- หน้าแรก
- วุ่นรักย้อนเวลา ปฏิบัติการคว้าหัวใจนายจอมโหด
- บทที่ 17: ไอ้คนหน้าด้านนั่นต้องการอะไร?
บทที่ 17: ไอ้คนหน้าด้านนั่นต้องการอะไร?
บทที่ 17: ไอ้คนหน้าด้านนั่นต้องการอะไร?
บทที่ 17: ไอ้คนหน้าด้านนั่นต้องการอะไร?
“เรื่องพนักงานบัญชีเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังเถอะครับ ผมว่าทางภาคเหนือก็ไม่ได้พัฒนาอะไรมากมาย... ซุ่ยจื่อ คุณเคยได้ยินชื่อเมือง Q ไหมครับ?”
เมื่อได้ยินชื่อ “เมือง Q” ความเย็นยะเยือกก็แล่นปราดจากศีรษะจรดปลายเท้าของซุ่ยจื่อ
นั่นคือสถานที่ที่เธอถูกเขาทำร้ายจนย่อยยับ
ทันทีที่ชื่อสถานที่นี้หลุดออกมาจากปากของหลี่โหย่วไฉ เลือดในกายของซุ่ยจื่อราวกับจะจับตัวเป็นก้อน รู้สึกหน้ามืดตาลายไปหมด
เธอก้มหน้าลงต่ำ หลี่โหย่วไฉจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเธอ แต่ความเงียบงันที่เกิดขึ้นนั้นยาวนานเกินปกติไปสักหน่อย
ซุ่ยจื่อกัดปลายลิ้นตัวเอง บังคับให้ตั้งสติและไม่แสดงอาการหวาดกลัวออกมา
“เป็นเมืองแรกหลังจากออกจากด่านไป ฉันเคยเห็นในแผนที่ตอนเรียนหนังสือค่ะ”
คำตอบนี้ไร้ที่ติ
“ผมมีญาติอยู่ที่นั่น เขาบอกว่าที่นั่นดีมาก พัฒนาเร็วกว่าทางภาคเหนือเสียอีก” ดวงตาของหลี่โหย่วไฉฉายแววละโมบ พยายามวาดภาพสวรรค์บนดินที่มีทองคำอยู่ทุกหนทุกแห่ง
“อืม... คุณมีความรู้ ลองไปดูก็ได้นี่คะ”
ซุ่ยจื่อกลัวว่าจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่หากยังคุยต่อ จึงรีบตัดบทแล้วเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
หลี่โหย่วไฉมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาหลงใหล
“อ้วนขนาดนี้ยังสวยได้ขนาดนี้ ผมเพิ่งเคยเจอคนแรกนี่แหละ ถ้าผอมลงหน่อยคงจะดี” หลี่โหย่วไฉเลียริมฝีปาก
“พี่โหย่วไฉคะ~~~”
ซุ่ยจื่อได้ยินเสียงหลิวล่าเหมย หันกลับไปมองแต่ก็ไม่เห็นใคร
หลี่โหย่วไฉรีบดึงหลิวล่าเหมยไปหลบหลังกองฟืน กลัวซุ่ยจื่อจะหันมาเห็น
หลิวล่าเหมยขัดขืน หลี่โหย่วไฉจึงรีบกอดเธอไว้ หลิวล่าเหมยซบหน้าลงกับอกเขาด้วยความสุขเปี่ยมล้น
หลี่โหย่วไฉก้มหน้าลงเห็นรังแคเต็มศีรษะของเธอก็แทบจะอาเจียน
ทำไมผมของซุ่ยจื่อถึงได้ยาวสลวยและหอมอยู่ตลอดเวลานะ?
สักพักหลี่โหย่วไฉก็ผละออก สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ล่าเหมย มาทำอะไรที่นี่?”
“พี่โหย่วไฉ! นังซุ่ยจื่อมันร้ายกาจมาก มันทำลายชื่อเสียงฉันจนป่นปี้ ตอนนี้ฉันแทบจะอยู่ในหมู่บ้านไม่ได้แล้ว!” หลิวล่าเหมยร้องห่มร้องไห้
แม่ของเธอต้องวิ่งเต้นแทบตาย ทั้งจ่ายค่าชดเชยเป็นแต้มทำงานให้ซุ่ยจื่อ ทั้งใช้เส้นสาย กว่าจะรั้งให้เธออยู่ในหมู่บ้านต่อได้ แต่ชื่อเสียงก็เสียหายยับเยิน
หมู่บ้านนี้ไม่มีความลับ ข่าวที่ว่าเธอใส่ร้ายซุ่ยจื่อจนเกือบแท้งลูกแพร่สะพัดไปทั่ว
“พี่โหย่วไฉ เมื่อไหร่เราจะแต่งงานกันคะ? ฉันเป็นของพี่แล้วนะ ถ้าพี่ไม่รับผิดชอบ ฉันจะทำยังไง?” หลิวล่าเหมยเงยหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาถาม
หลี่โหย่วไฉเห็นน้ำมูกบนหน้าเธอก็รู้สึกคลื่นไส้ในท้อง
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก รอให้พี่ได้งานมั่นคงก่อน พี่ถึงจะดูแลเธอได้”
หลี่โหย่วไฉพูดปัดไปที ในใจคำนวณหาวิธีเขี่ยเผือกร้อนอย่างหลิวล่าเหมยให้พ้นตัว
ทำไมตอนวัยรุ่นรสนิยมเขาถึงได้แย่ขนาดนี้นะ? ไปนอนกับผู้หญิงน่าเกลียดพรรค์นี้ได้ยังไง?
ซุ่ยจื่อรีบจ้ำอ้าวกลับบ้าน หัวใจเต้นรัว ฝ่ามือเย็นเฉียบ ลมหายใจถี่กระชั้น
ตอนนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่ เธอนั่งลงบนบันไดหน้าบ้าน ลมหนาวพัดผ่านแขนเสื้อและคอเสื้อบาดลึกเข้าผิวหนัง ความหนาวเหน็บนี้ทำให้เธอใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
ทำไมจู่ๆ หลี่โหย่วไฉถึงพูดเรื่องเมือง Q ขึ้นมา?
คนวิสัยทัศน์สั้นอย่างเขาน่าจะสนใจตำแหน่งพนักงานบัญชีมากๆ แต่ปฏิกิริยาเมื่อกี้กลับแสดงความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน
คำพูดของเขามีพิรุธอย่างมาก
หลี่โหย่วไฉบอกว่าเมือง Q มีโอกาสมากกว่าที่นี่ ซึ่งไม่จริงเลย
ช่วงต้นยุค 80 ทางภาคเหนือกำลังรุ่งโรจน์ เป็นยุคทองของโรงงานขนาดใหญ่ ส่วนเมือง Q ยังเป็นแค่หมู่บ้านชาวประมงขนาดใหญ่เท่านั้น อีกสิบปีให้หลังโน่นแหละที่เกิดคลื่นปลดคนงาน เศรษฐกิจทางเหนือถึงจะเริ่มซบเซา และเมืองชายฝั่งทะเลถึงจะเริ่มเฟื่องฟู
ในชาติที่แล้ว ซุ่ยจื่อไปเมือง Q เพื่อหนีอวี๋จิ้งถิงล้วนๆ เธอไปทำงานเป็นพนักงานบัญชีในโรงงานเล็กๆ ผ่านไปหลายปีถึงเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ จนค่อยๆ ตั้งตัวได้
สภาพความเป็นอยู่และโรงงานที่นั่นสู้ทางเหนือไม่ได้เลย ถ้าซุ่ยจื่อไม่ได้หนีใครมา ด้วยวุฒิอาชีวะของเธอ เธอคงเลือกอยู่ที่นี่ ซึ่งมีสวัสดิการบ้านพักให้ด้วยซ้ำ
การที่หลี่โหย่วไฉเอ่ยถึงเมือง Q ทำให้ซุ่ยจื่อเกิดความระแวง เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดมากไป หรือเขาแค่พูดออกมาลอยๆ
ถ้าคิดมากไปก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นอย่างที่สงสัยจริง แสดงว่าหลี่โหย่วไฉก็...
ซุ่ยจื่อตัวสั่นเทิ้ม
ลานบ้านตระกูลอวี๋ล้อมรอบด้วยรั้วไม้ ซุ่ยจื่อมองไปทางทิศตะวันตก ตรงนั้นยังไม่มีกำแพง
ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว ราวกับเห็นกำแพงหนาทึบ ภายในกำแพงคือลูกประคำที่ทำจากเถ้ากระดูกของเธอ วิญญาณของเธอนั่งอยู่บนกำแพงนั้น มองไม่เห็นอนาคต และไม่อยากจดจำอดีต
เธอกะพริบตาไล่น้ำตา บอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เธอเริ่มต้นใหม่แล้ว ไม่ว่าเจ้าวายร้ายนั่นจะเป็นยังไง เธอต้องปกป้องตัวเองและครอบครัวให้ได้ เธอจะไม่มีวันกลับไปนั่งบนกำแพงนั่นอีก
ในความมึนงง เธอเห็นคนคนหนึ่งอยู่บนกำแพง ใบหน้าเหลือแต่กระดูก!!
“ว้าย!!!”
