เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 – บะหมี่เผ็ดกับดาบบินแสนประโยชน์

ตอนที่ 8 – บะหมี่เผ็ดกับดาบบินแสนประโยชน์

ตอนที่ 8 – บะหมี่เผ็ดกับดาบบินแสนประโยชน์


ตอนเช้าผู้ฝึกตนกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ ดังนั้นเส้นทางสู่ห้องครัวของเวิ่นจีฮ่าวจึงสะดวกมากๆ. เขากระโดดข้ามกำแพงไปแล้วเคาะประตูเพื่อบอกให้คนครัวรู้.

“อ้า! เจ้ากลับมาแล้ว” ป้าแม่ครัวหลิวจิงโผล่มาที่ด้านหลังเขา.

“คำนับท่านป้าหลิว” เวิ่นจีฮ่าวกล่าวแล้วคำนับอย่างสุภาพให้. เขาหยิบกล่องข้าวเปล่าออกมาจากมิติเก็บของแล้วส่งคืนให้นาง “มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่ครับ?”

หลิวจิงส่ายหัวให้ “ผู้ฝึกตนหนุ่ม ท่านควรจะกลับไปฝึกนะคะ”

“ข้าฝึกเสร็จแล้วครับ. อย่าเกรงใจเลย ข้าทำได้หลายอย่างเลยนะ” เวิ่นจีฮ่าวกล่าว.

“โอ้ ผู้ชายตัวโตๆแบบนี้มาช่วยข้าแล้วกัน” ชายชราคนหนึ่งกล่าวออกมา.

หลิวจิงทำหน้าไม่พอใจ “ตาเฒ่าถัง ท่านอย่า-”

“ได้เลยครับๆ ไม่ต้องเกรงใจ” เวิ่นจีฮ่าวคำนับตาถัง “ให้ข้าช่วยอะไรหรือครับ?”

“พวกเราต้องไปขนวัตถุดิบของวันนี้มาจากสวนของสำนักน่ะ” ตาเฒ่าถังกล่าว.

“ข้าทำได้ครับ”

เรื่องแรงงานนี่ง่ายอยู่แล้ว. เวิ่นจีฮ่าวตามกลุ่มชายและหญิงไปที่สวนผักของสำนักตะวันทอง. ผักพวกนั้นเลี้ยงโดยใช้น้ำวิญญาณจึงมีความบริสุทธิเหมาะสำหรับผู้ฝึกตนมาก.

เหล่าชาวสวนได้เตรียมตะกร้าที่มีผักเอาไว้ให้แล้ว. เหลือแค่ต้องยกตะกร้าพวกนั้นกลับไปที่ครัว. ทว่ามันมีจำนวนเยอะมากและกว่าจะเดินไปถึงรถลากก็ไกลพอตัว.

เวิ่นจีฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงมองไปที่ดาบของตัวเอง.

ดาบ...ที่บินได้...

เขาค่อยๆคิด, นึกถึงความทรงจำของร่างต้นไว้. เขาค่อยๆใส่พลังปราณลงไปในดาบทำให้มันลอยขึ้นมา. ฮ่า, สำเร็จแล้ว!  จากนั้นเวิ่นจีฮ่าวก็นำตะกร้าไปแขวนไว้กับดาบด้วยตัวด้ามจับของมัน.

คนครัวคนอื่นๆพากันอึ้งไปหมด. ผู้...ผู้ฝึกตนผู้นี้ใช้ดาบตัวเองเป็นเสาซะงั้น!

เวิ่นจีฮ่าวนำดาบบินและตะกร้าที่ห้อยอยู่ไปไว้บนรถลากได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็กลับมาทำซ้ำอีก.

งานนั้นเป็นไปอย่างง่ายดายและเร็วมาก จากนั้นรถก็ถูกม้าลากไปที่ห้องครัว.

หลิวจิงที่คอยคุมเรื่องผักอยู่ในครัวเห็นสีหน้าของเวิ่นจีฮ่าวแล้วจึงอดถามไม่ไหว.

“ผู้ฝึกตนหนุ่ม ท่านมีสิ่งใดต้องการหรือคะ?” นางถามออกไป.

เวิ่นจีฮ่าวตัดสินใจทำตัวหน้าด้านแล้วพยักหน้ารับไป “ท่านป้าพอจะมีบะหมี่เผ็ดไหมครับ?”

“เดี๋ยวข้าทำให้เดี๋ยวเดียวค่ะ” หลิวจิงกล่าว “เชิญนั่ง เชิญนั่ง”

คนครัวคนหนึ่งดึงเก้าอี้มาให้เวิ่นจีฮ่าว. เขามองป้าหลิวจิงทำอาหารด้วยความสนใจ: เหมือนที่เห็นในวิดีโอเลย. ในยุคโบราณนี้ พวกเขาไม่มีเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า, เวิ่นจีฮ่าวจึงถือวิสาสะนำฟืนใส่ให้.

บะหมี่นั้นถูกทำขึ้นสดๆและเอาไปลวกน้ำเดือดอย่างรวดเร็ว. หลิวจิงนำผักและเนื้อมาผัดกับเครื่องปรุงต่างๆ แล้วสุดท้ายก็ออกมาเป็นบะหมี่เผ็ดให้เวิ่นจีฮ่าว.

เวิ่นจีฮ่าวมองตากว้างขณะที่กลิ่นของเครื่องเทศพัดเข้าจมูก “ขอบพระคุณครับท่านป้าหลิว”

“เชิญค่ะ ไม่ต้องขอบคุณหรอก” หลิวจิงกล่าว.

เวิ่นจีฮ่าวกินบะหมี่เข้าไปแล้วพบว่ารสชาตินั้นอร่อยเหมือนกับพวกมาม่าเลย แต่บะหมี่อันนี้ดีกว่าเส้นมาม่าอีก.

“โฮ่, กินเก่งจังเลยนะ” ตาถังกล่าว “ท่านเป็นผู้ฝึกตนที่น่าสนใจจริงๆ พ่อหนุ่ม”

“ท่านไม่อยากไปนั่งกินกับผู้ฝึกตนคนอื่นที่ห้องโถงรึ?” คนครัวคนหนึ่งเอ่ยปากถามออกมาด้วยคิ้วขมวด.

เวิ่นจีฮ่าวส่ายหัว “ข้าชอบบรรยากาศที่นี่มากกว่า. ท่านป้ามีพริกอีกไหมครับ?”

หลิวจิงประหลาดใจ. นางผัดให้ก็เผ็ดพอตัวแล้ว “มีมี, นี่จ่ะ”

เวิ่นจีฮ่าวเทพริกเผาหนึ่งช้อนลงไปในชามบะหมี่ของเขาอย่างมีความสุขจากนั้นก็กินต่อ. สีหน้าที่มีความสุขของเขาทำให้คนรอบๆเริ่มหิวขึ้นมาเช่นกัน จนสุดท้ายพวกเขาก็มานั่งกินบะหมี่ผัด (ที่เผ็ดไม่เหมือนกัน) ด้วยกันในเช้าวันนั้น.

จบบทที่ ตอนที่ 8 – บะหมี่เผ็ดกับดาบบินแสนประโยชน์

คัดลอกลิงก์แล้ว