- หน้าแรก
- ระบบแต้มบุญ ทำไมรางวัลคือสามีสายหื่น
- บทที่ 25 หยางลี่ลี่ตัวปัญหา
บทที่ 25 หยางลี่ลี่ตัวปัญหา
บทที่ 25 หยางลี่ลี่ตัวปัญหา
บทที่ 25 หยางลี่ลี่ตัวปัญหา
หยางลี่ลี่กับหยางชิงเสวี่ยกำลังตบตีกันอย่างดุเดือด
พูดให้ถูกคือเป็นฝ่ายหยางลี่ลี่ที่ไล่ทุบตีอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า
มือข้างหนึ่งของหล่อนจิกทึ้งผมของหยางชิงเสวี่ย ส่วนอีกข้างก็ตบหน้าฉาดใหญ่จนใบหน้าจิ้มลิ้มของหยางชิงเสวี่ยบวมแดงไปหมด
เหตุเกิดที่หน้าบ้านของหยางชิงเสวี่ยเอง
เพื่อนบ้านหลายคนพยายามเข้ามาห้ามทัพ
"หยุดเถอะ! เลิกตีกันได้แล้ว!"
"วันนี้ฉันจะตบนังสารเลวนี่ให้ตาย! หล่อนหลอกเอาเงินฉันไป ขายงานให้ฉัน แล้วยังบอกวิธีทำงานผิดๆ จนฉันโดนไล่ออก! นังงูพิษ! ฉันหลงนึกว่าหล่อนเป็นคนดีซะอีก!"
ตอนนี้หยางลี่ลี่กำลังหน้ามืดตามัวเพราะเรื่องแต่งงาน
เงื่อนไขสำคัญที่ฝ่ายชายยื่นคำขาดคือต้องมีงานทำ
ตอนนี้งานหายวับไปกับตา
หล่อนไม่มีทางปล่อยหยางชิงเสวี่ยที่เป็นคนมอบความหวังให้หล่อนลอยนวลแน่
คนที่มุงดูอยู่ล้วนเป็นคนในละแวกโรงงาน พอจะรู้เรื่องที่หยางลี่ลี่ตกงานมาบ้าง ต่างก็ซุบซิบวิจารณ์กันเซ็งแซ่
ลู่อวิ๋นเซียงยืนฟังอยู่ข้างๆ
แล้วเธอก็พอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
พูดตามตรง เรื่องนี้หยางชิงเสวี่ยก็ถือว่าซวยอยู่เหมือนกัน
งานของหยางชิงเสวี่ยเป็นพนักงานในไลน์ผลิต ไม่ต้องใช้ทักษะอะไร ไม่เหนื่อย แต่จำเจน่าเบื่อหน่าย
แต่ใครบ้างที่ไม่ต้องผ่านจุดนี้?
หยางลี่ลี่เพิ่งทำงานวันแรก ตอนแรกก็กระตือรือร้นดี แต่พอต้องหยิบจับของวางเข้าวางออกซ้ำซาก หล่อนก็หมดความอดทนเพราะเพิ่งเคยทำงานครั้งแรก
หล่อนเริ่มหาวและง่วงนอน
หยางลี่ลี่เป็นคนจับจดและหลงตัวเอง
หล่อนคิดว่าตัวเองกำลังจะได้แต่งงานกับจางเหลียงที่เป็นถึงช่างเทคนิคระดับสูง สถานะของหล่อนย่อมสูงส่งตามไปด้วย การมาทำงานใช้แรงงานไร้ทักษะแบบนี้มันลดเกรดตัวเองชัดๆ
ด้านหลังจุดทำงานของหล่อนมีเครื่องจักรที่ช่างเทคนิคคุมอยู่
ตอนนั้นเจ้าหน้าที่คนนั้นไปเข้าห้องน้ำ
หยางลี่ลี่แอบสังเกตการทำงานของอีกฝ่ายมานานแล้ว เห็นว่าแค่ดึงสวิตช์ลงแล้วกดปุ่ม ก็เสร็จเรียบร้อย
หล่อนเลยถือโอกาสตอนที่อีกฝ่ายไม่อยู่ ลองเข้าไปทำดูบ้าง
ผลเป็นยังไงน่ะเหรอ?
ช่างเทคนิคสมัยนี้ต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นกว่าจะเริ่มงานได้ มันไม่ใช่แค่ดึงๆ กดๆ ง่ายๆ อย่างที่หยางลี่ลี่คิด
หล่อนเห็นแค่มือที่ขยับ แต่ไม่เห็นจังหวะการใช้เท้าเหยียบ และไม่รู้ว่าต้องกดสวิตช์นิรภัยก่อนเดินเครื่อง
หยางลี่ลี่ไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย
หล่อนทำตามเท่าที่ตาเห็น
ท่าทางขึงขังเหมือนผู้เชี่ยวชาญ แต่พอเดินเครื่องปุ๊บ เสียงระเบิดก็ดังสนั่น แล้วเครื่องจักรก็พังยับ...
ตอนนั้นหยางลี่ลี่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก
คนอื่นๆ ก็ตกตะลึงกันหมด
ช่างเทคนิคที่กลับมาจากห้องน้ำเห็นสภาพนั้นก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า พุ่งเข้าไปตบหน้าหยางลี่ลี่ทันที
"ใครใช้ให้เธอไปแตะต้องมัน! ถ้าอยากตายก็ไปตายคนเดียว อย่ามาลากฉันซวยไปด้วย!"
อีกฝ่ายเป็นผู้ชายที่กำลังโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง แรงตบเลยไม่ออมมือแม้แต่น้อย
สมัยนี้งานการหายาก
ถ้าหยางลี่ลี่ทำเขาตกงาน เขาไม่จบแค่นี้แน่!
เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต
พอผู้อำนวยการโรงงานมาถึงและรู้เรื่องราว ก็สรุปได้ทันทีว่าหยางลี่ลี่ถือวิสาสะใช้เครื่องจักรโดยพลการ ความรับผิดชอบตกอยู่ที่หล่อนเต็มๆ
แม้เสียงระเบิดจะดังน่ากลัว แต่โชคดีที่ส่วนสำคัญไม่เสียหายหนัก แต่ก็ต้องใช้เวลาซ่อม
เรื่องนี้ร้ายแรงเกินไป
หยางลี่ลี่ถูกไล่ออกทันทีและต้องชดใช้ค่าซ่อมแซมอีกห้าร้อยหยวน
หยางลี่ลี่เดินร้องไห้ออกมาจากโรงงาน
ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ ยิ่งเจ็บใจและไม่ยินยอม
ทำงานวันแรกโดนไล่ออก โดนตบ แถมยังต้องจ่ายค่าเสียหายตั้งห้าร้อย...
เงินห้าร้อยหยวนค่าซ่อมเครื่องจักร หล่อนไม่มีปัญญาจ่ายให้โรงงานหรอก
เงินสองร้อยหยวนที่เอามาจ่ายค่าซื้องานให้หยางชิงเสวี่ย หล่อนก็ต้องกราบกรานขอยืมพ่อแม่มา โดยสัญญากับที่บ้านว่าถ้าได้แต่งงานกับจางเหลียงแล้วจะคอยจุนเจือครอบครัว
พ่อแม่หล่อนเห็นแก่เงินเดือนและฐานะบ้านจางเหลียง ถึงได้กัดฟันยอมให้ยืม!
งานบ้าบออะไรกัน?
โรงงานเฮงซวยอะไรกัน?
ทั้งหมดเป็นเพราะหยางชิงเสวี่ยไม่เตือนหล่อน
ถ้าหยางชิงเสวี่ยเตือนสักคำว่าอย่าไปยุ่งกับเครื่องจักรคนอื่น หล่อนก็คงไม่ทำ!
ความผิดของหยางชิงเสวี่ยทั้งนั้น
นั่นคือสาเหตุของฉากตบตีตรงหน้านี้
หล่อนมาเพื่อระบายความแค้นและให้หยางชิงเสวี่ยชดใช้!
ลู่อวิ๋นเซียงยืนดูอยู่ข้างๆ รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
หยางชิงเสวี่ยไม่รู้หรือไงว่าหยางลี่ลี่เป็นตัวปัญหาแค่ไหน?
เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหยางลี่ลี่แท้ๆ จะไม่รู้สันดานกันเชียวหรือ?
ก็เพราะรู้ว่าหยางลี่ลี่เป็นตัวปัญหา หล่อนถึงได้เอางานของลู่อวิ๋นเซียงโยนให้หยางลี่ลี่ไงล่ะ
ตอนนี้ลู่อวิ๋นเซียงลอยตัวเหนือปัญหา ส่วนหยางลี่ลี่ก็กลับมาแว้งกัดหยางชิงเสวี่ยแทน
คนหนึ่งพยายามสร้างภาพเป็นแม่ดอกบัวขาวผู้บอบบางและใจดี อีกคนเป็นหญิงปากตลาดขาลุย
หยางชิงเสวี่ยไม่มีทางรับมือหยางลี่ลี่ไหวหรอก
สมน้ำหน้า!
อันที่จริงในชาติก่อนก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้
ตอนนั้นหยางลี่ลี่ได้งานของลู่อวิ๋นเซียงไป หล่อนคิดว่าตัวเองทำไหว แต่เอาเข้าจริงกลับคิดเลขบัญชีไม่ถูกเลยสักนิด
ยังดีที่ตอนนั้นหล่อนเพิ่งเริ่มงานและยังไม่ทันก่อเรื่องใหญ่โต อาศัยช่วงชุลมุนแอบวิ่งเต้นหาคนเปลี่ยนตำแหน่งงานให้ตัวเอง
อาจเพราะเจออุปสรรคตั้งแต่เริ่ม พอเปลี่ยนงานไปอยู่ฝ่ายผลิต หล่อนเลยตั้งใจทำงานเจียมเนื้อเจียมตัว
สุดท้ายเลยได้แต่งงานกับจางเหลียงสมใจ
แต่ชาตินี้ หล่อนคงหมดสิทธิ์แต่งงานกับจางเหลียงแล้วล่ะ
ลู่อวิ๋นเซียงดูละครฉากนี้จนหนำใจแล้วก็หันหลังเตรียมจะกลับ
หยางชิงเสวี่ยเจ็บจนหนังหัวชาไปหมดเพราะถูกกระชากผม หน้าตาบวมเป่งดูไม่ได้ หยางลี่ลี่อาละวาดใส่หล่อนราวกับคนบ้า ระบายความโกรธทั้งหมดลงที่หล่อน
หล่อนทำได้แค่ร้องไห้อย่างหมดหนทาง
คนหกเจ็ดคนยังงัดมือหยางลี่ลี่ออกจากผมของหล่อนไม่ได้
หนังหัวหล่อนจะหลุดอยู่รอมร่อ
ในความสิ้นหวังและไร้หนทาง หล่อนเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยของลู่อวิ๋นเซียง แล้วเห็นอีกฝ่ายหันหลังเดินหนี
หล่อนกรีดร้องสุดเสียง
"ลู่อวิ๋นเซียง!"
ฝีเท้าของลู่อวิ๋นเซียงชะงักไปครู่หนึ่งแต่ไม่ได้หยุดเดิน
หยางชิงเสวี่ยรีบตะโกนบอกหยางลี่ลี่ทันที "หยางลี่ลี่ รีบไปจับลู่อวิ๋นเซียงไว้! ให้มันหางานให้เธอ! มันเก่งจะตาย! ถ้าเธออยากแต่งงานกับจางเหลียง รีบไปขวางลู่อวิ๋นเซียงเร็ว!"
ตอนนี้หยางลี่ลี่เหมือนหมาบ้าที่จนตรอก
หล่อนต้องการงาน
หล่อนต้องการเงิน!
ไม่อย่างนั้นชีวิตหล่อนพังแน่
ประจวบเหมาะกับที่หล่อนเห็นลู่อวิ๋นเซียงพอดี หล่อนจึงปล่อยมือจากหยางชิงเสวี่ย แล้ววิ่งไล่กวดลู่อวิ๋นเซียงไปทันที