เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 เชียนซวินจี๋ตายแล้วจริงๆ!

บทที่ 7 เชียนซวินจี๋ตายแล้วจริงๆ!

บทที่ 7 เชียนซวินจี๋ตายแล้วจริงๆ!


บทที่ 7 เชียนซวินจี๋ตายแล้วจริงๆ!

ณ ลานหลังบ้าน สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ

แสงอรุณรุ่งสาดส่องเจือสีส้มอ่อนจาง ลัดเลาะผ่านขอบฟ้าอันไกลโพ้น ลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านที่ปิดมิดชิด ตกกระทบลงบนหัวเตียงอย่างแผ่วเบา

ให้ความรู้สึกอบอุ่นและนุ่มนวล ประหนึ่งสัมผัสอันอ่อนโยน...

"เสวี่ยเอ๋อร์ อย่าเกาสิ มันจั๊กจี้..."

"นี่... จูชิง! นาน่า! พวกเจ้าสองคนซุกซนเกินไปแล้วนะ!"

......

ปัง! ปัง! ปัง!

"บ้าเอ๊ย! ใครวะ?!" หนิงเสี่ยวเทียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ รีบเช็ดคราบน้ำลายใสๆ ที่มุมปาก น้ำเสียงเจือไปด้วยโทสะ

ตั้งแต่น้องสาวของเขา 'หนิงหรงหรง' คลอดออกมาเมื่อห้าเดือนก่อน ร่างกายอันบอบบางของเขาก็ถูกตาเฒ่าสองคนเคี่ยวเข็ญทรมานทุกวี่วัน

ทั้งกายและใจของเขาอ่อนล้าเต็มทน!

วันนี้เป็นวันหยุดที่หาได้ยากยิ่ง เขาแค่อยากจะนอนหลับให้เต็มอิ่มสักตื่น เมื่อครู่กำลังฝันหวานถึงจุดเข้าด้ายเข้าเข็ม แต่กลับต้องมาถูกปลุกเสียได้!

จะไม่ให้เขาโมโหได้ยังไง!

เขาโกรธมาก ชนิดที่ว่าใครก็เอาไม่อยู่

"นายน้อยเสี่ยวเทียนเจ้าคะ!"

"เสียงเสี่ยวชุ่ย?" ไฟโทสะในใจของหนิงเสี่ยวเทียนมอดลงทันที เขารีบตลบผ้าห่มแล้วกระโดดลงจากเตียง

เสี่ยวชุ่ยเป็นสาวใช้คนสนิทของท่านแม่ คำพูดของนางเปรียบเสมือนประกาศิตของท่านแม่ เขาไม่มีปัญญาไปล่วงเกินนางได้หรอก

"แถมยังมาเรียกในเวลาแบบนี้..."

หัวใจของหนิงเสี่ยวเทียนกระตุกวูบ เขาไม่ลังเลที่จะรีบสวมเสื้อผ้าแล้วเดินโซซัดโซเซไปที่ประตู

"เสี่ยวชุ่ย! พี่ไม่ได้คอยปรนนิบัติท่านแม่อยู่หรือ? ทำไมมาที่นี่แต่เช้า?" เมื่อเห็นสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มยืนรออยู่หน้าประตู หนิงเสี่ยวเทียนก็รีบเอ่ยถาม

"นายน้อยเสี่ยวเทียน... ฮูหยินให้ข้ามาเชิญท่านไปที่โถงประชุมเจ้าค่ะ!" เสียงของสาวใช้น้อยนุ่มนวลทว่าสั่นเครือ ร่างกายของนางยังคงสั่นเทาเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นตระหนกจากเรื่องบางอย่าง

"เสี่ยวชุ่ย พี่ไปพักผ่อนเถอะ..."

พูดจบ หนิงเสี่ยวเทียนก็ไม่สนใจความเมื่อยล้าทางร่างกายอีกต่อไป เขาทิ้งสาวใช้ไว้ข้างหลังแล้วพุ่งตรงไปยังโถงประชุมทันที

......

"ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านปู่กระบี่ และท่านปู่กระดูก อยู่กันครบเลย ดูท่าจะเกิดเรื่องใหญ่จริงๆ!"

หนิงเสี่ยวเทียนก้าวเข้าไปในห้องโดยไม่ลังเล เขาทำความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ก่อนจะเดินไปยืนข้างกายหนิงเฟิงจื้ออย่างสงบเสงี่ยม

โอกาสนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะพูดแทรก!

เมื่อเห็นว่าทุกคนมาครบแล้ว หนิงเฟิงจื้อก็ไม่รอช้า น้ำเสียงกังวานชัดเจนดังไปทั่วโถง "เพิ่งได้รับรายงาน องค์สังฆราชแห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ 'เชียนซวินจี๋' สิ้นชีพแล้ว และอดีตธิดาศักดิ์สิทธิ์ 'ปิปีตง' ได้ขึ้นสืบทอดตำแหน่งสังฆราช!"

"องค์จักรพรรดิมีรับสั่งเรียกตัว ให้พ่อพาตาทวดกระบี่และตาทวดกระดูกเข้าวังเพื่อหารือรับมือสถานการณ์!"

ในสถานการณ์ปกติ หากต้องไปประชุมในวังหลวง เขาจะทิ้งพรหมยุทธ์กระดูกไว้เฝ้าสำนัก แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภายในสำนักวิญญาณยุทธ์ เขาจึงไม่ปฏิเสธที่จะนำกำลังหลักไปด้วย

ท้ายที่สุด ตอนนี้สังฆราชของสำนักวิญญาณยุทธ์ตายแล้ว หากพวกเขาต้องการระบายความแค้น เป้าหมายย่อมพุ่งตรงไปที่สำนักเฮ่าเทียน ไม่มีเหตุผลที่ต้องมาลงกับสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ และยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะไปยุ่งกับขุมกำลังอื่น!

ความพิโรธของสองซูเปอร์โต้วหลัว (มหาพรหมยุทธ์)!

นอกจากสำนักเฮ่าเทียนและสำนักวิญญาณยุทธ์แล้ว ณ เวลานี้ไม่มีขุมกำลังใดในทวีปที่จะต้านทานได้ไหว!

"อะไรนะ เชียนซวินจี๋ตายแล้ว?"

"เขาแค่บาดเจ็บสาหัสไม่ใช่หรือ... เป็นไปได้ยังไง..."

"สำนักวิญญาณยุทธ์คงไม่ปล่อยสำนักเฮ่าเทียนไว้แน่..."

"ยุคแห่งความวุ่นวายกำลังจะมา..."

"......"

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ข่าวบอกว่าเชียนซวินจี๋แค่บาดเจ็บสาหัส แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศพไปเสียแล้ว ผู้คนในโถงประชุมต่างไม่อยากจะเชื่อในการเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้!

"ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ" เมื่อเห็นทุกคนเริ่มแตกตื่น หนิงเฟิงจื้อขมวดคิ้วและรีบปราม

เพียงชั่วพริบตา ห้องโถงก็เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มตก

เมื่อเห็นทุกคนเงียบลง หนิงเฟิงจื้อจึงกล่าวต่อ "เรื่องนี้มีความชอบกลอยู่จริง สำนักวิญญาณยุทธ์เต็มไปด้วยยอดฝีมือ และย่อมไม่ขาดแคลนวิญญาจารย์สายรักษาเยียวยา"

"เชียนซวินจี๋เพิ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แต่จู่ๆ กลับมีข่าวการตายแพร่ออกมา เรื่องนี้น่าสงสัยยิ่งนัก!"

"นอกจากนี้ ตามรายงานระบุว่า สำนักเฮ่าเทียนได้นำคนทั้งสำนักปิดประตูลี้ภัย และตอนนี้สำนักวิญญาณยุทธ์กำลังกวาดล้างสำนักบริวารและกิจการต่างๆ ของสำนักเฮ่าเทียนอย่างหนัก..."

เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของหนิงเฟิงจื้อก็ฉายแววกังวล

สามสำนักใหญ่ฝ่ายบนมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน แต่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ตั้งแต่ข่าวถังเฮ่าทำร้ายเชียนซวินจี๋แพร่ออกไป สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติกลับไม่ได้รับข้อมูลใดๆ จากสำนักเฮ่าเทียนเลย

หลังจากนั้น ข่าวถังเฮ่าถูกขับออกจากสำนักเฮ่าเทียน เขาก็สืบทราบมาจากช่องทางธุรกิจของตนเอง

เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเบื้องลึกเบื้องหลังเลย!

ตอนนี้เชียนซวินจี๋ตายแล้ว สำนักเฮ่าเทียนก็หนีเข้ากลีบเมฆ ไม่สนใจแม้กระทั่งสำนักบริวารของตนเอง

นี่ทำให้เขาตั้งตัวไม่ติดจริงๆ

เพื่อนร่วมทีมประสาอะไรกันเนี่ย!

หนิงเฟิงจื้อรู้สึกหนักอึ้งในใจ น้ำเสียงแฝงความจนใจเล็กน้อย "แผ่นดินคงจะวุ่นวายอีกครั้ง ไม่รู้ว่านี่จะเป็นโชคหรือเคราะห์ของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ"

"เรื่องนี้ องค์จักรพรรดิเองก็ทรงลำบากพระทัยในการตัดสินใจ จึงส่งคนมาเรียกตัวเรา ไม่มีเวลาให้รีรอแล้ว พ่อต้องรีบเดินทางเข้าวังพร้อมกับท่านอาเจี้ยนและท่านอากู่ทันที"

สิ้นเสียง หนิงเฟิงจื้อก็หันไปมองจางฟางหัวและหนิงเสี่ยวเทียนที่อยู่ข้างกาย "นอกจากนี้..."

"ปัจจุบัน ในสำนักมีศิษย์ระดับต่ำกว่าอัคราจารย์วิญญาณจำนวน 10 คนที่จำเป็นต้องล่าสัตว์วิญญาณเพื่อหาวงแหวนวิญญาณ พ่อตัดสินใจแล้วว่าจะให้ฮูหยินเป็นผู้นำทีมไปล่าที่ 'ป่าอาทิตย์อัสดง'!"

"อะไรนะ! ท่านแม่เพิ่งคลอดน้องสาวได้ไม่กี่เดือน ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี จะให้ออกไปนำทีมได้ยังไง? ไม่ได้เด็ดขาด!" ทันทีที่ได้ยินท่านพ่อบอกว่าจะให้ท่านแม่นำทีมไปล่าสัตว์วิญญาณ หนิงเสี่ยวเทียนก็หน้าบึ้งตึงทันที

ป่าอาทิตย์อัสดงมี 'ธาราสองขั้ว' (บ่อน้ำแข็งไฟหยินหยาง) อยู่ด้วย ใครจะรู้ว่ามีสัตว์วิญญาณระดับสูงตัวไหนแอบซ่อนอยู่แถวนั้นบ้าง

ความไม่รู้คือความเสี่ยงที่ใหญ่หลวงที่สุด!

"เทียนเอ๋อร์ ลูกจะรีบร้อนไปทำไม!" ท่านแม่จางฟางหัวเบ้ปาก ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่หุบลงทันที แทนที่ด้วยความขัดใจ

"นั่นไม่ใช่ป่าซิงโต้วซะหน่อย แค่ป่าอาทิตย์อัสดงเอง ที่นั่นถูกสำรวจจนปรุโปร่งแล้ว ไม่มีสัตว์วิญญาณที่อันตรายเกินมือแม่หรอก! อย่าลืมสิ ตอนนี้แม่เป็นถึงมหาปราชญ์วิญญาณสายต่อสู้ ระดับ 74 เชียวนะ! แม่แข็งแกร่งมากนะจะบอกให้!"

"อีกอย่าง ครั้งนี้ยังมีวิญญาณพรหมยุทธ์ 1 คน ราชาวิญญาณอีก 4 คน และองครักษ์ติดตามไปด้วย!"

"เทียนเอ๋อร์... ไม่มีอันตรายหรอกจ้ะ!"

จางฟางหัวรู้สึกปลื้มปริ่มในใจเมื่อเห็นลูกชายออกมาปกป้อง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตนอุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาปีกว่าจนเริ่มจะเฉาตายอยู่แล้ว

นางอุตส่าห์ขอโอกาสนี้จากสามีมาได้ จะยอมพลาดได้ยังไง

"เทียนเอ๋อร์ ลูกอยู่บ้านดูแลหรงหรงเป็นเพื่อนแม่นมเถอะ! ไม่อย่างนั้นพอยัยหนูนั่นตื่นขึ้นมา ก็จะร้องหาแม่จนเกาะติดเป็นตังเมอีก!" จางฟางหัวบิดแก้มยุ้ยๆ ของหนิงเสี่ยวเทียน ใช้วิชาออดอ้อนพร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำ

หนิงเสี่ยวเทียนทำหน้าบอกบุญไม่รับ แต่ก็ยังไม่ยอมใจอ่อน

เมื่อเห็นสีหน้าลังเลของลูกชาย จางฟางหัวรีบหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากสามี

หนิงเฟิงจื้อทำหน้าจนปัญญา

เขาเองก็ไม่อยากให้ภรรยาออกไปนำทีมล่าสัตว์วิญญาณเร็วขนาดนี้ ลูกสาวตัวน้อยก็ยังร้องกินนมทั้งวัน! ส่วนเขาก็งานล้นมือจนไม่มีเวลาดูแลลูก!

แต่ด้วยนิสัยร่าเริงและอยู่นิ่งไม่ได้ของภรรยา การให้เก็บตัวอยู่ในสำนักเป็นปีๆ มันทรมานสำหรับนางมาก นางบ่นกรอกหูเขาเป็นสิบรอบแล้วในช่วงนี้!

เฮ้อ ยอมนางสักครั้งเถอะ!

"เอาล่ะ! เทียนเอ๋อร์ ตกลงตามนี้! ด้วยฝีมือแม่เจ้า การนำทีมไปป่าอาทิตย์อัสดงย่อมปลอดภัย! ในจักรวรรดิเทียนโต้วนี้ ไม่มีใครกล้าตอแยคนของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติหรอก!"

"ก็ได้ครับ!"

เมื่อท่านพ่อพูดเอง หนิงเสี่ยวเทียนก็รู้ว่าคงห้ามไม่ได้แล้ว จึงทำได้เพียงกำชับให้มากหน่อย!

"ท่านแม่ ท่านต้องระวังตัวเป็นพิเศษนะ!"

"อย่าบุกทะลวงไปแนวหน้าล่ะ..."

"ถ้าเจอหมอก ต้องถอยห่างออกมาทันที..."

"......"

จบบทที่ บทที่ 7 เชียนซวินจี๋ตายแล้วจริงๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว