เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 150

Divine King Of All Directions - 150

Divine King Of All Directions - 150


Divine King Of All Directions - 150

 

เพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถส่งมู่จี่เซียงกระเด็นออกไปนอกสนามได้ซึ่งมันทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างแสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมาตามๆกัน

"สุดยอดไปเลย ! "

จี่หยูที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้ชะงักไปเช่นกันเพราะถึงอย่างไรก็ตามหลินเทียนนั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 เท่านั้นซึ่งถือว่าด้อยกว่าทางมู่จี่เซียงอยู่ 1 ขั้นแต่การที่หลินเทียนทำได้ถึงขนาดนี้นั้นมันทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง

เหล็งเฟิงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้มองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นชาก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไปเพราะว่าเขาได้รู้ถึงผลลัพธ์ของหลินเทียนแล้วดังนั้นถึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอยู่ที่นี่อีก

วิ้สสส !

"น้องชายหลินสุดยอดที่สุด !"

"หล่อจริงๆ ! "

"ทำได้ดีมากๆ ! "

หลายๆคนต่างพากันให้กำลังใจออกมา

คนเหล่านี้ล้วนตกตะลึงไปกับความแข็งแกร่งของหลินเทียนบวกกับรู้สึกสะใจที่ได้เห็นมู่จี่เซียงถูกชก

ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ดูแลเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางประหลาดใจพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"ก่อนหน้านี้มันเป็นทักษะหมัดสังหาร ? นี่ร่างกายของเขาแข็งแกร่งถึงขั้นฝึกมันได้ ? "

ชายวัยกลางคนนั้นอยู่ที่สำนักนี้มานานแล้วถึงได้รู้จักทักษะภายในสำนักเป็นอย่างดี หมัดสังหารนั้นเป็นทักษะที่น่ากลัวมากๆแต่จำเป็นต้องใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งมากๆดังนั้นถึงไม่มีใครเลือกฝึกฝนทักษะนี้กัน , เขาได้แต่มองไปทางหลินเทียนโดยไม่คิดเลยว่าเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 กลับสามารถฝึกฝนทักษะนี้ได้

"เป็นสัตว์ประหลาดจริงๆนั่นแหละ "

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงคำรามอย่างดังถูกส่งออกมา

"ข้าไม่ยอมรับ ! "

มู่จี่เซียงที่กำลังแสดงสีหน้าที่โกรธจัดเองก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียน

ชายวัยกลางคนได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า

"ไม่ยอมรับอะไร ? "

มู่จี่เซียงได้ตอบกลับไปว่า

"ข้าต่อให้เขาก็จริงแต่เขากลับลอบโจมตีข้า ! ข้าขอให้ประลองกันอีกรอบ ! "

มู่จี่เซียงได้พูดออกมา

คำพูดนี้ทำให้หลายๆคนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูกโดยทันที

"ยังกล้าพูดอีกเนอะ !"

"หนังหน้าหนาจริงๆ !"

"เห้พวก กลับที่พักไปเปลี่ยนเสื้อผ้ารอดีกว่ามั้ง "

ฝูงชนต่างพากันหัวเราะออกมา

มู่จี่เซียงที่ถูกโจมตีโดยหมัดสังหารของหลินเทียนนั้นส่งผลให้เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นไม่ต่างกับขอทานเลยแม้แต่น้อย

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วมู่จี่เซียงก็ได้มีสีหน้าที่ซีดลงทันที

"ได้โปรดขอประลองอีกรอบ"

หากว่ามู่จี่เซียงแพ้ในครั้งนี้นั้นก็จะถูกลดละดับลงไปเป็นศิษย์ตำหนักนอกซึ่งจะส่งผลต่อทรัพยากรบ่มเพาะที่เขาจะได้รับและความเปลี่ยนแปลงนี้ก็ทำให้เขากระวนกระวาย

ชายวัยกลางคนได้มองไปทางมู่จี่เซียงพร้อมกับพูดว่า

"ผลลัพธ์เองก็ยุทติธรรมแล้วดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องประลองใหม่ "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พูดต่อว่า

"นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปเจ้าจะถูกลดละดับเป็นศิษย์ตำหนักนอก รีบกลับไปยังที่พักเพื่อเก็บของได้แล้ว "

"ท่านผู้ดูแล ไม่......"

"พอได้แล้ว !"

ชายวัยกลางคนได้คำรามออกมา

มู่จี่เซียงเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ซีดเผือดออกมา แม้ว่าจะเป็นตำหนักในแต่เขาก็อยู่หัวแถวตลอดทว่าตอนนี้กลับต้องถูกไล่ออกเป็นศิษย์ตำหนักนอกแทนนี่มันทำให้เขาหวาดผวาไปทันที

"อ่อใช่ อย่าลืมเรื่องการพนันของเขาด้วยล่ะว่าในอีก 2 ปีนี้เจ้าจะไม่สามารถเข้าร่วมการทดสอบได้อีก "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมา

มู่จี่เซียงได้แต่สั่นสะท้านไปด้วยสีหน้าที่ซีดลงกว่าเดิม , ไม่สามารถเข้าร่วมการทดสอบในระยะเวลา 2 ปี ! ในอีก 2 ปีเขาต้องออกจากสำนักแล้วด้วยดังนั้นก็ถือว่าตอนนี้เขาไม่มีหนทางให้ไปไหนได้อีกแล้ว

"เห้เพื่อน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ตำหนักศิษย์นอกนะ ! "

"ไม่ต้องกระวนกระวายไปหรอกเพราะว่าใน 2 ปีนี้เราจะดูแลเจ้าอย่างดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

"มาๆ มาสอนเราที่ตำหนักนอกสิ "

เหล่าผู้คนต่างพากันส่งเสียงฮือฮาออกมา

เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้แล้วมู่จี่เซียงเองก็ได้แต่รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้าก่อนที่จะกระอักเลือดออกมาด้วยความอับอายแล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

"สะใจจริงๆ ! "

"เจ้านี่มันคงไม่คิดหรอกนะว่าตัวเองจะมีวันนี้ สะใจโว้ย !"

"ดูสิว่าหลังจากนี้ยังจะกล้าติเตียนคนอื่นอย่างไร ตอนนี้ถูกเตะออกมาจากตำหนักในแล้วสงสัยคงอับอายไปหมดแล้ว "

ผู้คนต่างพากันส่งเสียงหัวเราะ

หลายๆคนได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับส่งเสียงเชียร์ออกมา

ชายวัยกลางคนเองก็ได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า

"หลินเทียน ตอนนี้เจ้าได้เป็นศิษย์ตำหนักในแล้วและหลังจากนี้ข้าจะไปแจ้งทางผู้อาวุโสให้เอง หลังจากนี้ก็ให้ไปที่ตำหนักศิษย์แล้วเอาตราประจำตัวไปให้เขาเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้และหลังจากนั้นก็ค่อยย้ายไปอยู่ภายในตำหนักในซึ่งทรัพยากรทุกอย่างจะเปิดกว้างให้กับเจ้า "

เหล่าผู้คนที่ได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่อิจฉาออกมา

"ยินดีด้วยน้อง ายหลิน ! "

"หลังจากนี้อีกไม่นานน้องชายต้องได้เลื่อนไปเป็นศิษย์ตำหนักราชาอย่างแน่นอน ! เราคอยให้กำลังใจเจ้านะ ! "

"ใช่แล้ว !"

หลายๆคนได้อวยพรออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าให้กับพวกเขาและไม่คิดเลยว่าชื่อเสียงของตัวเองจะโด่งดังแบบนี้

เมื่อมองไปยังชายวัยกลางคนแล้วเขาก็ได้พูดออกมาว่า

"ท่านผู้อาวุโส ข้าไม่ย้ายที่พักได้รึไหม ? "

ชายวัยกลางคนเองก็ได้ชะงักไปพร้อมกับพูดว่า

"แน่นอนว่าได้เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นศิษย์ตำหนักในแล้วดังนั้นทางเราจะไม่บังคับอะไรเจ้าอีกแต่ว่าสภาพความเป็นอยู่ของที่พักตำหนักในมันต่างกันมากนะ เจ้าไม่อยากจะย้ายไปจริงๆรึ ? "

"ข้าเคยชินกับที่พักข้าไปแล้วและไม่อยากจะย้ายให้มันลำบากน่ะ "

หลินเทียนได้พูดอออกมาด้วยรอยยิ้ม

ชายวัยกลางคนเองก็ได้ชะงักไปพร้อมกับตอบว่า

"อื้ม นี่เป็นคนที่เรียบง่ายจริงๆ "

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมา เรียบง่าย ? จริงๆแล้วเขาก็แค่ขี้เกียจจะย้ายของเฉยๆ

า"น้องชายหลินนี่คนดีจริงๆ ! "

ศิษย์ตำหนักนอกหลายคนได้พูดออกมา

ผู้คนรอบๆข้างเองก็ได้พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

หากว่าเป็นคนอื่นที่ได้เลื่อนเป็นศิษย์ตำหนักในก็คงจะต้องรีบย้ายที่พักไปอย่างแน่นอนแต่หลินเทียนกลับไม่ยอมย้ายไปและมันทำให้ศิษย์ตำหนักนอกหลายคนเริ่มโปรดปรานในตัวของหลินเทียน

หลินเทียนได้มองไปทางชายวัยกลางคนพร้อมกับพูดว่า

"งั้นหลินเทียนต้องขอตัวก่อนนะขอรับ "

"อื้ม ไปเถอะ "

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ด้วยระดับความแข็งแกร่งของหลินเทียนแล้วแต่กลับไม่มีความยโสโอหังนี่มันทำให้เขาโปรดปรานอย่างมาก

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับกระโดดลงมาแล้วเดินออกไปทันที

"งดงามมากๆ "

ซินเชิงหยุนได้รีบวิ่งเข้ามาหาเขา

"อื้ม "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

เขาคุ้นเคยกับนิสัยของซินเชิงหยุนแล้วดังนั้นถึงไม่ได้ระมัดระวังอะไร

หลังจากนั้นเขาก็ได้มองไปทางจี่หยูที่นั่งอยู่ไกลออกไปพลางยิ้มไปทางนาง า

"ท่านพี่เขยดูสิ ! นางกำลังมองมาทางข้า ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น

หลินเทียน

"..........."

เขาไม่อยากจะตอบสนองอีกฝ่ายแล้วดังนั้นถึงได้เดินเข้าไปทางจี่หยูโดยทันที

"โอ้ นี่พี่เขยจะทำอะไร ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางสงสัย

ระยะห่างระหว่างเวทีและที่นั่งของจี่หยูนั้นก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆและหลังจากที่ผ่านไปได้ไม่กี่สิบลมหายใจแล้วหลินเทียนก็เดินมาถึง

"นี่เจ้ามาดูการประลองของข้า ? "

เขาได้เอ่ยปากออกมา

"เจ้าคิดว่าไงล่ะ ? "

จี่หยูได้กระพริบตาวิ้งๆ

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาทันทีก่อนที่จะเกาหัวแล้วพูดว่า

"ข้าเดาว่าน่าจะใช่มั้ง "

"ซื่อบื้อ ! "

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยใบหน้าค้อน

หลายๆคนเองก็กำลังจับจ้องไปทางจี่หยูและหลังจากที่เห็นหลินเทียนเดินเข้าไปหานางแล้วพวกเขาอยากจะฉีกหน้าอกของตัวเองเป็นอย่างมาก , นี่ยังไม่รวมเรื่องที่ได้เห็นรอยยิ้มของนางที่ทำให้พวกเขาได้แต่แสดงสีหน้าที่โง่งมออกมา

"นี่............นี่........"

"ทำไมเขาถึงได้ไปอยู่กับหลานสาวของท่านแม่ทัพ......"

"รู้จักกัน ? "

"ก่อนหน้านี้ข้าก็ว่ามันแปลกๆที่ทำไมหญิงงามอันดับ 1 ผู้มีพรสวรรค์ถึงได้มาที่นี่กัน ดูเหมือนว่า...........นางจะมาเพื่อเจ้าหลินเทียน ? "

"น่าจะเป็นแบบนั้น ! "

"อ่อใช่ ตอนการทดสอบศิษย์ใหม่นางก็มาเช่นกันและตอนนั้นดูเหมือนว่าจะรอนายน้อยตระกูลเหล็งแต่จริงๆแล้วดูเหมือนมันไม่ใช่แบบนั้น มันน่าจะเป็นเพราะนางมาเพื่อหลินเทียน !"

"พระเจ้า !........ บ้าไปแล้ว "

หลายๆคนที่เป็นทั้งศิษย์ใหม่และเก่าเองก็ต่างพากันจ้องมองออกไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้างซึ่งชายวัยกลางคนที่มีหน้าที่ดูแลเองก็ไม่ต่างกัน

จี่หยูมีสถานะอย่างไรกัน ? นางเป็นหลานสาวของท่านแม่ทัพและหญิงงามผู้มากความสามารถอันดับ 1 ของเมืองหลวงซึ่งอยู่ในลำดับที่ 6 ของตารางสายลมและหมู่เมฆที่ผู้อาวุโสหลายๆคนมักจะไปเยี่ยมเพื่อเชิญนางมาเข้าร่วมกับสำนัก สำหรับใครหลายๆคนแล้วนางเป็นเหมือนดั่งดาวที่อยู่บนฟากฟ้าแต่ตอนนี้หลินเทียนกลับสามารถเข้าใกล้ดาวดวงนั้นได้ ! นี่มันทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึงยิ่งกว่าเรื่องที่หลินเทียนต่อยมู่จี่เซียงปลิวไปภายในหมัดเดียวด้วยซ้ำ !

หลุยชิงที่อยู่ในฝูงชนเองก็อยากจะเดินเข้าไปหาหลินเทียนเพื่อขอบคุณที่ไม่เลือกท้าประลองกับนางแต่ ณ ตอนนี้หลังจากที่พบว่าหลินเทียนได้เดินเข้าไปหาจี่หยูแล้วนางก็ได้หยุดเท้าลงทันที แม้ว่าตัวนางเองจะงดงามแต่ก็ไม่สามารถเทียบกับจี่หยูได้แม้แต่น้อยดังนั้นถึงไม่มีความกล้าจะเดินออกไปหาเขา

ซินเชิงหยุนเองก็ได้แต่ชะงักไปพร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาหาหลินเทียน

"นี่พี่เขย ท่านรู้จักกัน ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตกตะลึง

หลินเทียนที่เดินเข้าไปหานางด้วยท่าทางแบบนั้นๆต่อให้เป็นคนโง่ก็ดูออกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน

หลินเทียนได้ตอบกลับไปพลางพยักหน้าว่า

"อื้ม "

จี่หยูเองก็ได้มีท่าทางเปลี่ยนไปทันทีขณะที่มองไปยังซินเชิงหยุนแล้วหันกลับมาถามหลินเทียนว่า

"นะ........นี่เขาเรียกเจ้าว่าพี่เขยนี่คืออะไร ? "

"เขาแค่เรียกไปแบบนั้นแหละ มันเป็นเพราะว่าข้ากับพี่สาวของเขาสนิทกันเท่านั้น "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

เขาไม่รู้เลยว่าทำไมถึงได้รู้สึกว่าจี่หยูได้มีท่าทางเปลี่ยนไป

"แน่ใจนะ ? "

จี่หยูได้กระพริบตาวิ้งๆด้วยรอยยิ้มที่น่ารัก

"อื้ม เป็นแบบนั้นจริงๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซินเชิงหยุนได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิดว่า

"พี่เขย ! อย่าได้ปฏิเสธความสัมพันธ์แบบนั้นสิ ข้าจะเศร้าใจเอานะ !"

หลินเทียนได้แต่ย่นหน้าผากพร้อมทั้งพูดว่า

"รอก่อนเถอะนะ "

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วจี่หยูก็ได้แต่หัวเราะคิกๆออกมา

หลังจากนั้นนางได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับถามออกมาว่า

"อื้ม ไปเดินเล่นกันหน่อยไหม ? "

ซินเชิงหยุนได้ผงะไป , นี่จี่หยูคนนั้นชวนชายหนุ่มไปเดินเล่นด้วยตัวเอง ?

หลินเทียนได้ชะงักไปเช่นกันก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

"อื้ม "

จี่หยูเชิญด้วยตัวเองแบบนี้แล้วจะให้เขาปฏิเสธได้อย่างไรกัน

"งั้นก็ไปกัน "

จี่หยูได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบก่อนที่จะเดินออกไปทางด้านนอกสำนักกับนางโดยทิ้งซินเชิงหยุนเอาไว้ด้วยสีหน้าที่โง่งม

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ศิษย์ทั้งหลายเองก็ต่างต้องมองไปยังร่างของพวกเขา

"นี่ข้า.............."

"นี่เจ้านั่นเดินคู่ไปกับนางด้วยกัน ? "

"นี่มันอะไรกัน ? ข้าเริ่มอยากจะชกเขาแล้วด้วยสิ !"

"แปลกๆแหะ ข้าก็รู้สึกแบบเดียวกัน "

"ข้าก็ด้วย "

หลายๆคนได้พูดออกมา

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 150

คัดลอกลิงก์แล้ว