่ยนเหนิงกำลังจะโจมตีหลี่ฉิงซานแต่เมื่อเขาได้ยินชื่อเฉียนหรงจื่อ เขาก็ตกตะลึง ท่ามกลางเด็กทั้งหมดที่เขารับเลี้ยง เด็กสาวที่ฉลาดที่สุดและทำให้เขามีความสุขที่สุดกลับหักหลังเขาอย่างไม่ใยดี เมื่อเขาหันไปมองเฉียนหรงจื่อ เขาก็พบว่านางหายตัวไปแล้ว

หลี่ฉิงซานอ่านต่อโดยไม่หยุดชะงัก “...ภายใต้คำสั่งของผู้บัญชาการหมาป่าอินทรีย์แห่งเมืองเจียเผิง จ้าวจื่อป๋อ เรามาสอบสวนและหลังจากตรวจสอบ เราจะประหารชีวิตเฉียนเยี่ยนเหนิงและผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาทันที!”

เฉียนเยี่ยนเหนิงพบว่าเฉียนหรงจื่อเดินผ่านฝูงชนเข้าไปยืนอยู่ด้านข้างหลี่ฉิงซานและเตียวเฟย นางมองหลี่ฉิงซานด้วยใบหน้ามืดครึ้ม เขาทำลายแผนการของนางจนหมดสิ้น!

หลี่ฉิงซานวางเอกสารลงและกล่าวว่า “ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โปรดออกไปทันที มิฉะนั้นพวกเจ้าอาจถูกดึงเข้ามามีส่วนร่วม หากพวกเจ้าขัดขวางเจ้าหน้าที่ พวกเจ้าจะถูกประหารชีวิตเช่นกัน!”

ดวงตาของเฉียนเยี่ยนเหนิงเบิกกว้าง “เป็นเจ้าจริงๆ นางสารเลว!”

กงเหลียงไป่กล่าว “คุณหนูเฉียน นี่เป็นเรื่องจริงงั้นหรือ?”

เฉียนหรงจื่อกัดริมฝีปากของนางก่อนกล่าว “ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง เจ้าสามารถถามชาวเมืองวายุบรรพกาลทุกคน พวกเขารู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี! ผู้บัญชาการจ้าวของเรากำลังเดินทางมา ดังนั้นทุกคนโปรดออกไปอย่างรวดเร็ว!” แม้นางจะเกลียดหลี่ฉิงซานที่สุดแต่นางถูกบังคับให้ยืนเคียงข้างเขาในเวลานี้ มิฉะนั้นเฉียนเยี่ยนเหนิงจะระบายความโกรธกับนาง

ผู้คนที่อยู่ใกล้เมืองเจียเผิงล้วนเคยได้ยินชื่อจ้าวจื่อป๋อมาก่อน แล้วผู้ใดจะกล้าขวางทางผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์เพื่อตระกูลเฉียนที่ชั่วร้าย? เหล่าจอมยุทธ์มองหน้ากัน เมื่อคนหนึ่งขยับ คนอื่นๆก็รีบวิ่งตามออกไป อย่างไรก็ตามพวกเขายังมองคนทั้งสามเหมือนคนที่ตายไปแล้ว

พวกเขาไม่ได้วางแผนที่จะอยู่และช่วยเหลือครอบครัวตระกูลเฉียน เหตุผลสำคัญก็คือตระกูลเฉียนไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา จอมยุทธ์ขั้นสามและจอมยุทธ์ขั้นสองอีกสองคนจะถูกทำลายโดยเฉียนเยี่ยนเหนิงอย่างแน่นอน

นั่นคือสิ่งที่พวกเขาคิดแต่พวกเขายังวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว หลังจากทั้งหมดหากจ้าวจื่อป๋อมาและเห็นศพของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ทั้งสาม พวกเขาจะพบกับหายนะ พวกเขาไม่ต้องการเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของตระกูลเฉียน

พวกเขาเคลื่อนไหวเร็วมาก คนตระกูลเฉียนไม่พยายามหยุดพวกเขาเช่นกัน ในพริบตาห้องโถงขนาดใหญ่ก็เหลือเพียงคนตระกูลเฉียนพร้อมกับศพอีกสองศพ

หลี่ฉิงซานกล่าว “เฉียนเยี่ยนเหนิง ถึงเวลารับผลจากอาชญากรรมของเจ้าแล้ว” เมื่อเทียบกับการลอบสังหาร เขาชอบการเผชิญหน้าโดยตรงมากกว่า

หลี่ฉิงซานมองเตียวเฟยและเฉียนหรงจื่อที่อยู่ข้างหลัง เขาใช้วิธีพิเศษในการรวมเพื่อนร่วมงานที่ขัดแย้งกันทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม

เฉียนเยี่ยนเหนิงกระทืบเท้าอย่างแรงจนกระเบื้องแตก เขาจ้องเฉียนหรงจื่อ “นังเนรคุณ!” ด้วยการประกาศของหลี่ฉิงซาน แผนการทั้งหมดของเขากลายเป็นไร้ประโยชน์ แม้เขาจะฆ่าคนทั้งสามในเวลานี้แต่ชื่อตระกูลเฉียนก็เข้าสู่บัญชีดำของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ไปแล้ว

เฉียนหรงจื่อที่เขาเลี้ยงดูมาอย่างดีเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด มันจึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะคำราม “ข้าให้ทุกอย่างกับเจ้า!”

เฉียนหรงจื่อยิ้มหวาน “ท่านปู่ ข้าก็มาตอบแทนบุญคุณของท่านแล้วมิใช่หรือ?” หลังจากนั้นนางก็กล่าวกับจอมยุทธ์ขั้นสองที่เหลืออยู่ในห้องโถงว่า “เราจะฆ่าลูกหลานตระกูลเฉียนเท่านั้น พวกเจ้าถูกเฉียนเยี่ยนเหนิงกดขี่มาตลอดปลายปี พวกเจ้าวางแผนที่จะตายพร้อมกับพวกเขาตอนนี้งั้นหรือ?”

จากห้าจอมยุทธ์ขั้นสอง มีเพียงหนึ่งที่เป็นทายาทสายตรงของเฉียนเยี่ยนเหนิง เดิมทีพวกเขามองเฉียนหรงจื่อด้วยความโกรธ แต่ตอนนี้พวกเขากลับเริ่มมองหน้ากัน

เฉียนเยี่ยนเหนิงที่กำลังโกรธเกรี้ยวจะไม่ไว้ชีวิตผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ทั้งสาม แต่พวกเขารู้ผลของการสังหารผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ในที่สาธารณะ หากพวกเขายังอยู่ที่นี่ พวกเขาจะตกเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมและกลายเป็นอาชญากรที่ถูกไล่ล่าไปทั่วโลก

“หุบปาก!” เฉียนเยี่ยนเหนิงโจมตีด้วยความโกรธ ฝ่ามือพลังปราณพุ่งเข้าหาเฉียนหรงจื่อ

ดาบเล่มหนึ่งถูกดึงออกมาจากฝักพร้อมกับเสียงคำรามของพยัคฆ์

ฝ่ามือพลังปราณถูกผ่าออกเป็นสองส่วนตรงหน้าเฉียนหรงจื่อ มันเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้ากระแทกพื้นและประตูทำให้พวกมันพังทลายลง ระหว่างกระบวนการนี้ ใบหน้าของเฉียนหรงจื่อกลายเป็นซีดเผือด

หลี่ฉิงซานจับดาบวายุและกล่าวกับเฉียนหรงจื่อโดยไม่หันหลังกลับ “พูดต่อไป!” หญิงผู้นี้มีลิ้นที่มีประโยชน์

อย่างไรก็ตามการตอบสนองของเฉียนหรงจื่อกลับแตกต่างออกไป นางหลบหนี!

หลี่ฉิงซานตะลึง ปรากฏว่าเขายังประเมินหญิงผู้นี้สูงเกินไป นอกจากนั้นเขาก็ไม่เคยคิดว่าจอมยุทธ์ขั้นสองของตระกูลเฉียนจะหลบหนีออกจากห้องโถงเช่นกัน แม้แต่จอมยุทธ์ขั้นสองที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดก็ยังทำเช่นเดียวกัน

นี่ไม่ใช่เพราะคำพูดของเฉียนหรงจื่อเท่านั้นแต่ยังเป็นเพราะแรงกดดันจากเฉียนเยี่ยนเหนิงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นั่นทำให้กองกำลังตระกูลเฉียนไม่สามารถรวมใจเป็นหนึ่ง เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับการคุมคามครั้งใหญ่ พวกเขาก็พังทลายลงเหมือนกองทรายทันที

เฉียนเยี่ยนเหนิงไม่สนใจหลี่ฉิงซานและเตียวเฟย เขาใช้ฝ่ามือพลังปาณโจมตีจอมยุทธ์ขั้นสองและทำให้กระดูกทั่วร่างของเขาแตกหัก เขาตะโกน “ท่านพ่อ!” ท่ามกลางจอมยุทธ์ขั้นสองทั้งหมด เขาเป็นลูกชายแท้ๆของเฉียนเยี่ยนเหนิง

เฉียนเยี่ยนเหนิงกล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำ “คนทรยศทั้งหมดต้องตาย!”

“ข้าจะปล่อยที่นี่ให้เจ้า ข้าจะไล่ล่าพวกเขา!” ด้วยเหตุนี้เตียวเฟยจึงจากไปเช่นกัน เขาไม่มีความกล้าเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ขั้นห้า

ด้วยเหตุผลบางประการ ห้องโถงขนาดใหญ่จึงกลายเป็นที่ตายของหลายคน ตอนนี้มันเหลือเพียงหลี่ฉิงซานและเฉียนเยี่ยนเหนิงเท่านั้น

หลี่ฉิงซานพึมพำกับตนเอง “นี่ก็ดีเช่นกัน มันเข้าทางข้าจริงๆ” หลังจากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นและกล่าวกับเฉียนเยี่ยนเหนิง “วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้า แต่วันเดียวกันในปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า”

เฉียนเยี่ยนเหนิงเดินเข้าไปหาหลี่ฉิงซาน “ตาย!”

หนึ่งร้อยสามสิบปีก่อน เด็กคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในเมืองวายุบรรพกาล เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน เขาต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเองตลอดเวลาและถูกคนอื่นรังแกเสมอ สิ่งนี้ดำเนินไปกระทั่งวันหนึ่งเขาบังเอิญพบนักพรตเต๋าที่เดินทางผ่านมาและพาเขาขึ้นเขาไปฝึกฝน

สามสิบปีต่อมา เขากลายเป็นชายวัยกลางคนและกลับมาฆ่าทุกคนที่เคยรังแกเขา จากนั้นเขาก็ก่อตั้งตระกูลเฉียนขึ้นที่นี่

เขารับภรรยาและนางบำเรอมากมาย หญิงทุกคนที่บังเอิญสบตากับเขาจะกลายเป็นของเล่นของเขา เขาไม่มีที่อยู่ ดังนั้นเขาจึงยึดทรัพย์ของขุนนางท้องถิ่น มันกลายเป็นที่ตั้งของตระกูลเฉียนในปัจจุบัน

เกือบหนึ่งศตวรรษผ่านไป ตระกูลเฉียนกลายเป็นกองกำลังเดียวในเมืองวายุบรรพกาลโดยมีสมาชิกห้าชั่วอายุคนอาศัยอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน เขามีลูกหลานหลายร้อยคน แน่นอนว่าเขาต้องการให้ทายาทของเขาสืบทอดอำนาจต่อไป

เฉียนหรงจื่อที่วิ่งออกจากห้องโถงพยายามคิดอย่างรวดเร็ว นางต้องการหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดและหาที่ซ่อน หลังจากเฉียนเยี่ยนเหนิงสังหารหลี่ฉิงซาน คนต่อไปจะเป็นนาง

“นางสารเลว! เจ้ากล้าทรยศตระกูลเฉียนของเรา! เจ้าต้องตายอย่างน่าสยดสยอง!”

