- หน้าแรก
- คอร์สเร่งรัดสอนนางเอก จงหน้าหนาเข้าไว้ แต่อย่าไร้ยางอายก็พอ
- บทที่ 1 ใครเห็นก็คงอยากรังแก
บทที่ 1 ใครเห็นก็คงอยากรังแก
บทที่ 1 ใครเห็นก็คงอยากรังแก
บทที่ 1 ใครเห็นก็คงอยากรังแก
ผลพวงจากการอดหลับอดนอนอ่านนิยายติดต่อกันทั้งคืน ทำให้เมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวร้ายประกอบชายผู้ไร้สมองเสียแล้ว!
หนำซ้ำ ในฉากจบที่ถูกค้นพบร่าง ศพของเขายังกำปาท่องโก๋ขึ้นราที่กินเหลือไว้ครึ่งซีกแน่น...
นักอ่านคคอนิยายแนวเทพเซียนในเมืองคงทราบกันดีว่า พล็อตเรื่องจะดำเนินไปได้ก็ต่อเมื่อตัวร้ายประกอบชายคอยสร้างเรื่องวุ่นวาย เพื่อเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกและนางเอก
หลังจากหลอมรวมความทรงจำของโลกใบนี้เข้ากับตัวเองจนสมบูรณ์ 'หลงอ้าวเทียน' ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่นออกมาที่มุมปาก
โดยเฉพาะเมื่อกวาดสายตามองกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายในชุดเครื่องแบบที่รายล้อมอยู่รอบกาย รอยยิ้มขื่นนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความขมขื่นอย่างถึงที่สุด!
"นี่มันจะไม่รวบรัดเกินไปหน่อยหรือไง?"
ก่อนที่จะข้ามมิติมา หลงอ้าวเทียนเป็นเพียงเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ ร่างกายอ่อนแอและมักถูกรังแกมาตั้งแต่เล็กจนโต เขาจึงตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกได้อีก นั่นเป็นเหตุผลที่เขาตั้งชื่อใหม่ให้ตัวเองว่า 'หลงอ้าวเทียน'
ความหมายของชื่อนี้ช่างดีงาม ทรงพลัง และดูยิ่งใหญ่เหนือใคร
แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ชื่อหลงอ้าวเทียนกลับกลายเป็นชื่อที่แฝงนัยตลกขบขันไปเสียได้ในชั่วข้ามคืน
หลงอ้าวเทียนยังจำวันที่เขาแนะนำตัวกับทุกคนได้แม่นยำ ทุกสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและขบขัน ราวกับว่าเขาเป็นตัวตลกที่เล่นมุกใหญ่ให้ทุกคนดู
ในท้ายที่สุด เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งก็เฉลยความจริงให้ฟังว่า ชื่อหลงอ้าวเทียนกลายเป็นคำศัพท์ยอดฮิตในโลกอินเทอร์เน็ตไปเสียแล้ว ซึ่งมีที่มาจากนิยายเรื่องหนึ่งที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนั้น
ด้วยความสับสน หลังจากเลิกงานกลับถึงบ้าน หลงอ้าวเทียนจึงรีบค้นหานิยายเรื่องที่เพื่อนร่วมงานพูดถึง
ในนิยายเรื่องนั้น ตัวละครหลงอ้าวเทียนเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสาม แต่กลับเป็นนักเรียนเลวที่ไม่เอาถ่าน
เรื่องชกต่อยถือเป็นกิจวัตร ความอวดดีคือสัญลักษณ์ประจำตัว!
แค่นี้ยังพอทน เพราะยังไงเสียมันก็เป็นแค่นิยาย หลงอ้าวเทียนจึงอดทนอ่านต่อไป
แต่ยิ่งอ่าน เขาก็ยิ่งพูดไม่ออก
เขาอยากจะชี้หน้าถามนักเขียนจริงๆ ว่านี่ตั้งใจเขียนหรือแค่บังเอิญกันแน่!
มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี ไอ้ 'รอยยิ้มมุมปาก' แบบตัวร้ายนั่นมันอะไรกัน?
แล้วในโลกนี้จะมีใครโง่เง่าได้ขนาดนั้นเชียวหรือ?
ในฐานะตัวร้ายประกอบชาย หลงอ้าวเทียนมีหน้าที่ต้องคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งนางเอก เพื่อผลักดันพล็อตเรื่องให้เดินหน้า
และการผลักดันพล็อตที่ว่า ก็คือการให้ตัวร้ายอย่างหลงอ้าวเทียนคอยดูถูกเหยียดหยามและรังแกนางเอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวดและสิ้นหวัง
จนกระทั่งพระเอกปรากฏตัวขึ้นดั่งแสงตะวันที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตอันมืดมนของเธอ
อ่านมาถึงตรงนี้ หลงอ้าวเทียนยังพอทำใจยอมรับได้!
แต่เนื้อเรื่องหลังจากนั้นสิ มันช่างวิปริตหลุดโลก!
ตัวร้ายอย่างหลงอ้าวเทียนดันเผลอตกหลุมรักนางเอกในระหว่างที่กำลังกลั่นแกล้งเธอเสียอย่างนั้น!
ให้ตายเถอะ พล็อตลวกๆ แบบนี้ ถ้าไม่ได้สมองฝ่อมาเป็นสิบปีคงคิดเขียนออกมาไม่ได้แน่!
มิหนำซ้ำ หลังจากเห็นนางเอกกับพระเอกรักกัน ตัวร้ายอย่างหลงอ้าวเทียนก็เกิดความริษยาและรนหาที่ตายด้วยการพยายามแย่งชิงนางเอกมาจากพระเอก
ไม่เพียงแต่เล่นงานพระเอกอย่างบ้าคลั่ง เขายังทวีความรุนแรงในการทำร้ายจิตใจและร่างกายของนางเอกหนักข้อขึ้นไปอีก
ในช่วงเวลานี้ เพื่อยืดความยาวของนิยาย นักเขียนยังแทรกเส้นเรื่องของนางรองผู้เป็นรักแรกในความทรงจำ และนางรองคนที่สามที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กเข้ามาอีก
แล้วจุดพีคที่สุดก็มาถึง ด้วยความเกลียดชังที่มีต่อพระเอก ตัวร้ายหลงอ้าวเทียนจึงสาบานว่าจะแย่งชิงผู้หญิงทุกคนที่ชอบพระเอกมาให้หมด
ดังนั้น นอกจากจะยุ่งอยู่กับการทารุณนางเอกทั้งกายและใจ เขายังต้องคอยตามรังควานนางรองคนที่สอง และพยายามปั่นหัวนางรองคนที่สามไปพร้อมๆ กัน
วิธีการที่ใช้มีตั้งแต่การข่มขู่ ล่อลวง คุกคาม ไปจนถึงการวางยา...
แต่สุดท้ายก็ไม่มีแผนการไหนสำเร็จเลยสักอย่าง หนำซ้ำยังกลายเป็นการปูทางให้พระเอกดูดียิ่งขึ้นไปอีก
สรุปสั้นๆ ท่ามกลางความรัก ความแค้น และปมปัญหาต่างๆ ตัวร้ายประกอบชายอย่างหลงอ้าวเทียนที่ทำชั่วช้าสารพัด ในท้ายที่สุดก็ต้องพบจุดจบอันน่าอนาถ นอนตายข้างถนนพร้อมกับปาท่องโก๋ขึ้นราอีกครึ่งชิ้นในมือ
หลังจากอดหลับอดนอนอ่านจนจบ จิตใจของหลงอ้าวเทียนก็ปั่นป่วนอยู่นาน
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพล็อตเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
ดังนั้น ในตอนท้ายเรื่อง เขาจึงระดมก่นด่าสาปแช่งนักเขียนอย่างบ้าคลั่ง แล้วพอตื่นขึ้นมา เขาก็มานั่งหัวโด่อยู่ในห้องเรียนนี้เสียแล้ว!
ถ้าจำไม่ผิด ก่อนที่ออดเข้าเรียนจะดัง นางเอกกำลังจะย้ายเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ในห้องนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดอันแรงกล้าก็ทำให้หลงอ้าวเทียนผุดลุกขึ้นยืนทันที
เสียงดังโครมครามที่เกิดขึ้นทำให้นักเรียนทั้งห้องหันมามองหลงอ้าวเทียนเป็นตาเดียว
ไม่มีเวลาให้อธิบายแล้ว
พอนึกถึงพล็อตเดิมที่ตัวเองต้องตายอย่างอนาถข้างถนนพร้อมปาท่องโก๋ขึ้นรา เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนวิชานี้อีกต่อไป!
ทางที่ดีที่สุดคือลาออก แล้วหนีไปซ่อนตัวให้ไกลจากพระเอกและนางเอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อหลงอ้าวเทียนใส่เกียร์หมาวิ่งหน้าตั้งไปจนถึงประตูใหญ่ของโรงเรียน
เขาก็พบว่าประตูรั้วถูกปิดตายแน่นหนา และกำแพงโดยรอบยังขึงด้วยลวดหนามสูงลิบ
หลังจากประเมินความสูงของประตูโรงเรียนแล้ว หลงอ้าวเทียนก็ถอยหลังเพื่อวิ่งส่งแรง แต่แล้วเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามสี่คนเข้าชาร์จกดลงกับพื้นเสียก่อน
"แกอีกแล้วเหรอไอ้หนู ปีนกำแพงไม่ได้ก็จะมาพังประตู คิดว่าพวกฉันเป็นธาตุอากาศหรือไง?"
"ปล่อยนะ! ผมจะลาออก! ผมจะลาออก!" หลงอ้าวเทียนดิ้นรนสุดชีวิต
"ลาออก? เหอะๆ ฉันว่าแกอยากโดดเรียนมากกว่ามั้ง? ขืนปล่อยให้แกหนีไปได้ ประวัติการทำงานของพวกฉันก็ด่างพร้อยกันพอดี!"
แม้หลงอ้าวเทียนจะมีร่างกายแข็งแรงกำยำ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ รปภ. ถึงห้าคน สุดท้ายเขาก็ถูกหิ้วปีกกลับมาส่งที่ห้องเรียนตามระเบียบ
กริ๊ง...
เมื่อเสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น หลงอ้าวเทียนก็จ้องเขม็งไปที่ประตูห้องเรียน
หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที... และในวินาทีถัดมา หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง
สีหน้าและแววตาอันเฉียบคมของเธอบอกให้หลงอ้าวเทียนรู้ได้ทันทีว่า เธอคือ 'ครูประจำชั้น' ของห้องนี้!
หลังจากครูประจำชั้นเดินเข้ามา เธอก็เคาะโต๊ะเบาๆ
เพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน
จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "วันนี้ห้องเรามีสมาชิกใหม่ย้ายเข้ามา ทุกคนช่วยต้อนรับเพื่อนด้วยนะจ๊ะ"
พูดจบ เธอก็โบกมือเรียกคนที่อยู่ด้านนอก "หูอวี้อิง เข้ามาสิจ๊ะ"
ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ หัวใจของหลงอ้าวเทียนก็ดิ่งวูบลงสู่ความสิ้นหวัง!
แต่แล้วเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้
เดี๋ยวก่อนนะ เขาเพิ่งจะทะลุมิติมา และพล็อตเรื่องส่วนที่เขาต้องไปกลั่นแกล้งนางเอกก็ยังไม่ได้เริ่มขึ้นเลยด้วยซ้ำ แล้วเขาจะกลัวไปทำไม?
ตราบใดที่เขาไม่ดำเนินรอยตามพล็อตเรื่องเดิม ไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายหรือรังแกนางเอก เขาก็น่าจะเปลี่ยนตอนจบอันน่าสังเวชที่ต้องตายข้างถนนพร้อมปาท่องโก๋ได้ไม่ใช่หรือ?
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลงอ้าวเทียนก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก!
อารมณ์ของเขาแจ่มใสขึ้นทันตา ร่างกายที่เกร็งเครียดก็ผ่อนคลายลง!
สิ้นเสียงของครูประจำชั้น ร่างบอบบางร่างหนึ่งก็เดินผ่านประตูห้องเรียนเข้ามา
เด็กสาวคนนั้นรูปร่างผอมบาง สวมชุดนักเรียนสีซีดจาง ใบหน้าอ่อนเยาว์ดูซีดเซียวผิดปกติ ทำให้เธอดูเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวอย่างยิ่ง
ดวงตาคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนกยามกวาดมองเหล่านักเรียนที่นั่งอยู่ด้านล่าง ก่อนจะรีบก้มหน้าลงต่ำ ขนตายาวงอนสั่นระริก
อย่างไรก็ตาม หลังจากสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ เธอก็ยังโค้งคำนับให้ทุกคนเล็กน้อยและเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา "สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อหูอวี้อิง ย้ายมาจากโรงเรียนมัธยมสองค่ะ"
หลังพูดจบ ผิวขาวซีดของเธอก็ขึ้นสีระเรื่อด้วยความประหม่า ให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
"เสียงก็นุ่มนิ่มน่าฟัง แถมหน้าตาก็ดูใสซื่อ ขี้อาย หน้าแดงง่ายขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้โดนแกล้ง"
ทันทีที่เห็นหูอวี้อิง หลงอ้าวเทียนก็เผลอวิจารณ์ออกมาในใจ
ก็ท่าทางของเธอช่างดูรังแกง่ายเสียเหลือเกิน ให้ความรู้สึกเหมือนใครๆ ก็สามารถเคี้ยวเธอได้ง่ายๆ อย่างไรอย่างนั้น