เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 180

Divine King Of All Directions - 180

Divine King Of All Directions - 180


Divine King Of All Directions - 180

 

หลินเทียนได้มองกลับไปตรงหน้าผาน้ำตกที่อยู่ด้านหลังก่อนที่จะหันกลับมามองเจียงเหลินเหวินและคนอื่นๆด้วยสีหน้าที่เย็นชา

"ยอมจำนงแล้วตายซะดีๆ ! "

ต๊วนเหวินโปได้ส่งเสียงออกมา

เจียงเหลินเหวินเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมาก่อนที่จะฟาดฟันคลื่นกระบี่ออกไป

ผู้เชี่ยวชาญกว่าสิบคนเองก็ได้ก้าวออกไปทางหลินเทียน

ในเวลาเดียวกันนี้เส้นทางหนีทั้งหมดได้ถูกปิดเอาไว้หมดแล้ว

หลินเทียนได้แต่กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะพบว่าเหนือศีรษะของเขาก็ยังมีสัตว์อสูรหลายตัวที่มีผู้เชี่ยวชาญตระกูลต๊วนขี่มันอยู่ในอากาศ

เขาได้หันกลับไปมองที่ผู้เชี่ยวชาญและเจียงเหลินเหวินด้วยสีหน้าที่ราบเรียบอีกครั้ง

"ชีวิตข้ามันเอาไปไม่ง่ายแบบนั้นหรอก ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ก้าวถอยหลังกลับไปเรื่อยๆจนถึงขอบหน้าผาแล้วกระโดดลงไปทันที

พริบตานี้เองที่ร่างของเขาได้หายไปจากระยะสายตาของทุกคน

ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายเองก็ได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเพราะพวกเขาไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะเคลื่อนไหวแบบนี้

"เขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองต้องตายแต่ไม่อยากได้รับความอับอายดังนั้นถึงได้ฆ่าตัวตาย "

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมา

"ขี้ขลาด ! "

เจียงเหลินเหวินได้ส่งเสียงออกมาอย่างเย็นชา , การที่เขาไม่สามารถลงมือสังหารหลินเทียนด้วยตัวเองนั้นทำให้เขาไม่มีความสุขอย่างมาก

เขาได้แสยะออกมาก่อนที่จะเก็บกระบี่แล้วหันหลังเดินกลับไป

ต๊วนเหวินโปเองก็ได้แต่ส่ายศีรษะก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมๆกับเหล็งเฟิง

เหล็งเฟิงได้จ้องมองลงไปยังน้ำตกด้านล่างพลางขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกที่ยังไม่โล่งใจ , ถึงอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เขาเคยต้อนหลินเทียนเข้าไปในป่าพิษแต่มันก็ยังกลับออกมาอย่างไร้รอยขีดข่วนทว่าตอนนี้เขาก็ได้ส่ายศีรษะอีกครั้งเพราะว่าก่อนหน้านี้มันเป็นเพราะหลินเทียนมียาต้านพิษแต่การโดดในครั้งนี้หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนจักรพรรดินภาแล้วจะรอดได้อย่างไรกัน ?

ผานี้ลึกมากๆ

"กลับกัน ! "

เขาได้พูดกับผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็ง

"ได้ขอรับนายน้อย ! "

ผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งได้ตอบรับ

ผู้คนกว่าสิบพร้อมใจกันแยกย้ายกลับไป

.....................

เสียงลมกระแทกหูพร้อมกับภาพการดิ่งลงจากสวรรค์

หลินเทียนกำลังดิ่งลงด้วยความเร็วที่สูงขึ้นเรื่อยๆขณะที่เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจากลมที่ต้านใบหน้าของเขา

เขาได้แต่กัดฟันก่อนที่จะเหวี่ยงกระบี่แทงไปยังหิน , ก่อนหน้านี้เขาพยายามกระโดดลงให้ใกล้กันขอบผาที่สุดเพื่อจะได้อาศัยการใช้กระบี่แทงพนังผาเพื่อลดความเร็วในการดิ่งลงจะได้มีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น

มันเป็นทางเลือกของเขาและหากคิดดูแล้วมันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องมากๆเพราะว่าหากปะทะกันกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญซึ่งๆหน้านั้นก็คงไม่มีหวังที่จะฝ่าออกไปได้แน่นอนแต่การกระโดดผาลงมานี้ยังพอจะมีโอกาสเอาตัวรอดอยู่บ้าง

"ซู้วววว ! "

เสียงลมต้านยังคงดังก้องอยู่ในหูขณะที่กระบี่ของเขาได้เหวี่ยงออกไป

กระบี่ยาวได้แทงเข้าไปในเนื้อผนังผาขณะที่ลากไปกว่า 30 เมตรก่อนที่จะหยุดลง

"โชคดีนะที่เป็นอาวุธวิญญาณขั้นสูงไม่งั้นคงไม่สามารถทนการใช้งานแบบนี้ได้ "

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากที่มองลงไปแล้วก็พบกับไอเย็นและเมื่อหันหน้ากลับขึ้นไปก็มองไม่เห็นอะไรแท้แต่น้อย ดูเหมือนว่าเขาดำดิ่งลงมาลึกมากๆ

"จะไต่กลับขึ้นไปหรือลงไปดี ? "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ลังเลออกมา

หลังจากที่คิดอยู่หลายลมหายใจแล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะลงไปด้านล่างเพราะการไต่กลับขึ้นไปมันเป็นปัญหามากๆและอีกอย่างคือเขาไม่แน่ใจว่าผู้เชี่ยวชาญนั้นกลับออกไปหรือยัง หากว่าพวกมันยังคงเฝ้าอยู่รอบๆก็จะเป็นปัญหากับเขามากๆแต่หากไต่ลงไปก็จะปลอดภัยกว่า

เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้แล้วเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะจับไปที่ผนังแล้วดึงกระบี่ออกมาเพื่อดำดิ่งลงไปอีกครั้ง , เขาอาศัยวิธีการแบบเดิมในการชะลอความเร็วลงเพื่อย่นระยะเวลาไต่ด้วยเช่นกัน

และไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนก่อนที่เขาจะพบแ งสะท้อนอยู่เบื่องล่าง

"ผิวน้ำ ? "

ดวงตาของเขาได้เป็นประกายขึ้นมาทันที

มีเพียงผิวน้ำเท่านั้นที่สะท้อนแสงแบบนั้น

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาเพราะว่าเมื่อเห็นการสะท้อนแบบนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเขากำลังจะถึงก้นผาแล้ว

เขาได้ตั้งสติก่อนที่จะไม่ทำการชะลอความเร็วลงอีกแล้ว

"พุฟฟฟ ฉ่า.... "

น้ำสาดกระจายไปทั่วขณะที่ร่างของเขาได้ตกลงมากระแทกกับผิวน้ำ

หลินเทียนรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขากำลังจมอยู่ในน้ำก่อนที่จะรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัวเหมือนร่างกายกำลังถูกห่อหุ้มไว้ด้วยน้ำแข็ง , เขาได้แต่รีบว่ายกลับขึ้นมาเหนือผิวน้ำด้วยร่างกายที่สั่นเทาเพราะความเย็น

"อะไรกันน่ะน้ำนี่ ? "

เขาได้ผงะไป

หากมองดูดีๆแล้วแอ่งน้ำนี้ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่หรือเล็กมากแต่อุณหภูมิของน้ำนี่มันเย็นจนน่ากลัว , ต้องรู้ก่อนนะว่าเขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ซึ่งสามารถต้านทานความเย็นได้สูงมากและหากว่าเป็นคนธรรมดาก็คงจะตกตายลงไปแล้ว

เมื่อคิดถึงจุดนี้หลินเทียนก็ยังคงว่ายต่อไปจนถึงฝั่งอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้แอ่งน้ำได้เกิดการสั่นไหวขณะที่ห่างออกไปได้มีน้ำสาดกระจายออกมา

หลินเทียนรู้สึกเพียงแค่ว่าบรรยากาศโดยรอบเริ่มเย็นลงกว่าเก่าก่อนที่จะหันไปพบกับอสรพิษเยือกแข็งที่กำลังพุ่งออกมาจากผิวน้ำ

"อสรพิษเยือกแข็ง ! "

สีหน้าของเขาได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 ซึ่งมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ !

ใบหน้าของเขาได้เปลี่ยนไปเป็นซีดเผือดขณะที่ความเร็วในการว่ายของเขาเพิ่มขึ้นก่อนที่จะรีบไปถึงฝั่งอย่างรวดเร็ว , เขาไม่กล้าจะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วพร้อมกับสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาเพื่อหนีไปจากจุดนี้

อสรพิษเยือกแข็งได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่สายน้ำจะพุ่งไปทางหลินเทียน

ท่าทางของหลินเทียนเองก็เปลี่ยนไปอย่างมากก่อนที่จะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาถึงขีดสุด

ณ ตอนนี้เขารู้ได้เลยว่าสายน้ำเหล่านั้นมันไม่ธรรมดา นั่นมันเป็นการโจมตีที่สัตว์อสูรระดับ 7 ส่งออกมาและสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ธรรมดาๆได้อย่างสบายๆ , แค่เพียงเพราะว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้เชี่ยวชาญระดับเดียวกันแต่ก็ไม่จำเป็นต้องลองพลังทำลายของการโจมตีนี้

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งก่อนที่บรรยากาศโดยรอบจะเย็นตัวลงกว่าเดิมหลายสิบเท่า

หลินเทียนรู้สึกปวดไปทั้งหูและไม่กล้าที่จะหยุดเคลื่อนไหวแม้แต่น้อยก่อนที่จะพยายามเคลื่อนที่ไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด

และไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่กลิ่นอายของอีกฝ่ายได้เจือจางล เหมือนว่ามันไม่ได้ไล่ตามเขามาแล้ว

เขาได้หยุดเท้าลง

"ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมแอ่งน้ำนั่นถึงได้เย็นขนาดนั้น ที่แท้มันก็เป็นรังของสัตว์อสูรระดับ 7 นี่เอง "

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่สูดหายใจแล้วเขาได้กวาดตามองไปรอบๆเพื่อสำรวจสภาพพื้นที่และพบว่ามันไม่มีต้นไม้ใหญ่ ดอกไม้ ไม้เลื้อยหรืออะไรเลย พื้นที่โดยรอบมีสภาพเหมือนพื้นดินที่แห้งแล้งซึ่งเต็มไปด้วยลอยแตกของดิน , เขาได้ก้าวเดินออกไปด้านหน้าเรื่อยๆก่อนที่จะหยุดเท้าลงด้วยท่าทางที่แข็งค้างไป

"นั่นมัน ............... "

เมื่อมองออกไปแล้วเขารู้สึกได้ถึงการไหลเวียนของพลังฉี

มันเป็นการไหลเวียนอ่อนๆซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถสัมผัสได้อย่างแน่นอนแต่เขาสำเร็จเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ถึงได้สามารถส่งจิตสัมผัสออกไปได้

"ลองไปดูหน่อยแล้วกัน"

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากที่ลังเลอยู่เล็กน้อยเขาก็ได้ก้าวออกไปช้าๆ

ยิ่งเขาเข้าใกล้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าอุณหภูมิโดยรอบค่อยเพิ่มสูงขึ้นเหมือนด้านหน้าเขามีเพลิงนรกอยู่และทำให้เขารู้สึกระมัดระวังอย่างมากทว่าก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดเคลื่อนไหว

ไม่นานเสื้อผ้าของเขาก็ได้ชโลมไปด้วยหยาดเหงื่อมากมาย

ท้ายที่สุดหลังจากที่ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจเขาก็ได้หยุดเท้าลง

"นั่นมัน ? "

เมื่อจ้องมองออกไปแล้วนัยน์ตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะหดเล็กลงโดยทันที

ตอนนี้เขาพบว่าที่ผนังหินด้านหน้านั้นมีรอยแยกอยู่ซึ่งรอบๆรอยแยกนั้นต่างดำเป็นถ่านเหมือนถูกบางอย่างเผาด้วยเพลิงนรกและเมื่อมองออกไปตรงใจกลางของมันแล้วก็จะพบว่ามีกลุ่มความร้อนขนาดพอๆกับกำปั้นอยู่ภายใน

เขาได้แต่หยุดยิ่งพร้อมกับจ้องมองออกไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

"คริสตัลเพลิง ? "

เขาได้แต่พูดอยู่กับตัวเอง

มันเป็นคริสตัลเพลิง ! มันเป็นคริสตัลเพลิงที่ก่อเกิดจากการรวมตัวกันของไอความร้อนของโลกที่ไม่ได้บ่มพลังฉีเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงพลังความร้อนที่รุนแรงซึ่งถือได้ว่าเป็นสมบัติในสมบัติอีกที หญ้าวิญญาณสีฟ้าก่อนหน้านี้มันไม่ค่าเลยด้วยซ้ำหากเทียบกับของชิ้นนี้

"ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมสภาพโดยรอบถึงได้แห้งแล้งแบบนี้ ที่แท้ก็เพราะมันนี่เอง "

หลินเทียนได้วิเคราะห์อยู่ภายในใจ

อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาได้แต่จ้องมองไปด้านหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด

มันเป็นสมบัติ !

เมื่อตั้งสติได้แล้วเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะก้าวเข้าไปหามัน

มันเป็นสมบัติที่ก่อเกิดจากธรรมชาติซึ่งกักเก็บพลังฉีและพลังเพลิงเอาไว้อย่างมหาศาลและไม่ได้เป็นเหมือนกับหญ้าวิญญาณสีฟ้าดังนั้นด้วยกลิ่นอายความร้อนที่แผดออกมานั้นจึงทำให้ร้อยข้างไม่มีการคงอยู่ของสัตว์อสูรและทำให้เขาไม่ต้องระมัดระวังอะไร

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้เดินเข้าไปเรื่อยๆ

ระหว่างที่กำลังเข้าไปใกล้ขึ้นนั้นเขาก็รู้สึกเพียงแค่ความร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ผิวหนังของเขาเริ่มแดงขึ้นแถมเลือดที่อยู่ภายในร่างเองก็เดือดปุดๆด้วยความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว

"บึ้สสสสส ! "

ทันใดนั้นเองที่กางเกงของเขาได้ถูกเผาจนวอด

สีหน้าของเขาได้เปลี่ยนไปทันทีก่อนที่จะรีบก้าวถอยกลับมาเพื่อดับไฟที่หว่างข้า

"เข้าใกล้ยากจริงๆ "

เขาได้จ้องมองออกไปและอดที่จะยิ้มอย่างขมขื่นออกมาไม่ได้ ระยะห่างระหว่างเขาและคริสตัลเพลิงนั้นอยู่เพียงไม่กี่สิบเมตรทว่าด้วยความร้อนนี้ส่งผลให้เสื้อผ้าของเขาไหม้เป็นจุณ , หากว่าเข้าไปใกล้กว่านี้มีหวังคงโดยเผาไม่เหลือซากและมันทำให้เขาได้แต่โกรธจัด

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 180

คัดลอกลิงก์แล้ว