- หน้าแรก
- หายนะสำหรับทุกคน เริ่มต้นจากอาคารอพาร์ตเมนต์ร้าง
- บทที่ 14 : ฉันไม่ใช่พ่อเธอ
บทที่ 14 : ฉันไม่ใช่พ่อเธอ
บทที่ 14 : ฉันไม่ใช่พ่อเธอ
...อวี่ตานตานชะโงกหน้ามองซ้ายแลขวา พอเห็นว่าทางสะดวกไร้เงาซอมบี้ เธอก็กระโดดผึงออกมาอย่างฮึดฮัด จ้องเขม็งไปที่เจียงหลินพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เจียงหลินกวาดตามองสำรวจเธออย่างสนใจ
กระโปรงจีบสั้นกุดกับเสื้อเปิดไหล่... ดูเป็นวัยรุ่นที่สดใสและงดงาม
เรียวขาคู่สวยเหยียดตรง บั้นท้ายงอนงาม และเอวคอดกิ่ว ช่างดูเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
ติดอยู่อย่างเดียวคือสีหน้าของเธอดูย่ำแย่ ขอบตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัดจากการอดนอนมาทั้งคืน
ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย บ่งบอกอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง
ใบหน้าของอวี่ตานตานแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอยกแขนขึ้นกอดอกและก้าวถอยหลังกลับไปยืนที่หน้าประตูอย่างระแวดระวัง
"ไอ้คนสารเลว คิดจะทำอะไรน่ะ?"
"สารเลว?" เจียงหลินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ "ฉันไปหลอกฟันเธอตอนไหนมิทราบ? ทำไมฉันไม่เห็นจำได้เลย?"
"ชิ! เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันแท้ ๆ แต่นายกลับยืนดูพวกเราเฉียดตายโดยไม่คิดจะช่วย ถ้าไม่เรียกว่าสารเลวแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?"
"หึ ก็อย่างที่เธอพูดนั่นแหละ เราก็แค่เพื่อนร่วมชั้น ไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกันขนาดนั้น ทำไมฉันต้องช่วยเธอด้วย?"
"นาย... พวกเราเป็นผู้หญิงนะยะ! แถมยังสวยระดับนี้ด้วย! นายเป็นผู้ชายอกสามศอก ไม่มีความละอายใจบ้างหรือไง?"
"พวกเธอสวยจริง อันนี้ไม่เถียง แต่ปัญหาคือ... พวกเธอไม่ใช่ผู้หญิงของฉันนี่หว่า! ไอ้คนที่พวกเธอคุกเข่าอ้อนวอนเรียกว่า 'ป๋า' ตอนกลางคืนก็ไม่ใช่ฉันสักหน่อย! แล้วทำไมฉันต้องละอายใจด้วย!"
"กรี๊ดดด... ไปตายซะไอ้บ้า!"
ใบหน้าของอวี่ตานตานแดงก่ำจนถึงใบหู เธอพุ่งตัวออกมาหมายจะเข้าไปแลกเลือดกับเจียงหลิน แต่เฉินซือซวนที่อยู่ด้านหลังรีบคว้าตัวเธอไว้แน่น
เจียงหลินเดาะลิ้น "จุ๊ ๆ ๆ ดูนั่นสิ สงสัยจะพูดแทงใจดำ อาการถึงได้ออกขนาดนั้น!"
"พูดมั่วซั่ว! ใครไปเรียกใครว่าป๋ายะ!"
"เจียงหลิน นายพูดจาดูถูกพวกเราเกินไปแล้วนะ... พวกเราไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นสักหน่อย!"
เฉินซือซวนกอดอวี่ตานตานที่กำลังดิ้นพล่านไว้แน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่เจียงหลิน
เจียงหลินยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก ประเด็นคือ พวกเธอไม่ใช่เมียฉัน แล้วก็ไม่ใช่ลูกสาวฉันด้วย ฉันไม่มีหน้าที่ต้องมาคอยดูแลพวกเธอ!"
"ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้ ถ้าอยากรอดก็ต้องพึ่งตัวเอง อย่าหวังให้คนอื่นมาโปรดสัตว์!"
"ที่นี่ไม่มีพระมาโปรด ไม่มีเจ้าแม่กวนอิมมาช่วยปัดเป่าความทุกข์หรอกนะ!"
"และที่สำคัญ กฎหมายก็ไม่มีแล้วด้วย!"
อวี่ตานตานและเฉินซือซวนตกอยู่ในความเงียบงัน
ผ่านไปครู่ใหญ่ อวี่ตานตานก็พึมพำเสียงอ่อย
"ก็นายเก็บของได้ตั้งเยอะตั้งแยะ แบ่งให้เรานิดหน่อยจะเป็นไรไป? นายเป็นผู้ชายแท้ ๆ จะใจดำปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สองคนต้องหิวโหยจนตายได้ลงคอเชียวเหรอ?"
เจียงหลินแค่นหัวเราะ "เมื่อคืนพวกเธอก็คงได้ยินเสียงกรีดร้องทั้งคืนใช่ไหมล่ะ?"
"ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แบบพวกเธอน่ะ เฉพาะในตึกนี้ก็น่าจะตายไปเป็นสิบแล้วมั้ง"
"ในหมู่บ้านนี้ หรือโลกข้างนอกนั่น เผลอ ๆ คนตายอาจจะแตะหลักล้านแล้วด้วยซ้ำ"
"ถามหน่อยสิ... ฉันต้องมานั่งสงสารพวกเขาทุกคนเลยหรือเปล่า?"
พอหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน มุมปากของอวี่ตานตานก็กระตุกวูบ ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตา
ริมฝีปากขยับเม้ม แต่กลับพูดไม่ออก
เฉินซือซวนลอบถอนหายใจ ความขมขื่นแล่นพล่านไปทั่วปาก "เจียงหลิน พวกเราจนตรอกแล้วจริง ๆ นายช่วย... แบ่งน้ำให้พวกเราสักอึกจะได้ไหม? แค่นี้แหละ แล้วพวกเราจะไม่มารบกวนนายอีกเลย!"
เห็นดังนั้น เจียงหลินก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง
อวี่ตานตานเข้าใจว่าเจียงหลินปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ความคับแค้นอัดแน่นในอกจนน้ำตาแทบไหล
"ไอ้คนใจดำอำมหิต..."
วินาทีถัดมา เจียงหลินก็เดินหน้านิ่วออกมา "เดิมทีกะว่าจะเอาชานมแก้วนี้ให้พวกเธอสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่า..."
"เดี๋ยว!"
อวี่ตานตานกรีดร้องลั่นพร้อมพุ่งตัวเข้าไปคว้าแก้วชานมหมับ แล้ววิ่งแจ้นกลับเข้าห้องไปด้วยความเร็วแสง กลัวว่าเจียงหลินจะเปลี่ยนใจริบคืน
เจียงหลินได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ยัยนี่คล่องแคล่วชะมัด ฆ่าซอมบี้คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอหรอกมั้ง?
อันที่จริงชานมครึ่งแก้วที่เหลือนั่นเขาดื่มต่อไม่ไหวแล้ว
มันหวานเลี่ยนเกินไป!
แถมยังเต็มไปด้วยรสชาติสังเคราะห์ของสารแต่งกลิ่น!
ถ้าไม่ใช่เพราะไม่อยากกินทิ้งกินขว้าง เขาคงบ้วนทิ้งตั้งแต่คำแรกแล้ว
เจียงหลินบิดขี้เกียจคลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ เสียงคำรามดังแว่วมาแต่ไกล ดูท่าเสียงกรี๊ดของอวี่ตานตานเมื่อครู่จะเรียกแขกเข้าให้แล้ว
ครู่ต่อมา ซอมบี้หลายตัวก็พุ่งออกมาจากทางซ้ายและขวา
ลองนับดูมีทั้งหมดเจ็ดตัว
ตัวที่เลเวลสูงสุดคือซอมบี้สาวเลเวล ๔ ในชุด 'เดรสแม่เลี้ยง' รัดรูปโชว์หุ่นสุดเซ็กซี่
มันเคลื่อนที่ได้รวดเร็วที่สุด วิ่งนำหน้าฝูงพร้อมกางกรงเล็บแหลมคม
เจียงหลินหรี่ตาลง เขาไม่คิดจะหลบเลี่ยง กระชับกระบองเขี้ยวหมาป่าในมือแล้วพุ่งสวนเข้าใส่ซอมบี้สาวชุดเดรสทันที
ยามเผชิญหน้าในทางแคบ ผู้กล้าเท่านั้นคือผู้ชนะ
ความเร็วของเจียงหลินเหนือกว่าซอมบี้ชุดเดรส และพละกำลังของเขาก็เหนือชั้นกว่ามาก
พริบตานั้น
เจียงหลินเหวี่ยงกระบองฟาดเข้าใส่ จนซอมบี้ชุดเดรสร่วงลงไปกองกับพื้น
ทว่า การโจมตีครั้งนี้กลับไม่สามารถระเบิดหัวมันได้ในทีเดียว
เรื่องนี้ทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย ยิ่งเลเวลสูง พลังป้องกันของพวกซอมบี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นซอมบี้ตัวอื่นกำลังดาหน้าเข้ามา เจียงหลินจึงหวดซ้ำลงไปอีกครั้งอย่างสุดแรง
แครก!