ก่อนที่เฉียนหรงจื่อจะหนีไปได้ไกล นางก็ได้ยินคำสาปแช่งดังขึ้น เมื่อนางมองย้อนกลับไป นางก็เห็นหลานชายคนโตของตระกูลเฉียน เฉียนซิงเว่ย

เฉียนหรงจื่อหยุด นางพบว่าสมาชิกตระกูลเฉียนจำนวนมากต้องการฆ่านาง ทุกคนมองนางด้วยสายตาดูถูก เหยียดหยาม ข่มขู่ และอื่นๆ

นางบีบขมับด้วยอาการปวดศีรษะ สองความคิดเริ่มตีกันในใจของนาง

หนึ่งคือชีวิต หนึ่งคือความตาย

เฉียนซิงเว่ยเห็นเฉียนหรงจื่อหยุด ก้มศีรษะลง และตัวสั่น นั่นทำให้เขาคิดว่านางกำลังกลัว ดังนั้นเขาจึงคำราม “นางโสเภณี! ตระกูลเฉียนรับเลี้ยงเจ้าแต่เจ้ากลับตอบแทนความเมตตาของเราเช่นนี้ ข้าจะถลกหนังของเจ้าออกมาทั้งเป็น!”

เฉียนหรงจื่อเงยหน้าขึ้นและเผยรอยยิ้ม นางยังใช้นิ้วเรียวยาวจัดทรงผมของนางขณะเดินเข้าไปหาเฉียนซิงเว่ย

ชีวิตคือความปรารถนาที่จะอยู่รอด ความตายคือเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้น

ในจังหวะนี้ชีวิตไม่สำคัญอีกต่อไป ความตายเติมเต็มความคิดของนาง

“จะ...เจ้าพยายามทำสิ่งใด?” ในที่สุดเฉียนซิงเว่ยก็รู้สึกตัวและเริ่มหวาดกลัว เดิมทีเนื่องจากการดำรงอยู่ของเฉียนเยี่ยนเหนิง เฉียนหรงจื่อจึงไม่เคยต่อต้านเขาไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใดกับนาง เขาคุ้นเคยกับการเชื่อฟังของนางซึ่งเป็นเหตุผลที่เขากล้ายืนอยู่ต่อหน้านางและสาปแช่งนาง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาพึ่งจำได้ว่าเฉียนหรงจื่อเป็นจอมยุทธ์พลังปราณ

“ท่านปู่ ช่วยข้าด้วย!” เฉียนซิงเว่ยใช้ทักษะท่าร่างหลบหนีพร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ

เฉียนหรงจื่อยื่นมือขวาของนางออกไปดึงไหล่ของเขาเข้ามาหานาง จากนั้นนางก็กดนิ้วชี้ไปที่หน้าผากของเขา “เหตุใดท่านต้องวิ่ง?” เล็บของนางทิ่มแทงเข้าในชั้นผิวหนังของเขาและทำให้เลือดไหลออกมา

“หยุด! ข้าคือพี่ใหญ่ของเจ้า!”

เฉียนหรงจื่อพูดเบาๆด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ว่าท่านต้องการถลกหนังของข้าทั้งเป็นงั้นหรือ?” ราวกับมีดตัดกระดาษ เล็บของนางเลื่อนลงมาขณะที่เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังขึ้น

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 138 ลงมือก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว