เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 63 จัดกระดูก

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 63 จัดกระดูก

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 63 จัดกระดูก


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 63 จัดกระดูก

แปลโดย iPAT  

“เราต้องระวังตัวเมื่อเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในยุทธภพ เจ้าควรจากไปโดยไร้โสมจิตวิญญาณมากกว่าทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย มีคนอื่นอยู่ที่นี่ ให้พวกเขาตรวจสอบก่อน!” ชายหน้าม้าสั่งสอนอย่างจริงจังแต่หญิงชุดน้ำเงินกลับเย้ยหยัน

“ท่านอาจารย์บอกให้เจ้าฟังข้าเมื่ออยู่ข้างนอก!” ชายหน้าม้าโกรธ เขาคิด ‘หากเจ้าต้องการตาย ข้าก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่าลากข้าไปด้วย หากไม่ใช่เพราะเจ้าเป็นลูกสาวของท่านอาจารย์ ข้าคงทิ้งเจ้าไปนานแล้ว’

ในยุทธภพ ความประมาทเพียงเล็กน้อยก็สามารถนำผู้คนไปสู่ความตาย

ชายหน้าม้ามองหลี่ฉิงซานที่อยู่ในฝูงชนราวกับมองคนที่ตายไปแล้ว เขาจิบชาอย่างสะดวกสบาย แม้เขาจะไม่ได้รับโสมจิตวิญญาณ แต่การเฝ้ามองอัจฉริยะหนุ่มที่โชคดีคนนี้ตายจากความโหดเหี้ยมของยุทธภพ มันก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน

ในโรงเตี้ยมที่เกิดการต่อสู้ขึ้นก่อนหน้า หลี่ฉิงซานนั่งลงขณะที่ขุนนางบางคนส่งจอกสุราให้เขา แต่เมื่อเขากำลังจะดื่ม เขากลับหยุดและมองของเหลวที่สั่นไหวอยู่ในจอก

ด้วยการหยุดของเขา โรงเตี้ยมเงียบลงทันที ขุนนางถามอย่างระมัดระวัง “มือปราบหลี่ เกิดสิ่งใดขึ้น?”

หลี่ฉิงซานกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “สุรามีพิษ!” เขาสาดสุราลงบนพื้นและทำให้ควันสีขาวลอยขึ้นมา พิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น หากไม่ใช่เพราะสายตาเหนือมนุษย์ของเขา เขาคงถูกวางยาพิษไปแล้ว

ใบหน้าของขุนนางผู้นั้นกลายเป็นซีดเผือด เขาเป็นคนส่งสุราจอกนี้ให้หลี่ฉิงซาน ดังนั้นเขาจึงรีบโบกมือ “ไม่ใช่ข้า! ไม่ใช่ข้า!”

ขุนนางผู้นั้นคิดว่ากำลังจะถูกทำร้าย เขาต้องการร้องขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่เขาเห็นคือหลี่ฉิงซานมองไปที่เสี่ยวเอ้อ “เจ้าเป็นคนวางยา!” เขาสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหารและความเกลียดชังจากคนผู้นี้

“ข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขาไม่ใช่เสี่ยวเอ้อของที่นี่!” ขุนนางบางคนกล่าว

เสี่ยวเอ้อผู้นั้นตื่นตระหนกและเริ่มร้องขอความยุติธรรม ทันใดนั้นเขาก็เห็นหมัดพุ่งเข้ามาหาเขา เขาไม่สามารถซ่อนตัวได้อีก ดังนั้นเขาจึงเลื่อนมีดที่อยู่ใต้แขนเสื้อออกมาและแทงไปที่หน้าท้องของหลี่ฉิงซาน

ด้วยเสียงกระแทกและกระดูกที่แตกเป็นเสี่ยงๆ หน้าอกของเสี่ยวเอ้อยุบลง ศพของเขาลอยออกไปนอกโรงเตี้ยมและตกลงบนถนนด้วยมือที่ยังจับมีดไว้อย่างแน่นหนา แต่ตอนนี้มีดกลับกลายเป็นโค้งงอ

หลี่ฉิงซานทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น “ดื่มกันต่อเถอะ!” เขารู้ว่าสิ่งนี้ไม่แม้แต่จะสามารถเรียกว่าอาหารเรียกน้ำย่อยสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

แต่ผู้ใดยังจะมีอารมณ์ดื่มต่อ!

หลี่ฉิงซานกล่าว “ท่านเย่ ผู้นำนิกายถ้ำมังกรโจมตีเมืองอย่างเปิดเผยและหลบหนีไป ท่านพิจารณาเรื่องออกหมายจับเขาหรือยัง?”

เย่ต้าฉวนกล่าว “ถูกต้อง ถูกต้อง แน่นอนว่าข้ารายงานเรื่องนี้ต่อคนระดับสูงแล้ว”

“รังโจรนิกายถ้ำมังกรไม่สามารถอยู่ต่อ ในฐานะเจ้าเมือง ข้าต้องปราบปรามนิกายถ้ำมังกรและจับตัวหยางอันจื่อ พวกเจ้าคิดอย่างไร?”

กลุ่มขุนนางพูดไม่ออก นิกายถ้ำมังกรจะเดินตามรอยป้อมวายุทมิฬ โชคดีที่พวกเขาเรียกบุตรหลานของตนกลับมาแล้ว

เย่ต้าฉวนมองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า “แต่ตอนนี้มันอาจสายเกินไปแล้ว?”

หลี่ฉิงซานกล่าว “นั่นไม่ใช่ปัญหา ขอบคุณสำหรับความห่วงใย ข้าจะกลับมาอย่างรวดเร็ว!” เขาจะไม่ละเว้นทุกคนที่สร้างปัญหาให้เขาและจะไม่ให้ศัตรูมีเวลาพักผ่อน

เขาคิดถึงโฆษณาชวนเชื่อของประเทศจีนที่บอกให้ทุกคนเทิดทูนบูชารัฐบาลและคนร่วมชาติ ‘สหายเล่ยเฟิงเคยสอนเราว่าเราต้องปฏิบัติต่อเพื่อนพ้องอย่างอบอุ่นเหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิขณะที่เราต้องปฏิบัติต่อศัตรูอย่างโหดเหี้ยมและไร้ปรานีเช่นเดียวกับความหนาวเย็นของฤดูหนาว’

นิกายถ้ำมังกรตั้งอยู่บนภูเขาถ้ำมังกรซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณห้ากิโลเมตร หลี่ฉิงซานออกจากประตูเมืองและเดินทางขึ้นภูเขาทันที ตั้งแต่เขาก้าวเท้าออกจากประตูเมือง เงาดำสองสายก็ติดตามอยู่ข้างหลังเขาตลอดเวลา อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ศิษย์พี่น้องคู่นั่น

พวกเขาเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในยุทธภพ เมื่อพวกเขามาถึงเมืองชิงหยาง พวกเขาบังเอิญได้ยินข่าวเกี่ยวกับโสมจิตวิญญาณ เสี่ยวเอ้อที่วางยาพิษก็เป็นสหายของพวกเขา พวกเขารออยู่ที่ชั้นล่างของโรงเตี้ยมตลอดเวลาโดยคิดว่าเมื่อหลี่ฉิงซานตายจากพิษ พวกเขาจะหลบหนีไปพร้อมกับโสมจิตวิญญาณ หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน พวกเขาจะโจมตีหลี่ฉิงซานพร้อมกัน

อย่างไรก็ตามพวกเขากลับเห็นศพของสหายถูกโยนออกจากโรงเตี้ยม จากนั้นหลี่ฉิงซานก็กระโดดออกจากหน้าต่างและรีบวิ่งออกจากเมือง พวกเขามองหน้ากันและคิด ‘เขากำลังจะหนี!’ ดังนั้นพวกเขาจึงออกไล่ล่า

แม้นิกายถ้ำมังกรจะอยู่ห่างจากเมืองชิงหยางเป็นระยะทางห้ากิโลเมตร แต่มันไม่ใช่ทางเรียบ มันถูกขั้นด้วยภูเขาและหุบเหว ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เพียงห้ากิโลเมตร หลี่ฉิงซานก้าวไปข้างหน้าและทิ้งรอยเท้าฝักลึกไว้บนพื้น เมื่อเขาพบสิ่งกีดขวาง ความเร็วของเขาก็จะลดลง

นี่คือเหตุผลที่เขาถูกตราหน้าว่าเงอะงะ หลังจากทั้งหมดหมัดปีศาจวัวไม่เกี่ยวข้องกับความเร็วในการเคลื่อนไหว นั่นทำให้เขาสามารถเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วของคนปกติเท่านั้น การส่งพลังปราณไปที่เท้าช่วยเร่งความเร็วได้เพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามตอนนี้สถานการณ์ของเขาค่อนข้างแปลก กระดูกสันหลังของเขาบิดเบี้ยวและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เขาอ้าปากหอบหายใจอย่างหนักหน่วง หัวใจของเขาเต้นแรงขณะที่ไอน้ำสีขาวพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง

ในความเป็นจริงมันไม่ควรต้องใช้กำลังมากนักสำหรับการวิ่ง มันดูเหมือนเขากำลังแบกรับภาระบางอย่างเอาไว้ อย่างไรก็ตามการเคลื่อนที่ของเขากลับค่อยๆเร็วขึ้น เบาขึ้น ร่างกายของเขาโน้มไปข้างหน้า แขนของเขาห้อยลง นั่นทำให้เขาดูเหมือนสัตว์ป่าในร่างมนุษย์

ท่ามกลางป่าที่มืดมิด กิ่งไม้และพืชพรรณต่างๆที่อยู่ใกล้ตัวเขาถูกเหวี่ยงทิ้งไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นหน้าผาสูงชั้นมากกว่าสิบเมตรก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา หากเป็นช่วงเวลาปกติ เขาต้องหยุดและคิดว่าจะวิ่งอ้อมหรือปีนขึ้นไป แต่ตอนนี้ไม่เพียงเขาจะไม่หยุด เขายังกระโดดขึ้นไปทันที เขาใช้มือคว้าหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผาและออกแรงส่งตัวเองกระโดดสูงขึ้นไป

เขาขึ้นไปบนหน้าผาด้วยการเคลื่อนไหวเดียว มันดูเหมือนเสือที่ดุร้ายกระโดดขึ้นภูเขา แท้จริงแล้วนี้คือท่าพยัคฆ์ปีนภูเขาจากทักษะหมัดปีศาจพยัคฆ์

วัวดำสอนทักษะหมัดปีศาจพยัคฆ์ให้หลี่ฉิงซานแล้ว เขาทำความเข้าใจและเรียนรู้มันตลอดเวลาตั้งแต่เดินทางออกจากเมืองชิงหยาง ด้วยการมีหมัดปีศาจวัวเป็นรากฐาน การเรียนรู้หมัดปีศาจพยัคฆ์ก็ง่ายขึ้น ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจสามท่าพื้นฐานจากเก้าท่าจัดกระดูกของหมัดปีศาจพยัคฆ์แล้ว พวกมันคือกระดูกสันหลังปีศาจพยัคฆ์ แผ่นหลังปีศาจพยัคฆ์ และศีรษะปีศาจพยัคฆ์ ทั้งสามเป็นพื้นฐานการจัดกระดูกท่าอื่นๆของหมัดปีศาจพยัคฆ์

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดวัวดำจึงให้เขาเรียนรู้หมัดปีศาจวัวก่อนหมัดปีศาจพยัคฆ์ ท้ายที่สุดหมัดปีศาจพยัคฆ์ก็สร้างภาระให้กับร่างกายมากเกินไป หากเขาเริ่มต้นด้วยหมัดปีศาจพยัคฆ์ ร่างกายของเขาอาจพังทลายทันที

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 63 จัดกระดูก

คัดลอกลิงก์แล้ว