เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 -- มิลลี่

ตอนที่ 10 -- มิลลี่

ตอนที่ 10 -- มิลลี่


ตอนที่ 10 -- มิลลี่

 

“นี่คือฐานใหญ่ของพวกเรา ‘นักล่าแห่งฟ้าคราม’!”

 

ผมถูกนำมายังที่ๆมิลลี่เรียกว่าบ้าน

 

มันอยู่ในพื้นที่บ้านเช่าสำหรับนักผจญภัยที่ต้องการบ้านชั่วคราว และห้องของมิลลี่ถูกเรียกว่าฐาน …..มีป้ายเขียนไว้ว่า ‘กิลด์นักล่าแห่งฟ้าคราม’ แปะอยู่หน้าประตูห้อง

 

“เอาล่ะ~ นายกำลังรออะไรอยู่? เข้ามาสิ เชิญนั่ง!”

 

แม้ว่าผมต้องการจะนั่งแต่ก็ไม่มีที่ตรงไหนจะนั่งได้

 

ผมแทบจะขยับไปจากจุดที่ผมยืนไม่ค่อยได้

 

ภายในห้องเต็มไปด้วยกระเป๋าที่ดูไม่สมควรแตะต้อง

 

ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเช่น เสื้อผ้า, จานชาม, และม้วนคัมภีร์สำหรับอ่าน นี่มันแย่กว่าผมอีก ขนาดผมไม่ค่อยชอบจัดของให้เป็นระเบียบเท่าไหร่

 

ผมคิดว่าคงไม่มีทางเลือกนอกจากจะนั่งบนกระเป๋าเสียแล้ว

 

“เน่! นั่งบนเก้าอี้สิ”

 

“ผมคงนั่งล่ะ ถ้าที่นี่มีสักตัวหนึ่ง เธอไม่เห็นกระเป๋าที่วางอยู่บนพื้นหรือไง?”

 

แม้ว่าผมจะพูดไปแบบนั้น ผมก็ยังเอากระเป๋าหลบไปอยู่ดี

 

ในขณะที่ผมยืนขึ้นเพราะไม่มีที่ไหนนั่งได้ มิลลี่ก็กลับออกมาพร้อมกับกาแฟสองแก้ว

 

ผมต้องดื่มกาแฟขณะที่ยืนอยู่หรอ? ไม่

 

“อย่างแรกเลย เราควรจะเริ่มการแนะนำตัวเองก่อน”

 

ท่วงท่าในการดื่มกาแฟที่สง่างามของเธอทำให้ดูแปลกตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับความไม่เข้ากันระหว่างตัวเธอกับสภาพของห้อง

 

ดูเหมือนเธอจะได้รับการสั่งสอนมาอย่างดี เมื่อดูจากท่วงท่า

 

“สิ่งที่ฉันพูดก่อนหน้านี้ในโรงเรียนเป็นเรื่องจริง ต่างก็ฉันไม่มีพ่อแม่”

 

“....ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวไปหน่อยหรือไง?”

 

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันเคยชินกับมันแล้ว”

 

*ตึก* มือที่วางแก้วลงบนกระเป๋าช่างดูเหงาเล็กน้อย

 

“มันคือนาย, เพื่อที่จะทำให้กิลด์ของฉันแข็งแกร่งที่สุด ฉันต้องการคนแบบนาย!”

 

“แข็งแกร่งที่สุด… นี่”

 

“ในตอนแรกที่ฉันชักชวนคนอื่น พวกเขาล้วนพูดว่า ‘มันดูไม่งามเลยที่ไม่ทำตัวให้เหมาะสมกับวัย’ แล้วก็มาล้อเล่นกับฉัน ชั้นคิดว่าผู้คนแค่ไม่ชอบช่องว่างระหว่างวัย”

 

“อืมแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรถ้าคนทั้งหมดเป็นเหมือนเราล่ะ? พวกเราพิเศษนะนายรู้ไหม?”

 

เธอหัวเราะเล็กน้อยแล้วยิ้ม พร้อมกับต่อยหยอกๆมาที่ไหล่ของผม

 

“ฉันได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับนาย! นักเวทย์เด็กอัจฉริยะที่ใช้เวทย์มนต์ใส่เด็กคนอื่นในเมืองนานามิ”

 

ตอนที่ใช้เวทย์ในห้องเรียน ดูเหมือนว่าผมจะเป็นที่เตะตาความสามารถโดยคนสายตาดี

 

กิลด์ที่อ่อนประสบการณ์มักจะมองหาคนอยู่ตลอดเวลา มีหลายคนที่ตายโดยไม่คาดคิดถ้าพวกเขาไม่แข็งแกร่งพอ ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่ากิลด์จะถูกเรียกกว่ากิลด์ทมิฬ ถ้ามันเป็นกิลด์ใหญ่ พวกเขาก็สามารถเสาะหานักผจญภัยจำนวนมากที่เขาต้องการได้ง่ายๆ

 

กิลด์ที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่อย่างเช่น ‘นักล่าแห่งฟ้าคราม’ ดูเล็กกว่าที่คิด แต่มันก็ไม่เลวเท่าไหร่เพราะว่าคนไม่พอ พวกเราจึงมีอิสระในการทำงานของพวกเรา

 

ผมโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง

 

มิลลี่ เรย์อาร์ด

 

สิ่งที่เธอคิดนั้นดูน่าผิดหวังเล็กน้อย แต่ความสามารถในการต่อสู้ของเธอนั้นผมสามารถรู้สึกได้ว่าพลังเวทย์ของเธอจะต้องสูงอย่างแน่นอน

 

ผมคาดหวังเอาไว้สูงว่าเธอจะรับผิดชอบกลุ่มอย่างไร

 

เราจะต้องใช้ไพ่ทั้งหมดที่เรามีในการจัดการ

 

“ขอบคุณที่เข้ากิลด์นะ เซฟ! ชั้นคงจะร้องไห้แน่ๆถ้านายปฏิเสธ”

 

อย่าร้องไห้

 

ถ้าเป็นผมที่ไม่มีครอบครัวในวัยนี้ แล้วสามารถใช้เวทย์ได้ถึงระดับนั้น ผมคงไม่สามารถทำได้ถ้าอายุในหัวของผมยังคงเท่ากับร่างกาย

 

ผมคิดว่านี่คงจะเป็นเหตุผลที่เธอดีใจที่ได้คุยกับผมแบบนี้

 

...ผมรู้สึกสงสารเธอเล็กน้อย

 

“เฮะเฮะเฮะ… ยังไงก็ตาม สมาชิกใหม่จะได้รับรางวัลสุดพิเศษ”

 

มิลลี่ค่อยๆเริ่มแหวกผ่านกระเป๋าของเธอ

 

หืม? เธอไปไหนแล้ว? ห้องของเธอดูยุ่งเหยิงผมจึงพลัดกับเธอ

 

เธอทำความสะอาดบ้างไม่ได้หรือไง? นี่มันมากเกินไปละนะ

 

“มันอยู่นี่ ชั้นเจอแล้ว!”

 

สิ่งที่ถูกนำออกมาคือม้วนคัมภีร์ กิลด์มักจะแจกคัมภีร์เวทย์เพื่อเป็นการฉลองให้กับนักเวทย์ที่เข้าใหม่

 

แต่ผมคือตัวผม, ผมไม่ต้องการม้วนคัมภีร์เวทย์เพราะว่าผมรู้มันทั้งหมดแล้ว

 

“นั่นไม่จำเป็นหรอก บางทีผมอาจรู้จักเวทย์นั้นก็ได้”

 

“จริงหรอ? แน่นอนว่าอาจจะมีบางเวทย์ที่นายไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้นะ”

 

“ผมอ่านคัมภีร์ทั้งหมดที่ขายที่สมาพันธ์จอมเวทย์แล้ว”

 

“เหห~ ? หุหุ~ ? จริงดิ? นายแน่ใจนะ ?”

 

ผมไม่ชอบตอนที่เธอยิ้มในขณะที่หัวเราะใส่ผม

 

เหตุผลที่ผมไม่รับมันเป็นเพราะผมอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเวทย์มนต์ไหนที่เธอมีอยู่

 

แม้เธอจะมั่นใจสุดๆว่า เธอคงคิดว่าคงไม่มีทางที่คนบ้านนอกอย่างผมจะได้อ่านคัมภีร์ของสมาพันธ์จอมเวทย์แล้ว

 

ถึงเวลาแกล้งเธอแล้ว

 

“...ก็ได้, เธอต้องการเดินพันกับผมไหมล่ะ? ว่าผมรู้จักเวทย์นั่นแล้วหรือไม่”

 

“ชั้นก็ข้องใจ? ผู้แพ้จะต้องทำตามที่ผู้ชนะกล่าวหนึ่งอย่าง ตกลงไหม?”

 

“ถ้าเธอยืนกรานแบบนั้นล่ะก็”

 

มิลลี่ไม่รู้ แต่ผมมีข้อมูลจากอนาคต ผมรู้แม้กระทั่งเวทย์แบบใหม่ที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นในเวลาต่อมาด้วย

 

“งั้นมาเริ่มกันเถอะ”

 

“หนึ่ง, สอง…. สาม!”

 

พวกเราเปิดม้วนคัมภีร์ออกมา ไล่ตามตัวอักษรที่ถูกเขียน เดี๋ยวนะ เวทย์นี้มัน….

 

“....นี่มันบ้าชัดๆ….

 

“ฮื้อ~ฮือ~ นี่คือเวทย์ใหม่สำหรับนาย? ยอมแพ้รึยัง?”

 

“....”

 

-ผมรู้จักเวทย์นี้

 

นี่คือเวทย์มนต์ที่จอมเวทย์อัจฉริยะบางคนนำมาที่สมาพันธ์ แล้วพลิกโฉมทฤษฎีเวทย์มนต์ที่เคยได้พัฒนาขึ้นมาทั้งหมด

 

มันคือเวทย์มนต์ที่ทำให้ผมต้องกลับมาในช่วงเวลานี้

 

“สเกาท์สโคป….”

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 10 -- มิลลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว