เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 126

Divine King Of All Directions - 126

Divine King Of All Directions - 126


Divine King Of All Directions - 126

 

ถนนท่ามกลางเมืองหลวงถึงกับสั่นเครือเพราะว่าหญิงสาวทรงเสน่ห์ผู้มีพรสวรรค์ไร้เทียมทานกลับเดินเคียงคู่กันชายหนุ่มที่ไหนไม่รู้ นี่มันเป็นข่าวใหญ่สะเทือนไปทั่วและทำให้ใครหลายคนถึงกับตกตะลึง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่ประหลาดใจของคนทั้งหลายนั้นจี่หยูยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาเช่นเคย

"ที่นี่เป็นร้านค้าอาวุธที่โด่งดังในเมืองนี้ จริงๆแล้วมันมีสมบัติระดับสุดยอดขายด้วยล่ะ "

"ด้านหน้าคือตำหนักรวมสมบัติเป็นสถานที่ประมูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง "

"นั่นคือสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม "

จี่หยูได้แนะนำสถานที่ต่างๆให้เขาได้รู้จัก

หลินเทียนได้มองไปที่นางและพบว่านางดูแปลกๆเพราะบางครั้งก็จะดูสงบ บางครั้งก็จะทำให้คนรอบข้างรู้สึกหลงใหล

"เจ้ามองอะไรน่ะ ? "

นางสัมผัสได้ถึงสายตาของเขาถึงได้ถามออกมา

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมตอบกลับไปว่า

"เปล่า "

นางได้แต่ยิ้มออกมาอย่างน่ารักพร้อมทั้งเดินนำทางเขาต่อไป

พวกเขาเดินเคียงคู่กันอยู่ตลอดซึ่งทำให้ข่าวนี้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว

...........

ร้านอาหารที่สิ้นเปลืองที่สุดในเมืองหลวงมีชื่อว่าเซียนฉุย

ภายในสถานที่แห่งนี้หรูหราเป็นอย่างมากพร้อมกับบรรเลงเพลงอันไพเราะแถมยังมีสาวงามมากมายคอยเต้นยั่วยวน

"อื่ม ดีมาก "

เสียงหัวเราะดังไปทั่วทั้งสถานที่แห่งนี้

ชายหนุ่มลูกหลานของขุมพลังต่างๆกำลังนั่งเพลิดเลินไปกับบรรยากาศขณะที่จ้องมองไปยังเหล่าสาวงามมากมาย

ณ ตอนนี้หนึ่งในข้ารับใช้ของพวกเขาได้เดินเข้ามาพร้อมกับพูดบางอย่างด้วยเสียงกระซิบและไม่นานหลังจากนั้นชายหนุ่มคนนี้ก็ยืนขึ้นด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปโดยทันที

"!"

เสียงแก้วแตกได้ดังขึ้นหลังจากที่เขาซัดมันลงพื้นอย่างดัง

ผู้คนภายในห้องทั้งหมดต่างชะงักไปและคนว่าหนึ่งในสาวงามเหล่านี้ได้ล่วงเกินชายหนุ่มคนนี้ถึงได้รีบคุกเข่าลงด้วยความกลัว

"เป็นอะไรรึ นายน้อยเหล็ง ? "

ชายที่อยู่ข้างๆเขาได้ถามออกมา

ภายในห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ทั้งหมด 5 คนซึ่งเป็นนายน้อยที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงนี้ หัวโจกของพวกเขาคือชายหนุ่มในชุดจีบที่มีสกุลว่าเหล็งซึ่งเป็นนายน้อยของตระกูลขุนนางที่ทรงอำนาจในเมืองนี้

ใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นดำมืดขณะที่ยังคงนิ่งเงียบแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

ท่าทางของชายหนุ่มคนอื่นๆเองก็เปลี่ยนไปก่อนที่จะเรียกข้ารับใช้เข้ามาถามถึงเรื่องราวต่างๆ

ข้ารับใช้เองก็ไม่กล้าปิดบังอะไรถึงได้รีบพูดอย่างรวดเร็ว

"อะไรนะ ! จี่หยูไปเดินคู่กับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้งั้นรึ ? ดูมีความสุขมากๆ ? "

ชายหนุ่มได้โห่ร้องออกมาด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ

ชายหนุ่มหลายๆคนก็ได้แต่มองไปที่กันและกันพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง

"ไปกัน เราต้องไปดูกันหน่อยแล้ว "

ชายหนุ่มคนนึงได้พูดขึ้น

หลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็ได้เดินตามชายหนุ่มชุดจีนออกไปอย่างรวดเร็ว

.........

หลินเทียนยังคงเดินเคียงคู่ไปกับจี่หยูอยู่บนถนนและไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว

เขาถึงกับหมดคำพูดไปทันทีเพราะว่าทุกครั้งที่เดินผ่านหัวมุมหนึ่งก็จะถูกมองด้วยสายตาเหมือนเป็นสมบัติหายาก

"เป็นอะไร ? "

จี่หยูได้ถามออกมา

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

"เจ้าไม่ได้มองรอบข้างเลยหรือไง ข้าถูกมองเป็นเหมือนกับสมบัติของชาติแล้วเนี่ย "

จี่หยูเองก็ได้หันกลับไปมองเขาเล็กน้อยพร้อมกับหัวเราะคิกคิกออกมา

หลังจากนั้นไม่นานนางก็คิดถึงเรื่องบางอย่างพร้อมกับถามออกมาว่า

"เจ้าชอบความรู้สึกแบบนี้ไหม ? "

หลินเทียนได้ชะงักไปพร้อมกับพูดว่า

"ก็ได้อยู่หรอก ถึงอย่างไรก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไร "

"งั้นก็ดีแล้ว "

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระซิบ

"เจ้าว่าอะไรนะ ? "

"ด้านหน้าเรายังไม่ได้ไปเลยนะ มันเป็นเขตชนบท น่าไปมากๆ "

จี่หยูได้พูดออกมา

หลินเทียนเองก็ได้แต่มองไปที่นางด้วยสายตาแปลกๆและไม่ได้ถามอะไรต่อ

แน่นอนว่าเขตชนบทมันหาได้ยากในเมืองหลวงแบบนี้ซึ่งแน่นอนว่าสถานะต่ำสุดของคนที่นี่คือชาวบ้านและพ่อค้าธรรมดาซึ่งโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยสินค้ามากมาย

"เค้กอร่อยมากๆ !"

"ไส้นี่ก็อร่อย ! "

"เค้กดอกไม้นี่สุดยอดไปเลย ! "

ภายในพื้นที่นี้ดูแออัดมากๆพร้อมกับเสียงการสนทนามากมาย

เมื่อได้ยินเสียงจำพวกนี้พร้อมกับมองไปยังการเป็นอยู่ที่ธรรมดาแล้วหลินเทียนก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่อ่อนโยนออกมา

ไม่นานพวกเขาก็กลายเป็นจุดสนใจของคนรอบข้างอย่างรวดเร็ว

"แม่นางจี่ ท่าน ? "

"เราเพิ่งนึ่งซาลาเปามาร้อนๆเลย แม่นางจี่เอาสักก้อนไหม ? "

"เฒ่าคนนี้เพิ่งได้ผลไม้สดๆมาเลย แม่นางจี่เอากลับไปได้ตามสบายเลย ข้าไม่คิดเงินแม้แต่น้อย "

"แม่นางจี่ น้องชายข้างๆนี่คือ ? "

"หรือว่าจะเป็นสา.........ในอนาคต ฮิฮิ หล่อมากๆ ดูดีจริงๆ "

ผู้คนมากมายต่างทักทายออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร

หลายคนได้แสดงรอยยิ้มให้กับจี่หยูซึ่งมันแฝงไปด้วยความเคารพและจากสายตาของหลินเทียนแล้วเขาก็สัมผัสได้เลยว่ามันไม่ได้มาจากภายนอกแต่เป็นความรู้สึกเคารพจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ

พริบตาเดียวพวกเขาก็ได้ถูกรายล้อมไปด้วยชาวบ้านมากมายและทุกคนล้วนเอาสิ่งของต่างๆไม่ว่าจะเป็นขนม ผลไม้หรืออื่นๆมาให้พวกเขาและแต่ละคนก็ไม่มีใครเรียกร้องเงินเลยแม้แต่น้อย

"ขอบคุณมากค่ะลุงหลี่ "

"ขอบคุณมากค่ะป้าหลุย"

จี่หยูได้พูดขอบคุณออกไปก่อนที่จะแยกออกมาจากกลุ่มคนได้ใ ที่สุด

ตามตัวของหลินเทียนนั้นถูกห้อยไปด้วยสิ่งของมากมายจนทำให้เขาต้องหมดคำพูดไปทันที แต่ในเวลาเดียวกันนี้เองเขาก็รู้สึกสงสัยเอามากๆ

"เจ้ามาที่นี่บ่อย ? "

หลินเทียนได้ถามออกไป

จี่หยูได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"ใช่แล้ว บรรยากาศที่นี่ดีมากๆ "

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆและคิดได้ว่า บรรยากาศดี ? ดูไม่จริงเท่าไหร่เพราะว่ามันวุ่นวายมากๆและแน่นอนว่าเขารู้ดีว่านางหมายถึงอะไร มันน่าจะหมายถึงการใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างแน่นอน

"ไม่คิดเลยนะว่าหลานสาวของท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นหญิงงามอันดับ 1 จะมีด้านแบบนี้ด้วย "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

จี่หยูได้แหงนหน้ากลับมาพร้อมกับพูดว่า

"เจ้าคิดว่ามันแปลก ? คิดว่าข้าควรจะต้องหยิ่งยโสเหมือนหยกที่อยู่ภายในราชวัง ? "

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

"ก็เกือบจะ "

จี่หยูได้จ้องมองไปทางเขาและอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาพลางพูดว่า

"เจ้านี่ซื่อตรงจริงๆเลยนะ ไม่มีสาวๆชอบหรือไง ? "

"อื่ม เรื่องนี้ก็ไม่เคยคิดนะ "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยท่าทางอึดอัด

"ซื่อบื้อ ! "

นางได้พูดออกมาด้วยท่าทางดุๆ

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อึดอัดออกมาพร้อมกับตบหลังศีรษะตัวเองแล้วเดินต่อไป

แม้ว่าที่นี่จะเป็นที่พักของคนที่มีสถานะต่ำที่สุดแต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเมืองหลวงดังนั้นมันถึงไม่เล็กเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่มีอาหารอร่อยแต่ยังมีเรื่องให้ทำมากมายไม่ว่าจะเป็นการจับปลาทอง หรือขว้างลูกดอก

"อยากเล่นไหม ? "

จี่หยูได้พูดออกมาขณะที่ชี้ไปด้านหน้า

หลินเทียนได้มองไปด้านหน้าพร้อมกับพบว่ามันเป็นซุ้มที่ดูน่าสนใจมากๆ มันคือการโยนห่วงให้ลงไปในสิ่งของที่ต้องการ

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่อับอายว่า

"ผู้เชี่ยวชาญอย่างเราเล่นของแบบนี้มันจะดูไม่กลายเป็นชาวบ้านไปหรือ ? "

"ทำตัวให้เหมือนชาวบ้านก็ไม่เห็นเป็นไรหนิ "

จี่หยูได้ตอบกลับไป

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปทันที นี่มันดูไม่เหมือนเท่าไหร่ ?

ดูเหมือนว่านางจะสนใจเอามากๆดังนั้นแน่นอนว่าเขาคงรั้งนางไว้ไม่ได้ เห็นเพียงแค่ว่านางได้หยิบเอาห่วงขึ้นมาพร้อมทั้งโยนไปยังตุ๊กตาสุนัข

ท้ายที่สุดก็พลาดเป้า

หลินเทียนรู้สึกแปลกใจเอามากๆเพราะว่าระดับพลังของนางก็ไม่ได้ต่ำๆและแม้ว่าห่วงจะเล็กและระยะห่างอาจจะดูไกลไปนิดแต่ก็ไม่น่าจะพลาดได้เพราะว่าน่าจะฝึกฝนมาตั้งแต่ยังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายแล้ว

"เจ้า......"

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าแปลกๆออกมา

"เด็กสาวธรรมดาๆอายุ 16 ปีที่ไหนกันจะไปโยนทีเดียวเข้าเป้าได้ล่ะ คนปกติทำไม่ได้หรอก "

จี่หยูได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่ยืนข้างๆเขาอย่างสงบพร้อมกับมองไปยังนางที่ใช้ห่วงไปแล้วนับสิบชิ้นและหลังจากนั้นก็ซื้อเพิ่มมาอีกเป็นสิบจนสุดท้ายก็คล้องลงไปที่ตุ๊กตาได้เสียที นางได้รับมันมาด้วยท่าทางมีความสุขเป็นอย่างมาก

"เจ้า....."

เมื่อมองไปยังใบหน้าของนางแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าแปลกๆออกมา

เขาตั้งใจสังเกตการเล่นของนางอย่างดีและเห็นว่านางได้โยนห่วงไปทั้งหมด 68 ครั้งและพลาดไป 67 ครั้งซึ่งแต่ละครั้งที่พลาดมันก็ดูเป็นธรรมชาติมากๆ นี่มันทำให้เขาถึงกับตกตะลึง

นางเป็นผู้บ่มเพาะอย่างแน่นอนแถมยังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะด้วยดังนั้นยิ่งระดับพลังอยู่สูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีสัญชาติญาณที่แกร่งกล้าขึ้น เหมือนอย่างการที่อยู่ดีๆจะให้แกล้งทำเป็นว่ายน้ำไม่เป็นและต้องพยายามแสร้งทำเป็นจมน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ยากมากๆและเป็นเรื่องง่ายที่จะดูออกแต่กับจี่หยูนั้นต่างออกไปเพราะมันดูเป็นธรรมชาติมากๆ

"เจ้าละลองบ้างไหม ? "

นางได้ส่งห่วงที่เหลือให้กับเขาโดยทันที

"ข้าทำแบบเจ้าไม่ได้หรอก "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะเพราะเขาไม่สามารถแสร้งทำเป็นพลาดได้ถึงได้แต่จ้องมองไปที่นางแล้วอดถามออกมาไม่ได้ว่า

"ก่อนหน้านี้เจ้าทำได้อย่างไรกัน ? "

แสร้งทำเป็นเหมือนกับชาวบ้านธรรมดานี่มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

อย่างน้อยๆเขาในตอนนี้ก็ไม่มีความสามารถพอจะทำได้ถึงขนาดนั้น

"ไม่รู้สิ อยากทำมันก็ทำได้เองเฉยเลย "

จี่หยูได้แต่ส่ายศีรษะของนาง

หลินเทียนถึงกับหมดคำพูดไปเพราะว่านี่มันเป็นการทำร้ายจิตใจกันชัดๆ !

เขาได้รับตุ๊กตาสุนัขมาก่อนที่จะเก็บเข้าไปในแหวนมิติแล้วเดินต่อไปด้วยกัน

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีของดีอยู่ด้วยนะ "

จี่หยูได้พูดออกมาพลางกระพริบตาวิ้งๆ

หลินเทียนได้ส่ายมือขวาที่สวมแหวนมิติของเขาพร้อมกับพูดออกมาด้วยท่าทางหมดหนทางพลางกรอกตาว่า

"นี่พูดเหมือนกับว่าข้าเป็นพวกเด็กหลุดออกมาจากหลังเขางั้นแหละ "

จี่หยูได้หัวเราะออกมาพร้อมกับพูดว่า

"เปล่านะ ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น "

พวกเขาได้เดินกันต่อไปก่อนที่จะผ่านเขตชนบทไปอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้มีกลุ่มคนยืนอยู่ตามถนน

"หลีกทางไป ! "

น้ำเสียงเย็นชาได้ดังขึ้น

กลุ่มคนได้ถูกแหวกออกโดยใช้กำลังของชายหนุ่ม 5 คน ซึ่งหัวโจกของพวกเขาสวมชุดจีนที่ดูมีราคาพร้อมกับท่าทางที่น่าเกรงขาม

"หยูเอ๋อ "

ชายหนุ่มชุดจีนได้เดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

"เหล็งอี้ทง ? "

จี่หยูได้แสดงสีหน้าที่แปลกใจออกมาพร้อมกับถามกลับไปว่า

"มีอะไร ? "

หลินเทียนเองก็มีประกายตาเย็นชาทันทีหลังจากที่ได้พบกับชายหนุ่มคนนี้

ที่แท้มันก็เป็นคนที่สั่งให้ทหารมาลอบสังหารเขาในเมืองเฟิงเจียนนี่เอง

แน่นอนว่าเขาจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นในวันนี้และได้แต่ยืนอยู่ข้างๆนางด้วยท่าทางสุขุม

เหล็งอี้ทงเองก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้คือชายหนุ่มชุดคลุมดำที่เคยพบ หลังจากที่กวาดตามองหลินเทียนอย่างไม่แยแสแล้วก็พบว่าเครื่องแต่งกายของเขานั้นดูธรรมดามากๆถึงได้หันกลับไปมองจี่หยูแล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า

"หยูเอ๋อ เจ้าทำอะไรอยู่ ? แล้วนี่ใคร ? "

"แขก "

จี่หยูได้ตอบกลับไป

"แขก ? "

เหล็งอี้ทงได้ขมวดคิ้วโดยทันที

"ใช่"

จี่หยูได้ยิ้มออกมาจางๆ

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 126

คัดลอกลิงก์แล้ว