- หน้าแรก
- เศรษฐีใหม่ในแดนลับ พลิกนรกเก็บค่าเช่าอสูร
- บทที่ 20: แม่ลูกพบหน้า
บทที่ 20: แม่ลูกพบหน้า
บทที่ 20: แม่ลูกพบหน้า
บทที่ 20: แม่ลูกพบหน้า
"เอ็งหมายความว่าคุณหลินยอมจะไปเจอพ่อก็ต่อเมื่อได้เจอแม่ก่อนงั้นรึ?" ปู่หวังจ้องมองจางเยี่ยนด้วยความหงุดหงิด
"คนในสายอาชีพอย่างเราควรทำตัวให้เงียบเชียบเข้าไว้ ขืนทำเรื่องเอิกเกริกจนคนแตกตื่นกันไปทั่ว เอ็งจะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขแน่!"
ปู่หวังไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างรุนแรง เว้นเสียแต่ว่าคุณหลินจะบังเอิญเจอผีด้วยตัวเอง พวกเขาก็ไม่ควรให้คนธรรมดามองเห็นสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติได้ง่ายๆ
"ปู่หวัง หนูเข้าใจเหตุผลค่ะ แต่ในเมื่อมีน้ำตาควายทุยที่ช่วยให้คนธรรมดามองเห็นวิญญาณได้ เราก็น่าจะช่วยพวกเขาได้นี่คะ" จางเยี่ยนพยายามเกลี้ยกล่อม
"ปู่ก็พูดเองว่ายายเสิ่นเป็นคนมีบุญและเป็นวิญญาณที่ดี เราจะทนดูยายเสิ่นกับปู่หลินจากกันด้วยความรู้สึกติดค้างในใจได้ลงคอเหรอคะ?" จางเยี่ยนทนเห็นเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นไม่ได้
เมื่อก่อนเธอไม่เคยมองเห็นและไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ เธอจึงเพิกเฉยได้ แต่ตอนนี้ในเมื่อเธอเข้ามาพัวพันแล้ว เธอไม่อาจทนยืนดูอยู่เฉยๆ
"อะไรกัน เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งไม่กลัวปัญหาแล้วหรือไง? หรือคิดว่าเก่งกล้าจนไม่ต้องเกรงกลัวอะไรแล้ว?" ปู่หวังยังคงไม่เห็นดีเห็นงามไปกับจางเยี่ยน
"หนูไม่ได้ชอบหาเรื่องใส่ตัวหรอกค่ะ แต่ถ้าหนูทำอะไรได้บ้างแต่กลับไม่ช่วยให้ความปรารถนาของยายเสิ่นเป็นจริง หนูคงรู้สึกแย่มาก" จางเยี่ยนขมวดคิ้ว
"ปู่หวังคงไม่อยากให้หนูเป็นคนใจจืดใจดำหรอกใช่ไหมคะ?"
จางเยี่ยนรู้สึกว่าจุดอ่อนที่สุดของเธอก็คือความเป็นคนใจอ่อนนี่แหละ
"อยากทำอะไรก็ทำ ของก็อยู่ที่เอ็งอยู่แล้ว ข้าก็นอนติดเตียงขยับไปไหนไม่ได้ จะไปห้ามอะไรเอ็งได้" ปู่หวังทิ้งท้ายก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง
จางเยี่ยนกัดฟัน เธอดูออกว่าปู่หวังยังคงไม่เห็นด้วย... หลังจากโทรนัดแนะกับคุณหลิน หนึ่งชั่วโมงต่อมา คุณหลินและภรรยาก็มาถึงสวนหย่อมของตึกผู้ป่วยใน
"แม่หนู เธอบอกว่ามีวิธีช่วยให้ฉันเห็นแม่ได้ เธอทำได้จริงเหรอ?" เมื่อคุณหลินเห็นหน้าจางเยี่ยน สีหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ
แม้ว่ายายเสิ่นจะยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ข้างกายคุณหลิน แต่เขากลับมองไม่เห็นเธอเลย
"ที่หนูพูดเป็นความจริงแน่นอนค่ะ แต่ตรงนี้ไม่เหมาะ เราต้องหาที่เงียบๆ ที่ไม่มีคนนอก" จางเยี่ยนกวาดตามองสวนหย่อมที่เต็มไปด้วยคนไข้และหมอ
ขืนให้คุณหลินมองเห็นยายเสิ่นในสถานการณ์แบบนี้ เขาอาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนบ้าเอาก็ได้
คุณหลินพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
โดยมียายเสิ่นเป็นคนนำทาง จางเยี่ยนพาคุณหลินและภรรยามาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักฟื้นของปู่หลิน หรือหลินฉางชิง ทันทีที่มาถึงหน้าประตู คุณหลินก็ไม่ยอมก้าวเท้าเข้าไปอีก
"แม่หนู ฉันว่าเธอกำลังหลอกให้ฉันมาเจอพ่อใช่ไหม?" ดูเหมือนคุณหลินจะปักใจเชื่อว่าจางเยี่ยนโกหก
"หนูไม่ได้โกหกคุณจริงๆ ในโรงพยาบาลนี้ คุณคิดว่าจะมีที่ไหนเหมาะไปกว่าห้องพักฟื้นของคุณปู่หลินอีกคะ?" จางเยี่ยนกล่าวอย่างจนปัญญา
"ถ้าคุณไม่อยากเข้าไป ให้ภรรยาคุณเข้าไปก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าเธอบอกว่าไม่เห็นยายเสิ่น คุณก็ไม่ต้องเข้าไป คุณคิดว่ายังไงคะ?" เมื่อเห็นคุณหลินเป็นแบบนี้ จางเยี่ยนจึงหันไปทางภรรยาของคุณหลิน
ภรรยาของคุณหลินลังเลเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าตกลง
คราวนี้คุณหลินไม่ได้ตอบตกลงแต่ก็ไม่ได้คัดค้าน
จางเยี่ยนดึงตัวภรรยาของคุณหลินมาที่หน้าประตูห้อง จากนั้นค่อยๆ หมุนเปิดฝาขวดแก้วใบเล็ก จุ่มนิ้วลงไปแตะน้ำตาควายทุยเล็กน้อย แล้วนำมาป้ายที่เปลือกตาของเธอ
"ไม่ต้องกังวลนะคะคุณน้า ยายเสิ่นดูไม่ต่างจากคนปกติเลย ไม่ต้องกลัวค่ะ แกเป็นคนใจดีมาก" เพราะกลัวว่าภรรยาของคุณหลินจะตกใจ จางเยี่ยนจึงพูดปูทางให้เธอเตรียมใจไว้ก่อน
"น้ารู้จ้ะ แม่สามีของน้าใจดีมาตลอด" ภรรยาของคุณหลินสูดหายใจเข้าลึก หัวใจเต้นระรัว
"เอาล่ะ เข้าไปได้เลยค่ะ" จางเยี่ยนปิดฝาขวดแล้วเปิดประตูให้ภรรยาของคุณหลิน ส่วนตัวเองยืนรออยู่ที่ทางเข้า "หนูจะรออยู่หน้าประตูนี่แหละค่ะ ไม่ต้องห่วง"
ภรรยาของคุณหลินยืนมองเข้าไปด้านใน แวบแรกเธอไม่เห็นยายเสิ่น จึงหันกลับมามองจางเยี่ยน
แต่เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปอีกสองก้าวและมองเห็นปู่หลินนอนอยู่บนเตียง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที
"คุณแม่!"
ภรรยาของคุณหลินแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เธอขยี้ตาแรงๆ แต่ภาพที่เห็นก็ยังคงเป็นยายเสิ่นในชุดคอจีน ยืนอยู่ข้างเตียงปู่หลินและกำลังส่งยิ้มให้เธอ
คนข้างนอกอย่างคุณหลินเมื่อได้ยินเสียงภรรยาอุทานเรียกแม่ เขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ไม่สนแล้วว่านี่จะเป็นห้องของพ่อหรือไม่ เขารีบพุ่งตัวเข้าไปด้านในทันที
"แม่อยู่ไหน? แม่ฉันอยู่ไหน?" แต่หลังจากกวาดตามองไปรอบห้องแล้วไม่เจอยายเสิ่น คุณหลินก็คว้าไหล่ภรรยาแล้วเขย่าถาม
"คุณแม่ยืนอยู่หัวเตียงคุณพ่อไงคะ คุณมองไม่เห็นเหรอ? ท่านกำลังทักทายคุณอยู่ด้วย" ภรรยาของคุณหลินชี้มือสั่นเทาไปทางเตียงของปู่หลิน
ทว่า คุณหลินก็ยังคงมองไม่เห็นอะไรเลย
"ท่านประธานหลินคะ คนธรรมดามองไม่เห็นวิญญาณหรอกค่ะ คุณยังขาดขั้นตอนนี้ไป" จางเยี่ยนพูดขึ้นจากด้านหลังพร้อมเดินถือขวดแก้วเข้ามาหา
คราวนี้ จางเยี่ยนไม่ได้เป็นคนป้ายน้ำตาควายทุยให้ แต่ปล่อยให้คุณหลินใช้นิ้วแตะและป้ายที่เปลือกตาของตนเอง
เมื่อคุณหลินลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็เห็นแม่ของตนยืนอยู่ตรงหน้าจริงๆ
ท่านดูอ่อนโยนเหมือนในความทรงจำของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
ชายวัยเกือบห้าสิบปีน้ำตาไหลพรากออกมาทันที ด้วยความตื่นเต้นดีใจ เขาถลาเข้าไปสวมกอดแม่
แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ มือของเขาทะลุผ่านร่างของยายเสิ่นไป นอกจากมวลอากาศที่ไหวติงแล้ว เขาคว้าจับอะไรไม่ได้เลย
"แม่ครับ... เป็นแม่จริงๆ ด้วย" คุณหลินสะอึกสะอื้น
เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าในชั่วชีวิตนี้ จะมีโอกาสได้เห็นหน้าแม่ของตัวเองอีกครั้ง
นอกจากความคิดถึงแล้ว เขายังเก็บซ่อนความรู้สึกผิดที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยที่มีต่อแม่เอาไว้
เขารู้อยู่เต็มอกว่าพ่อบ้างานแค่ไหน แต่ก็ยังปล่อยให้พ่อดูแลแม่ ถ้าวันนั้นเขาไม่มัวแต่ไปทำงาน แม่ก็คงไม่ต้องมาจากไปแบบนั้น
"เจ้าเด็กคนนี้ โตป่านนี้แล้วยังจะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่อีก ไม่อายหรือไงฮึ?" น้ำเสียงของยายเสิ่นช่างอ่อนโยน แม้ปากจะดุลูกชาย แต่ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเช่นกัน
"แม่ครับ ต่อให้ผมอายุเท่าไหร่ ผมก็ยังเป็นเด็กในสายตาแม่อยู่ดี" คุณหลินกล่าวทั้งน้ำตา
จางเยี่ยนยืนมองภาพเหตุการณ์นี้อยู่ด้านข้าง ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกแสบจมูกขึ้นมา และในใจก็รู้สึกโหวงเหวงหนักอึ้งอย่างประหลาด
"มีอะไรจะพูดก็รีบพูดนะคะ ฤทธิ์ยาอยู่ได้ไม่นาน" ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น จางเยี่ยนก็เดินออกจากห้องไป
ขณะเดินออกมา เธอก็ช่วยปิดประตูให้คุณหลินและคนอื่นๆ จนสนิท
หากใครเดินเข้ามาเห็นในตอนนี้ คงจะเห็นคู่สามีภรรยาวัยกลางคนกำลังยืนหัวเราะร่าและพูดคุยกับอากาศธาตุอันว่างเปล่า
ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูน่าขนลุกพิลึก