- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก เมื่อเหล่าตัวร้ายอ่านใจฉันได้ ก็พากันตุนเสบียงแบบบ้าคลั่ง
- บทที่ 5 พบเทพธิดาในดวงใจ
บทที่ 5 พบเทพธิดาในดวงใจ
บทที่ 5 พบเทพธิดาในดวงใจ
บทที่ 5 พบเทพธิดาในดวงใจ
เย่หลิงอยู่ในห้องทำงานที่ดูเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยความมีระดับ เธอกำลังเลื่อนดูวิดีโอสั้นเพื่อหาดูว่ามีใครพูดถึงข่าวเกี่ยวกับวันสิ้นโลกหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติบ้างไหม
แต่เลื่อนดูอยู่นานก็เห็นแต่ข่าวบันเทิง อย่างเช่นไอดอลคนหนึ่งไปออกรายการเรียลลิตี้ แล้วมีคลิปหลุดถูกแฟนคลับกับพวกแอคเคานต์ปั่นกระแสแห่แชร์กันรัวๆ อวยกันจนแทบจะทะลุฟ้า
หรืออาจจะเป็นข่าวนักแสดงดาวรุ่งชายที่ดูเหมือนจะแอบคบหากับนางเอกระดับท็อป เขาเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ของฝ่ายหญิงและคลุกตัวอยู่ด้วยกันทั้งวันกว่าจะโผล่หน้าออกมา
แฟนคลับของทั้งสองฝ่ายต่างโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ช่องคอมเมนต์ใต้คลิปพวกนี้แทบจะเต็มไปด้วยถ้อยคำด่าทอหยาบคาย
ชาวเน็ตขาจรต่างงุนงง สงสัยว่าทำไมแฟนคลับถึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น ทั้งที่ทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันดี
จากนั้นพวกขาจรก็โดนแฟนคลับทั้งสองฝั่งจับมานั่งเทศนาแฉวีรกรรมฉาวของอีกฝ่ายให้ฟัง... 【ดูเหมือนฉันจะหาข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้เลยแฮะ ในนิยายบอกไว้ว่าก่อนถึงวันสิ้นโลก หลายพื้นที่จะเริ่มมีสัญญาณความผิดปกติ อย่างเช่นน้ำท่วมในทะเลทราย ไฟป่า หรือแผ่นดินไหวขนาด 5-6 ริกเตอร์ในบางภูมิภาค】
ตามหลักแล้ว ข่าวพวกนี้ควรจะถูกรายงานอย่างแพร่หลายบนอินเทอร์เน็ตสิ แต่เธอเลื่อนดูตั้งนานกลับไม่เจออะไรเลย
ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้คว้าน้ำเหลวเสียทีเดียว เพราะเธอได้เจอกับดาราหญิงคนโปรดเข้าพอดี
เธอคือมู่ตี๋ ซูเปอร์สตาร์สาวระดับท็อปของประเทศ ด้วยความที่เธอสวยโดดเด่นเกินไปแถมยังไม่มีเส้นสายคอยหนุนหลัง จึงตกเป็นเป้าโจมตีและถูกใส่ร้ายจากดาราหญิงทั่วไปในวงการบันเทิง ประกอบกับมีพวกเพจกอสซิปคอยโหมกระพือไฟ ผู้คนมากมายจึงพากันด่าทอและแบนเธอ
แต่ตัวเธอและกลุ่มแฟนคลับนั้นแข็งแกร่งมาก พวกเขาใช้ยอดสถิติและฝีมือการแสดงเพื่อพิชิตใจผู้กำกับและแบรนด์ต่างๆ ถากถางเส้นทางจนก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งนางเอกระดับท็อปได้สำเร็จ
ช่วงที่ผ่านมา เธอไปร่วมงานอีเวนต์มากมาย และลุคสวยสะกดตาหลากหลายสไตล์ของเธอก็ตกแฟนคลับขาจรได้เพียบ จนคนแห่กันเข้ามาอยู่ในด้อมของเธออย่างล้นหลาม
เย่หลิงจ้องมองคลิปของมู่ตี๋ บิดตัวไปมาและกระทืบเท้าด้วยความตื่นเต้น “ฮือๆ ตื่นเต้นจังเลย! ฉันได้เห็นมู่ตี๋ ซูเปอร์สตาร์ตัวแม่จากในนิยายตัวเป็นๆ ด้วย! อ๊ายยยย ฉันชอบเธอที่สุดเลย”
ตอนนั้นเอง ด้านนอกก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น เธอได้ยินแว่วๆ ว่า “มู่ตี๋ เทพธิดาของเรามาแล้ว” และเธอกำลังอยู่ในห้องประชุมเล็ก
เธอพุ่งตัวไปที่ประตู เปิดออกแล้วถามเลขาหน้าห้อง “มู่ตี๋มาเหรอคะ?”
แววตาของเลขาฉายแววดูถูกวาบหนึ่งเมื่อมองเย่หลิง ก่อนจะปั้นยิ้มแบบมืออาชีพ “คุณหนู พวกเราทำเสียงดังรบกวนคุณหรือเปล่าคะ?”
เย่หลิงไม่พลาดสายตาดูถูกคู่นั้น แต่เธอไม่ได้ใส่ใจและถามซ้ำ “มู่ตี๋มาเหรอคะ? เธออยู่ไหน?”
เลขาคิดว่าเธอจะไปหาเรื่องมู่ตี๋ จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ “ใช่ค่ะ ทางเราเลือกเธอมาเป็นพรีเซนเตอร์เครื่องประดับคอลเลกชันใหม่ เธอและผู้จัดการมาพบท่านประธานลู่เพื่อคุยเรื่องสัญญาค่ะ”
ตาของเย่หลิงเป็นประกาย เธอรีบมุ่งหน้าไปทางลิฟต์ทันที แต่เลขาตะโกนไล่หลังมา “คุณหนูคะ มู่ตี๋ไม่ได้มีความสนใจในตัวท่านประธานหรอกนะคะ เธอเป็นดาราที่มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก กรุณาอย่าเข้าใจเธอผิดเลยนะคะ”
เย่หลิง: “...”
เธอจะไปเข้าใจผิดได้ยังไง? เธอชอบมู่ตี๋จะตายไป ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่
เมื่อวิ่งมาถึงหน้าห้องประชุมเล็ก เธอก็เห็นมู่ตี๋ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงมุมทางเดินหน้าห้อง
แค่เห็นเพียงเงาด้านหลังก็พอจะสะกดเย่หลิงให้หลงใหลได้แล้ว
ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ 【ฮือๆ เสียงของเธออ่อนโยนน่าฟังจัง รู้สึกเหมือนเส้นผมทุกเส้นของเธอจะหอมกรุ่นไปหมดเลย】
【ถึงแม้นิยายจะบรรยายถึงเธอไว้ค่อนข้างน้อย แต่เธอกลับเป็นตัวละครที่สร้างความเสียดายให้นักอ่านมากมาย ในวันที่เกิดวันสิ้นโลก เธอดันไปถ่ายทำโฆษณาในเขตที่เกิดแผ่นดินไหวพอดี ตอนนั้นเธอกำลังถ่ายทำอยู่ในเรือนกระจก และแผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นเร็วมาก เธอหนีไม่ทันเลยถูกซากปรักหักพังทับจนตาย】
ร่างของมู่ตี๋ที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่พลันแข็งทื่อ
【ตอนแรกนักอ่านทุกคนต่างก็คิดว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่ต่อมาก็มีการเปิดเผยว่าจริงๆ แล้วมู่ตี๋ไม่จำเป็นต้องตายเลย เดิมทีในวันสิ้นโลกเธอกำลังพักผ่อนอยู่ในเมืองหลวงแท้ๆ แต่กลับได้รับแจ้งกะทันหันให้มาถ่ายโฆษณาที่เมือง S】
【และคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหลินหลาน นางเอกของเรื่องนั่นเอง ในชีวิตแรกของหลินหลาน เธอรู้ว่าพระเอกชอบมู่ตี๋และตั้งใจจะตามจีบ ตอนนั้นเธออิจฉามู่ตี๋เอามากๆ และมักจะจินตนาการเพ้อฝันว่าตัวเองคือมู่ตี๋】
【ในช่วงวันสิ้นโลกในชีวิตแรกของนางเอก มู่ตี๋ไม่ได้ตาย เธออยู่ในเมืองหลวงและบังเอิญติดอยู่ในลิฟต์กับเย่เทียนเฟย พี่สี่ของฉัน ส่วนพล็อตเรื่องหลังจากนั้นนักเขียนก็ไม่ได้เล่าต่อ】
【แต่หลังจากที่หลินหลานย้อนเวลากลับมา เธอก็อาศัยนิ้วทองคำของตัวเอง หลอกใช้ให้พ่อของเธอใช้เส้นสายจัดการให้มู่ตี๋ต้องมาถ่ายโฆษณาที่เมือง S ในวันเดียวกับที่เกิดวันสิ้นโลกพอดี】
【ที่อำมหิตไปกว่านั้นคือ หลินหลานยังหลอกพ่อตัวเองกับคุณนายหลิน ภรรยาหลวง ให้มาที่เมือง S ด้วย พอแผ่นดินไหวเกิดขึ้น พวกเขาก็ถูกตึกถล่มฝังกลบตายคาที่ไปพร้อมกันเลย】
มู่ตี๋ยวางสายโทรศัพท์ไปเงียบๆ
เย่หลิงเอียงคอ มองแผ่นหลังของมู่ตี๋ 【ในเมื่อฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว ฉันยอมให้โศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด แต่เธอไม่รู้จักฉันนี่สิ ถ้าจู่ๆ ทะเล่อทะล่าเข้าไปบอกไม่ให้เธอมาที่เมือง S ช่วงนี้ เธอจะหาว่าฉันบ้าหรือเปล่านะ?】
【ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งฉันแล้วก็เธอต่างก็เป็นแค่ตัวประกอบ ถึงฉันจะเตือนเธอไป เธอก็อาจจะไปเจออุบัติเหตุอย่างอื่นอยู่ดี ท้ายที่สุดแล้วในวันนั้น นอกจากเมืองเพียงไม่กี่แห่งที่ไม่ได้รับผลกระทบ พื้นที่ส่วนใหญ่บนโลกก็ถูกแผ่นดินไหวทำลายล้างจนราบเป็นหน้ากลองอยู่ดี】
ขณะที่เธอกำลังเกาหัวแกรกๆ อย่างจนปัญญา มู่ตี๋ก็หันกลับมาและเดินตรงเข้ามาหา
พอเห็นแบบนั้น เย่หลิงก็รีบเอามือลงทันที พลางกรีดร้องในใจราวกับตัวมาร์มอต 【อ๊ายยยยย เธอเดินมาแล้ว! โอ้มายก๊อด นี่มันนางฟ้าจำแลงชัดๆ! มนุษย์เดินดินจะสวยหยดย้อยขนาดนี้ได้ยังไงกัน?】
มู่ตี๋เม้มริมฝีปากและยิ้มบางๆ เดินเข้ามาหาและยื่นมือออกมา “สวัสดีค่ะ ฉันมู่ตี๋นะคะ”
เย่หลิงยื่นมือออกไปอย่างเก้ๆ กังๆ “ส-ส-สวัสดีค่ะ ฉ-ฉัน เย่หลิงค่ะ”
เย่หลิงตื่นเต้นจนพูดติดอ่าง แต่ในใจกลับมีร่างจำแลงตัวจิ๋วของเธอกำลังยืนท้าวเอวหัวเราะร่าคำรามลั่นฟ้า 【เราจับมือกันแล้ว! เราจับมือกันแล้ว! ฉันได้จับมือกับเทพธิดาตัวเป็นๆ! ถ้านักอ่านรู้ว่าฉันได้จับมือกับเทพธิดาจากในนิยาย พวกเขาต้องอิจฉาตาร้อนผ่าวแน่ๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ】
เย่จิงเหยียนที่กำลังรีบเดินตามมา: “...” ช่างเป็นความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ซะจริง ~
เขายืนหลบมุมอยู่ในเงามืด ไม่ได้เดินเข้าไปแทรก เพราะอยากดูว่าเธอจะทำยังไงต่อไป
มู่ตี๋ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ ในขณะเดียวกันก็ยืนยันเรื่องหนึ่งได้ชัดเจน นั่นคือเธอได้ยินเสียงในใจของอีกฝ่ายจริงๆ
สรุปว่าเธอเป็นแค่ตัวละครในนิยาย และอีกไม่นานก็จะต้องตายเพราะถูกตึกถล่มทับงั้นเหรอ?
...วันสิ้นโลก
...ตัวประกอบ
เธอจ้องมองหญิงสาวหน้าตาน่ารักตรงหน้า เธอไม่รู้หรอกว่านางเอกที่ชื่อหลินหลานเป็นใคร แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า หากอยากจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวเอง เธอต้องอยู่ใกล้ชิดกับสาวน้อยน่ารักคนนี้ไว้
เธอเอ่ยปากถาม “ฉันเรียกคุณว่าหลิงหลิงได้ไหมคะ?”
“ได้สิคะ ได้แน่นอน!”
【อ๊ายยยยย ชื่อฉันพอออกมาจากปากเธอแล้วมันเพราะพริ้งอะไรขนาดนี้! ฉันจะฟินตายอยู่แล้ว】
【ใจเย็นไว้ ใจเย็นๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งติ่งนะ เรื่องสำคัญต้องมาก่อน ฉันควรจะบอกเธอตอนนี้เลยดีไหม?】
จู่ๆ มู่ตี๋ก็เอื้อมมือมาจับมือเธอไว้ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังทำหน้างุนงง เธอก็พูดขึ้นมาว่า “หลิงหลิงคะ ตอนที่ฉันเห็นหน้าคุณ ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ก็มีภาพลางๆ แวบเข้ามาในหัวฉัน เป็นภาพเหมือนฉันกำลังถูกซากปรักหักพังทับเอาไว้...”
พูดถึงตรงนี้ คิ้วเรียวสวยของเธอก็ขมวดเข้าหากัน ดูราวกับกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
เย่หลิงถึงกับอึ้งไป “จริงเหรอคะ? คุณมองเห็นภาพพวกนั้นด้วยเหรอ?”
【หรือว่าเธอจะย้อนเวลากลับมา หรือไม่ก็มีพลังหยั่งรู้อนาคตงั้นเหรอ?】
ผู้จัดการกับผู้ช่วยของมู่ตี๋เดินออกมา พอเห็นมู่ตี๋ก็รีบเดินเข้ามาหาแล้วกระซิบ “ทำไมยังยืนอยู่ตรงนี้อีกล่ะ? รีบเข้าไปเซ็นสัญญาข้างในเถอะ”
มู่ตี๋จับมือเย่หลิงไว้แน่นและหันไปพูดกับผู้จัดการว่า “เรื่องสัญญาเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ พี่กับผู้ช่วยเข้าไปรอข้างในก่อนเลย”
“นี่เธอ...”
ผู้จัดการอ้าปากตั้งใจจะดุที่เธอทำตัวไม่รู้จักกาลเทศะ แต่พอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าที่นี่คือบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างตระกูลเย่ แถมเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมระดับโลกตั้งแต่หัวจรดเท้า จึงกลืนคำด่าลงคอแล้วเดินนำผู้ช่วยเข้าไปข้างใน
มู่ตี๋หันมามองเย่หลิง “หลิงหลิง คุณพอมองเห็นภาพลางๆ พวกนั้นเหมือนกันไหมคะ? บอกฉันหน่อยได้ไหมว่ามันคืออะไร? ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย”
เย่หลิงหันมองซ้ายมองขวา เห็นว่ามีคนคอยจับจ้องพวกเธออยู่ตลอดเวลา จึงดึงมือมู่ตี๋ให้เดินไปตรงริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน
เธอขยับเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงเบา “พี่สาว ฉันบอกไม่ได้หรอกนะคะว่ามันคืออะไร ฉันบอกได้แค่ว่าในช่วงสิบวันนี้ พี่อยู่แต่ในเมืองหลวงจะดีที่สุดค่ะ อย่าไปพักตามโรงแรมหรือตึกสูงเด็ดขาด ทางที่ดีควรหาบ้านพักแบบวิลล่าอยู่ไปก่อนนะคะ”