เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 93 เทือกเขาไร้ขอบเขต

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 93 เทือกเขาไร้ขอบเขต

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 93 เทือกเขาไร้ขอบเขต


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 93 เทือกเขาไร้ขอบเขต

แปลโดย iPAT  

“เจ้ากำลังทำสิ่งใด?” เขาคู่ของหลี่ฉิงซานแข็งเหมือนเหล็ก การแกะสลักพวกมันของซวนเยว่ทำให้เขารู้สึกราวกับกระดูกในร่างกายถูกกรีดเฉือน

“อย่าขยับ!” ซวนเยว่ตะโกน

หลี่ฉิงซานไม่สน เขายื่นมือไปจับนางแต่นางหลบออกไป หลังจากชั่วครู่นางก็เปิดปากกล่าว “เสร็จแล้ว!” ต่อมานางก็นำกระจกสีทองแดงออกมาให้หลี่ฉิงซานดู

หลี่ฉิงซานเห็นตัวอักษรถูกสลักอยู่บนเขาข้างซ้ายและขวาของเขา หนึ่งคือคำว่าทิศเหนือ อีกหนึ่งคือคำว่าดวงจันทร์

“นั่นคือคำสัญญาของเรา!” ซวนเยว่หัวเราะอย่างมีความสุข

“ไปตายซะ!” หลี่ฉิงซานโกรธมาก

เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง พวกเขาก็เข้าไปพักในถ้ำแห่งหนึ่ง

หลี่ฉิงซานยื่นมือออกไปด้วยใบหน้าเย็นชา “เม็ดยาจิตวิญญาณ!”

ซวนเยว่ยิ้ม “เด็กดี อย่าโกรธ อ้าปาก!” นางถือเม็ดยาจิตวิญญาณเอาไว้และปฏิเสธที่จะวางมันลงบนมือของหลี่ฉิงซาน

ทั้งสองจ้องตากัน หลังจากไม่นานหลี่ฉิงซานก็อ้าปากกัดมือของนาง ฟันของเขาแหลมคมเหมือนใบมีด มันสามารถกัดเหล็กได้โดยไม่ต้องกล่าวถึงมือเรียวบางของหญิงสาว

อย่างไรก็ตามซวนเยว่ยังสามารถหมุนมือหลบ ทั้งหมดที่หลี่ฉิงซานกัดลงไปคือเม็ดยาจิตวิญญาณ จากนั้นนางก็ลูบศีรษะหลี่ฉิงซาน “ช่างรุนแรงนัก!”

หลี่ฉิงซานกินยาจิตวิญญาณและเริ่มนั่งสมาธิเพื่อฝึกเคล็ดวิชาจิตวิญญาณเต่าต่อไป บางเวลาเขาจะถือกระจกส่องดูตัวอักษรที่ถูกสลักไว้บนเขาคู่และถอนหายใจอย่างต่อเนื่อง เขาสงสัยว่าเขาจะลบมันออกได้หรือไม่

ในช่วงไม่กี่วันนี้ทั้งสามจะพักผ่อนระหว่างวันและเดินทางในตอนกลางคืน เมื่อใดก็ตามที่ซวนเยว่เบื่อ นางจะเล่นสนุกกับหลี่ฉิงซาน แม้หลี่ฉิงซานจะต่อต้านแต่มันก็ไร้ประโยชน์ เขาทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น

ตราบเท่าที่เขาได้รับเม็ดยาจิตวิญญาณ การบ่มเพาะของเขาจะไม่สะดุด เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขายังต้องกลัวว่าจะไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้อีกงั้นหรือ?

ในช่วงเวลาเหล่านี้หลี่ฉิงซานได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับปีศาจ ปีศาจที่ยังไม่สามารถควบรวมแก่นพลังปีศาจ พวกมันจะถูกพิจารณาว่าเป็นสัตว์ป่าที่ทรงพลังหรือสัตว์อสูรเท่านั้น เพียงเมื่อพวกมันสามารถสร้างแก่นพลังงานไว้ในร่างกาย พวกมันจึงจะถูกมองว่าเป็นสัตว์ปีศาจ

ปีศาจมีการแบ่งระดับเช่นกัน มันขึ้นอยู่กับภัยพิบัติสรรค์ที่พวกเขาก้าวข้าม พวกเขาจะกลายเป็นขุนพลปีศาจเมื่อพวกเขาก้าวผ่านภัยพิบัติสวรรค์ครั้งแรกและเป็นผู้บัญชาการปีศาจหลังจากผ่านภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่สอง เพียงเมื่อพวกเขาก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่สาม พวกเขาจึงจะถูกเรียกว่าราชาปีศาจ