กระบองเขี้ยวหมาป่าหักสะบั้นเป็นสองท่อน พร้อมกับกะโหลกศีรษะด้านหลังของซอมบี้ชุดเดรสที่ยุบลงไปจนเละ
เจียงหลินขมวดคิ้ว รีบโกยของที่ดรอปแล้วมุดเข้าไปในห้องข้าง ๆ
"อุปกรณ์ระดับสีขาวคุณภาพต่ำนี่มันขยะชัด ๆ!"
คิดดังนั้น เขาก็หยิบกระบองเขี้ยวหมาป่าระดับสีขาวอันใหม่ออกมาจากเป้ เขาเก็บไอ้นี่มาได้ตั้งสามอันแล้ว!
แถมยังมีมีดสั้นระดับสีขาวอีกสองเล่ม!
แต่ยังไร้วี่แววของ 'หอกยาว' ที่เขาอยากได้
ในทางเดินแคบ ๆ แบบนี้ หอกยาวคือราชาแห่งอาวุธ เขาสามารถจัดการซอมบี้ธรรมดาได้ทีละตัวอย่างง่ายดาย
ต่อให้เป็นซอมบี้ชุดเดรสเลเวล ๔ ถ้าแทงเข้าที่ตา ก็สามารถปลิดชีพได้ในครั้งเดียว
"โฮก โฮก โฮก!"
ซอมบี้อีกหกตัวเบรกไม่ทันจนชนกันเอง ล้มกลิ้งระเนระนาดเป็นก้อนเดียว
เจียงหลินคว้าตู้เย็นสภาพบุบเบี้ยว แล้วทุ่มใส่กองซอมบี้อย่างแรง
ตึง!
"อ๊ากกก..."
ซอมบี้ทั้งหกตัวถูกทับจนกระดูกหักเอ็นฉีก แต่การบาดเจ็บแค่นี้ไม่ถึงตายสำหรับพวกมัน
พวกมันตะเกียกตะกายพยายามจะคลานเข้ามาในห้อง
เจียงหลินไม่รอช้า จัดการทุบหัวพวกมันเรียงตัวทีละไม้จนสิ้นซาก
หลังจากโยนศพซอมบี้ทั้งหมดเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว เจียงหลินก็รอสังเกตการณ์อีกสักพัก แต่ก็ไม่มีซอมบี้ตัวใหม่โผล่มา
ทำเอาเขารู้สึกเซ็งนิด ๆ
เวลานี้ ดูเหมือนการต่อสู้จะปะทุขึ้นทั่วทั้งตึก เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามลอยมาแว่ว ๆ จากทุกทิศทาง
ชัดเจนว่าเพื่อนร่วมชั้นที่ยังรอดชีวิตเริ่มลุกขึ้นมาสู้เพื่อเอาชีวิตรอดกันแล้ว
ก็แน่ละ ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ แค่อดข้าวไปมื้อเดียวยังหิวตาลาย นี่น้ำก็ไม่ได้กิน
แทนที่จะยอมนอนรอความตายเพราะอดน้ำอดอาหาร ลูกผู้ชายคนไหนที่ยังมีเลือดนักสู้อยู่ในตัว ก็คงเลือกที่จะคว้าอาวุธขึ้นมาสู้ตายกันทั้งนั้น