เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 43 เสือร้ายลงจากภูเขา

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 43 เสือร้ายลงจากภูเขา

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 43 เสือร้ายลงจากภูเขา


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 43 เสือร้ายลงจากภูเขา

แปลโดย iPAT  

หลี่ฉิงซานไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านกระทิงหมอบ อย่างน้อยก็ตอนนี้ หมู่บ้านเล็กๆนี้ยังปลอดภัย หมู่บ้านบังเหียนม้าก็เช่นกัน การนำคนอื่นเข้ามาพัวพันในปัญหาไม่ใช่ความปรารถนาของเขา เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปยังป้อมวายุทมิฬเช่นกัน แม้เขาจะยั่วยุป้อมวายุทมิฬและฝ่ายหลังจะระดมกำลังในฤดูใบไม้ผลิเพื่อบุกทำลายหมู่บ้านที่เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาก็ตาม

เขาลอบเย้ยหยันอยู่ภายใน ‘พวกเจ้าปฏิบัติต่อข้าเหมือนศัตรู เหตุใดข้าไม่ควรปฏิบัติต่อพวกเจ้าเช่นเดียวกัน? แน่นอนว่าข้าจะกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าและให้ผู้นำของป้อมวายุทมิฬชดใช้ความผิดบาปของเขาด้วยความตายอันน่าสยดสยอง!’

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาทำงานหนักเพื่อสิ่งใด? แน่นอนว่าเพื่อฆ่าศัตรูทั้งหมดของเขา อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้นเขาจำเป็นต้องเตรียมการบางอย่าง

เขาไม่มีแม้แต่อาวุธที่เหมาะสม มันยากเกินไปหากเขาใช้มือเปล่า แม้แต่สิงโตยังใช้กำลังทั้งหมดของมันเพื่อล่ากระต่ายโดยไม่ต้องกล่าวถึงโจรมากกว่าสองร้อยคนในป้อมวายุทมิฬที่ไม่ใช่กระต่ายป่า ทุกคนล้วนเป็นฆาตกรและดุร้ายมาก

เมื่อเขาบุกไปที่นั่น มันจะไม่ใช่การต่อสู้ของชาวยุทธ์แต่เกือบจะเป็นการทำสงครามในสนามรบ หากเขาอวดดีและประมาท หัวของเขาอาจมีบางส่วนขาดหายไป

ในเมืองชิงหยางมีร้านขายอาวุธที่มีชื่อเสียง เขาวางแผนที่จะไปที่นั่นแต่เขายังต้องการเงินเพื่อซื้ออาวุธ ตอนนี้ไม่เพียงเขาจะไม่มีเงิน เขาไม่แม้แต่จะมีเสื้อผ้าที่เหมาะสม

ชุดของเขาเหมือนผ้าขี้ริ้ว หน้าอกของเขาเปลือยเปล่าและดึงดูดความสนใจของผู้คนที่สัญจรไปมา ทุกคนต่างคิดว่าเขาจะไม่หนาวตายในสภาพอากาศเช่นนี้งั้นหรือ?

หลี่ฉิงซานฝึกตนอยู่ในสระน้ำแข็งทุกวัน แน่นอนว่าเขาย่อมไม่สะทกสะท้านกับความหนาวเย็นเพียงเล็กน้อยเช่นนี้

อย่างไรก็ตามไม่มีใครปฏิบัติต่อเขาเหมือนขอทานเพราะเขาดูไม่เหมือนคนเหล่านั้น ภาพลักษณ์ของเขาเหมือนคนจนทั่วไปแต่ท่าทางของเขาดูมั่นใจมากราวกับเขาสามารถจัดการปัญหาทั้งหมดได้ด้วยสองมือของตน

เขามองไปรอบๆขณะเดินชมเมืองโบราณ เขาไม่ได้พยายามปิดบังความจริงที่ว่าเขาเป็นคนบ้านนอก

ทันใดนั้นรถม้าก็พุ่งเข้ามา คนขับรถตะโกนขณะสะบัดแส้ในมือ “หลีกทาง! หลีกทาง!” ขณะที่เขามองคนเดินถนนพยายามหลบรถม้าด้วยความสับสนวุ่นวาย เขาก็หัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจ

เมื่อมองรถม้าที่วิ่งผ่านไป ทุกคนเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ไม่มีใครกล้ากล่าวสิ่งใด รถม้าคันนี้เป็นของขุนนางคนสำคัญของเมืองชิงหยาง ไม่มีใครที่ไม่หวาดกลัว แม้รถม้าของจวนจางจะฆ่าบางคนในอุบัติเหตุรถชน อย่างมากพวกเขาก็ต้องจ่ายเงินชดเชยเท่านั้น

เป็นเพียงเวลานี้ที่คนขับรถม้าเห็นร่างหนึ่งในชุดผ้าขี้ริ้ว ร่างนั้นดูเหมือนจะไม่ได้ยินเขา ไม่มีวี่แววว่าคนผู้นี้จะหลบรถม้า คนขับตวาด “เจ้าขอทาน หลีกไป!” เขาไม่มีความคิดที่จะหยุดรถและยังวางแผนที่จะให้รถม้าวิ่งต่อไป

บางคนเร่งเตือนขอทานผู้นั้นแต่เขาไม่สนใจ เมื่อรถม้ากำลังจะชนเขา เขาเพียงบิดร่างไปด้านข้างเล็กน้อย

ก่อนที่คนขับรถม้าจะสามารถตอบสนอง รถม้าก็หยุดอย่างกะทันหันขณะที่คนขับรถม้าบินขึ้นสู่อากาศไปแล้ว

ภายในรถม้าเกิดความโกลาหล เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้น

ม้าชั้นดีสองตัวที่ลากรกม้าหยุดอยู่ที่จุดนั้น แม้พวกมันจะยกขาขึ้นและกรีดร้องเสียงดังแต่พวกมันก็ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว

คนขับรถม้ายืนขึ้นด้วยการกระโดดขึ้นมาจากพื้น เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน เมื่อเขากำลังจะสาปแช่ง เขาก็เห็นผู้คนมองไปที่ด้านหลังรถม้าด้วยความตกตะลึง

หลี่ฉิงซานจับรถม้าเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว เขายืนนิ่งอยู่ในตำแหน่งเดิมขณะที่รถม้าลอยอยู่ในอากาศโดยไม่ขยับเขยื้อน

คนขับรถม้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก การทำเช่นนี้ต้องใช้พละกำลังมากเท่าใด

ชายหนุ่มในชุดคลุมปักลายที่มีกลิ่นสุราลอยคละคลุ้มอยู่รอบตัวกระโจนลงจากรถม้า “เล้ยฝู เจ้าทำสิ่งใด?” อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาเห็นคือคนขับรถม้าที่ชื่อเล้ยฝูชี้นิ้วไปที่หลี่ฉิงซาน ดังนั้นชายหนุ่มจึงตะโกนด่าทอ “เจ้าขอทานชั้นต่ำ ออกไปจากรถม้าของข้า ข้าจะตัดมือของเจ้าหากเจ้าสัมผัสมัน!” เขาเมา ดังนั้นเขาจึงพลาดความจริงที่ว่าหลี่ฉิงซานกำลังจับรถม้าของเขาอยู่

“ข้าไม่ใช่ขอทาน ข้าชื่อหลี่ฉิงซาน!” หลี่ฉิงซานประกาศชื่อของเขาออกมาโดยตรง เขาต้องการลงโทษเจ้านายและคนรับใช้ที่จองหองทั้งสอง

“หลี่...หลี่ฉิงซาน!” สายตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความรังเกียจ แต่เมื่อเขากล่าวไปถึงพยางค์สุดท้าย น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันราวกับบางคนกำลังบีบคอเขาอยู่ เขาสร่างเมาทันที “จะ...เจ้าคือหลี่ฉิงซาน...”

หลี่ฉิงซานถามด้วยความงุนงง “เจ้ารู้จักข้างั้นหรือ?”

คนขับรถม้ากรีดร้อง “นายน้อย เขา...เขาคือเสือโคร่ง!” ใบหน้าที่เคยแดงก่ำของเขากลายเป็นซีดเผือด

“เสือโคร่ง? เสือโคร่งอันใด?” หลี่ฉิงซานขมวดคิ้ว

ชายหนุ่มคุกเข่าลง “คุณชายท่านนี้ ไม่ ไม่ ไม่ วีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ ผู้ต่ำต้อยที่โง่เขลาผู้นี้ทำให้ท่านขุ่นเคือง โปรดยกโทษให้ข้าด้วย!” หลังจากนั้นเขาก็ส่งถุงเงินออกไปด้วยมือทั้งสองข้าง “โปรดรับเงินเหล่านี้เอาไว้เพื่อเป็นการชดเชยความผิดของข้า!”

ผู้คนที่อยู่รอบๆไม่เคยเห็นนายน้อยตระกูลจางมีพฤติกรรมที่น่าอนาถเช่นนี้มาก่อน พวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง แต่เมื่อพวกเขาได้ยินคำว่า เสือโคร่ง สายตาที่พวกเขามองหลี่ฉิงซานก็เปลี่ยนไปทันที มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความชื่นชม

หลี่ฉิงซานชั่งน้ำหนักถุงเงิน มีเงินค่อนข้างมากอยู่ภายใน นั่นเพียงพอให้เขาซื้อเสื้อผ้าที่เหมาะสม กินอาหารมื้อใหญ่ในร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมือง และนอนหลับอย่างสะดวกสบายในโรงเตี้ยมเล็กๆสักแห่ง

แต่เขายังแปลกใจ ‘ไม่ใช่ว่าข้าจะฆ่าผู้ใด ข้าเพียงจะต่อยสั่งสอนเจ้าเบาๆสักหมัดหรือสองหมัดเท่านั้น ข้าไม่แม้แต่จะใช้กำลัง เหตุใดเจ้าต้องกลัวข้านัก?’

สัญชาตญาณบอกเขาว่าความกลัวทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากวิธีที่เขาหยุดรถม้า อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นนายน้อยผู้นี้ตกใจกลัวถึงเพียงนี้ เขาก็หมดความสนใจที่จะมอบบทเรียนให้ฝ่ายหลังอีก ดังนั้นเขาจึงจากไปพร้อมกับเงินในกระเป๋า

เมื่อเห็นหลี่ฉิงซานเดินจากไป นายน้อยผู้นั้นก็รีบลุกขึ้นยืนแต่ขาของเขายังไม่หยุดสั่น เขามองจุดเกิดเหตุด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด เมื่อครู่หลี่ฉิงซานยืนอยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ นี่คือตัวอันตรายที่ฆ่าโจรหลายสิบชีวิต ไม่ว่านายน้อยผู้นี้จะเย่อหยิ่งเพียงใด เขาก็ไม่สามารถทำตัวยโสต่อหน้าคนเช่นนี้

ใบหน้าของเขาค่อยๆกลายเป็นสีแดงเมื่อเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของผู้ชมที่ยืนดูอยู่รอบๆ เขาหันหลังกลับและเห็นคนขับรถม้าซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่ง นั่นทำให้เขายิ่งโมโห เขาพุ่งเข้าไปเตะคนรับรถม้า “ฮืม เจ้ากล้าซ่อนตัวงั้นหรือ? เหตุใดตอนขับรถม้าไม่หลบเขา? ไปเรียนรู้วิธีขับรถม้าที่ถูกต้องมาซะ!” แม้คนขับรถม้าจะมีทักษะยุทธ์ แต่เขาก็ไม่กล้าหลบการลงไม้ลงมือของเจ้านายและทำได้เพียงก้มหน้ารับโทษอย่างเงียบๆเท่านั้น

หลี่ฉิงซานรู้สึกสบายใจขึ้นมากเมื่อมีเงินอยู่ในกระเป๋า แม้เงินก้อนนี้จะมีที่มาค่อนข้างแปลกก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งสำคัญในเวลานี้คือการตรวจสอบและสืบข่าวของป้อมวายุทมิฬและบังเอิญว่าเขามีสหายบางคนอยู่ในเมืองชิงหยาง ดังนั้นหลังจากสอบถามชาวเมืองหลายคน เขาก็ไปถึงหน้าประตูทางเข้าสำนักกำปั้นเหล็ก

หน้าประตูทางเข้ามีชายหัวล้านร่างใหญ่สองคนยืนอยู่เหมือนหอคอยเหล็ก แขนของพวกเขาหนาเท่ากับต้นขาของคนทั่วไป พวกเขามองผู้คนที่สัญจรไปมาด้วยสายตาแหลมคม นั่นทำให้ผู้คนพยายามหลีกเลี่ยงพวกเขา หลังจากทั้งหมดนี่คือสำนักกำปั้นเหล็กที่ยิ่งใหญ่

เมื่อพวกเขาเห็นขอทานในชุดผ้าขี้ริ้ว หนึ่งในนั้นกล่าวอย่างหยาบคายว่า “ย้ายก้นของเจ้าออกไป นี่ไม่ใช่ที่สำหรับขอทาน!”

ชายหัวล้านอีกคนหยุดสหายของเขา หลังจากสำรวจหลี่ฉิงซาน เขาก็เปิดปากเย้ยหยัน “เจ้าหนู เจ้าดูเหมือนผู้ฝึกยุทธ์ แต่เหตุใดเจ้าจึงอยู่ในสภาพนี้?” เขาเห็นหลี่ฉิงซานมีร่างกายที่แข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบจากความหนาวเย็น ดังนั้นเขาจึงตัดสินว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์

หลี่ฉิงซานตอบ “ข้ามาหาบางคน โปรดช่วยส่งข้อความให้ข้าด้วย เขาชื่อหลี่หลง บอกเขาว่าข้ามาจากหมู่บ้านเดียวกันกับเขา ชื่อของข้าคือหลี่ฉิงซาน”

เดิมทีชายหัวล้านทั้งสองไม่ได้คิดมากนัก แต่เมื่อพวกเขาได้ยินชื่อหลี่หลงซึ่งเป็นศิษย์คนโปรดของเจ้าสำนักและยิ่งได้ยินชื่อหลี่ฉิงซานที่เด็กหนุ่มประกาศออกมา ใบหน้าของทั้งสองก็เปลี่ยนไปทันที “เสือโคร่ง หลี่ฉิงซาน!”

หลี่ฉิงซานพึ่งตระหนักได้ในเวลานี้ว่าเสือโคร่งคือฉายาของเขา เขาลอบบ่นอยู่ในใจ ‘ฉายาอะไรเนี่ย!’ เขาไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในฝูงสัตว์ของเจียงหู!

“ฮัดชิ้ว!” ในหมู่บ้านบังเหียนม้า ฮวงปิงหูจามเสียงดัง

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 43 เสือร้ายลงจากภูเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว