เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 56 บุกป้อมวายุทมิฬ

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 56 บุกป้อมวายุทมิฬ

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 56 บุกป้อมวายุทมิฬ


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 56 บุกป้อมวายุทมิฬ

แปลโดย iPAT  

ห้องโถงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ผู้นำป้อมวายุทมิฬทั้งหมดรวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับหลี่ฉิงซาน

“พี่ใหญ่ ตอนนี้เราควรทำอย่างไร? เด็กนั่นซ่อนตัวอยู่ในเมืองชิงหยางและได้รับการคุ้มครองจากฮวงปิงหู”

“ฮืม หยางอันจื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโสมจิตวิญญาณออกไปแล้ว ผู้ใดจะสามารถปกป้องเขา? เขาจะพบจุดจบในไม่ช้า!”

ดวงตาของซ่งเซียงอู๋กระตุก ความปรารถนาของเขาต่อโสมจิตวิญญาณไม่น้อยไปกว่าผู้ใด

“เขาบอกว่าเขาจะมาหาเราด้วยตนเอง เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะบดขยี้เขาให้เละเป็นโจ๊ก!” หัวหน้าลำลับที่เจ็ดเป็นชายอ้วนหัวล้าน เขาควงกระบองขนาดใหญ่ที่อยู่ในมืออย่างป่าเถื่อน

ทุกคนลอบมองหน้ากันและหัวเราะคิกคัก “น้องเจ็ด เจ้าเป็นคนเดียวที่คิดว่าเขาจะมา” ไม่มีคนสติดีคนใดเชื่อว่าเขาจะมาที่ป้อมวายุทมิฬเพียงลำพัง

“หากเขาไม่มา เราจะบังคับให้เขามา แม้หิมะจะกีดขวางและทำให้เราไม่สามารถระดมคนได้มากนัก แต่คนเพียงกลุ่มเดียวก็เพียงพอที่จะสังหารหมู่คนหมู่บ้านกระทิงหมอบแล้ว เราจะตามหาครอบครัวของเขา สหายของเขาและสับพวกมันเป็นชิ้นๆ จากนั้นเราจะส่งชิ้นส่วนร่างกายของคนเหล่านั้นไปให้เขา ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะยังสามารถสงบนิ่งอยู่ได้” หัวหน้าลำดับที่สองกล่าวแผนการชั่วร้ายของเขา

ทุกคนปรบมือเห็นด้วย นี่ทำให้หัวหน้าลำดับที่สองเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา

“ปัง!” ทันใดนั้นป้อมวายุทมิฬมั้งหมดก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นอย่างกะทันหันพร้อมกับเสียงที่ดังสนั่น บางคนรีบเข้ามารายงาน “มะ...มะ...มีคนเคาะประตูป้อม!”

ด้านหน้าป้อมวายุทมิฬ โจรมากกว่าสิบคนมองไปที่ประตูป้อมด้วยความหวาดกลัว ประตูขนาดใหญ่ที่ถูกปิดด้วยท่อนไม้ขนาดใหญ่หลายสิบท่อนไม่สามารถมอบความรู้สึกปลอดภัยให้กับพวกเขาได้อีกต่อไป

“ปัง!” ท่อนไม้ปลิวออกไปทุกหนทุกแห่ง มันเหมือนสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่พยายามจะบุกเข้าไป ภายใต้การพุ่งชนอย่างต่อเนื่อง ประตูป้อมเริ่มแตกออก

“ปัง!” เศษไม้กระจัดกระจายออกไป บางส่วนฟาดหน้าอกของโจรบางคนทำให้เขาทรุดตัวลงและพ่นเลือดคำโตออกมาทันที

อย่างไรก็ตามโจรคนอื่นๆไม่มีเวลาดูแลสหายของพวกเขา ทุกคนต่างจ้องมองทางเข้าที่กลายเป็นว่างเปล่า ลม หิมะ และฝุ่นพุ่งเข้าสู่ป้อมวายุทมิฬอย่างบ้าคลั่ง

“ยะ...หยุด! นี่คือป้อม...” แม้เขาจะกลัว แต่โจรที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหน่วยก็พยายามกล่าวบางคำ แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ลูกธนูก็พุ่งออกมาจากกลุ่มฝุ่นควันและคร่าชีวิตเขาไปแล้ว

หลี่ฉิงซานกล่าวอย่างไม่แยแส “ข้ารู้!”

ก่อนที่ฝุ่นจะจางหาย กลุ่มโจรก็ค้นพบว่าสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้าป้อมวายุทมิฬไม่ใช่สัตว์ร้ายแต่เป็นเด็กหนุ่มในชุดเกราะโลหะสีดำและถือธนูขนาดใหญ่อยู่ในมือ ความกลัวในใจของพวกเขาคลายลงอย่างมาก บางคนยกดาบและตะโกน “เขามาคนเดียว! ทุกคนช่วยกันจับและฆ่าเขา! เจ้าป้อมจะให้รางวัลพวกเราอย่างงาม!”

โจรภูเขามากกว่าสิบคนถืออาวุธหลากหลายชนิดพุ่งเข้าสู่สนามรบพร้อมกับเสียงโห่ร้อง

หลี่ฉิงซานนำลูกธนูสามดอกออกมาขึ้นสายอย่างใจเย็นก่อนจะดึงสายธนูจนสูด จากนั้นเสียงสามสายก็ดังขึ้นพร้อมกัน ลูกธนูเจาะทะลวงร่างของโจรสามคนและพุ่งออกไปด้านหลัง กลุ่มโจรทิ้งร่างลงบนพื้นและตายเหมือนหุ่นกระบอกที่ถูกตัดสาย

หลี่ฉิงซานใช้ธนูฆ่าโจรสิบสองคนติดต่อกัน

“ข้าจะฆ่าเจ้า!” โจรสี่คนสามารถเข้าประชิดตัวหลี่ฉิงซานและเหวี่ยงอาวุธไปที่ศีรษะของเขา หลี่ฉิงซานเก็บธนูและเดินไปข้างหน้าราวกับเขาไม่เห็นคนเหล่านั้น

สายลมอันเย็นเยียบพัดผ่านพวกเขาก่อนที่เลือดจะพุ่งออกมาจากลำคอของโจรทั้งสี่อย่างพร้อมเพรียง ทุกคนทรุดตัวลงกับพื้น โจรคนหนึ่งเห็นมีดสั้นเล่มเล็กๆ เขาพยายามปัดป้องมันด้วยดาบแต่มีดสั้นกลับสามารถผ่าแยกดาบของเขาออกเป็นสองส่วนเหมือนเค้กที่อ่อนนุ่ม

หลี่ฉิงซานเดิมข้ามศพเหล่านี้ไปอย่างไม่แยแส เขาหยุดอยู่บนลานกว้างที่ว่างเปล่าของป้อมวายุทมิฬและเห็นกลุ่มโจรเริ่มหลั่งไหลออกมาจากอาคารต่างๆพร้อมกับคบเพลิงที่สะดุดตาอย่างมากในความมืด

เขายิงธนูออกไปอีกครั้งและอีกครั้ง

ฤทธิ์ของสุราจิตวิญญาณทำให้เขารู้สึกมีนเล็กน้อย แต่ลูกธนูทุกดอกที่เขายิงออกไปราวกับถูกสวรรค์แทรกแซง มันไม่พลาดแม้แต่ดอกเดียว

หอประชุมตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของป้อมวายุทมิฬ หัวหน้าทั้งหมดรีบออกจากที่นั่นและมองลงไปยังลานกว้างด้านล่าง ทุกคนกรีดร้องออกมาพร้อมกัน “เขากล้ามาจริงๆงั้นหรือ?” ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมาเร็วมาก

หลี่ฉิงซานพบว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน พวกเขาจัดกระบวนรบอย่างเป็นระเบียบ หลี่ฉิงซานเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นซ่งเซียงอู๋ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที “เจ้าป้อมซ่ง แขกมาถึงแล้ว ในฐานะเจ้าบ้าน ไม่ใช่ว่าเจ้าควรออกมาต้อนรับข้างั้นหรือ? ข้ารอแทบไม่ไหวแล้ว ดังนั้นข้าจะฆ่าลูกน้องของเจ้าแก้เบื่อระหว่างรอ เจ้าไม่สามารถตำหนิข้าสำหรับสิ่งนี้!”

พลังปราณช่วยส่งเสียงหัวเราะของเขาให้ดังออกไปรอบๆรัศมีห้ากิโลเมตร คำกล่าวของเขาดังก้องไปทั่วทั้งภูเขาและเสียดแทงเข้าไปในรูหูของกลุ่มโจรราวกับสายฟ้าฟาด บางคนถึงกลับทรุดตัวลงบนพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากรูหู

“โอ้...ข้าฆ่าไปอีกสองสามคนแล้ว!” หลี่ฉิงซานปิดปากพูดราวกับเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าคนเหล่านั้น

กลุ่มโจรสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวขณะที่ความโกรธของซ่งเซียงอู๋ใกล้ถึงจุดระเบิด กำลังภายในของหลี่ฉิงซานเหนือกว่าจินตนาการของซ่งเซียงอู๋ไปไกลมาก เขาไม่เหมือนผู้บ่มเพาะร่างกายตามข่าวลือ ซ่งเซียงอู๋รู้สึกว่านี่อาจเกิดจากโสมจิตวิญญาณ

“วันนี้ปีหน้าจะเป็นวันครอบรอบวันตายของเจ้า ไม่ ข้าจะทรมานเจ้าเจ็ดวันเจ็ดคืนก่อนจะปล่อยให้เจ้าตาย!”

หลี่ฉิงซานหัวเราะเสียงดัง “ข้าไม่มีเวลาและเบื่อที่จะเล่นกับเจ้า” เขายกธนูขึ้นขณะที่รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป จากนั้นเขาก็ยิงธนูออกไปเหมือนเครื่องจักรสังหาร

ลูกธนูเจ็ดดอกเรียงเป็นแถวเดียว เขาใช้ทักษะที่เรียนรู้มาจากหมู่บ้านบังเหียนม้าเพื่อยิงธนูไปที่หอคอย

“หลบ!” คำเตือนของซ่งเซียงหูสายเกินไป หัวหน้าสามคนร่วงลงจากหอคอยพร้อมลูกธนูที่ปักอยู่บนร่างกาย สำหรับลูกธนูอีกสี่ดอก พวกเขาสามารถหลบได้

“หัวหน้าหก!” กลุ่มโจรกรีดร้อง

เป็นเพียงเวลานี้ที่หลี่ฉิงซานพบว่ากล่องเก็บลูกธนูของเขากลายเป็นว่างเปล่า ดังนั้นเขาจึงโยนมันทิ้งไป

“ลูกธนูของเขาหมดแล้ว!”

“ไม่จำเป็นต้องกลัว ฆ่าเขา!”

กลุ่มโจรปลุกขวัญกำลังใจของพวกเขาและพุ่งออกไปราวกับก้อนเมฆสีดำ พวกเขาปิดล้อมหลี่ฉิงซานเอาไว้เป็นชั้นๆ

หลี่ฉิงซานเตะหอกทรราชด้วยเท้าขณะที่มันบินขึ้นจากไหล่ของเขาด้วยเสียงที่หนักแน่น เขาเหวี่ยงหอกไปรอบๆ หอกทรราชที่ยาวสี่เมตรหนักเจ็ดสิบเอ็ดกิโลกรัมเต้นรำอยู่กลางอากาศราวกับมังกรดำและสร้างสายลมกรรโชกแรงออกไปรอบๆ

โจรห้าคนปลิวออกไปพร้อมกัน หัวของพวกเขาระเบิดเหมือนผลแตงโม พวกเขาตายโดยไม่สามารถตายได้มากกว่านี้ ทุกสิ่งที่สัมผัสหอกทรราชจะถูกทำลายล้างอย่างไม่มีข้อยกเว้น

หลี่ฉิงซานผลักดันกลุ่มโจรให้ล่าถอยออกไปก่อนจะมองขึ้นไปบนหอคอยอีกครั้ง “อย่าส่งลูกน้องของเจ้ามาตายอย่างไร้เหตุผล เร็วเข้า ออกมาที่นี่และสู้กับข้า!”

ซ่งเซียงอู๋มองผู้คนที่ได้รับบาดเจ็บและล้มตายแต่เขาไม่มีความตั้งใจที่จะออกไปต่อสู้ เขาเย้ยหยัน “สู้งั้นหรือ?” เขามองเห็นสถานการณ์อย่างชัดเจนจากมุมสูง

โจรหลายสิบคนในชุดเครื่องแบบพิเศษที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มโจรเข้าใกล้หลี่ฉิงซานมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาไม่ได้ถืออาวุธเหมือนโจรคนอื่นๆแต่แขวนมันไว้

หลี่ฉิงซานลอบสั่นสะท้านอยู่ภายใน เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเข้ามาหาเขาราวกับอสรพิษที่เผยคมเขี้ยวของมัน แต่ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่เขาต้องจัดการอย่างจริงจังยังอยู่บนหอคอยทั้งหมด

ก่อนที่หลี่ฉิงซานจะทำสิ่งใด โจรพิเศษเหล่านั้นก็ยกแขนขี้นและตะโกน “ไป!”

หลี่ฉิงซานเห็นมันอย่างชัดเจน ในมือของพวกเขามีหน้าไม้สีดำสนิทที่พร้อมลั่นไกติดอยู่

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 56 บุกป้อมวายุทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว