เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 169

Divine King Of All Directions - 169

Divine King Of All Directions - 169


Divine King Of All Directions - 169

 

เมื่อจ้องมองออกไปทางทั้งสองแล้วสายตาของหลินเทียนนั้นไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ตระหนักถึงสายตาเหล่านั้นก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"หลินเทียน ข้าบอกเจ้าแล้วว่าสถานะของเจียงเหลินเหวินนั้นไม่เหมือนคนอื่น "

"อื้ม ไม่ธรรมดาจริงๆนั่นแหละดังนั้นเขาถึงได้หมดสภาพอยู่ที่พื้น ดังนั้นถึงต้องให้พวกเจ้ามาช่วย "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

หลุยหลานได้พูดออกมาว่า

"ถึงอย่างไรเขาก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน เราไม่สามารถยืนดูเขาตายด้วยเงื้อมมือของเจ้าได้ "

"งั้นรึ ? หากว่าเปลี่ยนไปข้าที่นอนกองอยู่แล้วเจียงเหลินเหวินจะฆ่าข้า พวกเจ้าจะยื่นมือเข้ามาช่วย ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้เงียบไปก่อนที่จะส่ายศีรษะ

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะหันหลังเดินกลับเข้าที่พักไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

เขารู้ดีว่าทั้งสองนั้นต้องปกป้องเจียงเหลินเหวินและตอนนี้เขาไม่สามารถฆ่ามันได้

"ขยะที่สามารถขัดกฎของสำนักได้ ได้ชื่อว่าเป็นสำนักที่อยู่เหนือสุดในจักรวรรดิงั้นรึ ก็งั้นๆแหละ "

คำพูดเหล่านี้ได้ดังก้องอยู่ภายในอากาศ

แน่นอนว่าหลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้วผู้คนล้วนแต่สูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

อยู่ต่อหน้าหน้าเหี่ยวๆของผู้อาวุโสทั้งสองแต่หลินเทียนกลับกล้าที่จะดูหมิ่นสำนักตรงๆเลยงั้นรึ

มันต้องมีจิตวิญญาณกล้าหาญขนาดไหนกัน ?

สีหน้าของฮานเฮอและหลุยหลานเองก็ได้ ปลี่ยนเป็นน่าเกลียดอย่างมากแต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะว่าพวกเขารู้ดีว่าครั้งนี้พวกเขาเป็นฝ่ายผิดและไม่มีคุณสมบัติพอจะเถียงกับหลินเทียนแม้แต่น้อย ทว่าสิ่งหลักๆคือความสามารถของหลินเทียนนั้นทำให้พวกเขาได้แต่ตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าและดูเปล่งประกายกว่าเจียงเหลินเหวินด้วยซ้ำ

พวกเขาได้แต่มองไปที่กันและกันก่อนที่จะส่ายศีรษะด้วยสีหน้าที่หมดหนทาง

"ไปกัน "

ฮานเฮอได้ส่งเสียงออกมา

พวกเขาได้นำร่างไร้สติของเจียงเหลินเหวินออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

ต๊วนเหวินโปเองก็ได้แต่มองไปทางที่พักของหลินเทียนก่อนที่จะจากไปกับพวกเขา

เหลียงชิงและศิษย์ตำหนักราชาคนอื่นๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมา พวกเขาไม่คิดเลยว่าแม้เจียงเหลินเหวินจะมาด้วยตัวเองแต่กลับต้องตกอยู่ในสภาพอนาถขนาดนี้ หากว่าไม่ได้เป็นเพราะฮานเฮอและหลุยหลานมาช่วยเอาไว้มีหวังต้องตายด้วยเงื้อมมือของหลินเทียนไปแล้ว

นั่นมันเจียงเหลินเหวินเลยนะ !

"กลับกัน !"

เหลียงชิงได้แต่กัดฟันพูดออกมา

ศิษย์คนอื่นๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ไร้เลือดออกมาก่อนที่จะนึกถึงภาพก่อนหน้านี้ด้วยขนที่ลุกสู้

"มันผิดมนุษย์ขนาดนั้นได้ไงกัน "

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

พวกเขารู้ดีว่าหากเปลี่ยนเป็นพวกเขาที่ต้องเผชิญหน้ากับคลื่นกระบี่เหล่านี้แล้วต้องตกตายลงทั้งหมดอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้พวกเขาสู้กับคนแบบนี้ !

พริบตาเดียวพวกเขาทั้งหมดก็ได้เดินออกไปนอกเขตที่พักโดยทันที

ผู้คนทั้งหลายที่มองตามศิษย์ตำหนักราชาที่อยู่ในสภาพอนาถเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

"เจียงเหลินเหวินเกือบถูกสังหารไปแล้ว..........."

"นอกจากเหล็งเฟิงแล้วศิษย์ตำหนักราชาที่เหลือล้วนมีส่วนร่วมทั้งหมดแต่กลับ..........แพ้แบบหมดท่า"

"ต่อให้เหล็งเฟิงมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก "

"นี่มันคนๆเดียวเอาชนะทั้งตำหนักเลยนะ !"

"นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว !"

หลายๆคนต่างพากันพูดออกมา

พวกเขาได้แต่มองไปทางที่พักของหลินเทียนที่พบว่าภายนอกมันได้รับความเสียหายจากคลื่นกระบี่และเมื่อสัมผัสถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ที่ยังหลงเหลืออยู่แล้วก็ได้แต่ทำให้ใบหน้าของพวกเขาซีดลง

หลินเทียนไม่ได้สนใจคนเหล่านี้แม้แต่น้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปพบกับซินเชิงหยุนที่กำลังมีนัยน์ตาเบิกกว้างถึงได้เตะไปที่แก้มของเขาแล้วถามว่า

"เป็นไง สนุกไหม ? "

ซินเชิงหยุนได้แต่พยักหน้าซ้ำๆพลางพูดว่า

"สุดยอด สุดยอดไปเลย !!"

"พูดครั้งเดียวก็รู้เรื่องแล้ว"

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนที่เรียกสติกลับมาได้แล้วเองก็ได้พูดพลางกระโดดว่า

"พี่เขย ท่านนี่มันสุดยอดไปเลย ! "

เขาไม่คิดเลยว่าลำดับที่ 1 ในตารางสายลมและหมู่เมฆจะเกือบตกตายลงด้วยเงื้อมมือของหลินเทียน

"ธรรมดาอยู่แล้ว "

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

"ธรรมดา ? พี่เขยก็ถ่อมตัวเกินไป หัดภูมิใจเสียมั่งสิ "

ซินเชิงหยุนได้ออกความคิดเห็น

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยสีหน้าที่อับอายว่า

"ไปไกลๆเลย "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เดินเข้าไปในส่วนลึกเพื่อหยิบเอาอุปกรณ์ต่างๆออกมาพร้อมทั้งกลับออกไปด้านนอก , การมาของเจียงเหลินเหวินทำให้ประตูหน้าบ้านเขาพังเสียหายก็จริงแต่ส่วนอื่นๆนั้นได้รับความเสียหายเล็กน้อยที่เขาพอจะซ่อมแซมได้

ซินเชิงหยุนได้มองไปมาก่อนที่จะพูดว่า

"หลังจากนี้หลายๆตระกูลคงตกตะลึงไม่น้อย "

"เจ้าหนูซิน รีบๆมาช่วยเร็ว "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมา

"มาแล้วพี่เขย ! "ซินเชิงหยุนได้ตะโกนออกมาก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น

................

อีกฝั่งหนึ่งในตำหนักผู้อาวุโส

ฮานเฮอและหลุยหลานที่นำเจียงเหลินเหวินกลับมาเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่จริงจังออกมา

"กล้ามเนื้อและเอ็นเกือบทั้งหมดถูกตัดออกแต่ก็ไม่ได้รับความเสียหายไปถึงรากฐานดังนั้นรักษาตัวสักครึ่งเดือนก็น่าจะหายดี "

ฮานเฮอได้พูดออกมา

หลุยหลานเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า

"น่ากลัวมากๆ สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด มีความสามารถมากกว่าเจียงเหลินเหวินด้วยซ้ำ "

"เขาอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น !"

หลุยหลานได้พูดออกมา

16 ปีแต่กลับแข็งแกร่งขนาดนี้และหากว่าเติบโตไปได้อย่างราบรื่นแล้วทั้งจักรวรรดิคงต้องสั่นสะเทือน

"สิ่งแรกคือเราต้องทำให้อาการบาดเจ็บของเจียงเหลินเหวินทรงตัวก่อน "

"อื้ม "

พวกเขาได้พยายามส่งพลังฉีเข้าไปรักษาบาดแผลของเจียงเหลินเหวิน

...........

ภายในราชวัง

ชายหนุ่มชุดคลุมสีแดงที่กำลังถือรายงานทางทหารเองก็ได้แสดงสีหน้าที่ตั้งใจออกมา ชายหนุ่มคนนี้นั้นมีผมสีดำดวงตาเปล่งประกายแถมหน้าตายังหล่อเหลาอีกด้วย

"องค์ชายขอรับ "

เสียงหนึ่งได้ถูกส่งเข้ามา

ชายหนุ่มได้สางรายงานลงก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

"เข้ามา "

คนที่อยู่ด้านนอกได้เดินเข้ามาก่อนที่จะพูดว่า

"เจียงเหลินเหวินได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก กล้ามเนื้อและเอ็นทั้งร่างเกือบขาดหมด......."

คนๆนี้ได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดออกไป

ชายหนุ่มคนนี้ได้แต่ขมวดคิ้วก่อนที่จะพูดว่า

"คนที่ลงมืออยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 แล้วเป็นศิษย์ใหม่ของสำนักงั้นรึ ? "

"หากว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าฮานเฮอและหลุยหลานรีบมาช่วยไว้ เจียงเหลินเหวินก็คงตกตายไปแล้วขอรับ "

คนๆนั้นได้พูดเสริม

ชายหนุ่มได้เงียบไปด้วยดวงตาที่เปลี่ยนไป

"เอายาไปส่งที่สำนักแล้วส่งคนไปสืบเรื่องของเจ้าศิษย์ใหม่คนนั้นมา "

เขาได้ออกคำสั่งไป

"ขอรับ "

คนๆนั้นได้เดินกลับออกไป

วันนี้เองที่เกิดการสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองขณะที่ผู้นำตระกูลทั้งหลายต่างมีสีหน้าที่ตกตะลึงโดยเฉพาะตระกูลเจียง, หลังจากที่ได้รับข่าวแล้วผู้นำตระกูลเจียงก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักซึ่งหลังจากที่เห็นสภาพอันน่าอนาถของเจียงเหลินเหวินแล้วจิตสังหารอันรุนแรงก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา

"ไอ้ระยำ ! "

ผู้นำตระกูลเจียงได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างเย็นชา

เจียงเหลินเหวินนั้นถือเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลเขา มันเป็นเพราะว่าเจียงเหลินเหวินดังนั้นสถานะของตระกูลเขาถึงไม่มีใครเทียบได้ แม้แต่คนของราชวงเองก็ยังต้องไว้หน้าแต่ตอนนี้เจียงเหลินเหวินกลับกลายเป็นแบบนี้ด้วยฝีมือของศิษย์ใหม่นี่มันทำให้ตระกูลพวกเขาเสียหน้ามากๆ

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ท่าทางของตระกูลเหล็งเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

เหล็งเฟิงได้รีบตรงดิ่งกลับไปที่สำนักพร้อมทั้งสอบถามเรื่องราวต่างๆจากต๊วนเหวินโปด้วยตัวเอง

หลังจากนั้นใบหน้าของเขาก็ได้แต่ซีดเผือดลงอย่างมาก

"ระยำ ! "

ในเวลาไม่กี่เดือนหลินเทียนกลับแข็งแกร่งขนาดนี้ถึงขั้นที่เกือบจะฆ่าเจียงเหลินเหวินได้ !

"อายุเพียงแค่ 16 ปี ! มันทำได้ไงกัน !"

"เจียงเหลินเหวินคนนั้นแพ้ซะได้ !"

เสียงฮือฮาดังไปทั่วทั้งเมืองหลวง

เจียงเหลินเหวินผู้ซึ่งมีพรสวรรค์ระดับ 9 ดารา เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย ลำดับที่ 1 ในตารางสายลมและหมู่เมฆแถมยังได้เข้าร่วมกับนิกายทว่าคนที่เป็นเทพขนาดนั้นกลับได้รับความพ่ายแพ้ในวันนี้ พ่ายแพ้แบบหมดท่า ! และหากว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าผู้อาวุโสของสำนักยื่นมือเข้าช่วยก็คงจะไม่มีเจียงเหลินเหวินอยู่อีกต่อไปแล้ว !

วันนี้หากว่าเป็นคนที่มีหน้ามีตาสักหน่อยก็ไม่มีทางพลาดข่าวนี้

"เป็นการผงาดของผู้มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด ! "

บางคนได้ส่งเสียงออกมา

ด้านหน้าที่พักศิษย์ตำหนักนอกนั้นต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่ล้วนจ้องมองไปยังที่พักของหลินเทียนซึ่งตอนนี้หลินเทียนก็ได้ซ่อมจุดต่างๆไปบ้างแล้ว , ศิษย์เหล่านี้มาที่นี่ก็เพราะว่าพวกเขาอยากจะเห็นหน้าคนที่มีความสามารถเกือบจะสังหารเจียงเหลินเหวินคนนั้น

ซินเชิงหยุนได้มองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับพึมพำออกมาว่า

"พี่เขย ท่านกลายเป็นดาราไปแล้ว !"

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมาและไม่ได้พูดอะไรเพราะเขารู้ดีว่าตัวเองนั้นอาศัยข่ายอาคมเอาชนะเจียงเหลินเหวินแถมยังเป็นข่ายอาคมทีเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว หากว่าสู้ด้วยพละกำลังล้วนๆนั้นเขายังห่างชั้นกับเจียงเหลินเหวินอยู่ไกลมาก หากว่าต่อสู้กับจริงๆเขาต้องตกตายด้วยเงื้อมมือของอีกฝ่ายไปแล้ว

"ตอนนี้จะได้อยู่แบบสงบๆสักพักล่ะนะ "

เขาได้พูดกับตัวเอง

เขารู้ดีว่าอาการบาดเจ็บของเจียงเหลินเหวินนั้นหนักมากๆและอย่างน้อยๆก็ต้องใช้เวลาเกินครึ่งเดือนเพื่อรักษาตัว , ในเวลาเหล่านี้เขาต้องพยายามตัดผ่านไปยังเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ให้ได้ซึ่งหากถึงจุดนั้นแล้วครั้งหน้าเขาจะไม่แพ้อย่างแน่นอน

"ปึก "

ตอนนี้เองที่มีเสียงเคาะประตูได้ดังขึ้นด้วยจังหวะที่ดูลนลาน

หลินเทียนได้เดินไปเปิดประตูก่อนที่จะพบกับคนรู้จักอยู่จูยี่

"เจ้ามานี่ได้ไง ? "

หลินเทียนได้ถามออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัย

จูยี่ได้รีบเข้ามาในห้องก่อนที่จะพูดกับเขาว่า

"เห้เพื่อน ไม่สิ ท่านบรรพบุรุษ เจ้านี่เกือบสังหารเจียงเหลินเหวินไปแล้วนี่มันสุดยอดไปเลยโว้ย ! เจ้ารู้ไหมว่าตระกูลเจียงทั้งตระกูลอยากจะควักหัวใจเจ้าจะบ้าอยู่แล้ว "

"ก็มันอยากจะแย่งของๆข้าเอง "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

"แต่เจ้าก็ทำเกินไปหน่อยนะ ตอนนี้เจ้าล่วงเกินทั้งตระกูลเหล็งและตระกูลเจียงหมดแล้ว"

จูยี่ได้กรอกตาก่อนที่จะพูดต่อด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นว่า

"ถึงอย่างไรก็ตามข้าล่ะรู้สึกสะใจจริงๆเลยโว้ย เจ้านั่นมันอวดดีเกินไปตั้งแต่ที่ได้เข้าร่วมกับนิกายแล้ว ขนาดพบข้ายังไม่เหลือบตามองด้วยซ้ำ แม่งเอ้ย ถึงอย่างไรพ่อคนนี้ก็ยังเป็นองค์ชายอยู่นะโว้ย ! "

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าอับอายว่า

"องค์ชาย 9 ช่วยรักษาภาพพจน์ตัวเองด้วย ท่านเป็นถึงองค์ชายนะ "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 169

คัดลอกลิงก์แล้ว