- หน้าแรก
- รวยล้นฟ้า สตาร์ทพร้อมเงิน ร้อยล้าน
- บทที่ 21 ผมยังมีฝีมืออยู่นะ
บทที่ 21 ผมยังมีฝีมืออยู่นะ
บทที่ 21 ผมยังมีฝีมืออยู่นะ
บทที่ 21 ผมยังมีฝีมืออยู่นะ
เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูเข้ามา ภายในและภายนอกร้านราวกับเป็นคนละโลก ข้างนอกเงียบสงบ แต่ภายในบาร์กลับอึกทึกครึกโครม
แม้จะเป็นเวลาเช้าตรู่ แต่เสียงดนตรีในบาร์ยังคงดังกระหึ่มก้องกังวานไปทั่ว บนเวทีกลางฟลอร์อัดแน่นไปด้วยเหล่านางแบบสาวที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างสุดเหวี่ยง
เสื้อผ้าอาภรณ์ของพวกเธอ ที่ดูคล้ายชุดเกิร์ลกรุ๊ป พลิ้วไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวอย่างเร่าร้อน
สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องไปยังเวที ภาพตรงหน้าปลุกเร้าฮอร์โมนในกายให้พุ่งพล่านจนยากจะควบคุม
แชมเปญและไวน์ชั้นเลิศถูกเขย่าจนพุ่งกระฉูดรดราดลงมาตั้งแต่ศีรษะ ชโลมกายของเหล่าสาวงามจนเปียกโชก กลิ่นอายความมึนเมาคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ!
"เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การหาความสุขจริงๆ!"
ลู่เฟิงมองบรรยากาศภายในบาร์แล้วยิ้มบางๆ สถานที่แบบนี้ช่างตอบโจทย์ความฝันของผู้ชายที่อยากจะปลดปล่อยตัวเองเสียจริง
จากนั้น ลู่เฟิงก็ละสายตาและมองไปยังบันไดทางขึ้นชั้นสอง หวังฮ่าวยืนรอเขาอยู่ตรงนั้นแล้ว
"คุณลู่ ถ้าสนใจจะสนุกด้วยกันก่อนก็ได้นะครับ!"
หวังฮ่าวเอ่ยอย่างนอบน้อม ในฐานะผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ เขามีอำนาจพอที่จะจัดการเรื่องพวกนี้ได้
"ไม่จำเป็น! ไปหาเจ้านายของคุณก่อนเถอะ!"
ลู่เฟิงส่ายหน้าปฏิเสธ แม้ว่าสาวๆ บนเวทีจะมีรูปร่างดี แต่ใบหน้าที่ดูเหมือนเพิ่งกลับมาจากเกาหลีแบบยกเซ็ตนั้นทำให้ลู่เฟิงรู้สึกตะขิดตะขวงใจพิกล
ดูแล้วพวกเธอน่าจะผ่านมีดหมอมาอย่างโชกโชน!
เกิดเผลอไปทำอะไรเข้า แล้วตรงนั้นเบี้ยว ตรงนี้ยุบขึ้นมา...
คงกลายเป็นเรื่องสยองขวัญพิลึก!
เมื่อประตูห้องบนชั้นสองเปิดออก ชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยก็ผลักหญิงสาวที่กำลังปรนนิบัติเขาอยู่ออกไป
เมื่อเห็นลู่เฟิงและหวังฮ่าวเดินเข้ามา เขาเพียงแค่ทำท่าทางทักทายเล็กน้อย
หญิงสาวคนนั้นลุกขึ้นอย่างนุ่มนวลและเดินออกไป รอยยิ้มบางๆ ประดับบนริมฝีปาก ทิ้งกลิ่นอายแปลกๆ อบอวลอยู่ในอากาศ
แต่เช้าเลยนะเนี่ย!
"คุณลู่ ได้ยินกิตติศัพท์มานาน! ผม 'ตู้ซิงเสียน' เป็นเจ้าของบาร์โฟร์ซีซันส์ ไลค์ สปริง!"
ลู่เฟิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นมือที่เพิ่งเช็ดลวกๆ กับโซฟายื่นออกมา เขาจะกล้าจับมือแบบนั้นได้ยังไง?
"คุณลู่ อย่าถือสาเลยครับ เชิญนั่ง!"
