เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 175

Divine King Of All Directions - 175

Divine King Of All Directions - 175


Divine King Of All Directions - 175

 

แน่นอนว่าตัวของหลินเทียนเองก็สามารถสัมผัสจิตสังหารของอีกฝ่ายได้ดังนั้นถึงได้มองกลับไปด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา

จูหวูเต๋าได้สัมผัสถึงจิตสังหารของเจียงเหลินเหวินเช่นกัน

"มีอะไร ? "

จูหวูเต๋าได้ถามออกมา

"เปล่า แค่เห็นคนขัดหูขัดตาเท่านั้น "

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

จูหวูเต๋าได้มองตามสายตาของเจียงเหลินเหวินไปก่อนที่จะพบกับหลินเทียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะส่งคนไปสืบสวนเรื่องของหลินเทียนมาก่อนแล้วแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบกับหลินเทียน

ต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิงที่อยู่ข้างๆเองก็ได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยประกายตาที่เย็นชาไม่ต่างจากเจียงเหลินเหวินแม้แต่น้อย

ณ ตอนนี้เองที่รถเกี้ยวได้ถูกยกเดินทางเข้ามาก่อนที่จะกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนโดยรอบ

มันได้หยุดลงหลังจากที่เคลื่อนที่เข้ามาได้ไม่นาน

"แม่นาง "

ชายชราได้ส่งเสียงออกมา

ม่านได้ถูกเปิดออกก่อนที่หญิงสาวจะก้าวออกมา

"นี่มัน ?! "

"จี่หยู ! หญิงงามอันดับ 1 มาที่นี่ด้วย ! "

"ยังคงทำให้ตกตะลึงอยู่เช่นเคย ! "

"ไม่เห็นได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมาด้วย "

"คนเขาจะมาแล้วจำเป็นต้องแจ้งเจ้าด้ ยหรือไง ? "

"สุดยอดไปเลย "

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมา

หลินเทียนที่มองไปทางจี่หยูเองก็ได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา นี่นางมาเพราะคำเชิญของจูหวูเต๋า ?

จี่หยูได้ก้าวออกมาก่อนที่จะพยักหน้าให้กับคนยกแล้วเดินไปทางจูหวูเต๋าก่อนที่จะโค้งคำนับแล้วพูดว่า

"ต้องขออภัยองค์ชายที่จี่หยูไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ข้าขอเข้าร่วมงานนี้ด้วยได้หรือไม่ ? "

"แน่นอนอยู่แล้ว หญิงงามอันดับ 1 ขนาดนี้ ! "

จูหวูเต๋าได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าเองก็ไม่ต้องสุภาพไปก็ได้ เรียกชื่อข้าตรงๆไปเลยเพราะใช้คำว่าองค์ชายมันดูห่างเหินไปหน่อย "

"ขอขอบคุณ "

จี่หยูได้ยิ้มออกมา

จูหวูเต๋าโบกมือของเขาก่อนที่จะส่งเสียงออกมาว่า

"ไปเอาม้ามาให้แม่นางจี่ ! "

"ไม่จำเป็น จี่หยูเองก็มีม้าของตัวเองอยู่แล้ว "

จี่หยูได้พูดออกมา

คนยกที่อยู่ห่างออกไปได้จูงม้าสีขาวเข้ามาหานาง

จูหวูเต๋าได้พยักหน้าของเขาก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"เป็นม้าที่ดี ! เหมาะกับหยูเอ๋อมากๆ "

เจียงเหลินเหวินเองก็ได้กวาดตามองไปทางนางอย่างไม่สนใจนักส่วนต๊วนเหวินโปที่อยู่ข้างๆเองก็ไม่ต่างกันแต่ทว่าเหล็งเฟิงนั้นต่างออกไปเพราะว่าน้องชายของเขาได้ตกตายลงเพราะนางถึงได้ทำให้ตอนนี้เขาจ้องมองไปที่นางด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ณ ตอนนี้จูหวูเต๋าได้มองไปยังศิษย์สำนักก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"โปรดเชิญเข้าไปในป่ากันเถอะ "

หลังจากที่พูดจบแล้วจูหวูเต๋าก็ได้แสดงท่าทางเชิญจี่หยูเพื่อเดินเข้าไปด้วยกัน

"สมแล้วที่เป็นแม่นางจี่หยูที่ขนาดองค์ชายยังต้องปฏิบัติอย่างดี "

"ไร้สาระหน่า นั่นหนะหลานสาวสุดที่รักของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิเลยนะ "

"รีบไปเร็ว "

หนึ่งในพวกเขาได้ส่งเสียงออกมา

พื้นดินไม่สั่นสะท้านขณะที่ศิษย์กว่าหลายร้อยคนต่างวิ่งเข้าไปในเขตป่า

หลินเทียนได้มองไปทางจี่หยู จูหวูเต๋าและคนอื่นๆก่อนที่จะขมวดคิ้วไป

หลังจากนั้นเขาก็ได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะเดินเข้าไปกับคนอื่น

"โฮ๊ก ! "

"โฮ๊กกกกก ! "

เมื่อเข้าไปแล้วก็สามารถได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรได้อย่างชัดเจนก่อนที่จะพบว่าด้านหน้านั้นต่างช่วยกันลงมือสังหารมัน

หลินเทียนได้กวาดตามองไปก่อนที่จะเดินออกไปด้านข้าง

"หลินเทียน "

เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

หญิงสาวนางหนึ่งได้เดินออกมาจากด้านข้างขณะที่มองมาทางเขาด้วยรอยยิ้ม

จี่หยู

"เจ้า...."

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

จี่หยูได้เดินเข้ามาพร้อมกับถามว่า

"ทำไม ? จำข้าไม่ได้ ? "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

"ไม่ใช่ว่าเจ้าไปด้วยกันกับพวกจูหวูเต๋างั้นรึ ? ทำไมมาอยู่นี่ ? "

"โง่จริงๆ ข้ามาเพื่อเจ้าไงล่ะเจ้าบื้อ ใครจะอยากมาเข้าร่วมงานแบบนี้กัน เจ้านี่มันโง่เง่าแท้ๆ ! "

จี่หยูได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

หลินเทียนได้เดินเข้าใกล้นางก่อนที่จะพูดว่า

"เมื่อกี้ว่าอะไรนะ ? ข้าได้ยินไม่ชัดเท่าไหร่ "

"เปล่า เราไปด้วยกัน "

หลังจากที่พูดแล้วใบหน้าของนางก็ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมกับพูดต่อว่า

"ข้าหมายถึงว่าเราเดินเข้าไปด้วยกันน่าจะมีอะไรสนุกๆให้ทำ "

"ได้"

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แน่นอนว่าเขาไม่มีความคิดเห็นอะไรกับเรื่องนี้

ณ ตอนนี้พวกเขาได้เดินเข้าไปในป่าลึกก่อนที่จะผ่านเขตขอบป่าไปกว่า 6 กิโลเมตรแล้ว

ณ ตอนนี้สัตว์อสูรระดับ 5 ได้พุ่งกระโจนเข้าไปทางจี่หยู

หลินเทียนได้กระโดดออกไปขวางหน้ายางเอาไว้พร้อมกับเหวี่ยงหมัดอย่างรุนแรง

โครม ! สัตว์อสูรได้ลอยออกไปไกลก่อนที่จะกระตุกเล็กน้อยแล้วตกตายลง

"เจ้าเป็นอะไรไหม ? "

หลินเทียนได้หันกลับมาถามนาง

จี่หยูได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

"ไม่เป็นอะไร ข้าไม่ใช่ช่อดอกไม้ในแจกันนะ ข้าเองก็สู้ได้เหมือนกันนะ "

หลินเทียนได้กระพริบตาวิ้งๆก่อนที่จะพูดต่อว่า

"เจ้าทำตัวเป็นดอกไม้ในแจกันก็ดีเหมือนกันนะ "

"เจ้านี่มีอารมณ์ขันเหมือนกัน ? "

จี่หยูได้หัวเราะคิกๆออกมา

"จริง จริง "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยสีหน้าที่อับอาย

จี่หยูได้แต่กรอกตาของนางก่อนที่จะเดินไปด้านหน้า

การล่านี้ตัดสินกันที่จำนวนของแก่นอสูรที่หามาได้ แน่นอนว่ามันเกี่ยวข้องกับระดับของแก่นอสูรด้วยเช่นกันดังนั้นไม่นานห ังจากนั้นพวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับการลอบโจมตีของสัตว์อสูรมากมายและแน่นอนว่าหลินเทียนเป็นคนเก็บกวาดพวกมันทั้งหมด

"นี่เจ้าอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 แล้ว ? "

จี่หยูได้ถามออกมาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

"อื้ม"

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

"บ่มเพาะเร็วจริงๆเลยนะ สุดยอดไปเลย !"

จี่หยูได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปก่อนที่จะถามว่า

"นี่เจ้าจะชมข้าหรือว่าจะทำร้ายจิตใจข้ากัน ? "

นางอายุน้อยกว่าเขาแต่กลับมีระดับพลังที่อยู่สูงกว่าเขาซึ่งการที่นางชมแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกแปลกพิกล

"แน่นอนว่าต้องชมเจ้าสิ "

จี่หยูได้พูดออกมา

"งั้นรึ งั้นก็ต้องขอบคุณมากๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่อับอาย

ไม่นานพวกเขาก็ได้เดินลึกเข้าไปกว่า 9 กิโลเมตรซึ่งกลิ่นอายอสูรของที่นี่เข้มข้นเป็นอย่างมากแถมสัตว์อสูรระดับ 5 ก็ยังเป็นอสูรระดับธรรมดาๆในเขตนี้แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นของสัตว์อสูรระดับ 6

"ระวังด้วยล่ะ สัตว์อสูรที่นี่ไม่ธรรมดาเลย "

หลินเทียนได้พูดออกมา

จี่หยูได้แต่กรอกตาของนางก่อนที่จะพูดออกมาอย่างหมดหนทางว่า

"เจ้านี่คิดว่าข้าเป็นช่อดอกไม้ในแจกันงั้นรึ ! "

"ไม่รู้แหละ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไปอย่างอับอาย

เขาพูดแบบนี้ออกไปเพราะถึงอย่างไรนางก็ดูน่าทะนุถนอมมาก

พวกเขาได้ก้าวเข้าไปในเขตลึกก่อนที่จะพบกับสัตว์อสูรระดับ 6 ตอนกลางซึ่งร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงแถมยังมีดวงตาสีแดงก่ำทำให้ผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับมันรู้สึกกลัว

"หมีเพลิง ระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 "

จี่หยูได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วมันก็ได้กระโจนเข้าใส่พวกเขาด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนระอุโดยทันที

"ให้ข้าจัดการเอง"

หลินเทียนได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งออกไปพร้อมกับเรียกเอากระบี่ออกมา

แกร๊ง ! เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้น

"พุฟฟฟ ! "

เลือดได้สาดกระจายไปทั่วก่อนที่จะพบว่าตรงลำคอของหมีเพลิงนั้นมีแผลลึกอยู่

จี่หยูเองก็รู้สึกประหลาดใจไปเช่นกันเพราะไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะสามารถสร้างบาดแผลให้กับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งได้ง่ายๆแบบนี้

"สุดยอดจริงๆ "

นางได้แต่พูดอยู่กับตัวเอง

เมื่อหมีเพลิงได้รับความเจ็บปวดแล้วมันก็ได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่ร่างของหลินเทียน

กลิ่นอายความร้อนที่มันส่งออกมาอดทำให้เขาขมวดคิ้วไปไม่ได้

"ดูเหมือนว่ามันจะไม่ธรรมดาจริงๆ "

หลังจากที่ตั้งสติแล้วดวงตาของเขาก็หดเล็กลงก่อนที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

วิ้ส ! เขาได้พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่สูงมาก

ร่างของเขาได้เปล่งแสงออกมา

กระบี่สายฟ้า

พุฟฟฟ ! เลือดสาดกระจายออกมาอีกครั้งขณะที่หมีเพลิงได้ส่งเสียงร้อยโหยหวนออกมาอย่างน่าสังเวชก่อนที่จะตกตายลง

"เป็นกระบี่ได้รวดเร็วมาก ! "

จี่หยูที่อยู่ข้างๆเองก็ได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนได้ชำแหละเอาแก่นอสูรของมันออกมาแล้วเดินกลับมาข้างๆจี่หยู

"สุดยอดไปเลย !"

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ก็งั้นๆแหละ "

หลินเทียนได้เกาศีรษะของตัวเอง

"จริงๆแล้วเจ้าคงจะรู้สึกมีความสุขอยู่ในใจสินะที่ได้รับคำชมจากหญิงงามอย่างข้าเรื่อยๆแบบนี้น่ะ ? ใช่ไหม ? "

จี่หยูได้พูดออก าด้วยท่าทางน่ารัก

หลินเทียนถึงกับแสดงสีหน้าที่อับอายออกมาและไม่คิดเลยว่านางจะพูดประโยคแบบนี้ออกมาเอง

"เอาล่ะๆ ข้าหยอกเจ้าเล่นเท่านั้น ไปกันได้แล้ว"

นางได้กุมปากพลางหัวเราะออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มตอบก่อนที่จะเดินออกไปกับนาง

แกร๊ง !

ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้พุ่งลงมาตรงหน้าของหลินเทียน

คิ้วของเขาได้ขมวดเข้าหากันก่อนที่จะพบว่าตรงหน้านั้นมีชายหนุ่มชุดสีม่วงอย่างเจียงเหลินเหวินส่วนข้างๆนั้นมีต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิง , ในมือของเจียงเหลินเหวินนั้นถือกระบี่เอาไว้และนี่หมายความว่าการโจมตีเมื่อครู่เป็นของเขา

เจียงเหลินเหวินได้เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร

เหล็งเฟิงเองก็เดินตามมาด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก

ต๊วนเหวินโปได้แต่ยืนกอดอกด้วยท่าทางเหมือนผู้รับชม

"นี่คิดจะทำอะไร ? "

จี่หยูได้ถามออกมา

เจียงเหลินเหวินได้กวาดตามองนางก่อนที่จะหันไปทางหลินเทียน

"แม่นางจี่ ก่อนหน้านี้ที่บอกกับองค์ชายว่ามีเรื่องยุ่งนี่หมายถึงการมาพบหลินเทียน ? "

ต๊วนเหวินโปได้หยอกล้ออกมา

"นั่นมันเป็นเรื่องของข้า ไม่จำเป็นต้องตอบเจ้า "

จี่หยูได้ตอบกลับไป

ประกายตาของต๊วนเหวินโปได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาโดยทันทีก่อนที่จะยักไหล่แล้วมองไปทางหลินเทียน

"วันนี้ได้มีเรื่องสนุกๆแล้วสิ "

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้กวาดตามองผ่านเขาไปก่อนที่จะตกลงที่ร่างของเจียงเหลินเหวิน

เจียงเหลินเหวินในตอนนี้กำลังกำกระบี่เอาไว้ในมือขณะที่เดินเข้ามาทางหลินเทียนและทุกก้าวจะส่งเสียงดังออกมา , ณ ตอนนี้จิตสังหารของเขาได้พวยพุ่งออกมาไม่หยุดจนถึงขั้นทำให้อากาศโดยรอบถึงกับหยุดนิ่ง

"หยุด !"

จี่หยูได้ส่งเสียงออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้ก้าวเดินออกมา แม้จะรู้ว่าหลินเทียนนั้นแข็งแต่ก็ยังเทียบกับเจียงเหลินเหวินไม่ได้ , อย่างไรก็ตามตอนนี้เองที่หลินเทียนได้จับไหล่ของนางเอาไว้ก่อนที่จะจูงนางกลับไปด้านหลัง

หลินเทียนได้ก้าวออกไปด้วยสีหน้าที่ราบเรียบพร้อมกับมองไปทางเจียงเหลินเหวิน

"กล้าดีหนิ "

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาขณะที่เจตจำนงแห่งกระบี่ได้ส่งแรงกดดันเข้าใส่หลินเทียน

"เจ้าคนแพ้ยังมีหน้ามาพูดอีก ? "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

กระบี่ใบมือของเขาสั่นไหวก่อนที่คลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตจะถูกส่งอออกไปปะทะกับการโจมตีของเจียงเหลินเหวิน

ณ ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่จะก่อให้เกิดเป็นพายุสังหาร

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 175

คัดลอกลิงก์แล้ว