เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 115 ผ่านโดยตรง

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 115 ผ่านโดยตรง

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 115 ผ่านโดยตรง


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 115 ผ่านโดยตรง

แปลโดย iPAT  

บางคนเดินผ่านหลี่ฉิงซานด้วยท่าทางเย้ยหยันและยังกระซิบ “ข้าอยากเห็นว่าเจ้าจะตายอย่างไร เจ้าควรอธิษฐานต่อสวรรค์ว่าอย่าได้พบข้า”

หลี่ฉิงซานยิ้ม “ข้าเชื่อว่าข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า” หลังจากนั้นเขาก็เดินผ่านลานกว้างไปยังศาลาสีแดง ทูตชุดดำสองคนหยุดเขา “เจ้าพยายามทำสิ่งใด?”

หลี่ฉิงซานไม่สนใจพวกเขา เขาเงยหน้าขึ้นและตะโกนว่า “ข้าขอถามผู้บัญชาการจ้าวจื่อป๋อได้หรือไม่?”

“เขากำลังทำสิ่งใด?”

“เขาบ้าไปแล้วงั้นหรือ?”

กลุ่มจอมยุทธ์ตกตะลึง ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ที่อยู่ในศาลาก็ประหลาดใจเช่นกัน

ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์จมูกโตพึมพำ “ดูเหมือนข้าจะคิดผิด เด็กคนนี้จะตายก่อนการแข่งขันจะเริ่ม”

“ไล่เขาออกไป!” จ้าวจื่อป๋อขมวดคิ้ว ชื่อของเขาไม่ใช่สิ่งที่จอมยุทธ์ตัวเล็กๆจะสามารถกล่าวออกมาโดยตรง

ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ที่อยู่ด้านนอกชักดาบและเดินเข้ามาหาหลี่ฉิงซาน

“ข้าพนันว่าเขาสามารถทนได้สามกระบวนท่าเป็นอย่างน้อย!” ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์จมูกโตกล่าวกับสหายอีกสองคนของเขา หนึ่งในนั้นตอบว่า “เช่นนั้นก็มาพนันกัน!”

โจวเหวินปิงเปิดปากกล่าวอย่างกะทันหัน “เดี๋ยว! ผู้บัญชาการจ้าว นั่นคือคนที่ข้าเดิมพัน ข้าไม่สามารถปล่อยให้เขาตาย เขาอาจมีเรื่องบางอย่างที่ต้องการรายงานท่าน เหตุใดเราไม่ให้เขาพูดสักเล็กน้อย?” เขายืนขึ้นและเดินออกไปพร้อมรอยยิ้ม จ้าวจื่อป๋อไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดินตามไปและรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

จ้าวจื่อป๋อมองไปที่หลี่ฉิงซาน “เจ้าต้องการสิ่งใด?”

“ผู้บัญชาการหวังฝูซื่อส่งข้ามาที่นี่” แสงสีดำในมือของหลี่ฉิงซานพุ่งขึ้นไปบนศาลา

จ้าวจื่อป๋อคว้ามันไว้ มันก็คือป้ายหมาป่าเหล็กดำ ทันใดนั้นเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนก็พุ่งผ่านจิตใจของเขา เขาเงยหน้าขึ้นและมองไปยังหลี่ฉิงซานอีกครั้ง “เจ้าคือคนผู้นั้นงั้นหรือ?” เขาไม่เคยคิดว่าเด็กที่ทำให้เฟิงจางถูกไล่ออกและทำให้เขาถูกหวังฝูซื่อตำหนิจะยังมีชีวิตอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเด็กหนุ่มยังกล้าพอที่จะแสดงตัวต่อหน้าเขา

หลี่ฉิงซานยักไหล่ “แน่นอน”

โจวเหวินปิงมีความสุขมาก เขากล่าว “ผู้บัญชาการจ้าว นี่มันเรื่องใดกัน?”

จ้าวจื่อป๋อกล่าวด้วยใบหน้ามืดครึ้ม “ท่านโจววางแผนมาดีจริงๆ เหตุใดท่านยังต้องถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว?” เขาภูมิใจความฉลาดของตนมาตลอดแต่วันนี้เขากลับตกหลุมพลางของโจวเหวินปิง ดังนั้นอารมณ์ของเขาจึงค่อนข้างเลวร้าย เขามองหลี่ฉิงซานและรู้สึกอยากตบเด็กคนนี้ให้ตายคามือ

“คำพูดของผู้บัญชาการหวังมีความหมายกับท่านหรือไม่?” หลี่ฉิงซานถามโดยไม่สนใจว่าจ้าวจื่อป๋อจะโกรธหรือไม่ ตั้งแต่วินาทีที่เขาเห็นจ้าวจื่อป๋อ เขาก็เลิกกังวลทันที จากสิ่งที่เขาเห็น ความแข็งแกร่งของจ้าวจื่อป๋ออยู่ในระดับเดียวกับสัตว์ปีศาจที่พึ่งควบรวมแก่นปีศาจ มันอยู่ในระดับที่เขาสามารถรับมือได้

ปรากฏว่าจอมยุทธ์ขั้นหกที่สามารถก่อกำเนิดทะเลปราณมีพลังเทียบเท่ากับสัตว์ปีศาจที่พึ่งควบรวมแก่นปีศาจเท่านั้น ด้วยระยะเวลาการบ่มเพาะของปีศาจและร่างกายที่แข็งแกร่ง พวกมันจึงเหนือกว่ามนุษย์ที่มีการบ่มเพาะในระดับเดียวกัน พวกมันมีข้อได้เปรียบตามธรรมชาติ มนุษย์ทำได้เพียงพึ่งพาสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณและสติปัญญาของพวกเขา

ด้วยการคงอยู่ของเสี่ยวอัน เห็นได้ชัดว่าหลี่ฉิงซานมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จ้าวจื่อป๋อจะชอบเขาและเขาก็ไม่ใช่คนที่จะประจบประแจงบางคนเพื่อให้ผู้อื่นชื่นชอบ ดังนั้นเขาจึงแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตามในสายตาของผู้ชม เขาดูค่อนข้างเย่อหยิ่ง

ไม่มีแม้แต่คนเดียวในมณฑลชิงเหอที่กล้าไม่แสแยคำพูดของหวังฝูซื่อ อย่างน้อยที่สุดจ้าวจื่อป๋อก็ไม่ใช่หนึ่งในนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปสองสามครั้งก่อนที่เขาจะสามารถกู้คืนความสงบ เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อยและโยนป้ายหมาป่าเหล็กดำกลับลงไป “หลี่ฉิงซาน ตอนนี้เจ้าคือผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ รออยู่ข้างล่าง”

“ขอบคุณที่ยอมรับข้า ผู้บัญชาการจ้าว!” หลี่ฉิงซานป้องหมัดขึ้นแต่เขาระวังตัวอย่างมากอยู่ภายใน คนที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนได้อย่างรวดเร็วเหมือนอสรพิษในทุ่งหญ้า พวกมันน่ากลัวยิ่งกว่าราชสีห์หรือพยัคฆ์ที่ดุร้าย

ผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ที่อยู่รอบๆตกตะลึง เหล่าจอมยุทธ์ที่เข้าร่วมการแข่งขันตกสู่ความโกลาหล ด้วยเหตุนี้ ที่ว่างสามตำแหน่งจึงเหลือเพียงสอง ตัวตลกที่ควรตายในสายตาของพวกเขาผ่านเข้าไปโดยตรง มันจึงช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้สึกถึงความอยุติธรรม

“นี่ไม่ยุติธรรม! เหตุใดเขาถึงไม่ต้องแข่งขัน?” จอมยุทธ์ที่ต้องการให้หลี่ฉิงซานตายตะโกนออกมา

“เขาเป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นหนึ่ง กระทั่งคนเช่นนี้ก็สามารถเป็นผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์งั้นหรือ?”

เตียวเฟยและเฉียนหรงจื่อมองหลี่ฉิงซานจากระยะไกล พวกเขาประหลาดใจและตกใจไม่น้อยกว่าคนอื่นๆแต่พวกเขาไม่ได้กล่าวสิ่งใด หลังจากทั้งหมดจอมยุทธ์ตัวเล็กๆเช่นพวกเขาจะสามารถเปลี่ยนการตัดสินใจของผู้บัญชาการหมาป่าอินทรีย์ได้อย่างไร? นอกจากนั้นพวกเขายังสงสัยว่าหลี่ฉิงซานสามารถบังคับให้จ้าวจื่อป๋อรับเขาโดยตรงได้อย่างไร เขาได้รับการสนับสนุนจากคนที่ชื่อหวังฝูซื่องั้นหรือ? แล้วคนผู้นี้คือผู้ใด?

หวังฝูซื่อถูกรู้จักได้นามตาแก่หวัง ดังนั้นผู้คนจึงลืมเลือนชื่อจริงของเขา อย่างไรก็ตามบางคนยังสงสัยว่าคนที่ถูกอ้างถึงคือหวังฝูซื่อผู้บัญชาการหมาป่าทองแดงในตำนานและเป็นหนึ่งในเสาหลักของมณฑลชิงเหอ

นอกจากตัวตนดังกล่าวก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถบังคับให้จ้าวจื่อป๋อตัดสินใจเช่นนี้แม้คนผู้นั้นจะไม่อยู่ที่นี่ก็ตาม หลายคนรู้สึกว่าตอนนี้หลี่ฉิงซานดูไม่เหมือนเด็กหนุ่มอายุสิบหกแต่เป็นตัวตนที่ลึกลับ หากหวังฝูซื่ออยู่เบื้องหลังเขาจริงๆ เขาก็จะเป็นตัวตนที่ไม่สามารถยั่วยุ

เตียวเฟยนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาและรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลแล้วที่เด็กหนุ่มสามารถสังหารเฉียนหรงหมิงได้อย่างง่ายดาย

โจวเหวินปิงกวาดตามองไปรอบๆด้วยรอยยิ้มก่อนจะเปิดปากกล่าวกับจ้าวจื่อป๋อ “ก่อนหน้านี้ข้าเพียงล้อเล่นกับท่าน เช่นที่ข้ากล่าว ข้าไม่ชอบการพนัน โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ผู้บัญชาการจ้าว”

“นั่นเป็นเรื่องของท่าน แต่คำพูดของข้ามีผลเสมอ ท่านโจว ท่านกำลังดูถูกการเดิมพันของข้างั้นหรือ?”  จ้าวจื่อป๋อยิ้ม เขาหยิบเม็ดถั่วขึ้นมาจากชาม

ทันใดนั้นหลี่ฉิงซานพลันรู้สึกถึงจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัว ท่ามกลางคนทั้งหมดมีเพียงสามคนเท่านั้นที่สัมผัสได้ถึงสิ่งนี้ หลี่ฉิงซานคือหนึ่งในนั้น

เม็ดถั่วพุ่งออกไปด้วยความแรงที่สามารถเจาะหิน มันพุ่งเข้ากลางหน้าผากของจอมยุทธ์ขั้นสองผู้หนึ่ง

“ปุ!”

เม็ดถั่วแตก กะโหลกศีรษะก็เช่นกัน ใบหน้าของจอมยุทธ์ขั้นสองผู้นั้นยังเต็มไปด้วยความโกรธขณะที่ศีรษะของเขาตกลงบนพื้น ร่างที่ขาดศีรษะล้มลงในลักษณะที่บิดเบี้ยว

จอมยุทธ์ทั้งหมดปิดปากและรู้สึกอยากจับกุมลำคอของตนเอาไว้ ทุกคนล้วนเป็นอัจฉริยะที่บ้านเกิดของตนเอง พวกเขายืนอยู่บนจุดสูงและกุมชะตาชีวิตของผู้คน แต่ตอนนี้จอมยุทธ์ที่มีเกียรติพอๆกับพวกเขากลับถูกพรากชีวิตไปอย่างง่ายดาย มันง่ายเหมือนการเชือดไก่ ยิ่งไปกว่านั้นคนที่พึ่งตายอาจเป็นผู้ใดก็ได้

พวกเขามองจ้าวจื่อป๋อที่ยืนอยู่ในศาลา รูปร่างอ้วนเตี้ยของเขาดูสูงใหญ่ขึ้นมาทันที เป็นเพียงเวลานี้ที่พวกเขาตระหนักถึงบางสิ่ง ที่นี่คือเมืองเจียเผิง สถานที่ที่มีจอมยุทธ์มากที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในรัศมีหลายร้อยกิโลเมตร ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในอาณาเขตของผู้พิทักษ์หมาป่าอินทรีย์ซึ่งมีจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมือง นั่นทำให้พวกเขาไม่สามารถกล่าวสิ่งใดออกมาอีกและไม่แม้แต่จะกล้าหายใจเสียงดัง

หลี่ฉิงซานถอนหายใจ นี่คือความจริง

มีความแตกต่างอย่างมากระหว่างระดับขั้นของจอมยุทธ์ หากจอมยุทธ์ขั้นสองต้องการเอาชนะจอมยุทธ์ขั้นสาม พวกเขาต้องอาศัยความได้เปรียบเชิงตัวเลขหรือยันต์ที่ทรงพลัง อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับจอมยุทธ์ขั้นสี่ จอมยุทธ์ขั้นสามก็ทำได้เพียงภาวนาต่อสวรรค์ให้พวกเขาสามารถหลบหนีเท่านั้น สำหรับจอมยุทธ์ขั้นห้า คู่ต่อสู่ที่ต่ำชั้นกว่าพวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน

ช่องว่างระหว่างจอมยุทธ์ขั้นห้าและขั้นหกยิ่งมากขึ้นไปอีก มันเหมือนกับสัตว์อสูรที่ไม่สามารถเอาชนะสัตว์ปีศาจที่สามารถควบรวมแก่นปีศาจ สำหรับจอมยุทธ์ขั้นหกที่สามารถสร้างทะเลปราณ การฆ่าจอมยุทธ์ขั้นสองง่ายกว่าการกินดื่มโดยไม่ต้องกล่าวถึงการหลบหนี พวกเขาไม่แม้แต่จะสามารถตอบสนองได้ทันเวลา

โดยปกติจ้าวจื่อป๋อไม่ค่อยลงโทษผู้ใดอย่างรุนแรงเช่นนี้ อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาโกรธมาก ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป คนที่ควรตายก็ต้องตาย ไม่มีผู้ใดกล้าล้างแค้นให้พวกเขา

จ้าวจื่อป๋อมองผ่านหลี่ฉิงซานอย่างไม่ไยดี หลี่ฉิงซานรู้สึกว่าคนที่จ้าวจื่อป๋อต้องการขว้างเม็ดถั่วใส่คือตัวเขาเอง อย่างไรก็ตามเขายังมองจ้าวจื่อป๋อด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นการแสดงออกดังกล่าว จ้าวจื่อป๋อยิ่งขมวดคิ้วลึกมากขึ้น คนปกติจะหวาดกลัวมากเมื่อเห็นพลังที่ไม่อาจหยุดยั้ง โดยเฉพาะเมื่อคนผู้นั้นเป็นศัตรู มันจะนำไปสู่ความรู้สึกกดดันทางจิตใจอย่างรุนแรง เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาอาจกลายเป็นบ้า

แต่จ้าวจื่อป๋อไม่เห็นความกลัวจากหลี่ฉิงซานแม้แต่น้อย เขายังสงบและสงบมาก หลี่ฉิงซานเป็นคนโง่หรือเขามีสิ่งที่สามารถพึ่งพา เห็นได้ชัดว่ามันเป็นอย่างหลัง

จ้าวจื่อป๋อไม่เชื่อว่าความมั่นใจของหลี่ฉิงซานจะมาจากความแข็งแกร่งส่วนตัวของเขา ดังนั้นมันจึงต้องเป็นการสนับสนุนที่อยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามหวังฝูซื่อไม่เคยอธิบายความสัมพันธ์ของเขากับหลี่ฉิงซานให้จ้าวจื่อป๋อฟัง ชายชราเพียงบอกว่าเขาขับไล่เฟิงจางและมอบตำแหน่งให้หลี่ฉิงซานเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จ้าวจื่อป๋อจึงต้องหันหน้าไปทางโจวเหวินปิง สหายเลวผู้นี้มีเส้นสายมากมายอยู่ในเมืองชิงเหอ เขาต้องรู้บางอย่าง

โจวเหวินปิงกล่าว “ผู้บัญชาการจ้าว ข้าได้ยินมาว่าผู้บัญชาการอินทรีย์เงินของเขตรุ้ยอี้เรียกเด็กคนนี้ไปพบและเชิญเขาดื่มสุราด้วย นางยังบอกให้ตาแก่หวังมอบแผนที่จิตให้เขา”

“จริงหรือ?” หัวใจของจ้าวจื่อป๋อสั่นสะท้าน ชื่อหนึ่งดังขึ้นในใจของเขาพร้อมร่างสีขาวที่เขาไม่สามารถลืมเลือน เขาเคยได้ยินข่าวเช่นกันว่าครั้งหนึ่งผู้บัญชาการกู่ปรากฏตัวขึ้นในเมืองเล็กๆที่ห่างไหล เขารู้ว่าเฟิงจางโชคร้ายที่ทำให้ตาแก่หวังต้องอับอายต่อหน้าผู้บัญชาการกู่ซึ่งนำไปสู่การปลดตำแหน่งโดยตรง

อย่างไรก็ตามเขาไม่รู้รายละเอียดใดๆ เนื่องจากไม่มีผู้ใดในนั้นที่เขาสามารถตรวจสอบ เหตุผลที่โจวเหวินปิงรู้เรื่องนี้เพราะสหายของเขาเคยกินดื่มกับฮัวเฉิงซาน

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 115 ผ่านโดยตรง

คัดลอกลิงก์แล้ว