ชายพุงพลุ้ยคว้าผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่ใกล้ๆ มาเช็ดมือ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างไม่สะทกสะท้าน และผายมือเชื้อเชิญลู่เฟิง
ลู่เฟิงไม่คาดคิดว่า 'เสี่ยตู้' ผู้นี้จะต้อนรับเขาในสภาพเช่นนี้
เขาไม่กล้านั่งลงในห้องนี้ เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามา เขาแค่กวาดตามองคร่าวๆ ก็เห็นถุงยางอนามัยนับสิบชิ้นและกระดาษทิชชู่เกลื่อนกลาดเต็มพื้น อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวโลกีย์
เห็นได้ชัดว่าเมื่อคืนคงมีปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเกิดขึ้นที่นี่
ขืนนั่งลงไป เกิดอะไรติดตัวขึ้นมา คงขยะแขยงไปทั้งวัน
"ตู้ซิงเสียน เสี่ยตู้ อารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะครับ?"
ลู่เฟิงก้าวเข้าไปใกล้ๆ เมินเฉยต่อการผายมือเชื้อเชิญของตู้ซิงเสียน แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
"คุณลู่ การเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีควรเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ คุณก็รู้นี่ครับ!"
เมื่อเห็นท่าทีของลู่เฟิง ตู้ซิงเสียนก็ยิ้มบางๆ โดยไม่ได้ขยับตัว แต่ชายอีกสองคนที่ยืนอยู่ในห้องตั้งแต่แรกกลับขยับตัวโน้มมาข้างหน้าเล็กน้อย
"หลี่ต้าลี่อยู่ไหน?"
ลู่เฟิงไม่อยากพูดพร่ำทำเพลง เขาไม่อยากอยู่ในที่อัปมงคลนี้แม้แต่วินาทีเดียว
รีบๆ จัดการให้จบๆ ไปดีกว่า
"ไปพาตัวมันมา!"
ตู้ซิงเสียนพยักพหน้าส่งสัญญาณให้หวังฮ่าว หวังฮ่าวจึงรีบหันไปสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที
"เดี๋ยวหลี่ต้าลี่ก็มาครับ คุณลู่ ถ้าไม่นั่ง มันจะดูไม่ไว้หน้าผมไปหน่อยนะครับ!"
เมื่อมองลูกน้องปิดประตูออกไปแล้ว ตู้ซิงเสียนก็พูดด้วยรอยยิ้มฝืนๆ
ในตอนนี้เหลือเพียงตู้ซิงเสียน หวังฮ่าว และชายสองคนที่ลู่เฟิงเห็นตั้งแต่แรกอยู่ในห้อง
ชายสองคนนั้นชัดเจนว่าเป็นบอดี้การ์ดของตู้ซิงเสียน
ลู่เฟิงยิ้มมุมปาก นี่ตู้ซิงเสียนคิดจะเล่นไม้นี้งั้นเหรอ?
คิดว่าเขาเคี้ยวง่ายนักหรือไง?
หรือว่าหลังจากเห็นสภาพของหวังฮ่าวแล้ว ก็ยังมั่นใจว่าจะจัดการเขาได้?
ลู่เฟิงมองไปที่หวังฮ่าว ฝ่ายนั้นเมื่อสบตาลู่เฟิงก็ยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความอึดอัดใจ
ตู้ซิงเสียนไม่เคยเห็นความน่ากลัวของลู่เฟิง แต่หวังฮ่าวเคยสัมผัสมากับตัวแล้ว
พูดตามตรง ไม่ใช่จะดูถูกบอดี้การ์ดสองคนของตู้ซิงเสียน แต่หวังฮ่าวที่เคยเห็นฝีมือของลู่เฟิงมาแล้ว กล้าฟันธงเลยว่าสองคนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของลู่เฟิงแน่นอน
"หน้าตาน่ะ... มันอยู่ที่คนเขาจะให้ ไม่ใช่ร้องขอ เสี่ยตู้ว่าจริงไหมครับ?"
ลู่เฟิงพูดเสียงเรียบ ปรายตามองบอดี้การ์ดสองคนที่ขยับเข้ามารายล้อมเขาซ้ายขวาโดยไม่รู้ตัว ท่าทางพร้อมจู่โจมเต็มที่
เขาพูดอย่างไม่ยี่หระ แล้วก้าวเดินตัดหน้าทั้งสองคนตรงไปยังหน้าต่างที่เปิดอยู่ ลมที่พัดเข้ามาทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวนัก!
"คุณพูดถูก แต่ผมชอบให้คนอื่นไว้หน้าผมมากกว่า!"
เสียงของตู้ซิงเสียนดังขึ้นอย่างราบเรียบ ไร้อารมณ์
ในขณะเดียวกัน ลู่เฟิงที่เพิ่งปิดหน้าต่างเสร็จ ก็สัมผัสได้ถึงคนสองคนที่พุ่งเข้ามาด้านหลัง
เขาหันกลับไปแล้วยื่นฝ่ามือออกไปรับ หมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วถูกหยุดกึกกลางอากาศ
"ฮ่าฮ่า!"
ลู่เฟิงหัวเราะเยาะในลำคอ!
เขาเกร็งนิ้วเล็กน้อย พลังมหาศาลระเบิดออกจากฝ่ามือ บดขยี้หมัดของชายคนนั้นจนบิดเบี้ยวผิดรูปราวกับตีนไก่ในพริบตา
สีหน้าของชายเจ้าของหมัดเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดทรมานทันที
เสียงกระดูกแตกร้าวจากการปะทะกันของหมัดและนิ้วมือดังชัดเจน
มันดังก้องกังวานอย่างน่าสยดสยองในห้องที่เงียบสงัด!
"ฮึ!"
ลู่เฟิงออกแรงกระชากแขนอีกฝ่ายเบาๆ ร่างของชายคนนั้นก็ลอยหวือพุ่งตรงเข้าหาลู่เฟิงราวกับไร้น้ำหนัก
"คุณครับ!"
ชายคนนั้นกำลังจะอ้าปากพูด
ลู่เฟิงไม่สนใจ เขาใช้เท้าข้างหนึ่งเตะสวนออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงลมแหวกอากาศดังหวีดหวิว
รอยรองเท้าขนาดใหญ่ประทับลงบนหน้าอกของชายคนนั้น ร่างของเขากระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกพื้นด้านหลังอย่างรุนแรง
ในจังหวะนั้น บอดี้การ์ดอีกคนก็ไหวตัวทัน ขณะกำลังจะลงมือ ลู่เฟิงก็ตวัดขาเตะกวาดออกไปดุจแส้
รับไม่ได้ รับไม่ได้ ถ้ารับต้องเจ็บตัว เผลอๆ อาจถึงตาย! บอดี้การ์ดคนนั้นกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง!
ตั้งแต่ปลดประจำการมา เขาไม่เคยเจอใครที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน!
เขาเกร็งไหล่รับแรงกระแทกตามสัญชาตญาณ ทันทีที่ขาปะทะไหล่ ร่างกายของเขาก็ปลิวว่อนราวกับกระดาษ
จากนั้นเขาก็พุ่งไปกระแทกโซฟาที่อยู่ห่างออกไปจนล้มคว่ำระเนระนาด
คราวนี้ ตู้ซิงเสียนที่ตั้งสติได้ เริ่มจะไม่ใจเย็นเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
เขามองลู่เฟิงพลางเอ่ยเสียงเข้ม
"คุณลู่ ฝีมือยอดเยี่ยมมาก!"
ลู่เฟิงชำเลืองมองสองคนที่นอนกองอยู่บนพื้นโดยไร้เสียงร้องครวญคราง เขานึกชื่นชมอยู่ในใจ สองคนนี้อึดใช่เล่น
โดนลูกถีบกับลูกเตะกวาดของเขาเข้าไปเมื่อกี้
อย่าว่าแต่แขนเลย ซี่โครงคงหักไปแล้วด้วยซ้ำ
"เรื่องอื่นผมอาจจะไม่ค่อยพูด แต่เรื่องฝีมือ... ผมก็พอมีอยู่บ้าง!"
ลู่เฟิงพูดเสียงเรียบ พลางเดินย่างสามขุมเข้าหาตู้ซิงเสียน
หวังฮ่าวเห็นท่าไม่ดีรีบถลันเข้ามาขวาง
"คุณลู่ ได้โปรดเมตตาด้วยครับ!"
หวังฮ่าวร้องขอด้วยความร้อนรน
ลู่เฟิงจับสังเกตความตื่นตระหนกในแววตาของตู้ซิงเสียนได้
"คุณตู้ โทรศัพท์คงไม่จำเป็นต้องใช้หรอกมั้งครับ ว่าไหม?"
ลู่เฟิงพูดเสียงเย็น สูทที่เขาจงใจใส่มาเมื่อเช้านี้ช่างคุ้มค่าจริงๆ
ขณะมองตู้ซิงเสียนที่กำลังลุกลี้ลุกลนควานหาอะไรบางอย่าง
ลู่เฟิงเอื้อมมือไปด้านหลังเอวอย่างนุ่มนวล ปืนพกสีเงินวาววับที่แผ่รังสีอำมหิตเย็นยะเยือก ถูกนำมาจ่อที่หน้าผากของตู้ซิงเสียนอย่างแผ่วเบา
ปากกระบอกปืนที่ดำมืดและเย็นเฉียบ พร้อมกลิ่นอายแห่งความตาย หยุดทุกการเคลื่อนไหวของตู้ซิงเสียนลงทันที