ราชาปีศาจแต่ละตนมีเขตปกครองของตนเอง พวกเขายังมีผู้บัญชาการปีศาจและขุนพลปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ภายใต้อาณัติของพวกเขา แม้การแบ่งอาณาเขตของฝ่ายปีศาจจะแตกต่างจากฝ่ายมนุษย์เล็กน้อย แต่มันก็มีความคล้ายคลึงกัน ราชาปีศาจที่ปกครองมณฑลชิงโจวคือราชามังกรทะเลดำ

ซวนเยว่เป็นปีศาจระดับขุนพลปีศาจ นางค่อนข้างทรงอำนาจแม้นางจะพึ่งก้าวเข้าสู่โลกของปีศาจที่แท้จริงก็ตาม หลี่ฉิงซานพยายามนึกภาพว่าผู้บัญชาการปีศาจและราชาปีศาจจะทรงพลังและยิ่งใหญ่กว่านางถึงระดับใด นี่ทำให้หัวใจของเขาลุกไหม้ขึ้นด้วยความทะเยอทะยาน ไม่ว่าเขาจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ เขาเพียงต้องการเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีผู้ใดสามารถเหยียบย่ำเขา

ปัจจุบันซวนเยว่กำลังฮัมเพลงอยู่กับตนเอง นางยืนอยู่บนศีรษะของหลี่ฉิงซานโดยจับเขาของเขาเอาไว้และมองไปในระยะไกล

หลี่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงภาพที่นางจับมือเขาและฟังนางเรียกเขาว่านายท่านด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน นั่นทำให้ท้องส่วนล่างของเขาร้อนขึ้นมาอีกครั้ง แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดจากจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ทั้งหมด

ด้วยความทะเยอทะยานอันสูงส่ง หลี่ฉิงซานรู้สึกพลุ่นพล่านไปด้วยเพลิงแห่งความปรารถนา ขณะที่เขาอยู่ท่ามกลางจินตนาการ สายลมกรรโชกแรงก็พัดมาจากยอดไม้ แต่ซวนเยว่เพียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ปฏิกิริยาของเจ้าช้าเกินไป!” นางกระโดดเป็นเส้นโค้งสีเงินขึ้นไปในอากาศ

หัวงูขนาดเท่าอ่างน้ำร่วงลงมาพร้อมเลือดที่สาดกระจาย มันเป็นอสรพิษขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าและรอคอยเหยื่ออยู่อย่างอดทน

หลี่ฉิงซานหลบเลือดที่สาดกระเซ็นเข้ามาและเงยหน้าขึ้นเพื่อมองร่างของอสรพิษที่รัดพันอยู่บนต้นไม้ มันมีความยาวหลายเมตรและมีสีเหมือนเปลือกไม้ เขาคงไม่พบมันหากเขาไม่ค้นหาอย่างระมัดระวัง นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังใช้ชีวิตอยู่ในภาพยนตร์เรื่องอนาคอนด้า แม้เขาจะเคยเห็นสิ่งแปลกประหลาดมามากมายแต่เขายังอดไม่ได้ที่ถอนหายใจออกมาด้วยความประหลาดใจ โลกนี้มีสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวอยู่มากมาย หากพวกมันบุกเข้าไปในหมู่บ้านมนุษย์ พวกมันสามารถกวาดล้างหมู่บ้านได้อย่างง่ายดาย

หลี่ฉิงซานได้กลิ่นปราณปีศาจจากร่างงู เขาบอกได้ว่านี่เป็นสัตว์ป่าที่กลายเป็นสัตว์อสูร เขาเคยอ่านนิยายของอู๋เสวีย ดังนั้นเขาจึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อเก็บถุงน้ำดีอสรพิษ นั่นทำให้เขาพบว่าผิวหนังของอสรพิษตัวนี้ทั้งเหนียวและแข็งมาก แม้หลี่ฉิงซานจะได้รับการสนับสนุนจากปราณปีศาจ เขาก็ยังต้องใช้ความพยายามพอสมควรในการถลกหนังของมัน เขาได้เรียนรู้ถึงความน่ากลัวของปีศาจบนโลกใบนี้อีกครั้ง น่าเสียดายที่มันเลือกเป้าหมายผิดและถูกซวนเยว่สังหารในจังหวะเดียว

หลี่ฉิงซานคว้าถุงสีเข้มออกมาจากร่างงูก่อนจะปิดเปลือกตากลืนมันเข้าไปและรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่าง

เสี่ยวอันมองเขาด้วยความตกใจ

“เหตุใดเจ้าจึงกินถุงพิษของมัน?” ซวนเยว่ถามด้วยความสงสัย

“อันใด!? ถุงพิษงั้นหรือ?” การแสดงออกของหลี่ฉิงซานเปลี่ยนไป ใบหน้าสีดำของเขายิ่งดำมืดมากขึ้นไปอีก หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นเมื่อพิษพุ่งเข้าโจมตีหัวใจของเขา โดยพื้นฐานแล้วหลี่ฉิงซานไม่เคยเห็นสิ่งที่เรียกว่าถุงน้ำดีอสรพิษมาก่อนแม้จะรวมประสบการณ์จากทั้งสองชีวิตเข้าด้วยกัน แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไร เขาจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตรอดเพียงเพราะเขาสามารถเดินทางข้ามโลกงั้นหรือ?

