- หน้าแรก
- คอร์สเร่งรัดสอนนางเอก จงหน้าหนาเข้าไว้ แต่อย่าไร้ยางอายก็พอ
- บทที่ 16 ฉันหวังดีกับเธอนะ อย่ามัวแต่เกรงใจอยู่เลย
บทที่ 16 ฉันหวังดีกับเธอนะ อย่ามัวแต่เกรงใจอยู่เลย
บทที่ 16 ฉันหวังดีกับเธอนะ อย่ามัวแต่เกรงใจอยู่เลย
บทที่ 16 ฉันหวังดีกับเธอนะ อย่ามัวแต่เกรงใจอยู่เลย
"พี่เฉิน เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?" เกาเฉวียนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นขอบตาดำคล้ำสองวงบนใบหน้าของเย่เหลียงเฉิน
เมื่อวานพี่เฉินก็ดูอาการไม่ค่อยสู้ดีมาแล้วระลอกหนึ่ง
เขาคิดว่าวันนี้อาการน่าจะดีขึ้น
แต่ใครจะไปคิดว่ากลับหนักข้อกว่าเดิมเสียอีก
รอยคล้ำใต้ตานั่นเข้มจนแทบจะไปแข่งกับหมีแพนด้าในทีวีได้อยู่แล้ว
เย่เหลียงเฉินเก็บโทรศัพท์มือถือลง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างจนใจ
เมื่อคืนเขามัวแต่รอข้อความทางแอปเพนกวินจากหลี่ชิงเสวี่ย
เขาคิดว่าในเมื่อตอนกลางวันเขาฉีกจดหมายรักทิ้งลงถังขยะไปแล้ว แถมยังทำเมินใส่เธอตลอดทั้งวัน
ตามสเต็ปของเหตุการณ์ในความฝัน หลี่ชิงเสวี่ยควรจะทักมาถามไถ่ว่าเขาเป็นอะไร ทำไมจู่ๆ ถึงไม่สนใจเธอ
เมื่อคืนเย่เหลียงเฉินจ้องหน้าจอโทรศัพท์เขม็ง รอคอยข้อความจากหลี่ชิงเสวี่ยอย่างใจจดใจจ่อ
แต่ที่คาดไม่ถึงคือ เขารอจนปาเข้าไปตีสามตีสี่ ก็ยังไม่มีวี่แววข้อความจากหลี่ชิงเสวี่ยแม้แต่ฉบับเดียว
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สภาพของเขาในวันนี้ดูไม่ค่อยจืดนัก
แต่ไม่เป็นไรหรอก หลี่ชิงเสวี่ยทนได้ไม่นานหรอก
พอเธอค่อยๆ ตระหนักได้ว่าไม่มีเขาคอยวนเวียนอยู่ข้างกาย เดี๋ยวเธอก็จะคิดถึงความดีของเขาขึ้นมาเอง
จากนั้นเธอก็จะเสียใจ และตาสว่างในที่สุด
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวว่า "ฉันไม่เป็นไร แค่เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย"
"ช่วงนี้เครียดเรื่องเรียนมากไปหรือเปล่าครับ?"
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเกาเฉวียน "พี่เฉิน หรือที่พี่ปฏิเสธหลี่ชิงเสวี่ย เป็นเพราะผลการเรียนของพวกพี่ต่างกันเกินไป?"
ในฐานะหัวหน้าห้อง ผลการเรียนของหลี่ชิงเสวี่ยติดท็อป 5 ของโรงเรียนมาโดยตลอด
ส่วนเย่เหลียงเฉินนั้น... จะว่าดีก็ไม่ใช่ จะว่าแย่ก็ไม่เชิง แต่โดยรวมแล้วคะแนนก็ยังห่างชั้นกับหลี่ชิงเสวี่ยอยู่พอสมควร
หรือว่าพี่เฉินจะรู้สึกว่าด้วยผลการเรียนของตัวเอง คงสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับหลี่ชิงเสวี่ยไม่ได้แน่ๆ ก็เลยชิงตัดใจจากเธอก่อน?
เพราะพี่เฉินไม่อยากเป็นตัวถ่วงของหลี่ชิงเสวี่ย
แต่ใจจริงก็ไม่ได้อยากยอมแพ้
ก็เลยแอบซุ่มอ่านหนังสือตอนกลางคืน เพื่ออัปเกรดผลการเรียนด้วยความพยายามงั้นสิ?
เย่เหลียงเฉินปรายตามองเกาเฉวียน เจ้าหมอนี่ช่างจินตนาการล้ำเลิศจริงๆ
แต่ก็ช่วยไม่ได้ ความรักที่เขามีต่อหลี่ชิงเสวี่ยในสายตาคนนอกนั้น มันฝังรากลึกจนเข้ากระดูกดำไปแล้ว
การจู่ๆ ก็เลิกสนใจหลี่ชิงเสวี่ย ในสายตาของพวกเขา ถ้าไม่ใช่เพราะเจียมตัวว่าไม่คู่ควรจนต้องจำใจถอย
ก็คงเป็นการเปลี่ยนวิธีเรียกร้องความสนใจจากเธอ
บางทีแม้แต่ตัวหลี่ชิงเสวี่ยเองก็อาจจะคิดแบบนี้
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เกาเฉวียนจะมีความคิดเช่นนี้
คนพวกนี้มองเห็นแค่หมากชั้นเดียว แต่ตัวเขาไปยืนอยู่บนชั้นบรรยากาศแล้ว
เรื่องบางเรื่อง ต่อให้อธิบายไปก็ป่วยการ
ให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ก็แล้วกัน!
อย่างไรก็ตาม คำพูดของเกาเฉวียนก็ช่วยเตือนสติเขาเรื่องหนึ่ง
นั่นคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ในความฝัน เป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากหูอวี้อิงในการติวหนังสือ บวกกับการแสดงออกที่ยอดเยี่ยมของเขา เขาถึงสมหวังและสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับหูอวี้อิงและหลี่ชิงเสวี่ยได้
ถ้าดูจากเกรดปัจจุบันของเขา หากจะเข้ามหาวิทยาลัยเป้าหมายของสองสาวนั่น หนทางยังอีกยาวไกล
ประเด็นสำคัญคือ หลังจากกลับชาติมาเกิดใหม่ ความรู้ระดับมัธยมปลายพวกนั้น เขาแทบจะคืนครูไปหมดแล้ว
เห็นทีต้องหาวิธีกู้ผลการเรียนกลับมาบ้างแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เหลียงเฉินก็สูดหายใจลึกแล้วหันไปมองเกาเฉวียน "ช่วงนี้เครียดเรื่องเรียนจริงๆ นั่นแหละ"
"แต่ปัญหามีไว้แก้ครับ ไปเถอะ วันนี้พี่เฉินเลี้ยงมื้อเช้าเอง!"
พูดจบ เขาก็ตบไหล่เกาเฉวียน แล้วเดินเชิดหน้ายืดอก ยิ้มอย่างมั่นใจมุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร
เขาเป็นถึงผู้กลับชาติมาเกิด เรื่องเรียนแค่นี้ จะคณามือเขาได้ยังไง
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่โรงอาหาร เขาก็เห็นภาพบาดตา... หูอวี้อิงกำลังยืนต่อแถวซื้ออาหารเช้าให้หลงอ้าวเทียน!
อารมณ์ที่เพิ่งจะสงบลงเมื่อครู่ ปะทุเดือดขึ้นมาอีกครั้งในทันที
เขากวาดสายตามองหาหลงอ้าวเทียนไปทั่วโรงอาหาร
เมื่อเจอแผ่นหลังของหลงอ้าวเทียน เขาก็ส่งสายตาอาฆาตแค้นไปให้
มันไม่รู้หรือไงว่าฐานะทางบ้านของหูอวี้อิงยากจนแค่ไหน? ถึงได้กล้าใช้ให้หูอวี้อิงควักเงินซื้อข้าวเช้าให้กิน หลงอ้าวเทียน แกนี่มันสมควรตายจริงๆ!
ถ้าสายตาฆ่าคนได้ ป่านนี้หลงอ้าวเทียนคงตายด้วยน้ำมือเย่เหลียงเฉินไปเป็นร้อยรอบแล้ว!
แต่ในเมื่อสายตาฆ่าคนไม่ได้ เย่เหลียงเฉินจึงกำหมัดแน่น แล้วค่อยๆ เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่หูอวี้อิงยืนต่อแถวอยู่
วันนี้เขายอมขาดทุน เขาจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารเช้าให้หูอวี้อิงเอง
แต่หนี้แค้นนี้ เขา เย่เหลียงเฉินจะจดจำเอาไว้ รอให้เขาเติบโตมีอำนาจเมื่อไหร่ เขาจะให้หลงอ้าวเทียนชดใช้คืนเป็นสองเท่า!
ชอบกินของที่ผู้หญิงซื้อให้นักใช่ไหม ได้ เดี๋ยวฉันจะเหมาปาท่องโก๋สักพันตัวมายัดปากแก!
ไม่สิ!
หมื่นตัวไปเลย!
ถ้ากล้าคายออกมา ฉันจะซัดให้น่วม!
คิดพลาง เขาก็เดินมาหยุดอยู่ข้างกายหูอวี้อิง
"อวี้หยิง มื้อเช้านี้ฉันจ่ายให้เอง"
เมื่อได้ยินเสียงนั้น
หูอวี้อิงหันขวับมามองเย่เหลียงเฉินด้วยสายตาแปลกประหลาด "ไม่จำเป็นค่ะ"
"ให้ฉันจ่ายเถอะน่า" เย่เหลียงเฉินรู้ดีว่าฐานะทางบ้านของหูอวี้อิงไม่สู้ดีนัก
เธออาศัยอยู่กับปู่ย่ามาตลอด ตอนนี้ท่านทั้งสองก็แก่เฒ่าและขาดรายได้
หูอวี้อิงมัธยัสถ์อดออม บางทีช่วงวันหยุดยังต้องออกไปทำงานพาร์ทไทม์ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน!
แต่ไอ้สัตว์เดรัจฉานหลงอ้าวเทียน กลับยังหน้าด้านให้หูอวี้อิงเลี้ยงข้าว
มันไม่ได้กำลังกินข้าวเช้า แต่มันกำลังสูบเลือดสูบเนื้อหูอวี้อิงชัดๆ มันกลืนลงไปได้ยังไง!
ในความฝันเขาไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ มารู้ทีหลังก็ตอนที่สายไปแล้วว่าชีวิตของหูอวี้อิงนั้นยากลำบากเพียงใด
เขาทั้งเจ็บใจและเสียใจ!
ในเมื่อตอนนี้เขารู้ทุกอย่างแล้ว เขาจะไม่มีวันยืนดูหูอวี้อิงถูกรังแกแบบนี้เด็ดขาด
"ไม่ต้องหรอกค่ะ เก็บเงินของคุณไว้เถอะ" หูอวี้อิงเบี่ยงตัวหลบ ไม่อยากให้เด็กหนุ่มตรงหน้ามาถูกเนื้อต้องตัว
"ให้ฉันจ่ายเถอะ บ้านเธอฐานะไม่ค่อยดี เงินค่าข้าวเช้านี่เธอเก็บไว้ใช้ชีวิตได้ตั้งหลายวันเลยนะ!"
"ฉันหวังดีกับเธอนะ อย่ามัวแต่เกรงใจอยู่เลย"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หูอวี้อิงก็อดรู้สึกโกรธขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเห็นสายตาของผู้คนในโรงอาหารจับจ้องมาที่เธอ เธอก็ก้มหน้าลงตามสัญชาตญาณ
"ผู้ติดตามตัวน้อยของฉัน นายไม่ต้องมายุ่งหรอก" หลงอ้าวเทียนยื่นบัตรอาหารออกมาแล้วจัดการจ่ายค่าอาหารเช้าตัดหน้าไปทันที
พูดจบ เขาก็เงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองไปรอบๆ
พวกไทยมุงที่เตรียมจะดูเรื่องสนุกต่างพากันหลบสายตากันเป็นแถว
การกระทำของหลงอ้าวเทียนเท่ากับประกาศให้ทุกคนรู้ว่า หูอวี้อิงอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขา
ในวินาทีนี้ หลงอ้าวเทียนรู้สึกขอบคุณนักเขียนขึ้นมาตะหงิดๆ ที่เขียนบทให้เขาเป็นอันธพาลขาใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าหือ เป็นตัวร้ายประจำเรื่อง
มันช่างใช้งานได้สะดวกดียิ่งนัก
หลังจากนั้น เขาก็หันไปมองเย่เหลียงเฉิน "นายไม่คิดว่านายทำเกินไปหน่อยเหรอ?"
"ยังไม่ไปอีก? หรือจะยืนกินตรงนี้?" ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับหูอวี้อิง
เมื่อได้ยินหลงอ้าวเทียนพูด หูอวี้อิงก็เม้มปากแน่นแล้วพยักหน้า
จากนั้นเธอก็ยกถาดอาหารเดินกลับไปที่โต๊ะ
เย่เหลียงเฉินมองแผ่นหลังของหลงอ้าวเทียน แล้วรวบรวมความกล้าพูดขึ้นว่า "ฉันทำเกินไปตรงไหน? นายไม่สนใจไยดีหูอวี้อิง จ้องแต่จะรังแกเธอ ทำไมฉันจะห่วงเธอไม่ได้?"
แต่เพราะเสียงของเขาเบาเกินไป ไม่เพียงแต่หลงอ้าวเทียนจะไม่ได้ยิน
แม้แต่ป้าคนตักอาหารที่อยู่ใกล้ๆ ยังถามด้วยความงุนงง "พ่อหนุ่ม บ่นอะไรพึมพำน่ะ จะกินอะไรก็พูดให้มันดังๆ หน่อยสิ?"
เย่เหลียงเฉินหลับตาลงแล้วพ่นลมหายใจออกมาระบายอารมณ์ "ไข่ต้มสองฟอง น้ำเต้าหู้สองแก้ว ซาลาเปาหกลูก ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?"