322-323
322-323
บทที่ 322: จักรพรรดิมารฟ้า และ จักรพรรดิอสูร
…………
ณ ทวีปจักรพรรดิอันไกลโพ้น
เวลานี้ ทั่วทั้งทวีปจักรพรรดิได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชาวแดนมารอย่างเบ็ดเสร็จ กองกำลังต่างๆ ในทวีปจำต้องก้มหัวยอมจำนนอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง เพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นไปก่อน
อาณาเขตวังหลวงอันกว้างใหญ่ไพศาลของตระกูลจักรพรรดิสวี่หยวน บัดนี้คลาคล่ำไปด้วยร่างของผู้ฝึกตนจากแดนมาร
ไม่ว่าจะเป็น เผ่ามารฟ้า เผ่าอสูร เผ่าภูตผี หรือเผ่ารากษส ต่างเดินเข้าออกกันอย่างอิสระเสรีราวกับเป็นบ้านของตนเอง
ณ เขาหลังของตระกูลสวี่หยวน
ร่างของบุรุษผู้ทรงอำนาจสองคนยืนตระหง่านอยู่
คนหนึ่งมีเขาดำทมิฬสองข้างงอกออกมาจากศีรษะ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายแห่งราชันย์ผู้ปกครองหล้า ดูยิ่งใหญ่เกรียงไกร แรงกดดันที่ปล่อยออกมานั้นระบุได้ชัดเจนถึงระดับจักรพรรดิราชันย์ ขั้น 4
ส่วนอีกคนหนึ่ง สวมเกราะอ่อนสีม่วง ใบหน้ามีความคล้ายคลึงกับซิวหลัวเยียนหรานอยู่หลายส่วน หว่างคิ้วประทับด้วยตราสัญลักษณ์เผ่าอสูร สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก
ระดับพลังของเขาด้อยกว่าคนข้างๆ เล็กน้อย อยู่ที่ระดับจักรพรรดิราชันย์ ขั้น 3
ตัวตนของทั้งสองคือจุดสูงสุดแห่งแดนมาร
จักรพรรดิมารฟ้า 'มัวอวิ๋นเสวียน'
และ จักรพรรดิอสูร 'ซิวหลัวมั่วเทียน'
"สวี่หยวนซู่และพรรคพวกหนีไปแล้ว แถมยังกวาดทรัพยากรของตระกูลไปเกลี้ยง เหลือทิ้งไว้แค่เปลือกวังเปล่าๆ"
"หนีได้รวดเร็วปานนี้ แสดงว่าเตรียมการมาเป็นอย่างดี"
"ดูท่า สวี่หยวนเฟินจะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าพวกเราจะฉีกสัญญาและบุกทวีปจักรพรรดิ"
จักรพรรดิมารฟ้า มัวอวิ๋นเสวียน ทอดสายตามองกลุ่มพระราชวังที่ว่างเปล่า มือไพล่หลังพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"นั่นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย"
"ตอนนี้ทวีปจักรพรรดิตกอยู่ในมือพวกเราแล้ว ต่อให้สวี่หยวนเฟินเตรียมการมาดีแค่ไหน ก็ไม่มีปัญญามาแย่งคืนไปได้หรอก"
"แต่ข้าได้ลองสอบถามจักรพรรดิที่รั้งอยู่ที่นี่ดู ได้ความว่า สาเหตุหลักที่ราชวงศ์เทียนเหยียนถูกยัดข้อหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับแดนมาร ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเผ่าอสูรของข้า"
จักรพรรดิอสูร ซิวหลัวมั่วเทียน ขมวดคิ้วมุ่น
"เกี่ยวกับเผ่าอสูรของเจ้ารึ?"
"หรือว่าราชวงศ์เทียนเหยียนนั่น เจ้าเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังจริงๆ?"
จักรพรรดิมารฟ้าเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
ซิวหลัวมั่วเทียนส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่ใช่ ข้าถามระดับสูงในเผ่าทุกคนแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องราชวงศ์เทียนเหยียนเลย"
"แต่ในเมื่อมีข่าวลือออกมาแบบนั้น ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ... ในราชวงศ์เทียนเหยียน มีคนของเผ่าอสูรอาศัยอยู่!"
"และคนคนนั้น อาจจะเป็นเยียนหราน!"
สัญชาตญาณความเป็นพ่อบอกว่า ลูกสาวของเขาต้องอยู่ที่นั่นแน่
แต่ยิ่งคิด คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดแน่น
เพราะสวี่หยวนเฟินระดมพลจำนวนมหาศาลไปถล่มราชวงศ์เทียนเหยียน
หากลูกสาวของเขาอยู่ที่นั่นจริง
เกรงว่าจุดจบคงไม่สวยงามแน่
นี่คือความห่วงใยของบิดาที่มีต่อบุตรสาว ไม่เกี่ยวกับฐานะหรือการเมืองใดๆ
จักรพรรดิมารฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง
เขารู้ดีว่าเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้จักรพรรดิอสูรยอมร่วมมือเป็นตัวตั้งตัวตีในการฉีกสัญญาพันธมิตร ก็คือลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนนี้
ข่าวการหายตัวไปของบุตรีแห่งเผ่าอสูรดังกระฉ่อนไปทั่วแดนมาร
ซิวหลัวมั่วเทียนแทบจะพลิกแผ่นดินหา
เผ่าพันธมิตรอีกสี่เผ่าก็ช่วยส่งคนออกตามหา
แต่หายังไงก็ไม่พบ
ทว่าตะเกียงชีวิตที่เก็บไว้ในเผ่ากลับยังลุกโชน แสดงว่านางยังไม่ตาย
นั่นทำให้จักรพรรดิอสูรเริ่มสงสัยว่า หรือนางจะหนีข้ามมิติมายังเทียนจี๋เจี้ย?
"ตามข้อมูลที่รวบรวมมา ราชวงศ์เทียนเหยียนแห่งนี้ดูไม่ธรรมดาเลย"
"เจ้าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้"
"รอจัดการทางนี้ให้เรียบร้อย ให้จักรพรรดิรากษสเฝ้าทวีปจักรพรรดิ แล้วพวกเราค่อยยกทัพไปทวีปเสวียนโจว"
"ไปยับยั้งโศกนาฏกรรมที่อาจจะยังไม่เกิด"
จักรพรรดิมารฟ้าเอ่ยปลอบใจเบาๆ
เขาก็พูดอะไรมากไม่ได้ เพราะระยะทางระหว่างสองทวีปนั้นไกลโข
ต่อให้เป็นระดับจักรพรรดิราชันย์ ก็ไม่อาจไปถึงได้ในชั่วพริบตา
และถ้าคำนวณเวลา ป่านนี้กองทัพของสวี่หยวนเฟินคงไปถึงที่นั่นนานแล้ว
ซิวหลัวมั่วเทียนหยิบตะเกียงชีวิตของลูกสาวออกมาดู เห็นเปลวไฟยังไหวระริก ก็พอจะอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
"ขอให้เป็นเช่นนั้นเถอะ..."
……………………
ณ หุบเขาลึกลับ ห่างจากทวีปจักรพรรดิราวสามหมื่นลี้
หุบเขานี้มีนามว่า 'หุบเขาคนโฉด' ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของทวีปจักรพรรดิ
เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อระหว่างทวีปจักรพรรดิและทวีปเสวียนโจว
เวลานี้ สวี่หยวนซู่ น้องชายคนรองของตระกูลจักรพรรดิ, สวี่หยวนว่านเย่ ผู้อาวุโสใหญ่, สวี่หยวนเชียนเจวี๋ย ผู้อาวุโสรอง และเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดระดับจักรพรรดิสวรรค์อีกนับสิบคน
กำลังนำพาคนในตระกูลและทรัพย์สมบัติทั้งหมดมาพักรออยู่ที่นี่
พวกเขากำลังรอการกลับมาของผู้นำตระกูล
สวี่หยวนเฟินได้วางแผนไว้อย่างรัดกุม
หากแดนมารบุก ให้สวี่หยวนซู่นำคนถอยมาตั้งหลักที่หุบเขาคนโฉด
รอจนกว่าเขาจะกวาดล้างราชวงศ์เทียนเหยียนเสร็จสิ้น แล้วจะยกทัพสามพันล้านนายกลับมารวมพลที่นี่ เพื่อตีโต้กลับและเปิดศึกใหญ่กับแดนมาร
แผนการนี้สมบูรณ์แบบ ไร้ช่องโหว่
แต่สวี่หยวนเฟินคงฝันไม่ถึง
ว่าในขณะที่น้องชายหนีมารอตามนัด
ตัวเขาและจักรพรรดิไร้ลักษณ์ กลับต้องไปนอนคุยกับรากมะม่วงที่ทวีปเสวียนโจวเสียแล้ว
ช่างน่าอับอายยิ่งนัก
"แปลกจริง ทำไมหนังตาขวาข้ากระตุกไม่หยุดเลย?"
"หรือจะเกิดเรื่องร้ายกับพี่ใหญ่?"
บนยอดเขา สวี่หยวนซู่พึมพำด้วยสีหน้ากังวล
"ท่านรอง ขวาร้ายซ้ายดี มันก็แค่ความเชื่อของพวกชาวบ้านร้านตลาด"
"ท่านผู้นำผสานวิญญาณเซียนสำเร็จ พลังรุดหน้าแบบก้าวกระโดด"
"อย่าว่าแต่ราชวงศ์เทียนเหยียนเลย ต่อให้จักรพรรดิมารฟ้ามาเอง ก็คงต้องวิ่งหนีหางจุกตูด"
"ป่านนี้ราชวงศ์เทียนเหยียนคงราบเป็นหน้ากลอง และพี่ใหญ่คงยึดทวีปเสวียนโจวได้เบ็ดเสร็จแล้วกระมัง"
สวี่หยวนเชียนเจวี๋ย ผู้อาวุโสรอง หัวเราะร่าอย่างมั่นใจ
"ใช่แล้วท่านรอง"
"ท่านคิดมากไปเอง ด้วยพลังของท่านผู้นำ ไม่มีอะไรต้องกังวล"
"ไอ้เจ้าตงฟางหยวนแห่งราชวงศ์เทียนเหยียน สำหรับท่านผู้นำแล้ว ก็แค่แมลงวันที่ตบทีเดียวก็ตาย"
สวี่หยวนว่านเย่ ผู้อาวุโสใหญ่ เสริมขึ้นอย่างหนักแน่น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สวี่หยวนซู่ก็นึกถึงพลังอันไร้เทียมทานของพี่ชาย คิ้วที่ขมวดจึงเริ่มคลายลง "นั่นสินะ ข้าคงคิดมากไปเอง"
บทที่ 323: ตระกูลจักรพรรดิสวี่หยวน... สูญสิ้น!
"รอท่านผู้นำกลับมา เราจะเปิดฉากโจมตีสวนกลับ ไม่เพียงแค่ทวงคืนทวีปจักรพรรดิ แต่เราจะบุกยึดแดนมารมันซะเลย!"
"ยุคทองของตระกูลสวี่หยวน กำลังจะมาถึงแล้ว!"
"วันที่ตระกูลเราจะได้ปกครองทั้งเทียนจี๋เจี้ยและแดนมาร อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม!"
ผู้อาวุโสคนหนึ่งตะโกนปลุกใจด้วยความฮึกเหิม
ทุกคนที่ได้ยินต่างตาลุกวาวด้วยความหวัง
ยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของพวกเขากำลังจะอุบัติขึ้น!
"หึหึหึ..."
"ยุคทองของตระกูลสวี่หยวนงั้นรึ?"
"ฝันกลางวันของพวกเจ้า คงต้องจบลงตรงนี้แหละ"
"เพราะต่อจากนี้ไปอีกหมื่นล้านปี ผู้ปกครองเทียนจี๋เจี้ยจะมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ ราชวงศ์เทียนเหยียน!"
ทันใดนั้น สุ้มเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความโกลาหล ก้องกังวานลงมาจากฟากฟ้า สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหุบเขาคนโฉด
"ใคร?!"
"ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!!"
คนของตระกูลสวี่หยวนหน้าเปลี่ยนสีทันที
มีคนเจอตัวพวกเขา! แถมยังเข้ามาประชิดตัวขนาดนี้!
สวี่หยวนซู่ตวาดลั่น จ้องมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยสายตาดุร้าย
สวี่หยวนว่านเย่ สวี่หยวนเชียนเจวี๋ย และเหล่าผู้อาวุโส ต่างตั้งท่าระวังภัย สายตาสอดส่ายไปทั่วทิศ
ท่ามกลางม่านเมฆ ตำหนักลอยฟ้ามังกรคู่ค่อยๆ เผยโฉมออกมา
ขุนพลนับร้อย พร้อมด้วยจูเก๋อเหลียงและราชาพิษสวรรค์ สองยอดฝีมือระดับจักรพรรดิสวรรค์ขั้นสูงสุด ยืนอารักขาอยู่รอบตำหนัก
"นั่น... นั่นมัน!"
"ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิราชันย์ของราชวงศ์เทียนเหยียน?!"
"ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้?!"
สวี่หยวนซู่จำจูเก๋อเหลียงได้แม่นยำ ถึงกับอุทานด้วยความตกใจ
ตอนที่ใช้เนตรสวรรค์ส่องดู พวกเขาเห็นกับตาว่าชายคนนี้คือตัวการที่ขัดขวางไม่ให้สวี่หยวนไป่จ้านหนีรอด
แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ...
ทำไมมันถึงมาโผล่ที่หุบเขาคนโฉด?
มันควรจะอยู่ที่ทวีปเสวียนโจวสิ!
ตามเวลาแล้ว มันน่าจะโดนพี่ใหญ่ฆ่าตายไปแล้วไม่ใช่รึ ไงยังมายืนหัวโด่ได้?
"หรือว่าเกิดเรื่องผิดพลาดทางฝั่งท่านผู้นำ?"
คำถามนี้ผุดขึ้นในใจของทุกคน
และสิ่งที่สวี่หยวนซู่สังเกตเห็นอีกอย่างคือ จูเก๋อเหลียงและราชาพิษสวรรค์ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก
ท่าทางเหมือนกำลังอารักขาใครบางคน
คนในตำหนักนั่น หรือว่าจะเป็น...
"หึ... บังเอิญจริงๆ"
"เดิมทีเจิ้นกะว่าจะไปจัดการเรื่องแดนมารให้จบก่อน แล้วค่อยกลับมากวาดล้างพวกหมาจนตรอกอย่างพวกเจ้า"
"นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอพวกเจ้ามุดหัวอยู่ที่นี่"
"ช่างเป็นโชคดีที่ได้มาโดยไม่ต้องออกแรงหาจริงๆ"
"ก็ดี งั้นก็ส่งพวกเจ้าไปลงนรกพร้อมกันที่นี่ซะเลย"
"ถือซะว่าเจิ้นเลือกหลุมฝังศพที่วิวทิวทัศน์ดีๆ ให้พวกเจ้าก็แล้วกัน"
ร่างของตงฟางหยวนค่อยๆ ลอยออกมาจากตำหนักลอยฟ้ามังกรคู่ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเวหา สายตามองลงมายังฝูงมดปลวกเบื้องล่างด้วยความเวทนาปนสมเพช
สวี่หยวนซู่และพรรคพวกถึงกับสมองตื้อ
ไม่อยากเชื่อสายตาว่าตงฟางหยวนจะมาอยู่ที่นี่จริงๆ
"ตงฟางหยวน?!"
"เจ้า... พวกเจ้ามาที่นี่ได้ยังไง?"
"หรือว่า... เจ้าหลบเลี่ยงกองทัพของท่านผู้นำมางั้นรึ?" สวี่หยวนว่านเย่ถามเสียงเครียด
"ผู้นำของเจ้า?"
"หึ... ป่านนี้คงนอนคุยกับรากไม้คู่กับเจ้าเฉินผิงเทียนอยู่ที่ทวีปเสวียนโจวแล้วกระมัง"
"ดูท่าพวกเจ้าจะยังไม่รู้ข่าวสินะ"
ตงฟางหยวนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา แววตาไร้ซึ่งความรู้สึก
"เป็นไปไม่ได้!!"
"ตงฟางหยวน เจ้าโกหกหน้าด้านๆ!"
"ท่านผู้นำของข้ามีพลังไร้เทียมทาน ในประวัติศาสตร์เทียนจี๋เจี้ยหาคนต่อกรได้ยาก!"
"คิดจะใช้คำโกหกตื้นๆ มาปั่นป่วนจิตใจพวกข้า เจ้าคิดว่าข้าจะโง่เชื่อรึไง?!"
สวี่หยวนว่านเย่ตะคอกกลับทันควัน
เขาไม่มีวันเชื่อว่าท่านผู้นำจะตาย!
นี่ต้องเป็นแผนสกปรกของตงฟางหยวนแน่นอน!
"คิดมากไปแล้ว"
"เจิ้นไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ขนาดนั้น"
"อีกอย่าง พวกเจ้าก็ไม่มีค่าพอให้เจิ้นต้องเปลืองสมองวางแผน"
"ให้เวลาสั่งเสียแล้วไม่รู้จักใช้ ตายไปก็อย่ามาโทษว่าเจิ้นไร้เมตตาก็แล้วกัน"
ตงฟางหยวนกล่าวจบ ก็ยกฝ่ามือขึ้นสู่ท้องฟ้า
พลังแห่งความโกลาหลอันมหาศาลปกคลุมทั่วฟ้าเหนือหุบเขาคนโฉด เมฆหมอกแห่งความโกลาหลสีขาวโพลนแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่นับล้านลี้
พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ โรยตัวลงมา บดขยี้สามัญสำนึกของคนตระกูลสวี่หยวนจนแหลกสลาย
ปัง! ปัง! ปัง!
"เป็นไปไม่ได้..."
"ทำไม... ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้..."
โพละ!!
โพละ! โพละ!......
ทั่วทั้งหุบเขาคนโฉด เสียงระเบิดของเลือดเนื้อและวิญญาณดังระงมต่อเนื่องราวกับจุดประทัดยักษ์ ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน ฝนเลือดโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
พลังที่ตงฟางหยวนปลดปล่อยออกมานั้นหนักหน่วงราวกับฟ้าถล่มทับ
คนของตระกูลสวี่หยวนระเบิดตายไปทีละคน ทีละกลุ่ม
ไม่มีใครต่อต้านได้แม้แต่คนเดียว
สวี่หยวนซู่และสวี่หยวนว่านเย่ สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวที่เหนือจินตนาการ
ในวินาทีสุดท้ายก่อนตาย พวกเขาถึงได้ตระหนักว่า... เรื่องที่ท่านผู้นำตาย น่าจะเป็นเรื่องจริง
แต่น่าเสียดาย ความกลัวเพิ่งจะก่อตัว ร่างกายและวิญญาณของพวกเขาก็ถูกบดขยี้จนระเบิดเป็นจุณ ดับสูญไปตลอดกาล
หุบเขาคนโฉด บัดนี้กลายเป็นทะเลเลือด
การลงมือของตงฟางหยวนนั้นยุติธรรมเสมอภาค
ไม่ว่าเป็นระดับจักรพรรดิสวรรค์หรือระดับลูกกระจ๊อก ก็มีค่าเท่ากัน
ต่างกันแค่พวกระดับสูงอาจจะทนได้นานกว่าครึ่งวินาที
ไม่ถึงหนึ่งนาที เสียงระเบิดก็เงียบลง
หุบเขาคนโฉด ไร้ซึ่งสัญญาณชีพใดๆ
ตงฟางหยวนสะบัดมือเบาๆ พลังวิญญาณกวาดทรัพย์สมบัติและทรัพยากรทั้งหมดที่ตระกูลสวี่หยวนขนมา เข้าสู่กระเป๋าของตนในพริบตา
"ไป ไปทวีปจักรพรรดิ"
"พะยะค่ะ ฝ่าบาท"
จัดการเรื่องน่ารำคาญใจเสร็จสิ้น ตงฟางหยวนก็กลับเข้าสู่ตำหนัก มุ่งหน้าสู่ทวีปจักรพรรดิต่อไป