“เมี้ยว...!” ซวนเยว่ก้มตัวลงหัวเราะเสียงดังเมื่อนางเห็นหลี่ฉิงซานทรุดตัวลงบนพื้น จากนั้นนางก็หยิบลูกบอลทรงกลมออกมาจากร่างงูและยัดมันเข้าไปในปากของหลี่ฉิงซาน “นี่คือถุงน้ำดี”

ร่างของหลี่ฉิงซานแข็งไปหมดแล้ว เขากลืนถุงน้ำดีอสรพิษเข้าไปอย่างยากลำบาก แต่พิษก็บรรเทาลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซวนเยว่หยิบเม็ดยาออกมาจากกระดิ่งของนาง “นี่คือยาล้างพิษ!”

หลี่ฉิงซานนอนอยู่บนพื้นและรอให้ฤทธิ์ยากำจัดพิษงูออกไปอย่างช้าๆ ในเวลาต่อมาเขาก็ลุกขึ้นนั่งและกล่าวกับเสี่ยวอันที่เต็มไปด้วยความกังวล “ข้าไม่เป็นไร”

ซวนเยว่หยิบเม็ดยาออกมาและมอบให้เขาอีกครั้ง “นี่คือรางวัลของเจ้า!”

“รางวัลสำหรับสิ่งใด?”

“เจ้าตลกเกินไป เจ้าทำให้ข้าสนุก เจ้าต้องทำงานให้หนักขึ้นในอนาคตและทำให้เจ้านายเหมียวของเจ้ามีความสุข”

นี่ทำให้หลี่ฉิงซานรับเม็ดยาไปด้วยใบหน้ามืดครึ้ม

เสี่ยวอันพ่นเพลิงโลหิตออกมาเผาซากศพอสรพิษและทำลายมันอย่างรวดเร็ว ชัดเจนว่ามันคือการแก้แค้นให้หลี่ฉิงซาน

เพลิงโลหิตเผาเนื้ออสรพิษและทิ้งกระดูกเอาไว้ จากนั้นมันก็ม้วนเป็นเกลียวและพุ่งกลับเข้าไปในปากของเสี่ยวอัน พลังชีวิตของสัตว์อสูรเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าพลังชีวิตของมนุษย์ร้อยคน ดังนั้นมันจึงมีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะของเขา

ซวนเยว่ตกตะลึงกับภาพที่เห็น “นั่นคือสิ่งที่เสี่ยวไป๋กินงั้นหรือ?”

หลี่ฉิงซานต้องการหาเหยื่อให้เสี่ยวอันมากกว่านี้

เมื่อพวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในเทือกเขาไร้ขอบเขต ต้นไม้ก็ค่อยๆสูงขึ้น หลี่ฉิงซานรู้สึกถึงความไร้นัยสำคัญของตนแม้เขาจะสูงกว่าสิบฟุตก็ตาม

สัตว์อสูรที่พวกเขาพบระหว่างทางเพิ่มขึ้นเช่นกัน สัตว์ประหลาดทุกประเภทที่ปรากฏในตำนานหรือจินตนากรแสดงตัวออกมาต่อหน้าเขา

นกขนาดใหญ่ที่มีปีกยาวกว่าสามสิบเมตรบินอยู่บนท้องฟ้าขณะที่สายฟ้าแลบลั่นอยู่รอบตัวของมัน แมงมุมขนาดใหญ่เท่าโต๊ะมีหัวกะโหลกอยู่บนแผ่นหลังสร้างใยขนาดเท่าสนามฟุตบอลไว้ระหว่างต้นไม้นับสิบต้น

โชคดีที่ไม่ใช่ทุกตัวที่โจมตีพวกเขา ตัวอย่างเช่นเสือดาวตัวหนึ่งที่สูงพอๆกับผู้ใหญ่เพียงเฝ้ามองพวกเขาก่อนจะหันหลังและจากไป แม้สัตว์อสูรเหล่านี้จะไม่ฉลาดมากนักแต่สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดของพวกมันยังเหนือกว่ามนุษย์ พวกมันระวังตัวมาก พวกมันจะไม่โจมตีโดยปราศจากการพิจารณาอย่างรอบคอบ พวกมันไม่เหมือนสัตว์ประหลาดใจเกมส์ที่ไม่สนใจชีวิต ท้ายที่สุดสัตว์ป่าเหล่านี้ก็มีชีวิต

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 93 เทือกเขาไร้ขอบเขต

คัดลอกลิงก์แล้ว