- หน้าแรก
- เศรษฐีใหม่ในแดนลับ พลิกนรกเก็บค่าเช่าอสูร
- บทที่ 17: อย่าล้อเล่นกับคนตาย
บทที่ 17: อย่าล้อเล่นกับคนตาย
บทที่ 17: อย่าล้อเล่นกับคนตาย
บทที่ 17: อย่าล้อเล่นกับคนตาย
วันรุ่งขึ้น ไป๋เจียวเจียวที่ยังมีอารมณ์ขุ่นมัวหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ก็ยอมติดตามจางเยี่ยนออกมาข้างนอก
จางเยี่ยนมุ่งหน้าตรงไปยังบริษัทของคุณหลิน โดยนำเอกสารที่เธออดหลับอดนอนรวบรวมมาตลอดทั้งคืนติดตัวไปด้วย
เมื่อมองดูกองเอกสารหนาปึกในมือ จางเยี่ยนก็อดชื่นชมตัวเองไม่ได้ เธอไม่เคยทุ่มเททำอะไรขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
เมื่อมาถึงบริษัทของคุณหลิน จางเยี่ยนก็แจ้งจุดประสงค์ของเธอกับพนักงานต้อนรับโดยตรง แม้พนักงานจะมีรอยยิ้มอย่างมืออาชีพฉาบอยู่บนใบหน้า แต่แววตากลับฉายชัดถึงความดูแคลน
"ต้องขอประทานโทษด้วยนะคะ คุณหลินของเราไม่ว่างค่ะ"
พอรู้ว่าคุณหลินใจบุญสุนทาน เดี๋ยวนี้พวกสวะร้อยแปดพันเก้าก็กล้าบากหน้ามาหา เวลาอันมีค่าของคุณหลินจะมาเสียให้กับคนพรรค์นี้ได้อย่างไร
"โครงการนี้ของฉันสำคัญมากจริงๆ นะคะ ถ้าคุณหลินยอมพบฉัน เขาอาจจะตกลงก็ได้" จางเยี่ยนมีประสบการณ์ในการเข้าสังคมน้อยมาก หากเธอไม่ได้รับปากคุณย่าเสิ่นไว้ว่าจะมาตามหาคุณหลิน ป่านนี้เธอคงหันหลังกลับไปตั้งแต่ได้ยินคำปฏิเสธของพนักงานต้อนรับแล้ว
"ไม่ได้ค่ะ ยกเว้นแต่ว่าคุณจะติดต่อมาตามช่องทางที่ถูกต้อง" พนักงานต้อนรับปรายตามองจางเยี่ยนด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะก้มหน้าทำงานของตนต่อ
จางเยี่ยนยืนกอดเอกสารอยู่ด้านข้างด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย อุตส่าห์เตรียมตัวมาตั้งขนาดนี้แท้ๆ
"มหาเศรษฐีใจบุญหลินมาแล้ว คนที่ใส่สูทสีน้ำเงินเข้มในลิฟต์นั่นแหละคือเขา" ในขณะที่จางเยี่ยนกำลังลังเลว่าจะถอดใจดีหรือไม่ เสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของไป๋เจียวเจียวก็ดังขึ้นที่ข้างหู
จางเยี่ยนสะดุ้งเฮือก แล้วหันขวับไปมองทางลิฟต์ตามสัญชาตญาณ
และก็เป็นจริงดังว่า วินาทีถัดมาลิฟต์ก็มาหยุดที่ชั้นนี้ ประตูเปิดออก กลุ่มชายในชุดสูทหลายคนเดินออกมา โดยในกลุ่มนั้นมีคุณหลินที่สวมสูทสีน้ำเงินเข้มรวมอยู่ด้วยจริงๆ
"คุณหลินคะ!" ถึงตอนนี้จางเยี่ยนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว รีบวิ่งเหยาะๆ ตรงเข้าไปหาทันที
เมื่อพนักงานต้อนรับเห็นจางเยี่ยนทำเช่นนั้น ก็ไม่ทันได้เข้าไปขัดขวางเสียแล้ว
คุณหลินเป็นชายวัยสี่สิบกว่าที่มีแววตาเฉียบคม ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดูเคร่งขรึมและจริงจังมาก
"คุณเป็นใคร?" ยังไม่ทันที่จางเยี่ยนจะเข้าถึงตัวคุณหลิน หญิงสาวหน้าตาสะสวยวัยประมาณสามสิบปีก็เข้ามาขวางทางไว้ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความระแวดระวังและพินิจพิเคราะห์
จางเยี่ยนเหลือบมองไปด้านข้าง อยากจะถามไป๋เจียวเจียวว่าผู้หญิงสวยคนนี้เป็นใคร แต่ไป๋เจียวเจียวยืนกอดอกนิ่ง ไม่แม้แต่จะปรายตามองจางเยี่ยนด้วยซ้ำ
"ฉ... ฉันเป็นผู้ก่อตั้งโครงการการกุศล 'อาทิตย์อัสดงสีชาด' ค่ะ ฉันต้องการความช่วยเหลือจากมหาเศรษฐีใจบุญหลิน" ภายใต้สายตาที่จับจ้องของผู้คนมากมาย จางเยี่ยนรีบพูดบทที่เตรียมมาอย่างตะกุกตะกัก
เมื่อได้ยินคำพูดของจางเยี่ยน สีหน้าของคุณหลินก็อ่อนลงเล็กน้อย เขาพยักหน้าให้กับหญิงสาวคนสวย แล้วหันหลังเดินจากไป
จางเยี่ยนอยากจะตามไปใจจะขาด แต่ตอนนี้เธอกลับถูกขวางไว้ ไม่ใช่แค่จากหญิงสาวปริศนาคนนี้ แต่รวมถึงพนักงานต้อนรับด้วย
"คุณคะ ตอนนี้ดิฉันรับผิดชอบดูแลโครงการการกุศลของบริษัทอยู่ คุยกับดิฉันก็ได้ค่ะ เสี่ยวเหมย เตรียมห้องประชุมที" หญิงสาวคนสวยพูดกับจางเยี่ยนพร้อมรอยยิ้มจางๆ
จางเยี่ยนพยักหน้าอย่างงุนงง จริงๆ แล้วเธอไม่ได้มาเพื่อคุยเรื่องโครงการการกุศลสักหน่อย เธอแค่มาตามหาตัวคุณหลิน!
แต่เมื่อพิจารณาหญิงสาวตรงหน้า ข้อมูลบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัวจางเยี่ยน ดูเหมือนในอินเทอร์เน็ตจะบอกว่างานการกุศลของคุณหลิน ตอนนี้ภรรยาของเขาเป็นคนดูแลจัดการทั้งหมด
งั้นผู้หญิงสวยคนนี้ก็น่าจะเป็นคุณนายหลิน ลูกสะใภ้ของคุณย่าเสิ่นสินะ?
จางเยี่ยนเดินตามคุณนายหลินเข้าไปในห้องประชุมอย่างมึนงง พนักงานต้อนรับนำชาสองถ้วยเข้ามาเสิร์ฟแล้วปิดประตูออกไป
"ขอดูเอกสารของคุณหน่อยสิคะ" คุณนายหลินถือถ้วยชา เป่าเบาๆ แล้ววางกลับลงไป
"เอ่อ... ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณคือภรรยาของคุณหลินใช่ไหมคะ?" จางเยี่ยนกัดฟันถามออกไป
ไป๋เจียวเจียวน่าจะรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่แม่คุณดันงอนตุ๊บป่องไม่ยอมช่วยเธอซะงั้น
ก็ต้องโทษตัวเธอเองด้วยแหละ เมื่อวานมัวแต่หาข้อมูลกับดูคลิปวิดีโอของคุณหลิน จนไม่ได้สนใจรายละเอียดของคุณนายหลินเลย
เมื่อได้ยินคำถามของจางเยี่ยน หญิงสาวคนสวยก็เชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วพยักหน้า
"งั้นก็ดีเลยค่ะ ดีเลย" จางเยี่ยนถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงจะไม่ใช่ตัวคุณหลินเอง แต่ถ้าเป็นภรรยาของคุณหลิน อย่างน้อยภารกิจของเธอก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ได้ยินดังนั้น คุณนายหลินก็มองจางเยี่ยนด้วยความประหลาดใจ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นที่มีเจตนาแอบแฝง พอรู้ฐานะของเธอ สีหน้าต้องเจื่อนลงแน่ๆ
แต่เด็กสาวคนนี้กลับดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าเธอจะมาคุยเรื่องโครงการการกุศลจริงๆ?
"งั้นเรามาคุยเรื่องโครงการการกุศลกันเลยไหมคะ?" คุณนายหลินไม่ชอบพูดพร่ำทำเพลง
ทว่าจางเยี่ยนกลับวางเอกสารลงข้างตัว "คุณนายหลินคะ ต้องขอประทานโทษจริงๆ ค่ะ ฉันอาจจะต้องรบกวนเวลาของคุณสักหน่อย ความจริงแล้วฉันไม่ได้มาคุยเรื่องโครงการการกุศลหรอกค่ะ แต่ฉันได้รับการไหว้วานจากคนคนหนึ่งให้มาตามหาคุณหลิน แต่ในเมื่อคุณเป็นภรรยาของคุณหลิน ฉันคิดว่าบอกคุณก็น่าจะได้เหมือนกัน"
คุณนายหลินขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น "ถึงดิฉันจะชื่นชมในความซื่อสัตย์ของคุณ แต่คุณรู้ตัวไหมคะว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง?"
"ทราบค่ะ ทราบดี เป็นความผิดของฉันเอง แต่ฉันมีเรื่องสำคัญมากจริงๆ จะต้องบอก หลินฉางชิง หรือคุณปู่หลิน ป่วยหนักนอนติดเตียงและกำลังจะสิ้นใจ ท่านอยากเจอหน้าคุณหลินเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ ค่ะ" จางเยี่ยนรีบบอกจุดประสงค์
ผิดคาด คิ้วของคุณนายหลินกลับขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม "แม่หนู จะโกหกก็หัดไปสืบข้อมูลมาให้ดีก่อนนะ ผู้เฒ่านอนโคม่ามาครึ่งเดือนแล้ว จะมาร้องอยากเจอสามีฉันได้ยังไง?"
จางเยี่ยนอ้าปากค้าง เธอไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ
"ระ... เรื่องนี้คุณย่าเสิ่นเป็นคนบอกฉันค่ะ ท่านเป็นแม่ของคุณหลิน ท่านบอกว่าตามหาตัวคุณหลินไม่เจอ และคุณหลินก็ไม่ยอมไปเยี่ยมคุณปู่หลิน ท่านเลยวานให้ฉันมาตาม" ถ้ารู้อย่างนี้ เธอน่าจะอ้างชื่อคุณย่าเสิ่นตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องวุ่นวายขนาดนี้
เสียงเก้าอี้ครูดกับพื้นดังแสบแก้วหู คุณนายหลินลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าทะมึนทึน เธอมองจางเยี่ยนด้วยสายตาแปลกประหลาด แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดไม่จา
จางเยี่ยนงงเป็นไก่ตาแตก "เกิดอะไรขึ้น? ฉันพูดอะไรผิดไปเหรอ?"
"ดูท่าทางคุณนายหลินจะเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นพวกผู้หญิงหิวเงินที่จ้องจะจับมหาเศรษฐีใจบุญหลินซะแล้วมั้ง โอกาสจะได้เจอเขาคงริบหรี่เต็มที" ไป๋เจียวเจียวสมน้ำหน้าอยู่ข้างๆ
จางเยี่ยนเดินวนไปวนมาในห้องประชุมอย่างลังเล ไม่รู้ว่าจะกลับดีหรือจะรอฟังผลต่อ
ดูจากสีหน้าของคุณนายหลินแล้วเห็นชัดว่าโกรธ ถ้าเธอยังหน้าด้านอยู่ต่อ ก็คงไม่ได้เจอคุณหลินอยู่ดี
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเยี่ยนก็ตัดสินใจกลับ อย่างไรเสียเธอก็ได้ส่งสารถึงที่หมายแล้ว ส่วนคุณหลินจะยอมไปหรือไม่ ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธออีก
ทันทีที่เธอเดินไปถึงประตู ประตูก็ถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก คุณหลินที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามาพร้อมกับคุณนายหลิน
จางเยี่ยนก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวโดยสัญชาตญาณ
"คุณบอกว่าแม่ผมส่งคุณมาตามหาผม และขอให้ผมไปโรงพยาบาลเพื่อดูใจคนคนนั้นเป็นครั้งสุดท้ายงั้นเหรอ?" หลังจากคุณนายหลินปิดประตูห้องประชุม คุณหลินก็เอ่ยปากถามในที่สุด
จางเยี่ยนพยักหน้า ก็เรื่องมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นี่นา
"แม่หนู ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอเป็นใคร หรือมีจุดประสงค์อะไรที่มาที่นี่ แต่ฉันอยากจะบอกเธอไว้สักอย่าง แม่ของฉันตายไปสิบกว่าปีแล้ว อย่าเอาคนตายมาล้อเล่น!"