เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 50 การมาถึงของนิกายถ้ำมังกร

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 50 การมาถึงของนิกายถ้ำมังกร

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 50 การมาถึงของนิกายถ้ำมังกร


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 50 การมาถึงของนิกายถ้ำมังกร

แปลโดย iPAT  

เมื่อถึงเวลา เย่ต้าฉวนก็ยืนขึ้นและยกจอกสุราให้กับทุกคน “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่” จากนั้นเขาก็กล่าวต่อด้วยท่าทางโศกเศร้าและโกรธเคือง “วันนี้ข้าเชิญทุกท่านมาเพราะมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความอยู่รอดของเมืองชิงหยางของเรา ถูกต้อง มันคือเนื้อร้ายป้อมวายุทมิฬ โจรวายุทมิฬชั่วร้ายและทำตัวอุกอาจ พวกเขาทำบาปมากมายที่ไม่สามารถให้อภัย พวกเขาขโมยเงินไปมากมาย เอ่อ...และผู้ใดจะรู้ว่าพวกเขาเข่นฆ่าผู้คนไปมากเท่าใด?”

เขารู้สึกหดหู่มากกับความจริงที่ว่าโจรเหล่านี้ร่ำรวยกว่าเขา ที่ปรึกษาเตะขาเจ้าเมืองเย่จากใต้โต๊ะ ดังนั้นเขาจึงรีบดำเนินการต่อไปหลังจากไอเบาๆ

“ตอนนี้พวกเขาต้องการสังหารหมู่คนหมู่บ้านกระทิงหมอบ ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้รักษาความยุติธรรมของเมืองชิงหยาง หากข้าอดทนต่อสิ่งนี้ พวกเขาจะคิดว่าสามารถทำสิ่งใดก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ ทุกท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับบุคคลที่อยู่ด้านข้างข้ามาแล้ว เขาคือเสือโคร่ง หลี่ฉิงซาน!”

เขาเน้นย้ำฉายาเสือโคร่งที่มีชื่อเสียงแต่นั่นกลับทำให้หางตาของหลี่ฉิงซานกระตุก

“วีรบุรุษหนุ่มผู้นี้ยังเป็นมือปราบของเมืองชิงหยางในเวลานี้ ไม่เพียงเขาจะสังหารนายน้อยสามและโจรหลายสิบคนของป้อมวายุทมิฬ เขายังต้องการทำลายรังโจรทั้งหมด ข้าขอให้ทุกคนช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายและพยายามทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ เมื่อเวลานั้นมาถึง มันจะไม่สูญเปล่า ทุกคนจะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข” หลังกล่าวจบคำ เขาก็ดื่มสุราจนหมดจอก

เมืองชิงหยางไม่มีทหารหรือนายพลแม้แต่คนเดียวที่เจ้าเมืองเย่ผู้นี้สามารถออกคำสั่ง กระทั่งยามที่จวนเจ้าเมืองก็ยังแก่ อ่อนแอ ป่วย และพิการ ในทางตรงข้าม ขุนนางตระกูลใหญ่เหล่านี้ล้วนมีคฤหาสน์ใหญ่โต มียามที่แข็งแรงมากมาย นี่ทำให้เมืองชิงหยางถูกปกครองโดยกลุ่มโจรหรือกองกำลังต่างๆเช่นสำนักกำปั้นเหล็ก หากเจ้าเมืองเย่ต้องการทหาร เขาต้องขอยืมคนของขุนนางเหล่านี้เท่านั้น ตราบเท่าที่แต่ละตระกูลส่งคนออกมาสี่หรือห้าคน เจ้าเมืองเย่จะมีทหารเพียงพอที่จะใช้งานในภารกิจนี้

อย่างไรก็ตามไม่มีขุนนางคนใดดื่มสุรา พวกเขาทั้งหมดมองหน้ากันและตระหนักว่าครั้งนี้เจ้าเมืองจริงจังมาก

เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะถูกขอเงิน เจ้าเมืองคนก่อนๆก็ขอเงินจากพวกเขาเช่นกัน อย่างไรก็ตามการขอยืมคนไม่ใช่เรื่องปกติ

นอกเหนือจากเจ้าเมืองบางคนในอดีตที่นำกลุ่มคนขึ้นไปบนภูเขาเพื่อกำหราบหมู่บ้านบังเหียนม้า เจ้าเมืองที่มาในภายหลังไม่เคยดำเนินการใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้

แน่นอนว่าเหล่าขุนนางไม่ต้องการให้เงินเขาโดยไม่ต้องกล่าวถึงคน

ไม่มีใครรู้ว่าหมู่บ้านกระทิงหมอบอยู่ที่ไหน การทำลายล้างมันเกี่ยวข้องกับพวกเขาอย่างไร? ป้อมวายุทมิฬไม่ได้มาสร้างปัญหาให้พวกเขา แล้วเหตุใดพวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อผู้อื่น?

ขุนนางอายุสี่สิบหรือห้าสิบปีกล่าว “ท่านเย่ พวกเราเข้าใจความกังวลของท่านและความห่วงใยที่ท่านมีต่อราษฎร เราไม่สามารถมองดูอยู่เฉยๆ เราต้องทำบางสิ่ง อย่างไรก็ตามหากท่านต้องการให้เราส่งคนออกไป นั่นเป็นไปไม่ได้ แม้เราจะตกลง แต่คนเหล่านั้นก็ไม่เต็มใจ”

เขาอธิบายจุดยืนของตนเองอย่างอ้อมๆโดยต้องการสื่อสารว่า “เราสามารถมอบเงินบางส่วนให้เจ้า แต่เมื่อเจ้ารับเงินไปแล้ว จงอยู่อย่างว่าง่าย อย่าสร้างปัญหาให้เรา!”

‘ข้าจะได้เงินจริงๆ!’ เย่ต้าฉวนรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เขาต้องการหยิกต้นขาของตนเพื่อทดสอบว่าเขากำลังฝันไปหรือไม่ ตั้งแต่เขาเข้ามารับตำแหน่งเจ้าเมือง เขาก็เริ่มขอเงินจากทุคนแต่ไม่มีผู้ใดส่งมอบให้เขา เขาไม่เคยได้รับเงินแม้แต่ตำลึงเดียว

ความสำเร็จมักมาโดยไม่ทันตั้งตัว เย่ต้าฉวนสงบสติอารมณ์และชำเลืองมองหลี่ฉิงซาน เขาเริ่มพิจารณาว่าถึงเวลาที่ต้องยอมรับสิ่งนี้และถอนตัวหรือไม่

หลี่ฉิงซานขมวดคิ้วแต่เขาไม่สามารถตำหนิขุนนางเหล่านี้เพราะความเห็นแก่ตัวของพวกเขา คนธรรมดาก็เป็นเช่นนี้ รวมกับการกระทำของเจ้าเมืองคนก่อนๆ มันน่าเหลือเชื่อมากแล้วที่พวกเขายอมบริจาคเงินบางส่วน ตั้งแต่พวกเขาไม่สามารถให้ยืมกำลังคน มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะบังคับพวกเขา เขากล่าว “เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณพวกท่าน...”

“ท่านพ่อ อย่าให้เงินเขา!” เป็นเพียงเวลานี้ที่ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินขึ้นบันไดมาและจ้องมองหลี่ฉิงซานด้วยสายตาชั่วร้าย

หลี่ฉิงซานจำเขาได้ทันที เขาคือนายน้อยที่อยู่ในรถม้า ก่อนหน้านี้เขายังคุกเข่าและมอบเงินให้หลี่ฉิงซาน แต่เหตุใดตอนนี้เขาจึงกล้าหาญนัก? เขาพึ่งพาอิทธิพลของขุนนางที่อยู่ที่นี่งั้นหรือ?

“อย่ายุ่ง นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะสามารถมาได้ กลับไป!” ขุนนางวัยกลางคนตำหนิ

แต่ชายหนุ่มยังไม่หยุด เขากล่าวด้วยใบหน้าเย่อหยิ่งและพึงพอใจ “ศิษย์พี่ของข้ามาแล้ว!”

“คนของนิกายถ้ำมังกรมางั้นหรือ?” ขุนนางอีกคนอุทานด้วยความประหลาดใจและยินดี

“บุตรชายของข้าเรียนศิลปะการต่อสู้อยู่ที่นั่น!”

“ถูกต้อง บุตรชายของข้าก็เช่นกัน”

เหล่าขุนนางซุบซิบอย่างมีความสุข พวกเขาดีใจที่มีคนยืนหยัดเพื่อพวกเขา นี่จะทำให้พวกเขาไม่ต้องจ่ายเงิน

ใบหน้าของหลี่ฉิงซานกลายเป็นเย็นชา การดูหมิ่นบนภูเขาในวันนั้นกลับมาสร้างความปวดหัวให้เขาอีกครั้ง

คนกลุ่มหนึ่งวิ่งขึ้นบันไดมา ทุกคนล้วนสวมชุดขาวและถือดาบ ใบหน้าของพวกเขาดูเย่อหยิ่งและปลดปล่อยกลิ่นอายที่ไม่เป็นมิตรออกมา

หัวหน้าของพวกเขาก็คือนายน้อยแห่งนิกายถ้ำมังกร หยางจุน

“ท่านเจ้าเมือง ท่านเชิญทุกคนมาที่นี่ แต่เหตุใดท่านไม่เชิญนิกายถ้ำมังกรของเรา? ท่านกำลังดูถูกพวกเราอยู่งั้นหรือ?” สายตาของหยางจุนกวาดมองไปรอบๆ เขาพยักหน้าให้หลิวหงทันทีที่เห็น นี่อาจจะเรียกว่าเป็นการทักทาย เมื่อเขาเห็นหลี่ฉิงซาน ดวงตาของเขาก็ส่องประกายขึ้นด้วยความโกรธ “เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ! เจ้าทำให้เราต้องค้นหาไปทั่ว!”

“เจ้าตามหาข้าอยู่งั้นหรือ?” หลี่ฉิงซานรู้สึกประหลาดใจ จากการแสดงออกของหยางจุน มันดูราวกับเขาทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองมาก อย่างไรก็ตามตั้งแต่หยางจุนมาเคาะประตูบ้านเขาในวันนี้ เขาก็จะไม่ปล่อยคนผู้นี้ไปง่ายๆ น่าเสียดายที่เขาไม่ได้นำหอกทรราชมาด้วย มิฉะนั้นใครจะรู้ว่าจะมีผู้บาดเจ็บล้มตายมากเท่าใด

“ข้าเสียใจที่ปล่อยเจ้าไปในวันนั้น วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าคายทุกสิ่งที่เจ้ากินเข้าไปออกมา!” หยางจุนมองหลี่ฉิงซานราวกับเป็นศัตรูตัวฉกาจของเขา หลังจากเรียนรู้ว่าโสมจิตวิญญาณอยู่ในการครอบครองของหลี่ฉิงซาน หยางจุนก็โกรธทันที

โสมจิตวิญญาณหลุดมือเขาไปและจบลงในมือของคนผู้นี้ แม้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะย่อยโสมจิตวิญญาณในระยะเวลาสั้นๆ แต่ฤทธิ์ของโสมจิตวิญญาณก็จะหมดลงเมื่อเวลาผ่านไป หยางจุนรู้สึกว่าโสมจิตวิญญาณเป็นของเขาตั้งแต่แรก มันจึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะโกรธ

ในสายตาของหยางจุน หลี่ฉิงซานเป็นหัวขโมยที่น่ารังเกียจและน่าสมเพช เขาต้องการตัดหลี่ฉิงซานออกเป็นชิ้นๆ

เย่ต้าฉวนรีบลุกขึ้น “จอมยุทธ์หนุ่ม ใจเย็นก่อน ฉิงซานเป็นมือปราบของข้า หากมีเรื่องเข้าใจผิด เราสามารถพูดคุย” เขาเข้าใจว่านิกายถ้ำมังกรตั้งใจมาสร้างปัญหา ทุกคนมาพร้อมกับอาวุธ แม้หลี่ฉิงซานจะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็ไม่ใช่เรื่อง่ายที่จะต่อสู้กับคนมากมายเช่นนี้

หยางจุนกล่าวด้วยใบหน้ามืดครึ้ม “ท่านเจ้าเมือง คนผู้นี้ขโมยของสำคัญของนิกายถ้ำมังกรของเรา วันนี้เรามาจับตัวเขา อย่าขวางทาง ดาบไร้ตา โปรดระวัง!”

จากนั้นหยางจุนก็ออกคำสั่งโดยไม่รอคำตอบ “จับเขา!” เขาเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “อย่าฆ่าเขา ข้าจะค่อยๆสอบสวนเขาเพื่อหาที่อยู่ของมัน!” คนมากกว่าสิบคนวิ่งเข้าไปขณะที่พวกขุนนางรีบหลบออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว เจ้าเมืองและที่ปรึกษาก็เช่นกัน รอบโต๊ะกลมขนาดใหญ่ มีเพียงหลิวหงที่ยังนั่งอยู่และดื่มสุราอย่างสบายอารมณ์

ท่ามกลางผู้คนทั้งหมด มีเพียงหลิวหงเท่านั้นที่เข้าใจความแข็งแกร่งของหลี่ฉิงซาน สำหรับความสัมพันธ์ของสำนักกำปั้นเหล็กและนิกายถ้ำมังกร ทัศนคติที่หยางจุนแสดงออกมาค่อนข้างคลุมเครือ สำนักกำปั้นเหล็กรับศิษย์ทุกระดับ ขณะที่นิกายถ้ำมังกรรับเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น ศิษย์ทุกคนของนิกายถ้ำมังกรล้วนมาจากครอบครัวตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยและมีอิทธิพล ดังนั้นพวกเขาจึงค่อนข้างเย่อหยิ่ง

ความสัมพันธ์ของทั้งสองกองกำลังไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของอีกฝ่าย ด้วยเหตุนี้หลิวหงจึงไม่เปิดปากเตือน ในความเป็นจริงเขาหวังว่าคนของนิกายถ้ำมังกรจะเสียชีวิตที่นี่ หยางจุนเย่อหยิ่งและไม่เคารพเขา อย่างไรก็ตามเขายังอยากรู้ว่าของสำคัญที่ถูกกล่าวถึงคือสิ่งใด ดูเหมือนเขาจะเคยได้ยินข่าวบางอย่างมาก่อน

นักดาบร่างผอมสูงมองหลี่ฉิงซานด้วยความโกรธและเกลียดชัง เขาคือซือต้า หลังจากหลี่ฉิงซานทำลายดาบอขงเขา เขารู้สึกอับอายมาก เขายังถูกลงโทษโดยผู้นำนิกายหลังจากกลับมา ดังนั้นเขาจึงเกลียดชังหลี่ฉิงซานอย่างที่สุด ครั้งนี้เขาต้องการตัดมือของหลี่ฉิงซานออกมา

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 50 การมาถึงของนิกายถ้ำมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว