เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 30 ล่าพยัคฆ์

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 30 ล่าพยัคฆ์

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 30 ล่าพยัคฆ์


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 30 ล่าพยัคฆ์ 

แปลโดย iPAT  

หลี่ฉิงซานวางซากสัตว์ทั้งหมดต่อหน้าปู่จางด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง “นี่ควรจะสามารถชดเชยอาหารที่ข้ากินในช่วงหลายวันที่ผ่านมา!”

เสียงอึกทึกดังขึ้น นักล่าที่พึ่งกลับมาตกตะลึงไปอย่างสมบูรณ์ พวกเขาออกเดินทางไปพร้อมกับคนจำนวนมาก ทำงานร่วมกันผ่านการเตรียมตัวอย่างพิถีพิถัน แต่เหยื่อที่พวกเขาจับได้กลับน้อยกว่าหลี่ฉิงซาน

ปู่จางพบว่าเหยื่อที่หลี่ฉิงซานจับกลับมาไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย เขาถาม “เจ้าล่าสัตว์เหล่านี้มาได้อย่างไร?”

นี่เป็นคำถามที่ทุกคนต้องการคำตอบ หลี่ฉิงซานคิดก่อนจะเปิดปากกล่าว “ด้วยมือของข้า!”

ทุกคนตกตะลึงอีกครั้งแต่พวกเขาไม่สามารถตั้งคำถามต่อไป

หลี่ฉิงซานชำเลืองมองเหยื่อที่นักล่าผู้หนึ่งนำกลับมาจากภูเขาและกล่าว “เจ้าจับได้ค่อนข้างมากเช่นกัน มันเกือบเท่ากับของข้า ดูเหมือนข้าต้องใช้ความพยายามมากกว่านี้ มิฉะนั้นข้าอาจไม่ชนะ”

ปู่จางไม่สามารถอธิบายให้เขาฟังได้ว่าเหยื่อเหล่านั้นจะถูกแบ่งเป็นผลงานของนักล่าทั้งหมด โดยเฉลี่ยแล้วนักล่าแต่ละคนแทบไม่สามารถจับเหยื่อได้ถึงหนึ่งตัว ชัดเจนว่าหลี่ฉิงซานชนะไปแล้วตั้งแต่การล่าในวันแรก

หลี่ฉิงซานกินอาหารก่อนจะกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง

นักล่าที่กลับไปรวมกลุ่มทางทิศเหนือบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านกับทุกคน

“เป็นไปได้อย่างไร?”

“เจ้าเมาที่หมู่บ้านใช่หรือไม่?”

“มันเป็นเรื่องจริง เขาล่าสัตว์ได้มากมายจริงๆ!”

‘เด็กคนนี้!’ ฮวงปิงหูสูดหายใจลึกก่อนตะโกน “ทุกคน กลับเข้าไปข้างใน หากพวกเราทั้งหมดรวมกันยังไม่สามารถแข่งขันกับเขาเพียงคนเดียว พวกเราก็ควรฆ่าตัวตายด้วยความอัปยศ!”

กลุ่มนักล่าตอบรับเสียงดัง ขวัญกำลังใจของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง

หลังจากนั้นฮวงปิงหูก็ไอหลายครั้ง เขามองไปที่กลางฝ่ามือและเห็นเลือดสีแดงเข้ม

…..

บนเส้นทางภูเขาอีกด้านหนึ่ง ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ มีชายสี่คนนั่งอยู่บนรถ มีผู้คุ้มกันและคนรับใช้หลายสิบคนรวมตัวอยู่รอบๆ

ชายร่างอ้วนยกผ้าม้านขึ้นและถาม “ตอนนี้เราอยู่ห่างจากเมืองชิงหยางเท่าใด?” แม้จะเป็นฤดูใบไม้ร่วงแต่ใบหน้าและร่างกายของเขาก็ยังเต็มไปด้วยเหงื่อ

คนที่แต่งตัวเหมือนพ่อบ้านกล่าว “นายท่าน มันยังอีกค่อนข้างไกล หากเราไปถึงก่อนค่ำ นั่นจะดีมาก”

ชายอ้วนปิดผ้าม่านลงและพึมพำกับตนเอง “ทั้งที่ข้าทุ่มเทกับการศึกษาเรื่องการเมืองการปกครองไปมากมาย พวกเขากลับส่งข้ามาดูแลเมืองเล็กๆที่อยู่ห่างไกลเช่นนี้ พวกเขาช่างเลอะเลือนนัก”

“นายท่าน ท่านไม่ควรกล่าวเช่นนั้น มันจะไม่ดีหากถ้อยคำเหล่านี้ไปถึงหูคนระดับสูง”

ชายร่างอ้วนสูดหายใจลึกและไม่พูดสิ่งใดอีก

เป็นเพียงเวลานี้ที่ลมภูเขาพัดมาอย่างกะทันหันพร้อมกับฝูงนกที่บินแตกรังด้วยความตื่นตระหนก

“โฮก!” เสียงคำรามดังมาจากพุ่มไม้

ม้าตื่นตกใจและทำให้รถม้าแทบพลิกคว่ำ ชายอ้วนอุทาน “กะ...เกิดสิ่งใดขึ้น? มีคนพยายามฆ่าข้างั้นหรือ?”

“นายท่าน มัน...มันเป็นเสือ!”

เสือโคร่งตัวโตกระโดดลงมาจากทางลาดชั้นและมองไปยังขบวนรถม้าด้วยสายตาดุร้าย

“สะ...สะ...เสือ? เสือ! ใครก็ได้จัดการมันเร็วเข้า!”

พ่อบ้านตะโกนตอบ “พวกเขาหนีไปหมดแล้ว!”

ชายร่างอ้วนยกม่านหน้าต่างขึ้นเพื่อมองไปรอบๆ ดังคาด ไม่มีใครเหลืออยู่ คนคุ้มกันและคนรับใช้ต่างหนีเอาชีวิตรอด พวกเขาตอบสนองทันทีตั้งแต่เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังขึ้น

ดังคำกล่าวที่ว่า ผู้คนจะหน้าซีดเมื่อคำว่าเสือถูกกล่าวถึง ไม่มีคนธรรมดาคนใดที่ไม่กลัวเสือ ท้ายที่สุดเสือก็กินคน

“พ่อบ้าน เจ้าช่างซื่อสัตย์นัก ไม่เสียแรงที่ข้าชุบเลี้ยงเจ้ามา!” ชายอ้วนกล่าว

พ่อบ้านตอบกลับทันที “ขอบคุณนายท่านสำหรับคำชม แม้วันนี้ข้าจะถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่มันก็ไม่สามารถตอบแทนความเมตตาเพียงหนึ่งในหมื่นที่ท่านมอบให้ข้า!” ขณะที่เขากล่าวถ้อยคำเหล่านี้ ในใจเขากลับลอบสาปแช่ง “บัดซบ! ขาข้าขยับไม่ได้!”

“เจ้ารออยู่นี่ ข้าจะไปขอกำลังเสริม!” ชายอ้วนรีบลงจากรถม้าและพยายามหลบหนี

พ่อบ้านกรีดร้อง “นายท่าน อย่าทิ้งข้า!”

เมื่อมองเห็นก้อนเนื้อที่อ้วนกลม นัยน์ตาพยัคฆ์ก็ส่องประกายขึ้น แต่เมื่อมันกำลังจะกระโจนออกไป หูของมันกลับตั้งขึ้นอย่างกะทันหัน มันหยุดเท้าและหันหน้าไปทางป่าทึบ

เสียงพุ่มไม้เคลื่อนไหว ใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบส่งเสียงกรอบแกรบดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สิ่งนี้สร้างความปั่นป่วนยิ่งกว่าช่วงเวลาที่เสือปรากฏตัว

“เสียงนั่น?” พ่อบ้านมึนงง

ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็บินออกมาจากพุ่มไม้ มันเป็นชายหนุ่มที่ดูอ่อนเยาว์และหล่อเหลา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข เขาร่อนลงบนพื้นอย่างมั่นคงและคงทรงพลัง เขาเผชิญหน้ากับพยัคฆ์และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เป็นเหยื่อที่ดีและหายาก!”

ราวกับสัตว์ร้ายรู้ว่ามนุษย์ผู้นี้รับมือได้ยาก มันแยกเขี้ยวข่มขู่แต่ยังไม่กล้าบุ่มบ่าม อย่างไรก็ตามหลังจากคำราม มันก็พุ่งเข้าโจมตีหลี่ฉิงซานในที่สุด

ขาของหลี่ฉิงซานยังหยั่งรากอยู่ในตำแหน่งเดิมขณะที่เขาใช้มือจับอุ้งเท้าทั้งสองข้างของพยัคฆ์เอาไว้ เสือร้ายอ้าปากและเผยให้เห็นคมเขี้ยวอันแหลมคม กลิ่นสาปจากปากเสือพุ่งปะทะใบหน้าของหลี่ฉิงซาน เขาตะโกนและเหวี่ยงพยัคฆ์ที่มีน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมลงบนพื้นด้วยกำลังทั้งหมดก่อนจะกระโดดขึ้นค่อมแผ่นหลังของมัน

เขาไม่เคยต่อสู้กับเสือมาก่อน ในชีวิตก่อนหน้าเขาเคยอ่านนิยายเรื่องอู๋ซ่งสังหารพยัคฆ์ ดังนั้นเขาจึงเลียนแบบวิธีกำหราบพยัคฆ์จากข้อมูลในความทรงจำของเขา หลังขึ้นหลังเสือ เขาใช้กำปั้นทุบมันแบบสุ่มอย่างต่อเนื่อง

พยัคฆ์คำรามด้วยความเจ็บปวด มันสะบัดแผ่นหลังกระแทกพื้นก่อนจะส่งหลี่ฉิงซานบินออกไป เขาคิดในใจทันที ‘เรื่องจริงต่างจากนิยาย!’ เขาฝืนบิดร่างกายและลงจอดบนพื้นอย่างมั่นคงขณะที่ความสนใจของเขายังอยู่ที่สัตว์ร้าย

อย่างไรก็ตามเสือเพียงชำเลืองมองเขาก่อนจะคำรามและหันหลังวิ่งหนี!

ก่อนหน้านี้ชายอ้วนและพ่อบ้านของเขาต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ตอนนี้เมื่อพวกเขารู้สึกตัว พวกเขารู้สึกดีใจมาก

“วีรบุรุษหนุ่ม นักรบผู้กล้าหาญ ข้าคือเจ้าเมืองที่สมบูรณ์แบบของเมืองชิงหยาง เจ้าไล่เสือไป ข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงาม!”

อย่างไรก็ตามหลี่ฉิงซานไม่แม้แต่จะมองพวกเขา เขาตะโกน “เจ้าคิดว่าเจ้าจะไปที่ใด!?” จากนั้นเขาก็ออกวิ่งไล่ล่าเสือ แต่พื้นค่อนข้างลื่น มันยากที่จะเคลื่อนไหว

หลังจากทั้งหมดหลี่ฉิงซานจะเต็มใจปล่อยเหยื่อชั้นยอดเช่นนี้ไปได้อย่างไร

ชายอ้วนและพ่อบ้านของเขาที่พึ่งฟื้นจากความประหลาดใจมองหน้ากันด้วยความมึนงง

…..

ช่วงเวลาออกล่าสิ้นสุดลงแล้ว บรรยากาศในหมู่บ้านบังเหียนม้าเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

หลี่ฉิงซานกลับไปที่หมู่บ้านด้วยบาดแผลหลายจุดบนร่างกายและใบหน้าที่เผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าเล็กน้อย อย่างไรก็ตามทุกคนกลับมองเขาด้วยสายตาชื่นชมและรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ มันไม่เกี่ยวกับบาดแผลของเขาแต่เป็นเพราะเหยื่อที่อยู่บนบ่าของเขา

เขาแบกเสือโคร่งที่โตเต็มวัยไว้บนบ่า!

เขาไล่ล่าเสือตัวนี้ทั้งวันทั้งคืน เขาทำสำเร็จเพียงเพราะความทนทรหดที่ได้รับจากหมัดปีศาจวัวและเสี่ยวอันที่ช่วยแกะรอย หากไม่ใช่เพราะผีน้อยตัวนี้ เขาคงคลาดกับมันหลายครั้งแล้ว

อย่างไรก็ตามเสี่ยวอันไม่สามารถเข้าใกล้ราชาแห่งขุนเขาตัวนี้มากเกินไป เสือมีกลิ่นอายที่สามารถกำหราบผี ในความเป็นจริงเสือโคร่งมีโอกาสเปลี่ยนเป็นภูตพยัคฆ์ เมื่อมันกินคน วิญญาณคนตายจะกลายเป็นทาสผีของมัน

เด็กๆในหมู่บ้านวิ่งไปรอบๆหลี่ฉิงซานด้วยดวงตาส่องประกาย

ฮวงปิงหูออกมาต้อนรับเขาด้วยตนเองก่อนที่จะประกาศให้เขาเป็นผู้ชนะ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน เสือไม่เพียงเป็นสัตว์ที่น่ากลัวอย่างที่สุดสำหรับคนธรรมดา กระทั่งนักล่าก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ธนูล่าสัตว์ทั่วไปไม่สามารถฆ่าเสือ ในทางตรงข้าม มันจะยิ่งกระตุ้นความโกรธของเสือ การต่อสู้กับเสือด้วยมีดล่าสัตว์ในระยะประชิดเป็นเพียงการฆ่าตัวตายเท่านั้น

หลี่ฉิงซานสามารถฆ่าเสือ ทุกคนจึงรู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งไม่ต่างจากเสือ

“ข้าไม่มีของล้ำค่าใด ดังนั้นธนูแยกหินคันนี้จะเป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะการล่าในครั้งนี้!” ฮวงปิงหูถอดธนูขนาดใหญ่ออกจากแผ่นหลังของเขาทันที

“ธนูแยกหิน!”

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 30 ล่าพยัคฆ์

คัดลอกลิงก์แล้ว