เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 155

Divine King Of All Directions - 155

Divine King Of All Directions - 155


Divine King Of All Directions - 155

 

ซูฮัวหลงนั้นได้นอนสลบอยู่ใต้เท้าของหลินเทียนขณะที่จมูกและปากเต็มไปด้วยเลือด

หลินเทียนได้มองลงไปด้วยความรู้สึกรังเกียจพร้อมทั้งเหวี่ยงเท้าเตะซ้ำออกไป

โครม ! ร่างของซูฮัวหลงได้กระเด็นออกไปไกลเหมือนดั่งหุ่นไล่กา

"ท่านคะ ! "

สาวงามของซูฮัวหลงได้กรีดร้องออกมาก่อนที่จะวิ่งตามร่างของซูฮัวหลงไป

หลินเทียนได้มองตามไปด้วยสายตาที่ไม่สนใจพร้อมทั้งหันหลังเดินกลับมาหาจี่หยู

"ได้ล่ะ "

เขาได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

จี่หยูได้แต่กระพริบตาวิ้งๆพร้อมกับถามออกมาด้วยความประหลาดใจว่า

"เจ้ากระทืบเขาง่ายๆแบบนั้นแต่เขาเป็นถึงปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 เลยนะ ต่อให้เป็นข้าก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยเหมือนกัน "

"เจ้าพูดแบบนี้ทำให้ข้าภูมิใจในตัวเองเลยนะ "

หลินเทียนได้หยอกล้อออกมา

นางได้แต่มีสีหน้าแดงก่ำพร้อมทั้งตอบกลับไปว่า

"ที่ไหนกัน ข้าแค่ประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้นแหละ "

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพลางตอบกลับไปว่า

"เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ก็จริงแต่ข้าอยู่ในระดับที่สูงกว่าเขา "

"สูงกว่าระดับ 3 ? "

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

แม้ว่านางจะรู้ว่าหลินเทียนนั้นเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ในระดับอะไรและในตอนนี้หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเขานั้นก็ทำให้นางต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม อายุ 16 ปีแต่กลับมีความสามารถที่น่ากลัวขนาดนี้

"โดดเด่นจริงๆ "

นางได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

"เจ้าว่าอะไรนะ ? "

หลินเทียนได้หันกลับมาถาม

นางได้แต่รีบส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"เปล่าๆ ไปส่งข้าได้แล้ว มันจะเย็นแล้ว"

"ได้"

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม มันเป็นเพราะว่าจากที่นี่กลับไปยังคฤหาสน์นั้นค่อยข้างไกลดังนั้นเขาและนางถึงได้เดินคู่กันไปโดยไม่สนสายตาของผู้คนรอบข้างแม่แต่น้อย

จนถึงตอนที่พวกเขาได้เดินจากไปแล้วที่มีเสียงฮือฮาดังขึ้น

"พระเจ้า ! เจ้าหนุ่มนั่นทำ.......ท่านซูฮัวหลง "

"อายุ16ปีแต่เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมจริงๆงั้นรึ ! "

"แข็งแกร่งกว่าท่านซูฮัวหลงอีก ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะว่าที่เมืองเราจะมีตัวตนแบบนี้ "

"ใช่แล้ว แปลกเกินไปแล้ว !"

"ผู้มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดนี่มาจากไหนกัน ? "

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

ซูฮัวหลงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้ยืนขึ้นโดยอาศัยการพยุงของหญิงสาวก่อนที่จะตระหนักได้ถึงบางสิ่ง

"ระยำ ! "

เมื่อจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วเขาก็ได้แต่แสดงแววตาที่ดุร้ายออกมา

.................

หลังจากที่ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง , หลินเทียนและจี่หยูก็ได้กลับมาถึงที่หน้าทางเข้าคฤหาสน์แม่ทัพ

"ข้าไม่เข้าไปส่งด้านในนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

จี่หยูได้มองไปยังดอกหยุนซิงฮัวในอ้อมอกพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

"อื้ม ขอบคุณของขวัญของเจ้ามากๆ ข้าจะเก็บมันไว้อย่างดี "

"ไม่เป็นไรหรอก ข้ายินดี "

หลินเทียนไ ้เกาศีรษะของตัวเอง

ของนี่ได้มาเพราะการใช้เงินดังนั้นมันไม่ถือว่าเป็นอะไรด้วยซ้ำ

จี่หยูได้ส่งเสียงตอบกลับพร้อมทั้งโบกมือให้กับเขาก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในตัวคฤหาสน์

หลินเทียนยิ้มออกมาพร้อมทั้งหันหลังแล้วเดินจากไป

"ท่านนายใหญ่ในอนาคตท่านเดินกลับดีๆนะขอรับ !"

"มาเยี่ยมคุณหนูบ่อยๆนะขอรับ ! "

ทหารยามที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าคฤหาสน์ทั้ง 2 คนได้หยอกล้อออกมา

หลินเทียนได้แต่ถูจมูกโดยที่ไม่ได้แก้ต่างอะไรพร้อมกับเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ไม่นานเขาก็ได้เดินออกไปไกลมาก

ณ ตอนนี้มันจะถึงช่วงเย็นแล้วซึ่งผู้คนตามทางถึงได้มีน้อยลงมากๆแต่แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบกับช่วงบ่ายได้แต่ก็ยังคงคึกคักซึ่งร้านค้าตามข้างทางก็ยังเปิดทำการอยู่เช่นเคย ร้านอาหารหลายๆแห่งในที่แห่งนี้ไม่เคยหลับใหลเพราะว่าที่นี่มันเป็นเมืองหลวง !

หลังจากที่นั้นเขาก็ได้เดินไปตามเส้นทางเพื่อกลับไปยังสำนัก

ทันใดนั้นเองที่เขาได้หยุดเท้าลงเพราะแม้ว่าจะเต็มไปด้วยผู้คนแต่มันให้ความรู้สึกแปลกๆเหมือนบางสิ่งไม่ถูกต้องยังกับว่ามีสายตาที่เย็นชามากมายกำลังจับจ้องมาทางเขา

"วุ้สสสส ! "

ตอนนี้เองที่ลูกศรได้พุ่งเข้ามาทางเขา

หลินเทียนได้หลบออกไปด้านซ้ายก่อนที่จะยกมือขึ้นมาคว้าลูกศรเอาไว้ด้วยสายตาที่เย็นชาขณะเขวี้ยงกลับไปในทิศที่มันถูกยิงออกมา

"พุฟฟฟฟ ! "

เสียงร้องได้ดังขึ้นจากภายในร้านอาหารขณะที่ทำให้ท่าทางของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปทันที

และตอนนี้เองที่ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปเพราะว่ามันมีลูกศรถูกส่งออกมาจากร้านอาหารโดยรอบทั้งหมด , ดวงตาของเขาได้หดเล็กลงพร้อมทั้งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อหลบการโจมตีของลูกศรเหล่านี้

ตอนนี้เองที่คิ้วของเขาได้ขมวดเข้าหากันเพราะว่าห่างออกไปไม่ไกลมันมีคนเมากำลังนั่งอยู่และลูกศร 3 ดอกก็กำลังพุ่งเข้าไปทางเขา

"! "

เขาได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อพุ่งไปตรงหน้าชายเมาคนนั้นแล้วยกมือขึ้นมาทำลายลูกศรทั้ง 3 ดอกไปทันที

ในตอนนี้ลูกศรทั้งหมดได้ถูกทำลายลงหมดแล้ว

"จิตสัมผัสดีหนิ "

น้ำเสียงที่เย็นชาได้ถูกส่งออกมา

ห่างออกไปในร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลนั้นมีชายคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมๆกับชายหนุ่มชุดสีฟ้า

แน่นอนว่ามันคือเหล็งเฟิง !

ข้างๆเหล็งเฟิงนั้นเป็นชายวัยกลางคนๆหนึ่งที่เพิ่งถูกหลินเทียนกระทืบไปเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อนอย่างซูฮัวหลง , หลังจากที่ได้รับความเจ็บปวดจากหลินเทียนนั้นเขาก็ได้รีบมุ่งหน้ากลับไปที่ตระกูลเหล็งพร้อมทั้งเรียกรวมพลซึ่งเหล็งเฟิงเองก็ได้มารู้ว่าใครที่เป็นคนทำร้ายเขาถึงได้ยกเอาผู้เชี่ยวชาญมาด้วยตัวเองเพื่อล้างแค้นหลินเทียน

"ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าเป็นคนที่สังหารนายน้อยเหล็งอี้ทง อวดดีนักนะ ! "

ซูฮัวหลงได้พูดออกมาด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก

ณ ตอนนี้อาการบาดเจ็บของซูฮัวหลงดีขึ้นมากแล้วเนื่องจากเขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3

หลินเทียนไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อยก่อนที่จะมองไปยังเหล็งเฟิงแล้วพูดว่า

"นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยสายตาที่ดุร้ายว่า

"ก่อนหน้านี้ก็มีตระกูลผู้บ่มเพาะไล่ล่าข้าและหลังจากนั้นข้าก็ได้ทำลายล้างตระกูลมันทั้งตระกูลอย่างสิ้นซาก ตระกูลเหล็งของเจ้าก็จะมีชะตากรรมไม่ต่างกัน "

คำพูดเช่นนี้ทำให้ท่าทางของเหล็งเฟิงเปลี่ยนไปทันที

"อย่าได้เอาตระกูลเหล็งของข้าไปเทียบกับขยะพวกนั้น "

เหล็งเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

แต่แม้จะเป็นแบบนั้นทว่าในใจลึกๆแล้วเขาก็กลัวเช่นกัน แม้ว่าตระกูลผู้บ่มเพาะนั้นอาจจะเล็กก็จริงแต่ก็เป็นตัวบ่งบอกความน่ากลัวของหลินเทียน ยิ่งไปกว่านั้นหลินเทียนยังสามารถเอาชนะซูฮัวหลงได้นี่แสดงว่าระดับของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเขาสูงกว่าซูฮัวหลงถึงได้ทำให้จิตสังหารของเขาเพิ่มมากขึ้น

คนแบบนี้มันจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ไม่งั้นต้องเป็นปัญหาอย่างมาก !

"ฆ่า ! "

เหล็งเฟิงได้ส่งสียงที่เย็นชาออกมา

ณ ตอนนี้ผู้คนทั้งหลายก็ได้กระโจนเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

"หลีกไป ! "

"นั่นมันเป็นคนตระกูลเหล็ง !"

"หนีเร็ว "

ชาวบ้านที่อยู่ทั้ง 2 ด้านต่างพากันมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

คนเมาที่อยู่ด้านหลังหลินเทียนได้จับชายเสื้อของเขาเอาไว้ก่อนที่จะพยุงตัวเองขึ้นมาแล้วถามว่า

"ใครน่ะ มีเหล้าไหม ? "

ชายวัยกลางคนๆนี้มีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากขอทานด้วยซ้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด

"ไม่ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ณ ตอนนี้เองที่ชายชุดดำได้พุ่งเข้ามาประชิดเขาก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่เข้าใส่ซึ่งชายคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับระดับ 4 อย่างหลินเทียนแล้วมันดูอ่อนแอมากๆ เขาได้ถูกเตะจนปลิวออกไปด้วยเท้าของหลินเทียนทางกระอักเลือดออกมาคำโต

"ฆ่า !"

"ฆ่า!"

"ฆ่า!"

ทุกคนได้ส่งเสียงออกมาพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่อย่างไว

"ออกห่างไปหน่อย "

หลินเทียนได้พูดออกมาหลังจากที่โบกมือเพื่อให้คนเมาเข้าไปหลบในร้าน

เป้าหมายของตระกูลเหล็งคือเขาดังนั้นเขาถึงได้ไม่อยากลากคนอื่นมาเกี่ยวด้วย

"ดูเหมือนว่าความกล้าของตระกูลเหล็งจะไม่น้อยเลยนะ "

หลินเทียนได้แสะยะออกมา

มือขวาของเขาได้สั่นไหวก่อนที่จะเรียกเอากระบี่ออกมาพลางส่งเสียงคำรามออกไปรอบทิศทาง

"แกร๊ง ! "

เมื่อกระบี่ได้ส่งเสียงออกมาแล้วเลือดได้สาดกระจายไปทั่วขณะที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งทะลุร่างของชายชุดดำไปหลายคน

ซูฮัวหลงเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาและไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะแข็งแกร่งขนาดนี้

"แกร๊ง ! "

"แกร๊ง !"

"แกร๊ง !"

หลินเทียนได้เผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญตระกูลเหล็งทั้งหมด , กระบี่ในมือของเขาได้ปะทะเข้ากับอีกฝ่ายซึ่งส่งเสียงและประกายไฟออกมา

"!! "

หลายคนได้ส่งเสียงโอดครวญอย่างน่าสังเวชออกมาเพราะว่าแขนของเขาได้ถูกตัดจนขาดสะบั้นโดยคลื่นกระบี่ของหลินเทียน

เลือดนองไปทั่วพื้นขณะที่อีกคนได้ตกตายลง

"กระบี่วายุสะท้าน ! "

เขาได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่จะยกกระบี่แล้วฟาดฟันออกไป

"พุฟฟฟ !"

"พุฟฟ !"

"พุฟฟฟ! "

เลือดยังคงสาดไปทั่วทิศทางและชาย 5 คนก็ได้นอนจมกองเลือดที่พื้นไป

ภาพเหล่านี้ทำให้ชายชุดดำคนอื่นๆผงะไปทันที

หลายๆคนที่อยู่ห่างออกไปเองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน

"ใครกันน่ะ ! ทำไมถึงได้แข็งแกร่งแบบนี้ ! "

หลายๆคนได้พูดออกมา

ไม่เพียงคนเหล่านี้เท่านั้นแต่ชายชุดดำที่รายล้อมร่างของหลินเทียนเอาไว้ก็คิดแบบเดียวกัน พวกเขาได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมาตามๆกัน

ทันใดนั้นเองที่ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกไปแม้แต่น้อย

กระบี่ในมือของหลินเทียนนั้นอาบไปด้วยเลือดขณะที่มองออกไปยังเหล็งเฟิงแล้วพูดว่า

"คิดว่าจะพวกขยะพวกนี้จะเอาชีวิตข้าได้ ? ได้ยินมาว่าตระกูลเหล็งของเจ้ามีผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะอยู่เยอะหนิถึงได้เอาพวกเขามาตายเพื่อลดค่าใช้จ่ายในตระกูลสินะ ? "

คำพูดของหลินเทียนนั้นสบายอารมณ์เป็นอย่างมาก

เหล็งเฟิงเองก็ได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า

"ข้าแค่เอามาลองว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอจะให้ข้าลงมือด้วยตัวเองรึไม่ "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ก้าวเข้าไปทางหลินเทียนโดยทันที

"คุณสมบัติ ? "

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพลางพูดว่า

"อย่างเจ้ายังมีหน้ามาพูดเรื่องคุณสมบัติกับข้าด้วยอีก ? จะอายุ 20 อยู่แล้วแต่ยังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 นี่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาก ? ถ้าข้าอายุเท่าเจ้าแล้วอยู่ในเขตแดนเดียวกันนี่เป็นข้าคงจะฆ่าตัวตายไปแล้ว "

การก้าวเดินของเหล็งเฟิงได้หยุดลงพร้อมกับส่งสายตาที่ดุร้ายออกมา

หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อพร้อมทั้งฟาดฟันออกไปทันที

หลินเทียนได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาเพราะครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว เขาไม่คิดจะหนีและตอบรับการโจมตีของเหล็งเฟิงไปตรงๆโดยฟาดฟันกระบี่ที่ส่งเสียงคำรามของสายฟ้าออกไปเช่นกัน

โครม !

เสียงคลื่นสายฟ้าได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะทำลายการโจมตีที่แฝงไปด้วยจิตสังหารของเหล็งเฟิงไป

สีหน้าของเหล็งเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่จะฟาดฟันออกไปอีกครั้ง

ในเวลาเดียวกันนี้ก็มีเสียงคำรามของสายฟ้าดังขึ้นก่อนที่หลินเทียนจะฟาดฟันออกไปพร้อมทั้งทำลายคลื่นกระบี่ของเหล็งเฟิงไปทันที

"งั้นๆแหละ "

เหล็งเฟิงได้พูดออกมา

"เจ้าเองก็เหมือนกัน แข็งแกร่งกว่าข้าถึง 3 ระดับแต่ไม่เห็นจะแข็งแกร่งตรงไหน "

หลินเทียนได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ได้สั่นไหวพร้อมทั้งสร้างคลื่นสายฟ้าออกมาก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไปอีกครั้ง

เขาอยากจะทดสอบว่าระดับของเขาและเหล็งเฟิงยังห่างชั้นกันอยู่มากน้อยแค่ไหน

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 155

คัดลอกลิงก์แล้ว