- หน้าแรก
- ราชาเทวะจักรกลแห่งวันสิ้นโลก
- 110 - แผนการตลบหลัง
110 - แผนการตลบหลัง
110 - แผนการตลบหลัง
110 - แผนการตลบหลัง
"ผมไม่เห็นด้วย แบบนี้ไม่ยุติธรรม!" จ้าวหมิงลุกขึ้นตะโกนเสียงดัง
รัฐมนตรีหงเห็นสารรูปของจ้าวหมิงก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ คิดในใจว่าไอ้หมอนี่โผล่ออกมาจนได้ แต่ภายนอกยังคงนิ่งขรึมและถามกลับว่า "ไม่ทราบว่าคุณมีข้อเสนอที่ดีกว่านี้ไหมครับ?"
"ผมไม่มีข้อเสนออะไรดีกว่าหรอก แต่ไอ้วิธีแบ่งของคุณน่ะ มันใช้ไม่ได้" จ้าวหมิงทำหน้ากวนประสาทใส่แบบสุดๆ
รัฐมนตรีหงแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา นี่มันจงใจมากวนชัดๆ
"ในเมื่อคุณไม่เห็นด้วยและไม่มีวิธีที่ดีกว่า ผมขอถามหน่อยว่าทำไมถึงบอกว่ามันไม่ยุติธรรม?" รัฐมนตรีหงสะกดกั้นความโกรธถามต่อ
"ก็มันไม่แฟร์ไง ข้อเสนอที่จีนยื่นมาน่ะทำเพื่อตัวเองชัดๆ เพราะคนจีนเยอะที่สุด ถ้าแบ่งตามจำนวนคน พวกคุณก็ได้ที่ดินไปเยอะที่สุดสิ เพราะฉะนั้นตายยังไงผมก็ไม่ยอม!" จ้าวหมิงทำท่าทางเหมือนจะเปิดศึกให้ได้
แม้เหตุผลจะดูเป็นการจับผิดไร้สาระ แต่พอจ้าวหมิงพูดจบ ประเทศและองค์กรอื่นๆ ก็เริ่มคิดตาม เออ จริงด้วย ถ้าแบ่งแบบนี้จีนก็ได้เปรียบเต็มๆ
พอคิดว่าคนอื่นจะได้เปรียบและตัวเองจะเสียผลประโยชน์ องค์กรอื่นๆ ก็เริ่มส่งเสียงคัดค้านกันเกรียว
จ้าวหมิงนั่งลงอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้รัฐมนตรีหงโกรธจนตัวสั่น ถ้าสายตาฆ่าคนได้ จ้าวหมิงคงตายไปหลายร้อยรอบแล้ว
ข้อเสนอของจีนถูกปัดตกไป ส่วนวิธีที่มหาอำนาจคุยกันไว้ก่อนหน้าก็ไม่กล้าเอามากาง เพราะขืนเสนอไปในบรรยากาศแบบนี้มีหวังโดนตีกลับและสร้างความขัดแย้งเพิ่ม ทุกประเทศจึงเริ่มขบคิดหาวิธีใหม่ที่ตัวเองได้ประโยชน์ แต่แน่นอนว่าคนอื่นก็ไม่ยอมอยู่ดี
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ห้องประชุมยังคงถกเถียงกันวุ่นวายโดยไม่มีใครเสนอวิธีที่ใช้ได้จริง
ทันใดนั้น มีคนหนึ่งยืนขึ้นแล้วเสนอว่า "จะเถียงกันไปถึงไหน ผมว่าเอาที่ดินบนโลกใหม่ทั้งหมดมาหารเฉลี่ยเลยดีกว่า ให้องค์กรและประเทศเล็กๆ ได้ไป 1 ส่วน องค์กรใหญ่และประเทศขนาดกลางได้ 3 ส่วน และมหาอำนาจได้ 5 ส่วน
เรามานับจำนวนขั้วอำนาจกัน แล้วคูณด้วยตัวเลขที่บอก เอาทั้งหมดมาบวกกัน แล้วเอาพื้นที่ทั้งหมดหารด้วยตัวเลขนั้น จะได้รู้ว่าแต่ละแห่งควรได้กี่ตารางกิโลเมตร"
ห้องประชุมเงียบกริบอีกครั้ง ไม่มีใครคิดว่าจะมีการแบ่งแบบนี้ แต่มันไม่ใช่ความยุติธรรมเลย มันค่อนข้างเอนเอียงไปทางองค์กรเล็กๆ ประเทศขนาดกลางพอรับได้ แต่มหาอำนาจนี่เสียเปรียบเต็มประตู
"ไม่ได้ วิธีนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลย" รัฐมนตรีหงรีบค้านทันที
วิธีนี้อาจไม่กระทบอเมริกา รัสเซีย หรือยุโรปเท่าไหร่ แต่กระทบจีนหนักมาก เพราะประชากรจีนเยอะกว่าประเทศเหล่านั้นรวมกันเสียอีก การแบ่งที่ดินแบบเท่าเทียมจึงทำให้จีนเสียเปรียบมหาศาล
"ผมว่าเข้าท่านะ แบบนี้จะได้ไม่มีใครมาอ้างว่าคนเยอะเพื่อฮุบที่ดินเยอะๆ เราควรแบ่งที่ดินให้เท่ากัน ส่วนมหาอำนาจก็แค่ให้เลือกทำเลดีๆ ไปก่อนก็ได้ แต่ต้องรับประกันว่าแบ่งเสร็จแล้วห้ามมาหาเรื่องพวกเราทีหลัง" จ้าวหมิงรีบลุกขึ้นเสริมทันทีที่เห็นรัฐมนตรีหงค้าน
เขายังจำหน้าที่ได้ดี: อะไรที่จีนเห็นด้วย เขาต้องค้าน อะไรที่จีนค้าน เขาต้องเห็นด้วย ไม่ต้องสนเหตุผล แค่ตะโกนนำไว้ก่อน
"ใช่ ห้ามมาหาเรื่องเรา เพื่อความสบายใจในการอพยพ เราต้องทำสัญญากัน การเคลื่อนย้ายคนแต่ละครั้งต้องไม่เกิน 5% ของประชากรทั้งหมดขององค์กรนั้น และผู้นำทุกองค์กรต้องอยู่เป็นกลุ่มสุดท้ายถึงจะอพยพได้
ไม่อย่างนั้นพวกคุณก็คงกลัวว่าพวกเราอพยพเสร็จแล้วจะกดระเบิดโลกทิ้ง ส่วนพวกเราก็กลัวว่าถ้าพวกคุณไปถึงโลกใหม่ก่อน จะทำลายฐานของพวกเราหรือทำลายโลกทิ้งเหมือนกัน ไม่ต้องมาพูดว่าพวกคุณจะไม่ทำหรอก ทำสัญญาไปก็ไร้ค่า ถ้าเรื่องการอพยพไม่จบ ผมก็ระเบิดโลกทิ้ง ตายพร้อมกันไปเลย!"
พอจ้าวหมิงพูดจบ อีกคนก็ลุกขึ้นมาเสริมเสียงดัง พร้อมกับส่งยิ้มให้จ้าวหมิงอย่างเป็นมิตร
ตอนนี้ผู้นำทุกประเทศเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า นี่คือการจงใจรุมจีนชัดๆ ที่ดินก็ไม่ให้ คนก็ไม่ยอมให้อพยพไปง่ายๆ นี่มันกะจะขังจีนไว้ให้ตายคาโลกชัดๆ
และดูจากสภาพของจ้าวหมิง ใครๆ ก็มองออกว่าเป็นคนญี่ปุ่น เรื่องความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นน่ะดังไปทั่วโลกอยู่แล้ว ถ้าญี่ปุ่นไม่ฉวยโอกาสนี้รุมกินโต๊ะจีนสิถึงจะแปลก
แต่ถ้าคนพวกนี้รู้ว่า จ้าวหมิงจริงๆ แล้วเป็นคนจีนที่สวมเปลือกเป็นคนญี่ปุ่นอยู่ ไม่รู้จะทำหน้ายังไงกัน
ส่วนเรื่องการแบ่งที่ดินนี้ มหาอำนาจอื่นแม้จะเสียเปรียบบ้างแต่การได้เลือกทำเลก่อนก็พอชดเชยได้ อีกอย่างประชากรพวกเขาก็น้อย ต่อให้ได้ที่ดินสิบล้านตารางกิโลเมตรก็บริหารไม่ไหวอยู่ดี
ในที่สุด เมื่อองค์กรเล็กเห็นชอบ ประเทศขนาดกลางวางตัวเป็นกลาง และมหาอำนาจอื่นๆ ยอมรับเพราะอยากตัดกำลังจีน วิธีนี้จึงผ่านมติเอกฉันท์... ยกเว้นจีนประเทศเดียว
รัฐมนตรีหงอยากจะค้านหัวชนฝา แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นเท่ากับจีนกำลังเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องส่งข่าวไปขอคำสั่งจากเบื้องบน
ท้ายที่สุด จีนอาจจะไปแอบตกลงอะไรบางอย่างกับมหาอำนาจอื่นหลังไมค์ ถึงได้ยอมรับวิธีแบ่งนี้ในที่สุด
เซี่ยงเฉียนสังเกตเห็นตัวแทนประเทศอื่นมองมาที่ตัวแทนญี่ปุ่นด้วยสายตาสมเพชแกมขำๆ ดูท่าญี่ปุ่นคงต้องรับบทแพะรับบาปครั้งนี้ไปเต็มๆ หรือไม่ คนที่สองที่ลุกขึ้นมาค้านอาจจะเป็นคนของญี่ปุ่นจริงๆ ก็ได้ ใครจะไปรู้
หลังจากกำหนดวิธีแบ่งที่ดินและขั้นตอนการอพยพเสร็จสิ้น การประชุมสามชั่วโมงก็จบลง
พื้นที่ที่เซี่ยงเฉียนจองไว้เป็นเกาะเล็กๆ กลางทะเล ไม่ใช่เส้นทางเดินเรือสำคัญ ไม่มีศักยภาพในการพัฒนาอะไรเลย เกาะแบบนี้ไม่มีใครมาแย่งอยู่แล้ว เขาจึงได้เกาะนั้นและน่านน้ำรอบๆ 80 ไมล์ทะเลมาเป็นพื้นที่ส่วนตัวของ ''ฐานทัพแห่งความหวัง'' อย่างง่ายดาย
ระหว่างทางเดินออกจากห้องประชุม จ้าวหมิงถูกตัวแทนญี่ปุ่นเรียกตัวไปคุยที่ห้องทำงานของญี่ปุ่นในยูเอ็น
พอจ้าวหมิงกลับมา เซี่ยงเฉียนถึงรู้ว่าทางญี่ปุ่นพอใจกับผลงานของเขามาก ถึงขั้นบอกว่าจะสนับสนุนและดูแลเขาเมื่อไปถึงโลกใหม่ ให้ตั้งใจทำงานต่อไป
เซี่ยงเฉียนถึงกับขำไม่ออกบอกไม่ถูก แต่เขาก็บอกให้จ้าวหมิงติดต่อกับญี่ปุ่นไว้เป็นระยะ เผื่อตัวตนนี้จะมีประโยชน์ในอนาคต เพราะสายลับตัวจริงคงไม่ลงทุนรุมทำร้ายประเทศตัวเองขนาดนี้ ญี่ปุ่นจึงไว้ใจจ้าวหมิงมาก
หลังจากนั้น ทุกองค์กรก็เริ่มดำเนินการอพยพคนตามแผนที่วางไว้
แต่ตามแผนนั้น เซี่ยงเฉียนคำนวณดูแล้ว ด้วยกำลังการขนส่งที่จีนมี ในอีกแปดเดือนข้างหน้า จีนจะอพยพคนได้แค่สองในสามเท่านั้น จะมีคนเหลือทิ้งไว้บนโลกอย่างน้อย 190 ล้านคน ซึ่งถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของจีน
เซี่ยงเฉียนแปลกใจมากที่จีนยอมรับเงื่อนไขนี้ ในความทรงจำของเขา การอพยพครั้งก่อนจีนก็เสียเปรียบ แต่คนที่เหลืออยู่บนโลกมีแค่ 50 กว่าล้านคน แถมส่วนใหญ่เป็นคนติดเชื้อและคนสูงอายุ แทบไม่มีวัยรุ่นหรือวัยทำงานเลย
แต่ตอนนี้ต้องทิ้งคนไว้ถึง 190 ล้านคน จีนจะทนเรื่องนี้ได้ยังไงกัน เซี่ยงเฉียนรู้สึกสงสัยเหลือเกิน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจ็ดเดือนครึ่งผ่านพ้นไป ผู้คนบนโลกเกือบทั้งหมดถูกอพยพออกไปแล้ว เซี่ยงเฉียนยังไม่เห็นปฏิบัติการแก้เผ็ดจากจีนเลย และพรุ่งนี้คือคิวอพยพรอบสุดท้าย ซึ่งเขาก็จะเดินทางออกจากโลกไปพร้อมกับยานเช่นกัน
……….