ซุ่ยจื่อสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ
พอมองดูดีๆ ก็เห็นอวี๋จิ้งถิงยืนอยู่นอกรั้ว เอาแผงซี่โครงหมูมาปิดหน้าตัวเองเล่น
เขาขายงานฝีมือได้เงินมา เลยซื้อซี่โครงหมูมาชูให้เมียดู หวังจะได้รับคำชม
“น่ารำคาญจริงๆ เลย!” ซุ่ยจื่อเห็นว่าเป็นเขา ก็เอามือทาบอกแล้วขว้างไม้กวาดใส่
“เมียจ๋าเป็นอะไรไป ทำไมตาแดงๆ เหมือนร้องไห้มาเลย?”
รั้วแค่นี้ไม่อยู่ในสายตาเขาหรอก ประตูดีๆ มีให้เข้าไม่เข้า ดันจะปีนรั้วเข้ามา
เขาวาดภาพตัวเองกระโดดลงมาอย่างเท่ระเบิด แต่แล้วกลับได้ยินเสียง แคว่ก
การโชว์ออฟย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย
“โอ๊ยๆๆๆ เจ็บๆๆ!”
เสียงร้องโหยหวนดังก้องลานบ้าน
กางเกงทหารสีเขียวของอวี๋จิ้งถิงขาดเป็นทางยาว แถมมือยังโดนเสี้ยนไม้ตำอีกหลายแห่ง
เขากระโดดเหยงๆ ไปรอบลาน สะบัดมือเร่าๆ
ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ลืมกอดซี่โครงหมูสุดหวงเอาไว้แน่น
ความกลัวและความคับแค้นใจของซุ่ยจื่อมลายหายไปจนหมดสิ้นเพราะเขา
“ตาบ้าเอ๊ย!” เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เหมือนเด็กตัวโตไม่มีผิด
“ก็เพราะรีบจะมาโอ๋เธอนั่นแหละ ยัยผู้หญิงใจร้าย” อวี๋จิ้งถิงเองก็รู้สึกขายหน้า ภาพลักษณ์หนุ่มแกร่งป่นปี้เพราะเป้ากางเกงขาด
ถึงจะมีกางเกงขายาวผ้าฝ้ายอยู่ข้างใน ไม่เห็นอะไรวับๆ แวมๆ แต่สภาพมันก็น่าอนาถพิลึก
“รีบเข้าบ้านเร็ว เดี๋ยวฉันเย็บให้ ขืนแม่กลับมาเห็นสภาพนี้คุณโดนตีแน่ รั้วพังหมดแล้ว!”
ซุ่ยจื่อบ่นอุบพลางเปิดประตู อวี๋จิ้งถิงเดินตามต้อยๆ พยายามจะแก้ตัวกู้หน้า
“ก็เธอนั่นแหละ ยัยตัวดี มาขยิบตาให้ฉันจากในบ้านทำไม ทำฉันเสียสมาธิหมด ปกติฉันโดดทีเดียวก็พ้นแล้ว”
“ฉันไปขยิบตาให้คุณตอนไหนมิทราบ?!” ซุ่ยจื่อคิดในใจว่าคนคนนี้ช่างหน้าไม่อายจริงๆ
ทั้งสองเข้ามาในบ้าน อวี๋จิ้งถิงถอดกางเกงออก แล้วล้วงปึกเงินออกมาจากกระเป๋าอย่างสบายอารมณ์
เป็นแบงก์ย่อยทั้งนั้น แต่นับรวมกันก็ได้หลายหยวนอยู่
“ซื้อซี่โครงแล้วยังเหลืออีกตั้งเยอะ ผัวเธอเก่งไหมล่ะ!” เขาชูคอรอคำชมอย่างภูมิใจ
“จ้ะ เก่งมาก ถ้าไม่กระโดดข้ามรั้วจะเก่งกว่านี้อีก” ซุ่ยจื่อดึงมือเขามา แล้วค่อยๆ บ่งเสี้ยนออกให้อย่างเบามือ
ชีวิตที่ผ่านมาของอวี๋จิ้งถิงสมบุกสมบัน บาดเจ็บเล็กน้อยแค่นี้เขาไม่เคยใส่ใจ แต่พอมีเมียคอยห่วงใย ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ หัวใจเขาก็เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
“เมียจ๋า แม่กับเจียวเจียวยังไม่กลับ มาต่อเรื่องเมื่อคืนกันเถอะ~”
“เมื่อกี้ฉันเจอหลี่โหย่วไฉ”
ประโยคเดียวดับอารมณ์หื่นกระเจิง อวี๋จิ้งถิงลุกพรวดขึ้นทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นอำมหิต
“ไอ้คนหน้าด้านนั่นต้องการอะไร?!”