เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: ศึกเจ้ายอดเขา

บทที่ 30: ศึกเจ้ายอดเขา

บทที่ 30: ศึกเจ้ายอดเขา


บทที่ 30: ศึกเจ้ายอดเขา

"เอ่อ... ข้า..." เขาไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยสิ่งใด

ในขณะนั้น ผู้อาวุโสหยวนพุ่งตัวออกมาจากร่างของเขา และยืนตะลึงไปหลายวินาทีเมื่อเห็นหลี่ชุ่ยชุ่ย

"ไอ้หนู รสนิยมของเจ้า..." ผู้อาวุโสหยวนลังเล สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง "เฮ้อ! สงสัยข้าคงต้องช่วยขัดเกลารสนิยมของเจ้าใหม่เสียแล้ว"

"ไม่ใช่นะขอรับท่านอาจารย์! ฟังข้าอธิบายก่อน!" หลิงเซียวแทบจะร้องไห้ออกมา

โดยธรรมชาติแล้วเขาไม่ได้ชอบหลี่ชุ่ยชุ่ยเลย แม่นางร่างอวบคนนี้ชอบกินกระเทียมแล้วไม่ยอมแปรงฟัน ก่อนที่เขาจะปลุกสายเลือดเหยียนหวงตื่นขึ้น นางก็มักจะหาเรื่องมาแต๊ะอั๋งเขาอยู่เรื่อย

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย ป่านนี้ความบริสุทธิ์ผุดผ่องคงถูกพรากไปนานแล้ว!

แม้แต่ตอนนี้ เขาก็ยังรู้สึกหวาดผวาต่อนางอยู่ไม่หาย!

แต่ถึงกระนั้น หลี่ชุ่ยชุ่ยก็ไม่เคยทำร้ายเขา ในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าเขาอยากได้อะไร นางก็จะหาซื้อมาให้

ใครหน้าไหนกล้ามารังแกเขา นางก็จะออกโรงปกป้องทันที

นอกจากพี่เสี่ยวไป๋แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนดีกับเขาขนาดนี้

การจะปฏิเสธนางต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ย่อมทำให้นางและยอดเขาโอสถวิญญาณเสียหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย และหลลิงเซียวก็ไม่อยากใจร้ายถึงเพียงนั้น

เขาจึงอยากหาโอกาสคุยกับนางเป็นการส่วนตัวและทำความเข้าใจให้ชัดเจน

แต่ถ้าไม่อธิบายตอนนี้ เกรงว่าความเข้าใจผิดจะยิ่งบานปลาย และถ้าต้องเข้าสังกัดยอดเขาโอสถวิญญาณจริงๆ อนาคตของเขาคงมืดมน!

เทียบกับการปรุงยาแล้ว เขาชอบควบม้าตะลุยสมรภูมิรบมากกว่า!

"พี่เสี่ยวไป๋ ข้าควรทำยังไงดี?" เขาส่งสายตาอ้อนวอนไปทางซูเสี่ยวไป๋

ซูเสี่ยวไป๋ยิ้มให้อย่างมั่นใจ "ไม่ต้องห่วง ท่านเจ้าสำนักไม่ยอมปล่อยเจ้าหลุดมือไปง่ายๆ หรอก"

คำพูดของซูเสี่ยวไป๋ทำให้ความกังวลในใจของหลิงเซียวคลายลง

เป็นไปตามคาด แม้หลี่ต้าเผ้าจะประกาศว่าหลิงเซียวเป็นลูกเขย แต่โจวเต้าหยาก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย

"ศิษย์น้องหลี่ ต่อให้หลิงเซียวจะเป็นลูกเขยเจ้า แต่เรื่องที่เขาจะเข้ายอดเขาโอสถวิญญาณนั้น เป็นไปไม่ได้!" สีหน้าของเขาจริงจัง

"ทำไมจะไม่ได้? แค่เขามารับช่วงกิจการต่อจากข้า ก็สุขสบายไปทั้งชาติในทวีปแดนร้างแล้ว!"

"นั่นแหละเหตุผลที่ไม่ควรให้เขาอยู่ยอดเขาโอสถวิญญาณ เพราะวิสัยทัศน์ของเจ้ามันคับแคบอยู่แค่ทวีปแดนร้างนี้!"

"อัจฉริยะอย่างหลลิงเซียวควรมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่ จะมาพอใจอยู่กับแค่ปัจจุบันได้อย่างไร!"

"ข้า..." หลี่ต้าเผ้าเถียงไม่ออก

เจ้ายอดเขาคนอื่นๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย

"อีกอย่าง เจ้าไม่มีปัญญาจะสอนอะไรเขาได้หรอก มีแต่อัจฉริยะเท่านั้นที่จะเข้าใจอัจฉริยะ และช่วยผลักดันให้พวกเขาเติบโตได้เร็วที่สุด"

"ดังนั้น การที่เขามาอยู่ยอดเขาเสวียนเยว่ของข้า คือทางเลือกที่ดีที่สุด" โจวเต้าหยากล่าวพลางเชิดหน้าขึ้น

คำพูดของเขา แปลอีกนัยหนึ่งก็คือ พรสวรรค์ของพวกเจ้ามันต่ำต้อยเกินกว่าจะสอนเด็กคนนี้ได้ ข้าต้องลงมือเอง

มุมปากของเหล่าเจ้ายอดเขาต่างกระตุก ตาแก่นี่อวดเบ่งอีกแล้ว

แต่คำพูดนั้น แม้จะฟังดูขวานผ่าซาก แต่ก็มีเหตุผล ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเพียงอัจฉริยะเท่านั้นที่จะสอนอัจฉริยะได้ เพราะกระบวนการคิดของพวกเขาคล้ายคลึงกัน

หลี่ต้าเผ้าหน้าแดงก่ำจากการถูกตอกกลับ เขาแค่นเสียงฮึดฮัดแล้วนั่งลง ไม่พูดอะไรอีก

หลังจากนั้น ก็ไม่มีใครกล้าแย่งชิงกับโจวเต้าหยาอีก หลิงเซียวจึงได้เข้าสังกัดยอดเขาเสวียนเยว่สมความปรารถนา

ต่อมา เหล่าเจ้ายอดเขาก็เปิดศึกชิงตัวฉินเสี่ยวฉานกันอย่างดุเดือด

การแข่งขันเข้มข้นยิ่งกว่าตอนแย่งหลิงเซียวเสียอีก!

น้ำลายแตกฟองกระจายไปทั่ว เหล่าเจ้ายอดเขาต่างสรรเสริญบรรพบุรุษของอีกฝ่ายไปหลายสิบรอบ!

ความวุ่นวายนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าการทะเลาะวิวาทกลางตลาดสดเลย

ทว่า ครั้งนี้โจวเต้าหยาไม่ได้เข้าร่วมวงด้วย

ในที่สุด ฉินเสี่ยวฉานก็ได้เข้าสังกัดยอดเขาอัคคี

เจ้ายอดเขาอัคคีเองก็มีลำดับขั้นสูงมากในสำนัก จึงไม่ถือว่าเป็นการเสียของแต่อย่างใด

เหลือเพียงซูเสี่ยวไป๋ที่ยังยืนอยู่บนเวที

เขาคือไฮไลท์ของงานอย่างไม่ต้องสงสัย ใครที่ได้เขาไป ก็เท่ากับได้ขุนพลสุดแกร่งเพิ่มเข้าสำนักอีกหนึ่งคนในอนาคต!

เหล่าเจ้ายอดเขามองหน้ากัน แววตาของแต่ละคนแฝงไว้ด้วยแผนการนับพัน

"กายาของซูเสี่ยวไป๋แข็งแกร่งขนาดนี้ เขาต้องฝึกฝนร่างกายมาตั้งแต่เด็กแน่ๆ ข้าว่าเขาเหมาะกับยอดเขาทรงพลังของพวกเราที่สุด!"

ชายหัวโล้นร่างกำยำลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก

ซูเสี่ยวไป๋ทำหน้าเสียดาย... อันที่จริงเขาเพิ่งจะฝึกมาได้แค่เดือนเดียวเอง

เจ้ายอดเขาพฤกษาได้ยินดังนั้น ก็รีบยกน้ำขึ้นจิบเพื่อล้างคอ

จากนั้นเขาก็สูดหายใจลึก หันหน้าไปหาเจ้ายอดเขาทรงพลัง

"เจ้าพูดจาเหลวไหล!" เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วสำนักเสวียนเยว่

"แม้ว่าวันนี้ซูเสี่ยวไป๋จะไม่ได้ใช้พลังวิญญาณ แต่ใครๆ ก็ดูออกว่าลมปราณในตัวเขาเปี่ยมล้น เขาต้องทุ่มเทบำเพ็ญเพียรมาอย่างหนัก!"

"จะให้เขาไปยกหินแบกปูนที่ยอดเขาทรงพลังของเจ้างั้นรึ? นั่นมันยื่นแก้วให้วานรชัดๆ!"

เจ้ายอดเขาพฤกษายืนขึ้นและรัวคำด่าใส่เจ้ายอดเขาทรงพลังเป็นชุด

"แซ่หลิน เจ้าหมายความว่ายังไง? มาอยู่ยอดเขาทรงพลังของข้ามันเหมือนยื่นแก้วให้วานรตรงไหนมิทราบ?!"

เจ้ายอดเขาทรงพลังโกรธจัด ตบโต๊ะดังปัง จนโต๊ะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา

"ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ! หรือจะเอา? มาสู้กันสักตั้งไหมล่ะ? ใครชนะได้ซูเสี่ยวไป๋ไป!" เจ้ายอดเขาพฤกษาก็ถีบโต๊ะตรงหน้ากระเด็นเช่นกัน

"มาสิ เข้ามาเลย!"

เจ้ายอดเขาทรงพลังถลกแขนเสื้อ เดินดุ่มๆ เข้าหาเจ้ายอดเขาพฤกษา

"เฮ้~ ศิษย์น้องทั้งสอง ใจเย็นๆ ใจเย็นก่อน"

ทันใดนั้น โจวเต้าหยาก็ปรากฏตัวขึ้นคั่นกลางระหว่างทั้งสอง พยายามเกลี้ยกล่อมด้วยท่าทีนุ่มนวล

"รักกันไว้เถิด จะมาฆ่าแกงกันทำไม?"

"เอาอย่างนี้ ซูเสี่ยวไป๋จะไปกับข้าที่ยอดเขาเสวียนเยว่ เท่านี้พวกเจ้าก็ไม่ต้องมาแย่งกันให้เสียเวลา" เขายิ้มกว้าง

เหล่าเจ้ายอดเขาบนเวทีมองเขาตาค้าง พูดออกมาได้ยังไงหน้าตาเฉย ไม่มียางอายบ้างหรือไง?!

"ถุย! เจ้ายังมียางอายอยู่บ้างไหม?!"

"เจ้าได้หลิงเซียวไปแล้ว ยังจะมาแย่งซูเสี่ยวไป๋จากพวกเราอีก!" เจ้ายอดเขาทรงพลังถ่มน้ำลายใส่ทันที

ไม่สนหรอกว่าเป็นเจ้าสำนัก ถ้าหน้าด้านขนาดนี้ ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้มาเอง เขาก็จะขอด่าบรรพบุรุษสักหน่อยเถอะ!

โจวเต้าหยาเช็ดน้ำลายออกจากหน้าแล้วพูดอย่างไม่ยี่หระ "ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็มาสู้กัน ใครชนะได้ซูเสี่ยวไป๋ไป"

เจ้ายอดเขาหลายคนสบถออกมาพร้อมกัน!

ถ้าพวกข้าสู้เจ้าได้ เจ้าจะได้นั่งบัลลังก์เจ้าสำนักอยู่อย่างนี้เรอะ?!

ป่านนี้คงโดนถีบตกเขาไปตั้งแต่แปดร้อยปีก่อนแล้ว!

โจวเต้าหยาแค่นเสียงฮึ แววตาฉายแววผู้ชนะ "พวกเจ้าคิดจริงๆ รึว่าจะแย่งศิษย์กับข้าได้?"

เขากระแอมเบาๆ แล้วประกาศเสียงดัง "ในเมื่อพวกเจ้าไม่เต็มใจจะสู้กับข้า ถ้าเช่นนั้นซูเสี่ยวไป๋จะเข้าสังกัดยอดเขาเสวียนเยว่ของข้า"

เหล่าเจ้ายอดเขาโกรธจนหน้าเขียว จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้หน้าหนาเป็นกำแพงเมือง เกิดมาไม่เคยเจอใครไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน!

ซูเสี่ยวไป๋รู้สึกเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้เห็นฉากบู๊ล้างผลาญของเหล่าเจ้ายอดเขา

แต่เขาก็ค่อนข้างพอใจที่จะได้เข้ายอดเขาเสวียนเยว่ ในอนาคตเขาจะได้หลอกใช้... เอ้ย ช่วยเหลืออาเซียวให้เติบโตไวๆ แล้วมาเป็นเกราะคุ้มกันภัยให้เขาต่อไป

"ช้าก่อน"

ทันใดนั้น เสียงใสเย็นชาของหญิงสาวก็ดังแทรกขึ้นมา

ทุกคนหันไปมอง เห็นร่างระหงเดินก้าวเข้ามา

"ศิษย์พี่เจ้าสำนัก คิดจะรวบหัวรวบหางอัจฉริยะระดับท็อปไปคนเดียวถึงสองคน ไม่โลภมากไปหน่อยหรือ? แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับเจ้ายอดเขาคนอื่นๆ เลยนะ" ปิงหลิง (วิญญาณน้ำแข็ง) เดินเข้ามา

"ถูกต้อง! ถูกต้องที่สุด!" เจ้ายอดเขาคนอื่นๆ รีบลุกขึ้นสนับสนุนทันที

โจวเต้าหยาที่เดิมทีหน้าหนาปานกำแพงเมือง จู่ๆ ก็ฝ่อลงทันตาเห็นเมื่อเจอศิษย์น้องปิงหลิง

"แต่ว่าศิษย์น้องปิงหลิง นอกจากพี่แล้ว ยังจะมีใครสอนพวกเขาได้อีก?"

"ศิษย์น้องคนอื่นๆ ยังฝีมือไม่ถึงขั้นที่จะสอนสองอัจฉริยะนี้หรอกนะ" เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมา

"ใครบอกว่านอกจากท่านแล้ว ไม่มีใครสอนพวกเขาได้?" ปิงหลิงขมวดคิ้ว

ร่างของซูเสี่ยวไป๋บนเวทีสั่นสะท้านขึ้นมาทันที ลางสังหรณ์อัปมงคลบางอย่างผุดขึ้นในใจ

โจวเต้าหยาเงยหน้ามองนาง "ศิษย์น้องปิงหลิง หรือเจ้าหมายความว่า...?"

"ข้าจะสอนเขาเอง"

น้ำเสียงของปิงหลิงราบเรียบแต่หนักแน่น

จบบทที่ บทที่ 30: ศึกเจ้ายอดเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว